Skip links

Editor’s Pick

Active City Forum …ปลุกเมืองดี มีคนเดิน เสริมสุขภาพเด่น

สสส. ร่วมมือกับ we!park และภาคีเครือข่าย จัดฟอรั่ม “Active City Forum: Activate city for healthier Life ปลุกเมืองให้สุขภาพดี ด้วยเราทุกคน” ในวันที่ 21-23 มีนาคม 2568 เพื่อยกระดับพื้นที่สุขภาวะเดิมที่มีอยู่ เสริมสร้างพื้นที่ใหม่ พร้อมปรับโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อประชาชนทุกคน พร้อมจุดประกายการพัฒนาเมืองให้กลายเป็นเมืองสุขภาวะ (Healthy City) ที่แท้จริง ตลอดทั้งฟอรั่มนี้ จะได้พบกับทั้งความรู้และกิจกรรมที่นำมาเสิร์ฟให้แบบไม่มีเบื่อ ไม่ว่าจะ เวทีเสวนาวิชาการระดับนานาชาติ, เวทีถอดบทเรียนร่วมกันสร้างเมืองสุขภาพดี, เวิร์กช็อปสุดพิเศษ ทัวร์เดิน – ปั่น – ล่อง เปิดประสบการณ์เส้นทางสุขภาพกลางย่านอโศก ย่านจอมทอง และสวนเบญจสิริที่ไม่เคยพบ พร้อมด้วยกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย อาทิ ดูหนังกลางสวนแลกเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาเมือง หรือจะออกกำลังกายด้วยท่าประยุกต์จากการแสดงหนังใหญ่ ก็มีให้ลอง เพราะคำกล่าวที่ว่า “กรุงเทพ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว” ใคร ๆ ต่างก็เคยได้ยิน แต่น้อยคนนักที่จะเคยได้สัมผัส พอจะเดินในเมืองทีต้องคิดแล้วคิดอีก ไหนจะทางเท้าไม่เรียบ หรือบางพื้นที่แทบไม่มีทางเท้าให้เดิน นับรวมไปถึงอาชญากรรมในเมือง อุบัติเหตุบนท้องถนน และสารพัดปัญหาอีกล้านแปดที่ทำให้รู้ตัวอีกทีก็เลือกที่จะซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มไม่อยากออกไปไหน พาให้สุดท้ายแล้วค่ารักษาพยาบาลโรคไม่ติดต่อ(NCDs) พุ่งสูงเกินค่าเสริมสร้างเมืองที่ดี ดังนั้น การพัฒนาเมืองให้มีสุขภาวะที่ดีนั้น จำเป็นต้องเพิ่มพื้นที่สาธารณะให้กลายเป็น ‘พื้นที่สุขภาวะ’ (Healthy Space) เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ประชาชนมีพื้นที่ทำกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวันมากขึ้น อาทิ โครงการสวน 15 นาทีที่ไม่ว่าจะอยู่มุมไหนก็สามารถเดินมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่สวนสาธารณะต่าง ๆ ได้ภายใน 15 นาที แต่พื้นที่สุขภาวะนี้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพียงสวนสาธารณะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงพื้นที่ใดก็ตามที่ให้ผู้คนได้ออกมาทำกิจกรรม ทั้งเดินเล่น วิ่งเหยาะ ๆ แถวบ้าน ก็นับว่าพื้นที่นั้นมีศักยภาพพอจะเป็น พื้นที่สุขภาวะได้แล้ว อย่างไรก็ตาม จะเห็นได้ว่า การมีพื้นที่สุขภาวะนั้นจำเป็นต้องอาศัยทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชนร่วมมือกัน โดยภาครัฐและภาคเอกชนต้องร่วมมือกันรังสรรค์ให้เกิดพื้นที่ที่เอื้อให้ประชาชนออกมาเดิน ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ดังนั้น พื้นที่สุขภาวะที่ดีจึงจำเป็นต้องเข้าถึงง่าย เพราะ ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถมีสุขภาพที่ดีด้วยเมืองที่ดีได้อย่างเท่าเทียม

‘แพนด้าคู่ใหม่’ มาไทยปีนี้ ย้อนดูบิล 360 ล้าน กับ 19 ปีหมีแพนด้า

มีการเปิดเผยว่าทางการไทยและจีน กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับแพนด้ายักษ์คู่ใหม่ ที่จะถูกส่งมอบให้ไทยดูแลภายในปีนี้ เนื่องในวาระครบรอบความสัมพันธ์ 50 ปีของทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ มีการคาดว่าเจ้าหมีขนปุยขาวดำทั้งสองตัว น่าจะเข้ามาอาศัยสวนสัตว์เชียงใหม่เป็นที่พํานักเหมือนกับตัวก่อนๆ ที่เราเคยดูแล และเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ที่คนไทยไม่ได้มีโอกาสเติมหมีมานาน นับตั้งแต่ ‘หลินฮุ่ย’ จากไปเมื่อเดือนเมษายน 2566 ถือว่าเป็นการปิดตำนาน ‘ช่วงช่วง-หลินฮุ่ย’ รวมถึง ‘หลินปิง’ ที่เคยฟีเวอร์ถึงขั้นมีช่องทีวีเป็นของตัวเองและถ่ายทอดสดตลอด 24 ชั่วโมงมาแล้ว ส่วนชื่อของเจ้าคู่ใหม่สองตัวที่คาดว่าจะมานี้ นายกฯ กล่าวทำนองว่าให้ช่วยกันคิดหน่อย… แต่พูดก็พูดเถอะ เรื่องความครีเอท คนไทยไม่เป็นรองใครอยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง สบายมาก แต่เรื่องที่เป็นประเด็นมากกว่า คือความคุ้มค่าและผลประโยชน์ที่เราต้องพิจารณา เพราะสัตว์ที่เข้าใกล้คำว่าสูญพันธ์ุอย่างหมีแพนด้าที่กำลังพูดถึงกันอยู่นี้ ต้องบอกว่า เราไม่ได้มาฟรีๆ หากแต่เป็นการาจ่ายเงินตามสัญญาเช่า มีประกันค่าเสียหาย และค่าชดเชยไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะย้อนกลับไปเมื่อปี 2546 ครั้งที่เราได้รับ ‘ช่วงช่วง-หลินฮุ่ย’ มาเลี้ยงดู จนเป็นดั่งมาสคอตประจำเมืองเชียงใหม่ในตอนนั้น ไทยต้องจ่ายเงินสนับสนุนโครงการอนุรักษ์แพนด้าของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าจีน (CWCA) ปีละ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเวลา 10 ปี (2546 – 2556) 6 ปีต่อมา เมื่อ ‘หลินปิง’ ถือกำเนิดในปี 2552 เราต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกปีละ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเวลา 4 ปี ก่อนที่หลินปิงจะถูกส่งกลับจีน หลังจากครบสัญญา 10 ปี ก็ได้มีสัญญาฉบับที่สอง (2556 – 2566) โดยเพิ่มเงินสนับสนุนเป็นปีละ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่หลังจาก ‘ช่วงช่วง’ ตายไปในปี 2562 ไทยจึงลดเงินสนับสนุนเหลือ 250,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ จนสิ้นสุดสัญญาในปี 2566 รวมงบประมาณที่ไทยใช้ไปกับการทูตแพนด้า ทั้งงบสนับสนุนโครงการอนุรักษ์แพนด้าให้จีน รวม 6.82 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 230 ล้านบาท) และงบพัฒนาโครงการแพนด้าในไทย (ประมาณ

บวก+ กันต่อกับช่วงที่ 2 ของ BKDW2025 ณ ย่านบางโพ – พระนคร – บางลำพู – ข้าวสาร

พร้อมบวก+ กันต่อกับช่วงที่ 2 ของ “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568” หรือ “Bangkok Design Week 2025” (BKKDW2025) ตั้งแต่วันที่ 15 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ย่านบางโพ – พระนคร – บางลำพู – ข้าวสาร … The Attraction เลยอยากชวนไปสำรวจผลงานออกแบบสร้างสรรค์ที่ผสมผสานเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของพื้นที่ย่านเมืองเก่าอย่างลงตัวใน ‘ย่านบางโพ’ ย่านงานไม้สุดเท่ที่จะให้รู้ว่าไม่ได้แค่สาวบางโพที่โก้จริง ๆ แล้วไปต่อกันที่ ‘ย่านพระนคร’ ย่านเมืองเก่าใจกลางเมืองที่มีพื้นที่ให้สรรสร้างเมืองสร้างสรรค์อีกเพียบ พร้อมต้อนรับ ‘ย่านบางลำพู-ข้าวสาร’ ย่านน้องใหม่ที่ก้าวเข้ามาร่วมเทศกาลนี้เป็นครั้งแรก แต่จัดเต็มงานนิทรรศการย้อนรอยแหล่งแฟชันที่มาก่อนกาล ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตและรสชาติเอกลักษณ์ความเป็นย่านบางลำพู-ข้าวสารที่ไม่เคยแยกขาดออกจากกัน …

อโยธยาเอยาวดี เว็บตูนโลกคู่ขนานสู่เสรี

ภาพแรกของ อโยธยาเอยาวดี (2022) CR.Amulin “งานชิ้นนี้เป็นเรื่องราวที่แต่งขึ้น มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาทางประวัติศาสตร์ ทำให้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริง รวมถึงการใช้ภาษา การแต่งกาย วัฒนธรรม ฯลฯ ตัวละครในเรื่องเป็นตัวละครที่สร้างขึ้นใหม่ มีการปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ บุคลิก และอุปนิสัย โดยหยิบยืมชื่อจากบุคคลในโลกคู่ขนาน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีอยู่จริง ชื่อสถานที่และเมืองต่าง ๆ ในเรื่องเป็นเมืองที่สร้างขึ้นใหม่ โดยหยิบยืมชื่อจากเมืองที่มี” เว็บตูน 1 หน้าของนักวาดเว็บตูน “Amulin” เจ้าของผลงาน #บุษบาเสี่ยงตรีน ที่หวนกลับมาทุกปี พร้อมกระแสเรียกร้องให้ผู้แต่งกลับมาสานต่อเนื้อเรื่อง จนในท้ายที่สุดคุณนักวาดใช้เวลากว่า 3 ปี เปิดหน้าผลงานเรื่องใหม่ #อโยธยาเอยาวดี – เว็บตูนย้อนยุคกลิ่นวายไทยที่เล่าเรื่องราวระหว่างโอรสของสองหัวเมืองใหญ่ ‘อโยธยา-หงสา’ ที่เป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก จนเปลี่ยนสถานะจากเชลยศึก-ศัตรูสู่พี่น้องมิตรภาพพันผูก “กลัวทัวร์ลง” หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คุณนักวาดไม่กล้าขยายเส้นเรื่อง และ 3 ช่องไว้นานกว่า 3 ปี แต่ด้วยความรู้สึกติดค้างใจ จึงเลือกผิดคำพูดที่เคยกล่าวไว้ว่าจะไม่วาดต่อ พร้อมกับฝากข้อความแจ้งตั้งแต่ต้นเรื่องอย่างชัดเจนว่า เรื่องราวทั้งหมด “ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริง” เพียงหยิบยืมชื่อบุคคลและสถานที่บางอย่างมาใช้สร้างตัวละครใหม่ในเรื่องราวนี้ แม้เพียงชื่อจะถูกหยิบยืมมาใช้ในโลกคู่ขนานแห่งนี้ แต่เหล่าผู้ติดตามเรื่องราวนี้ก็พร้อมที่จะค้นคว้าทางประวัติศาสตร์นอกห้องเรียนที่ไม่เคยมีอยู่ในหนังสือเรียนเพิ่มเติม เปิดโลกจินตนาการที่ไร้ขอบเขตรอไปพลางตอนใหม่จะมา ทำให้โลกโซเชียลมีเดียในช่วงเดือนนี้คึกคักไปด้วยมวลข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่ล้นทะลักไทม์ไลน์ นอกจากนี้ อโยธยาเอยาวดี ยังเริ่มสร้างรายได้ให้แก่ร้านค้าน้อยใหญ่ต่าง ๆ เมื่อ “กุหลาบมอญ” กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างพี่-น้องที่สร้างเรื่องให้เหล่านักอ่านอยากลองสูดสัมผัสกลิ่นกุหลาบมอญบ้าง ทำเอาน้ำหอม น้ำอบ น้ำปรุงกลิ่นกุหลาบมอญหลายร้านหมดสต็อก แถมวัตถุดิบยังขาดตลาดไปตาม ๆ กัน ยังไม่นับรวมสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องเริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้น ปักหมุดให้นักอ่านได้ไปตามรอยกัน กระตุ้นการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่ไม่ค่อยถูกสนใจกลับมาเป็นที่พูดถึงมากขึ้น รวมถึงหนังมหากาพย์ระดับตำนานและแอนิเมชันที่มีเรื่องราวอยู่ในช่วงเดียวกันอย่างก้านกล้วยยังกลับมาถูกพูดถึงมากขึ้นอีกครั้ง ส่งเสริมภาคสื่อบันเทิงไปพร้อมกัน ในตอนนี้ อโยธยาเอยาวดี ถูกแปลไปหลัก ๆ แล้ว ทั้งหมด 6 ภาษา ได้แก่ ภาษาญี่ปุ่น ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ภาษาเกาหลี ภาษาสเปน และภาษาพม่า ในส่วนของภาษาพม่านั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าระหว่างทั้งสองประเทศต่างมีประวัติศาสตร์ร่วมกันมา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างอาจทำให้ทั้งสองประเทศรับรู้ข้อมูลเรื่องราวทางประวัติศาสตร์นี้ในมุมที่ต่างกัน ซึ่งอโยธยาเอยาวดีนี้เองที่พาให้ทั้งสองมุมมองได้มาบรรจบกัน นอกจากนี้ ในส่วนของภาษาเกาหลี ถูกแปลโดยชาวเกาหลีที่กำลังเรียนภาษาไทย พร้อมให้ข้อมูลความรู้เพิ่มเติมทางประวัติศาสตร์ไทยด้วยภาษาเกาหลีไปพร้อมกัน ดังนั้น การที่เว็บตูนเรื่องนี้ถูกแปลออกไปเป็นภาษาต่าง ๆ

ออกแบบพร้อมบวก+ณ ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย-ปากคลองตลาด ใน Bangkok Design Week 2025

กลับมาชุบชีวิตเมือง คน ธุรกิจให้สดใสอีกครั้งไปกับ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568 (Bangkok Design Week 2025 : BKKDW2025) จัดโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA พร้อมมาในธีม  “Design Up+Rising : ออกแบบพร้อมบวก+” ที่พานักสร้างสรรค์มาร่วมกันบวก+ไอเดียจัดเต็มกว่า 350+ โปรแกรม ตาม 7 ย่านหลักและพื้นที่อื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ แต่ไม่ต้องกลัวมาจะตามเก็บไม่ทัน เพราะ ปีนี้ BKKDW2025 แบ่งเป็น 2 ช่วง โดยช่วงแรกเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 – 16 กุมภาพันธ์ 2568 ใน 3 ย่านหลัก เจริญกรุง – ตลาดน้อย ปากคลองตลาด เยาวราช – ทรงวาด และพื้นที่อื่นๆ ทั่วกรุงเทพฯ The Attraction เลยเก็บภาพบรรยากาศบางส่วนแถวเจริญกรุง – ตลาดน้อย – ปากคลองตลาดมาให้เซฟพิกัด ปักหมุดให้ทุกคนพร้อมบวกกันแล้ว ส่วนช่วงที่สองจะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 15 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ย่านพระนคร / บางลำพู​ – ข้าวสาร และพื้นที่อื่นๆ นอกจากนี้เฉพาะเสาร์และอาทิตย์ วันที่ 8 – 9, 15 – 16, 22 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ยังมีย่านหัวลำโพง และบางโพ มาร่วมบวก+ความสร้างสรรค์ด้วย แต่บรรยากาศจะเป็นยังไงกดติดตามเพจ The Attraction ไว้ได้เลยยย เพราะ โปรแกรมน่าไป ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ สามารถติดตามโปรแกรมอื่น ๆ ตลอดทั้งเทศกาลได้ที่ Website:

Perfect Days – จำเจ แต่ไม่จำใจ …ซอฟต์ พาวเวอร์ สไตล์ญี่ปุ่น

** เสียงกวาดถนนจากเพื่อนบ้านที่ปลุกให้ตื่น / ต้นไม้ในกระถาง / กาแฟกระป๋องยามเช้า / เพลงยุค 70s จากเทปคาสเซ็ทที่วนซ้ำเป็นเพลงประจำวัน / แซนด์วิช นม รูปถ่ายเงาต้นไม้ / อาหารเย็นและบาร์ร้านประจำ / หนังสือสักเล่มก่อนนอน และการทำงาน ทำความสะอาดห้องน้ำ ที่พึงใจในทุกวัน  (ซ้ำ **)  Perfect Days – ภาพยนตร์ว่าด้วยชีวิตประจำวันของ “ฮิรายามะ” (รับบทโดย โคจิ ยาคุโช) ลุงพนักงานทำความสะอาดห้องน้ำสาธารณะที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ตั้งแต่ตื่นนอน จนหลับฝัน วนซ้ำเดิมอยู่อย่างนั้นตลอดกว่า 2 ชั่วโมง ชวนให้สงสัยว่า สุดท้ายแล้ว วันที่สมบูรณ์แบบ (Perfect Days) ที่หนังเรื่องนี้พยายามจะฉายให้เห็นนั้น หน้าตาเป็นยังไง Komorebi (木漏れ日)  คำในภาษาญี่ปุ่น แปลว่า แสงระยิบระยับและเงาที่เกิดจากใบไม้ที่พลิ้วไหวตามลม  มันเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว ในชั่วขณะหนึ่ง ตลอดกว่า 2 ชั่วโมง เราได้รู้จักกับลุงฮิรายามะผ่านกิจวัตรประจำวันที่เขาทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะดำเนินไปดังเช่นเดิมในทุกวัน แต่นั่นก็ไม่ได้การันตีว่า ชีวิตในแต่ละวันของลุงฮิรายามะจะ “เหมือนเดิม” เพราะมีบ้างบางวัน บางชั่วขณะที่เขาได้เจอต้นไม้ต้นใหม่ ได้รอยยิ้มแทนคำขอบคุณจากเด็กหลงทาง ได้เห็นคนไร้บ้านมีความสุข ได้ฟังเพลงจากเจ้าของบาร์คนสวย ได้เล่นเกม OX กับคนแปลกหน้า ได้คุยเล่นสนุกแบบเด็กกับคุณลุงวัยเดียวกัน ได้ใช้เวลาอยู่กับหลานสาวสุดน่ารัก และก็ใช่ว่า จะไม่มีเรื่องกวนใจ เพื่อนร่วมงานวัยรุ่นรักสนุก ทำความสะอาดห้องแบบขอไปที แถมยังยืมเงินแล้วไม่คืน ประกอบกับด้วยอาชีพพนักงานทำความสะอาด ทำให้บางครั้งเขาจำต้องถูกสายตารังเกียจจากคนรอบข้าง แต่นั่นก็ไม่ได้ลบล้างความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาได้รับมา “วันหลังก็คือวันหลัง วันนี้ก็คือวันนี้” หากในสมัยเด็ก หลังฟังนิทานจบ มีประโยคที่ว่า นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…  หลังดูหนังเรื่องนี้จบ คงจะมีประโยคที่ว่า หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า… เข้ามาแทนที่ไม่ต่างกัน  สังคมในทุกวันนี้ บังคับให้ผู้คนต้องทำเรื่องเดิมซ้ำไปซ้ำมาไม่ต่างชีวิตของลุงฮิรายามะ จนท้ายที่สุดความเบื่อหน่ายเข้ากัดกินชีวิต รู้สึกชีวิตไม่ความหมาย เฝ้ารอวันสมบูรณ์แบบที่จะมาถึง ทำให้มองข้ามรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ

“เฉียงเหนือเฟส3” ม่วนคัก เสิร์ฟสนุก ปลุกความมันสะท้านแดนอีสาน

ปิดฉากลงแล้วอย่างสมศักดิ์ศรี Chang Music Connection Presents “เฉียงเหนือเฟส 3” เทศกาลดนตรีที่ใหญ่และม่วนที่สุดในภาคอีสาน โดยทีมผู้จัด ALL AREA ภายใต้ GMM SHOW เมื่อวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ผ่านมา ณ บขส 3 จ.ขอนแก่น ปีนี้ “เฉียงเหนือเฟส 3” ยกทัพศิลปินสุดซิ่งมาเสิร์ฟถึงขอนแก่นถึง 26 ศิลปิน 3 เวที เริ่มที่ เวทีเหนือ เวทีหลักกลางแจ้งจัดเต็มแสง สี เสียงและสเปเชียลเอฟเฟกต์แน่น ๆ เปิดเวทีด้วย PUN หนุ่มหล่อสุดฮอต ก่อนจะส่งเวทีต่อให้ POLYCAT ขวัญใจวัยรุ่นนักแอบรัก แล้วไต่ระดับความเดือดด้วย THREE MAN DOWN มาส่งพลังร็อกสุดมัน พร้อมพี่ใหญ่ แน็ป NAP the NAP ก่อนปล่อยให้ BIG ASS มาสานต่อความเดือดให้เวทีร้อนระอุ แล้วปรับอารมณ์มาฟังเสียงร้องอันอบอุ่นจาก POTATO ต่อด้วยนักร้องหนุ่มเสียงดีมีเสน่ห์ JEFF SATUR และ JOEY PHUWASIT ที่กลับมาสร้างสีสันม่วนจอยให้เวที พร้อมเซอร์ไพรส์สุดพิเศษในเพลง เสี่ยว ที่ร้องคู่กับ ปั๊บ POTATO และพอยิ่งดึกขึ้น บรรยากาศก็ยิ่งเดือดไปกับ TAITOSMITH ที่ระเบิดพลังสุดร้อนแรง ก่อนจะปิดท้ายอย่างยิ่งใหญ่จัดเต็มไปกับ BODYSLAM ถัดมาที่ เวทีมิตรภาพ ที่นำอัตลักษณ์ของภาคอีสาน ทั้งดนตรี วัฒนธรรม และประเพณี มาสร้างสรรค์เป็นศิลปะบนเฟรมผ้า โดยพลังของนักศึกษาอีสาน ประเดิมเปิดด้วยเพลงโฟล์กร็อกจาก MANUTSAWEE แล้วต่อด้วยวงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นที่ชอบร้องเพลงและร้องไห้ ONLY MONDAY ตามมาด้วยนักร้องสาวเสียงร้องเป็นเอกลักษณ์ VIOLETTE WAUTIER แล้วไปฟังเสียงร้องสุดละมุนจาก THE PARKINSON แล้ว ต่อด้วย SAFEPLANET วงอินดีป็อปที่ทุกคนรอคอย

Bangkok Design Week 2025…เตรียมพร้อมบวก+ ตั้งแต่ 8 – 23 กุมภาพันธ์ 2568

เดินทางเข้าสู่ปีที่ 8 กับ “เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2568” หรือ “Bangkok Design Week 2025” (BKKDW2025) ที่ในปีนี้กลับมาพร้อมบวก ตั้งแต่วันที่ 8 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ในธีม “Design Up+Rising : ออกแบบพร้อมบวก+” รอเสิร์ฟพลังการออกแบบผ่านงานออกแบบสร้างสรรค์กว่า 350 โปรแกรม อัดแน่นจัดเต็มตลอด 16 วัน แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะเดินทัวร์ไม่ทั่วทั้งเทศกาลฯ  เพราะ BKKDW2025 ปีนี้แบ่งออกเป็น 2 ช่วง กับอีก 1 ช่วงพิเศษไว้ให้แล้ว + ช่วงที่ 1 ตั้งแต่ วันที่ 8 – 16 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ย่านเจริญกรุง – ตลาดน้อย, เยาวราช – ทรงวาด, ปากคลองตลาด และพื้นที่อื่นๆ + ช่วงที่ 2 ตั้งแต่ วันที่ 15 – 23 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ย่านพระนคร, บางลำพู​ – ข้าวสาร และพื้นที่อื่นๆ และ + บวกช่วงพิเศษ ณ ย่านหัวลำโพง และบางโพ ในวันเสาร์และอาทิตย์ 8 – 9 / 15 – 16 / 22-23 กุมภาพันธ์ 2568 พร้อมบวก+ ด้วยมุมมองความคิดทั้ง 5 ผ่านงานออกแบบสร้างสรรค์ + Optimism: บวกด้วยการคิดบวก มองโลกในมุมใหม่ เชื่อว่า

จีนเสิร์ฟ ‘ละครสั้น’ ดัน Soft Power ดราม่าจานด่วน ฉับไวใน 2 นาที

ในยุคที่การสื่อสารถูกบีบอัดให้สั้น รวดเร็ว กระชับ คอนเทนต์ประเภทละคร ภาพยนตร์ ซีรี่ส์ ก็จำต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยด้วยเช่นกัน โดยละครสั้นเป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมไปทั่วโลก และดูเหมือนว่าเจ้าผู้ครองตลาดในขณะนี้ อย่างประเทศจีน ไม่ได้กระทำการเสิร์ฟความบันเทิงให้ผู้ชมเพียงเท่านั้น แต่กำลังใช้กระแสดังกล่าวเป็นกลยุทธ์การสื่อสารวัฒนธรรม และผลักดันอุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศ เพราะล่าสุดมีการเปิดเผยโครงการ Micro Drama Plus จากสำนักงานวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์แห่งชาติ ของประเทศจีน ซึ่งมีเป้าหมายที่จะผลิตละครสั้นราว 300 เรื่องในปีนี้ และหนึ่งในแผนงานที่ว่านั้นคือการผลิตละครสั้น 100 เรื่องเพื่อนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ทิวทัศน์ธรรมชาติ รวมถึงสถานที่สวยงามตามเมืองต่างๆ ซึ่งนำมาสอดประสานผ่านเนื้อเรื่องไว้ตามเจตนา กล่าวได้ว่า เป็นการดันกระแสละครสั้นให้ปังขึ้นไปอีก เพราะข้อมูลจากไอไอมีเดีย รีเสิร์ช (iiMedia Research) ระบุว่าอุตสาหกรรมละครสั้นของจีนกำลังเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบเป็นรายปี โดยมูลค่าตลาดในปี 2023 ขึ้นไปแตะที่ 37,300 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.72 แสนล้านบาท) และสมาคมผู้ให้บริการเน็ตแคสติ้งแห่งประเทศจีนประเมินว่าในปี 2024 น่าจะเกิน 50,000 ล้านหยวน (ราว 2.33 แสนล้านบาท) นอกจากนโยบายภาครัฐ ที่ขานรับเทรนด์ของผู้บริโภคแล้ว ฟากการท่องเที่ยวเองก็ปรับตัวด้วยเหมือนกัน เพราะ Huaxia Cultural Park ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งใน Hengdian World Studios สตูดิโอถ่ายหนังใหญ่ที่สุดในเอเชีย ก็ได้สร้างโซนถ่ายทำมากกว่า 30 โซนที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับละครสั้น ซึ่งมีทั้งฉากสมัยใหม่และย้อนยุค โดยผู้จัดการอุทยานวัฒนธรรมแห่งนี้ ได้เปิดเผยว่า ในปัจจุบันสามารถรองรับกองละครสั้นได้เฉลี่ยวันละ 5-6 กอง ส่งผลให้รายได้ของอุทยานเพิ่มขึ้นถึงประมาณสามเท่า และด้วยความสนุกของคอนเทนต์ที่ถูกจริตกลุ่มคนเวลาน้อย ทำให้จำนวนหนึ่งยอมจ่ายเงิน เพื่อซื้อความบันเทิงจากตอนพิเศษ ซึ่งราคาไม่แพง แค่ตอนละหลับสิบบาทเท่านั้น โดยปัจจุบัน แนวโน้มของแอปฯ ละครสั้นจีนติดอันดับยอดดาวน์โหลดสูงสุดออยู่หลายครั้ง ทั้งใน Google Play และ App Store และเป็นที่คาดว่าตลาดต่างประเทศของแอปฯ ละครสั้นจีนอาจจะมีมูลค่าสูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5 หมื่นล้านบาท) ในปี 2024  กระนั้นก็ตาม ภายใต้การสนับสนุนจากรัฐบาล

รีวิว Light Shop…ร้านโคมไฟแสงสุดท้าย จะเป็นหรือตาย เลือกเองได้

ณ ซอยมืดมิดแห่งหนึ่ง ทุกค่ำคืน จะมีร้านขายโคมไฟส่องสว่างอยู่ท้ายซอย คอยต้อนรับลูกค้าแปลกหน้าที่เดินแวะเวียนเข้ามาตามหา “หลอดไฟ” ที่พวกเขา “ต้องการ” กลับคืนไป   Light Shop (조명가게) – ซีรีส์เกาหลีลึกลับแฟนตาซีส่งท้ายปี 2024 ดัดแปลงจากผลงานเว็บตูนในชื่อเดียวกัน 조명가게 ที่ถูกเผยแพร่มาตั้งแต่ปี 2011 โดย คังฟูล (강풀) – นักเขียนเว็บตูนมากฝีมือที่ถูกตาต้องใจสายบันเทิงให้หยิบไปทำหนัง แอนิเมชัน และซีรีส์มาแล้วหลายเรื่อง อาทิ Apt. (2006), Timing (2014) และ Moving’ (2023) ซีรีส์ออริจินัลจาก Disney+ ที่กวาดรางวัลและรายได้ไปมากมาย Light Shop เองก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ดูท่าว่าจะไปได้สวย กวาดรางวัลตาม Moving ไปติด ๆ ด้วยทักษะการเล่าเรื่องที่ยังคงเหนือชั้น โดยเปิดเรื่อง 4 ตอนแรกแบบทิ้งปมสยอง ชวนสงสัยไว้ให้คนดูมากมายเกี่ยวกับซอยมืดมิดสุดประหลาดที่เหมือนจะมีสิ่งลี้ลับอยู่ทุกจุด จนต้องมีสมาธิเพ่งมองตามมุมมืดต่าง ๆ ก่อนจะเฉลยทุกอย่างให้กระจ่างใน 4 ตอนท้าย ยังไม่ตาย แล้วไปไหน? คำถามที่ว่าตายแล้วไปไหน? อาจมีคำตอบรอให้ถกเถียงอยู่มากมาย สุดแท้แต่ความเชื่อที่แต่ละคนพึงมี ทั้งไปนรก สวรรค์ หรือไม่ได้ไปไหนเลยแล้วดับสลายหายไปดื้อ ๆ แต่อีกหนึ่งคำถามชวนสงสัยไม่ต่างกันว่า ถ้ายังไม่ตายล่ะ จะไปอยู่ที่ไหน? เมื่อวันหนึ่ง เกิดเหตุรถเมล์โดยสารพลิกคว่ำ จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหนักขั้นโคมาหลายรายที่กำลังอยู่ในเส้นแบ่งชีวิตที่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็น-ความตาย ซึ่งในห้วงเวลานั้นเอง พวกเขาอาจกำลังเดินทางวนเวียนอยู่ในอุโมงค์มืดมิด เพื่อตามหาแสงสว่างแห่งชีวิตกลับมาอีกครั้ง ร้านโคมไฟจึงเป็นหนทางหาคำตอบของคำถามนี้ โดยมีจองวอนยอน (รับบทโดย จูจีฮุน) เป็นเจ้าของร้านโคมไฟท้ายซอยที่รอให้ผู้คน “ตั้งใจ” กลับมาหาหลอดไฟของตัวเองกลับไป เพื่อให้ผู้คนที่มาที่ร้านโคมไฟแห่งนี้เลือกเองได้ว่าจะ “ตั้งใจ” กลับไปมีชีวิตอีกครั้ง หรือ “ตั้งใจ” อยู่ต่อในโลกนี้ต่อไป ดังนั้น ร้านโคมไฟแห่งนี้จึงเป็นเหมือนพื้นที่แห่งความเป็น-ความตาย โดยมีจองวอนยอน ทำหน้าที่คอยเฝ้าส่งคนที่ “ตั้งใจ” ได้กลับไปมีชีวิต “ไม่ว่าที่ไหนก็เป็นโลกที่คนอยู่ไม่ใช่หรอ”  ในเมื่อซอยนั้นมีร้านโคมไฟและจองวอนยอนคอยดูแล ในพื้นที่ที่ร่างกายยังหายใจได้อยู่ ก็มี ควอนยองจี (รับบทโดย พัคโบยอง) พยาบาสาวที่คอยดูแลเหล่าผู้โดยสารที่อยู่ในภาวะกึ่งเป็น-กึ่งตาย รอวันที่กลับมาใช้ชีวิตได้อีกครั้ง