
2 ทศวรรษแห่ง ‘กินรี’ เมื่ออาหารไทยไม่ใช่แค่วาทกรรม แต่คือ “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่มีลมหายใจ
ในแวดวงวัฒนธรรมร่วมสมัย คำว่า “Soft Power” กลายเป็นวาทกรรมที่ถูกหยิบยกมาพูดถึงแทบจะในทุกมิติของสังคม เรามักได้ยินการรณรงค์ให้ผลักดันสิ่งนั้นสิ่งนี้สู่เวทีโลก แต่ในฐานะคนทำงานสื่อที่เฝ้ามองพลวัตของวัฒนธรรมไทยมาอย่างยาวนาน ผมมักจะตั้งคำถามเสมอว่า ซอฟต์พาวเวอร์ที่แท้จริงคือการสร้างกระแสชั่วข้ามคืน หรือคือการหยั่งรากลึกลงในความรู้สึกของผู้คนต่างวัฒนธรรมอย่างแยบคายและยั่งยืน? คำตอบของคำถามนั้น ปรากฏชัดเจนในค่ำคืนเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของ Kinnaree by Vanessa Wu ร้านอาหารที่เปรียบเสมือนสถาบันแห่งการทูตเชิงวัฒนธรรม (Culinary Diplomacy) ที่ซ่อนตัวอยู่อย่างสง่างามใจกลางกรุงเทพมหานคร ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ในขณะที่เทรนด์อาหารโลกหมุนเวียนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ‘กินรี’ กลับเลือกที่จะยืนหยัดในการนำเสนอ Contemporary Thai Cuisine ที่ไม่ได้ละทิ้งรากเหง้า แต่ใช้วิธี “ตีความใหม่” ให้เข้าถึงง่ายและลึกซึ้งในระดับสากล ผู้อยู่เบื้องหลัง: จากก้นครัว สู่การสร้าง Ecosystem บนเวทีโลก หากจะพูดถึงความสำเร็จของกินรี คงไม่อาจละเว้นการกล่าวถึง คุณหน่อย – วนัสนันท์ กนกพัฒนางกูร (Vanessa Wu) หญิงแกร่งผู้เป็นทั้งผู้ก่อตั้ง นักการศึกษา และนักวิจัยที่อุทิศเวลากว่า 30 ปีในการถอดรหัสอาหารไทย คุณวนัสนันท์ไม่ได้มองอาหารเป็นเพียงสินค้าจำหน่ายเพื่อผลกำไร แต่เธอมองเห็นถึง “อำนาจละมุน” ที่แฝงอยู่ในสุนทรียศาสตร์แห่งรสชาติ สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การที่เธอสวมบทบาท “ทูตวัฒนธรรม” เดินทางไปถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่เชฟและผู้ประกอบการทั้งในยุโรปและจีน นี่ไม่ใช่แค่การส่งออกสูตรอาหาร แต่คือการส่งออก “ความเข้าใจ” ซึ่งในอนาคตอันใกล้ วิสัยทัศน์นี้กำลังจะขยายสเกลสู่การสร้าง Ecosystem อาหารไทยในตลาดจีน อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ซอฟต์พาวเวอร์ของไทยเข้มแข็งจากโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงแค่ฉาบฉวย ความยั่งยืน: มารยาทใหม่ของพลเมืองโลก อีกหนึ่งมิติที่พิสูจน์ให้เห็นว่า Kinnaree เข้าใจบริบทของโลกยุคใหม่ คือการคว้ารางวัล Global Sustainable Gastronomy Award 2025 จากเวที TOP25 Restaurants Awards ร่วมกับ ICCE เมื่อปีที่ผ่านมา ในยุคที่ผู้บริโภคระดับท็อปไม่ได้มองหาแค่ความอร่อย แต่ยังมองหา “ความรับผิดชอบ” ควบคู่กันไปด้วย กินรีได้ผสานวัฒนธรรมอาหารเข้ากับแนวคิด Sustainable Gastronomy อย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่การให้คุณค่ากับผู้ผลิตรายย่อย การเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่น ไปจนถึงการบริหารจัดการ Food









