Skip links

Travel

Tags

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จัดใหญ่ “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ชู 55 เมืองรอง ด้วย ‘Hidden Gems’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 ผลักดันศักยภาพ “เมืองรอง” 55 จังหวัด ผ่านงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ภายใต้แนวคิด “เมืองรอง เมืองที่ทุกคน ต้องลอง” ต่อยอด จุดแข็งด้านวัฒนธรรม–ธรรมชาติ–วิถีชุมชน เพื่อนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีมูลค่า คาดว่าการจัดงานจะช่วย ผู้ประกอบการและชุมชนกว่า 25,000 ราย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม กระจายรายได้สู่พื้นที่เมืองรองทั่วประเทศ นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ามาตรการเร่งกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ทั้งการยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้มีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกทาง ห้องน้ำสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมรองรับการท่องเที่ยวตลอดปี นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองผ่านมาตรการสำคัญ ได้แก่ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน 2568 ที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในเมืองรอง 50% โครงการ “เที่ยวดีมีคืน” ที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ ผลักดันเมืองรองให้เป็น MICE Cities รวมทั้งส่งเสริมการจัดงาน เทศกาล และประเพณีท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ผ่านมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อช่วยฟื้นฟูภาคธุรกิจโรงแรมและบริการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงฯได้ตั้งเป้าให้การท่องเที่ยวเมืองรองเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย สามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างยั่งยืน สำหรับงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เมืองรอง เมืองที่ทุกคน ต้องลอง” ด้วยไฮไลต์สำคัญ 5 MUST DO | 5 HIDDEN GEMS | 55 DESTINATIONS รวบรวมเสน่ห์การท่องเที่ยว วิถีชีวิต และอารยธรรมจากทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ
Tags

“Fantastic Circus” คานิวัลแห่งเสียงดนตรีกลางหุบเขา Chang Music Connection presents Season of Love Song ครั้งที่ 15

กลับมาอีกครั้งกับเทศกาลดนตรีฤดูหนาวที่แฟนเพลงรอคอย Chang Music Connection presents Season of Love Song ครั้งที่ 15 โดยผู้จัด CI SHOWBIZ พร้อมเปิดประสบการณ์สุดแฟนตาซีภายใต้คอนเซ็ปต์ “Fantastic Circus” เนรมิตเวทีคอนเสิร์ตกลางธรรมชาติให้กลายเป็นสวนสนุกแห่งเสียงเพลงที่อบอวลไปด้วยแสง สี และความสุขแบบจัดเต็ม งานจะจัดขึ้นในวัน เสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ณ เวเนโต้ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี พร้อมโชว์ต่อเนื่องยาวนานกว่า 15 ชั่วโมงเต็ม ให้แฟนเพลงได้ฟินกันยันเช้า 15 ปีแห่งความทรงจำของเทศกาลดนตรีฤดูหนาว ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา Season of Love Song ได้กลายเป็นแลนด์มาร์กประจำฤดูหนาวของแฟนเพลงนับหมื่น ที่หลงใหลในเสียงดนตรีและบรรยากาศสุดโรแมนติกท่ามกลางขุนเขา ปีนี้ผู้จัดยกระดับประสบการณ์ด้วยการผสานความอลังการของ “คานิวัล” เข้ากับเวทีคอนเสิร์ต จัดเต็มทั้งเพลงดี บรรยากาศดี และกิจกรรมสนุกที่ทุกคนจะไม่มีวันลืม 14 ศิลปินสุดฮิตรวมพลังบนเวทีเดียว เวที SoLS15 เต็มไปด้วยความหลากหลายทางดนตรีจาก 14 ศิลปินชื่อดังครบทุกแนว 4EVE กลับมามอบความสดใสอีกครั้ง หลังจากเคยสร้างโมเมนต์ประทับใจให้แฟนๆ ทั้งหุบเขาร้องตามเมื่อปีที่ผ่านมา NONT TANONT เจ้าพ่อเพลงรักแห่งยุค เตรียมเสิร์ฟพลังเสียงและเพลงฮิตแบบจัดเต็ม DA ENDORPHINE และ MUSKETEERS มาร่วมสร้างบรรยากาศโรแมนติกท่ามกลางลมหนาวสวนผึ้งเป็นครั้งแรกบนเวที SoLS TATTOO COLOUR และ LIPTA สองวงป็อปขวัญใจทุกเจเนอเรชัน พร้อมโชว์สนุกที่จะทำให้คุณยิ้มไม่หยุด PUN ศิลปินเดี่ยวมาแรงแห่งยุค พาแฟนเพลงเคลิ้มไปกับเสียงร้องและซาวด์ดนตรีอบอุ่น ยังมีศิลปินอีกมากมายที่จะร่วมจุดไฟความสุขบนเวที ได้แก่ TILLY BIRDS, FLURE, MODERNDOG, SERIOUS BACON, D GERRARD, TWOPEE และ AIM WITTHAWAT ครบทุกแนวเพลง ทั้งป็อป ร็อก ฮิปฮอป และเพลงรักที่ทุกคนคุ้นเคย กิจกรรมสุดแฟนตาซีในธีม
Tags

สารทเดือนสิบนครศรีธรรมราช ผนวกหมุดหมายนักเดินทางสายมู และแคมเปญ “เทสใต้ Tasty: เมนูอาหารสีดำ”

เทศกาลท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงการสืบสานประเพณี แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบ Festival Economy ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสืบสานวัฒนธรรมแต่เป็นการลงทุนทางเศรษฐกิจที่สร้างชื่อเสียงให้ กับจังหวัด สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจท้องถิ่น เช่นเดียวกับ “งานสารทเดือนสิบ นครศรีธรรมราช” ที่กำลังได้รับการยกระดับผ่านความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน นำโดย หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช, YEC นครศรีธรรมราช, สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคใต้ หรือ ทีเส็บ เป็นหัวเรือใหญ่ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครศรีธรรมราช และผู้ประกอบการในจังหวัด ผลักดัน Local Festival อันมีเอกลักษณ์นี้ไปสู่ Flagship Festival ให้สามารถต่อยอดได้ในระดับสากล เริ่มคิกออฟด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “เทสใต้ Tasty: เมนูอาหารสีดำ” ภายใต้แนวคิด “ชวนคนคอนหลบบ้าน รับตายาย สไตล์ใหม่” ผนวก Soft Power ด้านความเชื่อเข้ากับอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่น และเทรนด์การท่องเที่ยว สายมู  เพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นสู่เทศกาลระดับประเทศที่ยังคงเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ได้อย่างทันสมัยและ น่าจดจำ โดยใช้ “อาหาร” เป็นภาษากลาง เทศกาลสารทเดือนสิบ = เทศกาลกระตุ้นเศรษฐกิจ นายสิทธิพันธุ์ ปิติเจริญกิจ ประธานผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า “เราต้องการยกระดับเทศกาลสารทเดือนสิบให้กลายเป็น Magnet ของเศรษฐกิจจังหวัดไม่ใช่แค่พิธีกรรม และความเชื่อ แต่เป็นงานที่ดึงดูดนักเดินทางรุ่นใหม่ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจบริการ โดยในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำร่อง ร่วมยกระดับด้วยการจัดงาน Must Mu ชูจุดขายเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และ Soft Power ด้านความเชื่อ ซึ่งปีนี้ YEC นครศรีธรรมราช ได้ร่วมมือกับ ทีเส็บ ภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)และผู้ประกอบการ ท้องถิ่น ผนึกกำลังร้านอาหารชื่อดังทั่วเมืองเพื่อสร้างสรรค์ เมนูสีดำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความขลังและความเชื่อ เชื่อมโยงกับ Soft Power ของเทศกาลภายใต้แคมเปญ

สารทเดือนสิบเมืองคอน : “หลบบ้าน” ปีนี้ ห้ามพลาดของดีเมนูอาหารสีดำ

“เดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัว” คือ ถ้อยคำที่ปู่ย่าตายายชาวใต้พูดสืบต่อกันมา เป็นเหมือนนาฬิกาหัวใจที่นับวันรอให้ลูกหลานกลับบ้านมาพร้อมหน้า เพราะสารทเดือนสิบไม่ใช่เพียงงานบุญ แต่คือสัญญาใจเพื่อสานสายใยในครอบครัว ว่าอย่างน้อยปีละครั้ง ทุกคนจะได้กลับมากินข้าวด้วยกัน ทำบุญอุทิศเพื่อบรรพบุรุษ และเติมเต็มความคิดถึงที่เก็บไว้นาน ในปีนี้ ความหมายของคำว่า “หลบบ้าน” หรือ “กลับบ้าน” ยิ่งลึกซึ้งไปกว่าเดิม เมื่อเทศกาลสารทเดือนสิบที่สืบสานกันมานับพันปี ถูกต่อยอดสู่ เมนูอาหารสีดำ ที่ทั้งน่าลิ้มลองและเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ เป็นบทพิสูจน์ว่าประเพณีเก่าแก่ก็สามารถก้าวข้ามกาลเวลาได้ โดยยังคงรักษาแก่นแท้ของความกตัญญูเอาไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ “เทสใต้ Tasty เมนูอาหารสีดำ” ที่มีแนวคิดจะยกระดับ ไม่ใช่เพียงแค่ดึงดูดลูกหลานให้กลับมาสัมผัสเสน่ห์ใหม่ๆ ของเมือง แต่ยังรวมถึงการดึงดูดนักเดินทางใหม่ๆ ให้เข้ามาในจังหวัดมากขึ้นเช่นกัน  ในเดือนกันยายนนี้ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้การขับเคลื่อนของ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ หรือ ทีเส็บ ชักชวนร้านอาหารกว่า 30 ร้าน ใน 7 อำเภอ ได้แก่ เมือง พรหมคีรี ขนอม สิชล ท่าศาลา ทุ่งสง และ ปากพนัง เพื่อร่วมกันรังสรรค์เมนูอาหารสีดำขึ้นมาเป็นพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาล โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อเรื่อง “ความขลัง” และ “ความมู” ของจังหวัด  “สีดำ” จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ที่สอดคล้องกับความเชื่อเรื่องการเดินทางของวิญญาณบรรพบุรุษในช่วงสารทเดือนสิบ หัวใจหลักของโครงการคือการใช้ “อาหาร” เป็น Soft Power เพื่อเล่าเรื่องราวของประเพณีนี้ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างง่ายดาย หัวใจของงาน: “หมฺรับ” สำรับแห่งความกตัญญู หากพูดถึงประเพณีสารทเดือนสิบ คำแรกที่คนใต้ทุกคนต้องนึกถึงคือ “หมฺรับ” หรือ “มฺรับ” ในภาษาใต้ ซึ่งหมายถึง “สำรับ” ศักดิ์สิทธิ์ที่ลูกหลานจัดทำขึ้นอย่างประณีตเพื่อนำไปถวายพระสงฆ์และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับที่เชื่อกันว่าได้เดินทางกลับมาเยี่ยมโลกมนุษย์ หมฺรับจึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อ ความผูกพัน และหัวใจของความเป็นคนใต้ที่ให้ความสำคัญกับความกตัญญูเป็นอย่างยิ่ง   ภาพจำในอดีตของหมฺรับคือ กระบุงไม้ไผ่สานขนาดใหญ่ ที่บรรจุสิ่งของนานาชนิดจนเต็มเปี่ยม แม้ปัจจุบันจะเปลี่ยน เป็นถาดหรือกระเชอที่ทันสมัยขึ้น แต่แก่นสารและความหมายไม่เคยจางหายไป สิ่งของที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบภายในหมฺรับแต่ละชั้นล้วนมีนัยยะสำคัญซ่อนอยู่ และเชื่อกันว่าเป็นของใช้จำเป็นสำหรับการเดินทางของดวงวิญญาณในโลกหน้า เปรียบเสมือนการจัดเตรียม “สัมภาระ” ให้บรรพบุรุษได้เดินทางอย่างสะดวกสบายและมีความสุข   ชั้นล่างสุด: มักบรรจุ

จีนชื่นชม IShowSpeed !? ช่วยบูส Soft Power และลบมายาคติต่อจีน

IShowSpeed เป็น YouTuber สายบันเทิง เอเนอร์จี้ล้นจากสหรัฐฯ เขาเป็นคนที่ ‘สด’ และมี ‘ลูกบ้า’ เยอะมาก คิดอะไรพูดอย่างนั้น ไม่มีสคริปต์ ไม่มีการปรุงแต่ง ซึ่งนั่นคือจุดขายของเขา ด้วยจำนวนผู้ติดตามบน YouTube กว่า 37 ล้านคน จนกล่าวได้ว่า เขาเป็นผู้มีอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในโลกออนไลน์ กระทั่งเขามาเที่ยวประเทศจีน เมื่อวันที่ 24 มีนาคมที่ผ่านมา Speed ได้ไลฟ์สดแบบเรียลๆ ตามสไตล์ คือเห็นอะไรน่าทึ่งก็พูดออกมาเลย มันจึงเป็นการ ‘เปิดโลก’ ให้กับผู้ชมหลายล้านคนที่ติดตามเขาอยู่ ซึ่งทริปนี้ก็เหมือนกับทุกครั้ง เขาสามารถถ่ายทอดวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของเมืองนั้นๆ ออกมาได้แบบตรงไปตรงมา ถูกใจคนดู นับตั้งแต่การลองชิมอาหารท้องถิ่น ไปจนถึงการเล่นฟุตบอลกับแฟนบอลในพื้นที่ หรือแม้แต่การตีลังกาตีลังกาบนกำแพงเมืองจีน โดยสวมชุดสูทสามชิ้นลายดอกไม้สีสันสดใสของ Dongbei ตลอดจนได้เล่นปิงปองกับ Jackson Wang ซุป’ตาร์ระดับโลก ทั้งยังลองขับรถ EV แบรนด์จีนสุดล้ำ ที่ทำให้ Speed อุทานออกมาว่า “เร็วกว่า Lamborghini ของฉันเหรอ? แต่นี่มันรถ EV นะ!” และเขายังได้ชมการแสดง “Bian Lian” (การเปลี่ยนหน้า) ซึ่งเป็นศิลปะการงิ้วเสฉวนแบบดั้งเดิมที่น่าตื่นตาตื่นใจ การถ่ายทอดสดของ Speed ที่ประเทศจีน มียอดเข้าชมตั้งแต่ 5-8 ล้านครั้งบน YouTube จำนวนทั้งหมด 5 คลิป ซึ่งไลฟ์ครั้งหนึ่งราวๆ 4-6 ชั่วโมง และตัวเลขยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่า นอกจากยอดเข้าชมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของช่องแล้ว ยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศจีนด้วย ในเรื่องนี้ ทางด้าน Li Haidong ศาสตราจารย์ประจำ China Foreign Affairs University กล่าวกับ Global Times ว่า ทริปของ Speed ได้จุดประกายความสนใจจากนานาชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งได้สัมผัสกับ ‘อีกด้านหนึ่งของจีน’ ที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงในสื่อกระแสหลักของสหรัฐฯ การถ่ายทอดสดของ

ภูเก็ตสร้างชื่อ!  คว้ารางวัล “เมืองเทศกาลโลก” ประจำปี 2024

จังหวัดภูเก็ต ได้รับการประกาศให้เป็น “เมืองเทศกาลโลก (World Festival and Event City)” ประจำปี 2024 โดยสมาคมเทศกาลและกิจกรรมระหว่างประเทศ (IFEA) การได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมของภูเก็ตในการจัดงานระดับนานาชาติที่มีมาตรฐานระดับโลก โดย IFEA พิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น การมีงานเทศกาลที่โดดเด่น การทำงานร่วมกับภาคส่วนต่างๆ และความสามารถในการสร้างเศรษฐกิจจากการจัดงานเทศกาล นอกจากภูเก็ตแล้ว ยังมีเมืองอื่นๆ ที่ได้รับรางวัลนี้ด้วย ได้แก่ กวางจู เกาหลี, แม็คอัลเลน รัฐเท็กซัส, มิลวอกี รัฐวิสคอนซิน, และ ฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย, พิทต์สเบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย สหรัฐอเมริกา โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2567 ณ เมือง Pittsburgh สหรัฐอเมริกา โดย นายพัฒนชัย สิงหะวาระ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคใต้ เป็นผู้รับมอบรางวัล ของจังหวัดภูเก็ตประเทศไทย รางวัลนี้ไม่เพียงแต่เป็นความภาคภูมิใจของชาวภูเก็ต แต่ยังเป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตานานาชาติ โดยแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลก และส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การได้รับรางวัล “เมืองเทศกาลโลก” เป็นก้าวสำคัญของภูเก็ตและประเทศไทย ที่จะนำไปสู่การพัฒนาการจัดงานเทศกาลต่างๆ ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น และดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาเยือนประเทศไทยมากยิ่งขึ้น #TheAttraction #SoftPower #Phuket #Festival #TCEB #เมืองเทศกาลโลก #IFEA

ต่างชาติโหวต “เกาะช้าง” ยืนหนึ่ง สถานที่ “ฮันนีมูน” ที่ดีที่สุดในโลก

  เมื่อไม่นานมานี้ enjoytravel.com เว็บไซต์เพื่อการท่องเที่ยวสัญชาติอังกฤษ ได้จัดอันดับ 20 สถานที่ฮันนีมูนที่ดีที่สุดในโลก โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนจาก ความน่าดึงดูดทางการท่องเที่ยว, ที่พัก, อาหาร/เครื่องดื่ม, แพ็คเกจฮันนีมูน, บรรยากาศของสถานที่ และความน่าจดจำ-ไม่ซ้ำที่อื่น . ปรากฏว่า เกาะช้าง จ.ตราด ประเทศไทย เข้าไปอยู่ในอันดับ 1 ของจุดหมายปลายทางแห่งการฮันนีมูนสำหรับคู่รัก โดย enjoytravel.com ระบุว่า เกาะช้าง มีธรรมชาติที่งดงามราวกับสวรรค์ริมชายหาด มีจุดชมวิว จุดดำน้ำ และกิจกรรมอื่นๆ และที่สำคัญคือ ค่าใช้จ่ายต่างๆ เข้าถึงได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ . ทั้งหมดนี้ทำให้ เกาะช้างเอาชนะปาตาโกเนีย ประเทศชิลี และราชสถาน ประเทศอินเดีย ซึ่งถูกจัดให้เป็นที่ 2 และ 3 ตามลำดับ . ก็ไม่แน่ว่า ถ้าสมรสเท่าเทียมประกาศใช้เมื่อไหร่ “เกาะช้าง” อาจจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของคู่รักทุกเพศจากทั่วโลก ให้มุ่งมายังประเทศไทยก็เป็นได้  

เกาะสมุยจัดใหญ่งานไพรด์ 6 วันเต็ม “PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL”

จองคิวแน่นยาวถึงปลายเดือน อาร์เอส มัลติเอ็กซ์  เตรียมฉลอง “PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL” – Let’s Join PRIDEradise เปลี่ยนเกาะสมุยเป็นเกาะสวรรค์  เปิดแลนด์มาร์กใหม่ให้ชาว LGBTQIAN+ เฉิดฉายได้แบบจัดเต็ม 6 วัน 6 คืน ตั้งแต่วันที่ 24 – 29 มิถุนายน 2024 ณ หาดเฉวง เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี . เพื่อฉลองอีกก้าวของร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีการลงมติจากวุฒิสภาครั้งต่อไปในวันที่ 18-19 มิถุนายน “PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL” จึงจะกลายเป็นพื้นที่เฉลิมฉลองยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของปีนี้ . พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้ “PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL” กลายเป็นเฟสติวัลหลักที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว LGBTQIAN+ ทั่วโลก เดินทางมายัง เกาะสมุย เกาะที่ขึ้นชื่อว่าหรูหรา (Luxury islands) อันดับต้นๆ ของโลกที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์พาวเวอร์ ด้านเฟสติวัลที่จะทำให้ “ไทย” กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดกว้างต้อนรับทุกความหลากหลายทางเพศ . ตั้งแต่วันที่ 24- 28 มิ.ย. ทั่วทั้งเกาะจะเต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ งานสัมมนาเชิงสร้างสรรค์, จดทะเบียนสมรส, Installation Art ที่รอต้อนรับงานใหญ่วันสุดท้าย ในวันที่ 29 มิ.ย. ขบวนพาเหรดใต้แสงอาทิตย์ตก (Sunset Parade) ครั้งแรก ก่อนจะปิดท้ายด้วยมิวสิคเฟสติวัลอย่างยิ่งใหญ่จากตัวแม่ ตัวมัม ตัวลูกของชาว LGBTQIAN+  ไม่ว่าจะเป็น อิงฟ้า วราหะ, มิลลิ, Badmixy มิกซ์ เฉลิมศรี และแก๊งหิ้วหวี ร่วมด้วย ดีเจดังระดับโลก อย่าง Sick

มาแล้ว “Mother of The Bride” ภาพยนตร์ Netflix ถ่ายที่ภูเก็ตทั้งเรื่อง นักแสดงเผย อยากทำเท่ แต่แดดเมืองไทยร้อนโคตร!

เมื่อ “แม่เจ้าสาว” พบว่า “พ่อเจ้าบ่าว” คือรักแรกของเธอ งานวิวาห์อลวนจึงเกิดขึ้นในภาพยนตร์รอมคอมเรื่องล่าสุด “แม่เจ้าสาว” (Mother of The Bride) ซึ่งเรื่องนี้ Mark Waters ผู้กำกับชื่อดังจาก Mean Girls และ Freaky Friday พานักแสดงฮอลลีวูดยกกองมาถ่ายทำกันที่เกาะภูเก็ต ประเทศไทย ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำหลักตลอดทั้งเรื่อง โดยโลเคชั่นหลักที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องนี้คือที่ อนันตรา ลายัน ภูเก็ต รีสอร์ท และอนันตรา ภูเก็ต วิลล่าส์ แต่กระนั้นก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอันเป็นทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองภูเก็ต อาทิ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี เขาตะปู และที่สำคัญคือ ชายหาดภูเก็ต รวมไปถึง Soft Power ประจำชาติไทยแขนงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ดนตรี อาหาร อีกทั้งในเรื่องยังมีซีนที่นักแสดงบางคนพูดภาษาไทยเล็กๆ น้อยๆ ให้คนไทยอย่างเราๆ ได้ชื่นใจกันอีกด้วย   ซึ่งทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับนโยบายมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับนักแสดงชาวต่างชาติที่เข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้มีการเลือกใช้ประเทศไทยเป็นโลเคชั่นถ่ายทำ พร้อมด้วยมาตรการการคืนเงิน หรือ Cash Rebate สูงสุดร้อยละ 20 ของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในประเทศ โดยมุ่งหวังให้ประเทศไทยกลายเป็น Landmark ที่สามารถดึงดูดกองถ่ายทำภาพยนตร์จากต่างชาติ และนักท่องเที่ยวที่อาจจะมาตามรอยสถานที่ต่างๆ จากภาพยนตร์ / ซีรีส์ แต่ละเรื่อง   ทำนองเดียวกับที่ William Heinecke ผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท Minor International บริษัทแม่ของรีสอร์ทในเรื่อง ซึ่งเป็นแขกรับเชิญในภาพยนตร์เรื่องนี้กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ปรากฏการณ์ ‘set-jetting’ หรือการท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์ ที่นักท่องเที่ยวออกเดินทางมาตามรอยสถานที่ถ่ายทำหนัง ซีรีส์ หรือรายการทีวี เรื่องโปรด เราจึงมีเป้าหมายในการโปรโมทประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของภาพยนตร์ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจในท้องถิ่น และผลประโยชน์ที่จับต้องได้ให้กับทีมงานฝ่ายผลิตทั้งในด้านต้นทุนและประสิทธิภาพ ซึ่งเมื่อประเทศไทยประสบความสำเร็จ เราทุกคนถือว่าประสบความสำเร็จด้วยเช่นกัน”   อย่างไรก็ดี อุปสรรคในการถ่ายทำ นอกจากสถานที่ตามธรรมชาติที่ควบคุมได้ยากแล้ว ยังมีเรื่องอากาศร้อนที่นักแสดงหลักของเรื่องอย่าง Benjamin Bratt ได้เปิดเผยว่า “เขา (คนไทย)

สงกรานต์เซ็นทรัลเล่นใหญ่ระดับโลก คว้า Miss Universe ช่วยโปรโมท พร้อมเวทีรำวงโชว์ของดี Thai Rhythm จาก Joeyboy

เมื่อวานนี้ (2 เม.ย.)  บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวแคมเปญฉลองสงกรานต์มหาบันเทิงระดับโลก “THAILAND’S SONGKRAN FESTIVAL 2024” พร้อมกันทั้ง 41 ศูนย์การค้าทั่วประเทศ ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง ตั้งแต่วันที่ 2 – 21 เมษายนนี้ โดย ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า สงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่ UNESCO เพิ่งรองรับให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้ของโลก ซึ่งปีนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Bring Thainess to The World ดึงความเป็นไทยสู่ระดับโลก ซึ่งข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. คาดว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 8 – 10 ล้านราย รวมถึงอาจสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 50,000 – 80,000 ล้านบาท นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่ตบเท้าเข้ามายังประเทศไทยในช่วงเดือนเมษายน ยังเป็นโอกาสของการท่องเที่ยวทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง โดยมีการผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น และความเป็นไทยในหลากหลายรูปแบบมาอวดโฉมต่อต่างชาติทั้งหมดกว่า 1,000 กิจกรรมทั่วประเทศ ด้วยคีย์เวิร์ดสำคัญคือ Culture and Entertainment   ยิ่งไปกว่านั้น ความพิเศษในปีนี้คือการคว้า “เชย์นิส ปาลาซิโอส” Miss Universe 2023 มาในฐานะ Global Cultural Ambassador หรือนางสงกรานต์ระดับจักรวาล เพื่อหวังโปรโมทความเป็นไทย และผลักดันวัฒนธรรมไทยไปสู่ระดับสากล พร้อมกันนั้นยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านการทุ่มงบมหาศาล และเล่นใหญ่จัดเต็มกว่าที่ผ่านมา “เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าไทยก็มีของดี” ณัฐกิตติ์ กล่าวในช่วงท้ายของงานแถลงข่าว และแน่นอน ไฮไลท์สำคัญสำหรับช่วงวันสงกรานต์ที่แลนด์มาร์คสำคัญอย่าง centralwOrld ในปีนี้คืองาน “Thai Rhythm Songkran Festival 2024” ซึ่งนำทัพโดย