
ทีเส็บจับมือพันธมิตร ต้อนรับทัพนักธุรกิจ “แอมเวย์ ไชน่า” กว่า 12,000 คน ลุยจัดประชุมใหญ่ในไทย
กรุงเทพมหานครกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการจัดงานระดับโลกอีกครั้ง เมื่อสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) ประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของการจัดงานประชุมสัมมนาผู้นำระดับ “เมกะอีเวนต์” อย่าง “Amway Leadership Seminar – Bangkok” ซึ่งถือเป็นงานประชุมองค์กรของ แอมเวย์ ไชน่า ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีคณะนักธุรกิจเดินทางมาร่วมงานกว่า 12,000 คน ตลอดระยะเวลาการจัดงานตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ไปจนถึง 13 เมษายน 2569 การต้อนรับคณะผู้บริหารระดับสูง นำโดย นายเจฟฟ์ เนี่ย รองประธานแอมเวย์ ไชน่า และกลุ่มนักธุรกิจชุดแรกที่เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นไปอย่างราบรื่นด้วยการบริหารจัดการแบบบูรณาการ ทีเส็บได้ประสานความร่วมมือเชิงรุกกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (AOT) เพื่อเปิดช่องทางพิเศษ (Fast Track Service) อำนวยความสะดวกแก่นักเดินทางกลุ่มไมซ์ (MICE) นับเป็นการสร้างความประทับใจแรก (First Impression) ที่ยอดเยี่ยมตั้งแต่ก้าวแรกที่เยือนเมืองไทย ไฮไลต์ที่น่าสนใจของงานในปีนี้คือการฉีกกรอบการจัดประชุมแบบเดิมๆ ด้วยการชูแนวคิด “Slow Living” Travel Experience ซึ่งสะท้อนกลยุทธ์การออกแบบประสบการณ์ที่ผสานการเจรจาธุรกิจระดับโลก เข้ากับการดื่มด่ำวัฒนธรรมท้องถิ่น วิถีชีวิตริมฝั่งน้ำ และไลฟ์สไตล์ที่มีระดับใจกลางกรุงเทพมหานคร วิเคราะห์ผลกระทบเชิงกลยุทธ์: มากกว่าการจัดงาน แต่คือการสร้างแบรนด์ประเทศ ในมุมมองด้านการบริหารจัดการภาพลักษณ์และเศรษฐกิจระดับมหภาค ปรากฏการณ์ “แอมเวย์ ไชน่า” ในครั้งนี้ สร้างแรงกระเพื่อมเชิงบวกต่อประเทศไทยใน 4 มิติหลัก ได้แก่: 1. การอัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจแบบบูรณาการ (Macro-Economic Injection) การหลั่งไหลเข้ามาของกลุ่มนักเดินทางระดับบนกว่า 12,000 คน ที่พำนักและทำกิจกรรมต่อเนื่องยาวนานกว่าหนึ่งเดือน ไม่ได้สร้างรายได้เพียงแค่พื้นที่จัดงาน แต่เม็ดเงินมหาศาลจะกระจายตัวลงสู่ห่วงโซ่อุปทานอย่างทั่วถึง ตั้งแต่ธุรกิจโรงแรม สายการบิน การคมนาคม ร้านอาหารชั้นนำ ไปจนถึงธุรกิจบริการระดับท้องถิ่น ซึ่งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ 2. การยกระดับ Soft Power ผ่านกลยุทธ์ Destination Branding การนำเสนอคอนเซปต์ Slow Living คือการสื่อสารภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ









