Skip links

Events

Tags

กรุงเทพฯ เตรียมเป็นเวทีใหญ่ต้านสแกมเมอร์ระดับเอเชีย! GASA ผนึก Gogolook และ Meta รับมือภัยหลอกลวงข้ามชาติและ AI

เมื่อกลโกงออนไลน์ไม่ได้หยุดอยู่แค่พรมแดนประเทศ การรับมือจึงไม่อาจเป็นหน้าที่ของใครเพียงฝ่ายเดียว GASA จับมือ Gogolook และ Meta เตรียมจัด Global Anti-Scam Summit Asia 2026 ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ระดมความร่วมมือจากภาครัฐ เอกชน และผู้เชี่ยวชาญทั่วภูมิภาค เพื่อหาทางสกัดเครือข่ายสแกมเมอร์ที่กำลังทวีความซับซ้อน พร้อมเปิดรายงานสถานการณ์ภัยหลอกลวงในไทยและเอเชียประจำปี 2026 ภัยหลอกลวงออนไลน์กำลังกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของโลกดิจิทัล โดยเฉพาะเมื่อขบวนการสแกมเมอร์ไม่ได้จำกัดการทำงานอยู่เพียงประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายข้ามพรมแดน ใช้ทั้งโทรศัพท์ ข้อความ แพลตฟอร์มออนไลน์ และเทคโนโลยี AI เป็นเครื่องมือเข้าถึงเหยื่อ ทำให้การป้องกันและปราบปรามจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนมากกว่าที่เคย ด้วยเหตุนี้ Global Anti-Scam Alliance (GASA) องค์กรพันธมิตรต่อต้านกลโกงระดับโลก จึงร่วมมือกับ Gogolook ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน Whoscall และ Meta เตรียมจัดการประชุม Global Anti-Scam Summit Asia 2026 ขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 10–11 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้เกี่ยวข้องจากทั่วเอเชียได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และแนวทางรับมืออาชญากรรมออนไลน์ การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นโดย GASA ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยได้รับการสนับสนุนจาก Gogolook, Meta, Google, Trend Micro, CUBE AI และ Outseer พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม บริษัทเทคโนโลยี นักวิจัย และภาคประชาสังคม นอกจากนี้ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ยังมีกำหนดกล่าวปาฐกถาเปิดการประชุม เพื่อสะท้อนบทบาทและแนวทางของประเทศไทยในการรับมือภัยดิจิทัลที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค เมื่อสแกมเมอร์ทำงานข้ามชาติ การป้องกันก็ต้องข้ามพรมแดน โยริจ อับราฮัม (Jorij Abraham) กรรมการผู้จัดการ Global Anti-Scam Alliance (GASA) อธิบายว่า ปัจจุบันเครือข่ายสแกมเมอร์ดำเนินงานข้ามพรมแดนและใช้ช่องทางที่หลากหลายในการหลอกลวงผู้คน การรับมือจึงต้องเชื่อมโยงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
Tags

ไทยขึ้นแท่น “ฮับอวกาศอาเซียน” จัดประชุมระดับโลก “10th Global Moon Village Workshop & Symposium 2026” ปูทางตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์

26 ตุลาคม 2569 –สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ร่วมกับ Moon Village Association: MVA เปิดงานประชุมวิชาการและการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับโลก “10th Global Moon Village Workshop & Symposium 2026” อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ณ ห้องประชุม MR 1–3 ชั้น 7 ไอคอนสยาม ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร ต้อนรับผู้นำองค์กรอวกาศ นักวิจัย วิศวกร และผู้ประกอบการ New Space กว่าหลายร้อยชีวิตจากทั่วทุกมุมโลกร่วมงาน ดร.ปกรณ์ อาภาพันธ์ ผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา งานประชุม Global Moon Village Workshop & Symposium ได้หมุนเวียนไปจัดในศูนย์กลางอวกาศชั้นนำของโลก และในครั้งที่ 10 นี้ ถือเป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายสำคัญในการทำหน้าที่เป็น “Hub ความร่วมมือที่เป็นกลาง” โดยการประชุมในครั้งนี้นับเป็นเวทีประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงผลสำเร็จและความก้าวหน้าเชิงประจักษ์ของการสำรวจอวกาศยุคใหม่ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของมนุษยชาติในการเดินทางกลับสู่ดวงจันทร์อย่างจริงจัง ผ่านโครงการสำรวจระดับนานาชาติ เช่น โครงการอาร์เทมิส (Artemis) และโครงการสถานีวิจัยดวงจันทร์นานาชาติ (ILRS) ของจีน โดยประเทศไทยบรรลุเป้าหมายสำคัญในการทำหน้าที่เชื่อมโยงมหาอำนาจด้านอวกาศ ทั้งจากสหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป และญี่ปุ่น ตลอดจนหน่วยงานอวกาศชั้นนำของโลก อาทิ NASA, ESA, JAXA, DSEL และ APRSAF มาร่วมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี ยุทธศาสตร์ และกำหนดทิศทางอนาคตการตั้งถิ่นฐานบนดวงจันทร์ร่วมกันโดยไม่มีข้อจำกัดทางภูมิรัฐศาสตร์ การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน MVA ครั้งที่ 10 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นการยืนยันศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและยุทธศาสตร์อวกาศแห่งอาเซียน เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้ได้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างรอบด้าน ทั้ง ความก้าวหน้าเชิงเทคโนโลยีของคนไทย จากนักวิจัยและวิศวกรไทยที่ได้นำเสนอความพร้อมในการพัฒนาเครือข่ายสถานีภาคพื้นดิน เพื่อรองรับการสื่อสารในภารกิจห้วงอวกาศลึกและดวงจันทร์ ความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมในการผลิตชิ้นส่วนอวกาศและเพย์โหลด (Payload) ฝีมือคนไทย
Tags

“Thailand Space Expo 2026” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอวกาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ

ทำไม? ประเทศไทยจึงพร้อมเป็นจุดเชื่อมความร่วมมือด้านอวกาศของอาเซียน ประเทศในอาเซียนเผชิญโจทย์ร่วมกันหลายด้าน ตั้งแต่ภัยพิบัติข้ามพรมแดน ความมั่นคงทางอาหาร การบริหารน้ำ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไปจนถึงความต้องการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ข้อมูลและเทคโนโลยีอวกาศสามารถช่วยตอบโจทย์เหล่านี้ได้ แต่ไม่มีประเทศใดจำเป็นต้องพัฒนาทุกความสามารถเพียงลำพัง ในบริบทนี้ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ทำหน้าที่เป็นกลไกเชื่อมความพร้อมของไทยกับข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญ โครงสร้างพื้นฐาน เงินทุน และเครือข่ายนโยบายของภูมิภาคให้ทำงานร่วมกัน ดร.ณัฐวัฒน์ หงส์กาญจนกุล ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเศรษฐกิจอวกาศ สำนักงานพัฒนา เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กล่าวว่า ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบในการรับบทดังกล่าวจากฐานการประยุกต์ใช้ภูมิสารสนเทศ ระบบนิเวศธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกว่า 35,600 กิจการ โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและทดสอบ รวมถึงที่ตั้งซึ่งเชื่อมโยงตลาดอาเซียนกับพันธมิตรในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป และอเมริกา สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การประกาศว่าไทยเป็น “ฮับ” แต่คือการพิสูจน์ว่าไทยสามารถเปลี่ยนการพบปะระหว่างประเทศให้เป็นโครงการร่วม ผลลัพธ์ร่วม และโอกาสลงทุนที่ติดตามต่อได้ ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 นี้ นับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการอวกาศไทย กับการเป็นศูนย์กลางการจัดงานมหกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศระดับนานาชาติแห่งปี 3 งานยักษ์ใหญ่ระดับโลกไว้ในคราวเดียวกัน ได้แก่ Thailand Space Expo 2026, Asia-Pacific Regional Space Agency Forum ครั้งที่ 32 (APRSAF-32) และ Moon Village Association Workshop and Symposium ครั้งที่ 10 ซึ่งการเชื่อมทั้ง 3 งานเข้าด้วยกันในประเทศไทยครั้งนี้ ไม่ได้เพียงขับเคลื่อนเฉพาะเทคโนโลยีอวกาศของไทย แต่กำลังเชื่อมนโยบาย พันธมิตร การลงทุน และการพัฒนาคน เพื่อเปิดทางให้ประเทศไทยสู่การเป็น “ASEAN Space Gateway” “Thailand Space Expo 2026” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมอวกาศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศ ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Space Synergy ที่รวมพลังภาควิชาการ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเปิดมุมมองว่าอวกาศคือ เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) งานนี้จัดโดย GISTDA ร่วมกับกระทรวง
Tags

เตนล์–เอส ชวนรวมพลังเชียร์ทัพไทย! เปิด 20th Asian Games Playground ที่สามย่านมิตรทาวน์

เตนล์–เอส ชวนเชียร์ทัพไทยกลางสามย่าน! เปิด 20th Asian Games Playground ดูกีฬาและร่วมกิจกรรมฟรี เมื่อการเชียร์กีฬาไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าจอที่บ้าน “20th Asian Games Playground@Samyan Mitrtown” จึงชวนแฟนกีฬาออกมารวมตัว ทดลองเล่น และส่งแรงใจให้ทัพไทยไปด้วยกัน การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน เปิดพื้นที่ “20th Asian Games Playground@Samyan Mitrtown” ณ สามย่านมิตรทาวน์ ภายใต้แคมเปญ #มากกว่ามหกรรมกีฬา ALL IN ASIAN GAMES เพื่อต้อนรับการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 และเอเชียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่ไอจิ–นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น พื้นที่แห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นทั้งลานเชียร์และลานกิจกรรมกีฬาใจกลางเมือง เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสบรรยากาศของมหกรรมกีฬาระดับเอเชียใกล้ตัวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนั่งลุ้นการแข่งขันบนจอขนาดใหญ่ หรือการลองเล่นกีฬาผ่านกิจกรรมที่ผสมความสนุก เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน เตนล์–เอส ส่งต่อพลังเชียร์ในวันเปิดงาน อีกหนึ่งสีสันของงานคือการปรากฏตัวของ เตนล์ ชิตพล ลี้ชัยพรกุล และ เอส ศุภ สง่าวรวงศ์ สองตัวแทนคนรุ่นใหม่ของแคมเปญ ที่ขึ้นเวทีดวลกันในเกม Tennis Nintendo ท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟน ๆ และผู้ร่วมงาน เตนล์ร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬาที่กำลังมุ่งไปสู่เป้าหมายของตัวเอง พร้อมชวนทุกคนสนุกกับการเชียร์เอเชียนเกมส์ในฐานะความทรงจำร่วมกันของผู้คนทั่วเอเชีย ขณะที่เอส ซึ่งเคยเป็นนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย ถ่ายทอดมุมมองของคนที่เคยผ่านความทุ่มเทในสนาม และชวนแฟนกีฬามาร่วมส่งพลังให้ทัพไทยในบทบาทของกองเชียร์ นอกจากทั้งสองคนแล้ว แคมเปญยังมีตัวแทนจากวงการกีฬา ได้แก่ นาตาลี นาคประเสริฐ นักกีฬาพาเดลทีมชาติไทย และ บูม กษิดิศ สำเร็จ นักเทนนิสชายไทย ซึ่งตามข้อมูลในข่าวประชาสัมพันธ์ ทั้งคู่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในฐานะนักกีฬาทีมชาติไทยที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว มาเชียร์ก็ได้ มาลองเล่นกีฬาก็สนุก ภายใน Playground มีกิจกรรมให้ผู้ร่วมงานได้ขยับตัวและลองเล่นกีฬาหลายรูปแบบ ทั้ง PADEL WALL-BOUNCE CHALLENGE สำหรับทำความรู้จักกีฬาพาเดล, กิจกรรมแบดมินตันผ่านจอขนาดใหญ่, RUNNING CHALLENGE ที่มีโหมดการวิ่งให้ทดลอง และ

Data เยอะไม่ได้แปลว่าตัดสินใจแม่น เมื่อ TCEB ปั้น “MICE Super Platform” เปลี่ยนข้อมูลให้เป็นแต้มต่อทางธุรกิจ

เมื่อการแข่งขันไม่ได้วัดกันแค่ว่า “ใครมีข้อมูลมากกว่า” แต่คือใครมองเห็นโอกาสจากข้อมูลได้เร็วกว่า TCEB จึงปรับ MICE Intelligence Center สู่ “MICE Super Platform” เชื่อมข้อมูล เครื่องมือวิเคราะห์ และบริการดิจิทัลไว้ในที่เดียว หวังช่วยให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนจากการตัดสินใจด้วยความเคยชิน ไปสู่การตัดสินใจที่มีข้อมูลรองรับมากขึ้น ทุกวันนี้ธุรกิจแทบไม่เคยขาด Data แต่สิ่งที่ยังขาดคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อมูลไหนเชื่อได้ ข้อมูลไหนยังไม่หมดอายุ และข้อมูลไหนมากพอที่จะทำให้เรากล้าตัดสินใจ สำหรับธุรกิจ MICE คำถามนี้ยิ่งสำคัญ เพราะการจัดงานหนึ่งครั้งมีทั้งงบประมาณ เวลา และคนจำนวนมากเป็นเดิมพัน จะจัดงานที่เมืองไหนดี ช่วงไหนเหมาะที่สุด กลุ่มเป้าหมายมีมากพอหรือไม่ พื้นที่มีความพร้อมแค่ไหน งานจะสร้างเงินหมุนเวียนได้เท่าไร และถ้าจะเดินเข้าไป Pitch ลูกค้าหรือสปอนเซอร์ เรามีอะไรยืนยันนอกจากประสบการณ์กับคำว่า “คิดว่าน่าจะเวิร์ก” นี่เป็นหนึ่งในโจทย์ที่สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) กำลังพยายามแก้ ผ่านการปรับ MICE Intelligence Center สู่ “MICE Super Platform” ซึ่งเปิดตัวเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 แนวคิดหลักคือการนำข้อมูลอุตสาหกรรม เครื่องมือวิเคราะห์ และบริการดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานมาเชื่อมไว้ในระบบเดียว ตั้งแต่การหาโอกาสทางธุรกิจ วิเคราะห์ตลาด เลือกพื้นที่ ประเมินความคุ้มค่า ไปจนถึงการวัดผลหลังจบงาน แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าการเปิดตัวแพลตฟอร์มใหม่ คือโจทย์ใหญ่ที่อยู่ข้างหลังว่า ในวันที่ข้อมูลมีอยู่เต็มโลก จะทำอย่างไรให้ Data เหล่านั้นกลายเป็นข้อมูลที่ “ใช้ตัดสินใจได้จริง” Data เยอะขึ้น แต่ Signal อาจไม่ได้เยอะตาม หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงบนเวทีเสวนาคือ ความรู้สึกของคนทำธุรกิจในปัจจุบันที่แทบไม่กล้าตัดสินใจเรื่องสำคัญโดยไม่มีข้อมูลรองรับ เพราะต้นทุนของการตัดสินใจผิดสูงขึ้น ขณะที่ตลาด เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนเร็วกว่าเดิมมาก ฟังเผิน ๆ เราอาจคิดว่านี่คือยุคทองของข้อมูล เพราะไม่ว่าจะอยากรู้อะไร เพียงค้นหาไม่กี่นาทีก็เจอตัวเลข รายงาน หรือบทวิเคราะห์นับไม่ถ้วน แต่ปัญหาคือ Data ที่มากขึ้น ไม่ได้แปลว่า Data ที่ใช้ได้จริงจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน สิ่งที่คนทำธุรกิจต้องทำให้ได้คือแยกให้ออกว่าอะไรคือ Signal และอะไรเป็นเพียง Noise
Tags

“MEGA We care จัดกิจกรรมเต้นแอโรบิกครั้งใหญ่ ร่วมกับ หลิง – ออม“

บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA We care ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยา ด้วยมาตรฐานการผลิตยาระดับ World Class ส่งออกจำหน่ายกว่า 38 ประเทศทั่วโลก แท็กทีมสองสาวสุดฮอต “หลิงหลิง คอง” และ “ออม กรณ์นภัส” จัดงานกิจกรรมเต้นแอโรบิกครั้งยิ่งใหญ่ ในงาน LingOrm X Caremitment  “The Care Together Record” เพื่อสร้างสถิติการดูแลตัวเองร่วมกับแฟนๆ จากทั่วทุกมุมโลก เภสัชกรหญิง ดวงนภา ตงศิริ ประธานบริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจ  จากสถิติพบว่า วัยรุ่น-วัยทำงาน ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี มีความเสี่ยงเป็น “เบาหวาน” เพิ่มสูงขึ้น 45 เท่า และ มีแนวโน้มของภาวะโรคอ้วนสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ชีวิตในประจำวัน ทั้งการนั่งจ้องจอ นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ และ จากการ “ขยับตัวน้อยลง” เป็นสาเหตุให้คนไทยที่อายุยังน้อย เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เร็วขึ้น MEGA We care (เมก้า วี แคร์) จึงชวนคนไทยหันมาขยับร่างกายมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)  ที่นับวันยิ่งพบมาก ในกลุ่มคนอายุน้อยลงเรื่อยๆ พร้อมย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยผลิตภัณฑ์ทุกตัว ต้องมีผลวิจัยทางคลินิกรับรอง และ ผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐานการผลิตในระดับสากล พร้อมจัดทีม Personal Consultant และ เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำแนะนำ ทั้งนี้ การเปิดตัว “หลิง-ออม” ถือเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คู่แรกของ MEGA We care (เมก้า วี แคร์) ในรอบ 35 ปี สะท้อนการปรับกลยุทธ์การสื่อสารของแบรนด์
Tags

“นูโว” คัมแบ็กคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 7 ปี ย้อนเวลาสู่ Original Icon ยุค 90

งานนี้เริ่มอุ่นเครื่องตั้งแต่บ่ายสาม ด้วยเซตเพลงเก๋าวันแรกจาก DJ. โด๋ว มรกต โกมลบุตร และวันที่สองกับ ‘พี่ป๋อง-เรือจ้าง’ อาวุธลับของวง ในฐานะ ‘นูโวคนที่ 7’ ก่อนจะเปิดตัวสมาชิกทั้ง 6 คน ที่ออกมาด้วยเพลงรวดเดียวจบ ทั้ง “คึกคักบ่อยเลย”, “เพื่อนกับพ่อ”, “กวีบทเก่า”, “นิยามรัก” และ “สองคนในร่างเดียว” ราวกับย้อนไปสมัยวัยซะรุ่น ยังไงยังงั้น จากนั้นเริ่มเพิ่มความมันส์ ด้วยตำนาน Rock n’ Roll ตลอดกาล ‘พี่โป่ง-หินเหล็กไฟ’ ที่ขึ้นมาร่วมร้องในเพลง “หลงกล” พาแฟนเพลงแหกปากกันให้ลั่นฮอล และค่อยสลับพักอารมณ์กับเกิร์ลกรุ๊ปยุคยุคเบิก ‘สาว สาว สาว’ ด้วยเพลง “ประตูใจ” พาคนดูย้อนรำลึกปรากฏการณ์ ‘แอม-แหม่ม-ปุ้ม’ อีกครั้ง เชื่อเถอะว่าค่ำคืนนี้ ไม่ว่าผู้ชมจะอายุเท่าไหร่ แต่ก็ฟีลไลค์หนุ่มสาวกันทุกคน ใช่ไหมล่ะ? ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากเพลงฮิตอมตะแล้ว พี่ๆ นูโวยังหยิบเอาเพลงหน้า B หาฟังยาก ที่ไม่ค่อยได้เล่นที่ไหนมาโชว์สดๆ อย่าง “ปล่อยไปตามลมเลย”, “ไม่มีคำตอบ”, “เกี่ยว” ไปจนถึง “บุญคุณปูดำ” เอาให้คุ้มค่าทุกนาทีเลยทีเดียว แต่ซีนที่เรียกเสียงฮือฮาและกลายเป็นไฮไลท์เด็ดของงาน คือช่วงที่สมาชิกแต่ละคนนำเพลงดังของคนอื่นมาร้อง โดยเฉพาะช่วงที่ ‘พี่ก้อง-สหรัถ’ กำลังร้องเพลง “ก็เคยสัญญา” และเมื่อท่อนโซโล่สิ้นสุดลง ร็อกสตาร์ระดับประเทศอย่าง ‘เสก-โลโซ’ ก็เดินออกมา featuring กับนูโว ด้วยเพลงของลูกพี่ใหญ่ ถ้าไม่ใช่เพลงของ ‘อัสนี’ ก็ไม่รู้ว่าเลงไหนจะเหมาะไปกว่านี้แล้วจริงๆ ช่วงท้ายโชว์ นูโวดึงอารมณ์กลับมาด้วยความซาบซึ้งผ่าน VTR ย้อนรอยยุค “โลกดนตรี” ขนเพลงรักเรียกน้ำตามาแบบจัดเต็มทั้ง “ไม่เป็นไรเลย”, “ลึกสุดใจ”, “โง่งมงาย” และ “หมดคำถาม” โดยในท่อนฮุกของเพลง “ลึกสุดใจ” ก่อนจะปิดท้ายด้วยเมดเล่ย์ Disco Duck ย้อนวันวาน ขนแขกรับเชิญทั้งหมด ทั้ง เสก โลโซ – โป่ง หินเหล็กไฟ – สาว สาว
Tags

“eFootball™ World Festival” ระเบิดความมันส์ใจกลางกรุงเทพฯ KONAMI เผยบิ๊กอัปเดตเอาใจแฟนบอลชาวไทย พร้อมปิดฉากศึกชิงแชมป์โลก eFootball™ Championship 2026 World Finals อย่างยิ่งใหญ่

โคนามิ ดิจิทัล เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ (KONAMI Digital Entertainment) จัดงาน “eFootball™ World Festival in Bangkok” มหกรรมสำหรับแฟนเกมฟุตบอล eFootball™ สุดยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกับสาวกเกมฟุตบอล eFootball™ พร้อมเปิดตัวบิ๊กอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับตลาดไทย และถ่ายทอดสดรายการพิเศษ “eFootball™ CONNECT in World Festival” เผยทิศทางและข้อมูลล่าสุดของตัวเกมไปสู่สายตาแฟนกีฬาอีสปอร์ตทั่วโลก เปิดตัวบิ๊กเซอร์ไพรส์ ยกระดับประสบการณ์เพื่อแฟนบอลชาวไทย ไฮไลต์สำคัญของงาน สร้างความฮือฮาสำหรับแฟน eFootball™ เมื่อ KONAMIประกาศเพิ่มระบบเสียงพากษ์ไทยและบรรยายการแข่งขันภาษาไทยเข้าไปในเกม เพื่อยกระดับประสบการสำหรับผูเล่นชาวไทยให้ได้อรรถรสมากขึ้น พร้อมประกาศความร่วมมือกับ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตำนานนักฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งจะปรากฏตัวในเกม eFootball™ เป็นครั้งแรกในฐานะนักเตะระดับ Legend ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กรรมการกลางและโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้กลับมาปรากฏตัวในเกม eFootball™ อีกครั้ง เพราะทำให้นึกถึงช่วงเวลาการค้าแข้ง พร้อมเชื่อว่าอีสปอร์ตมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับกีฬาฟุตบอล และหวังว่าจะเป็นแรงผลักดันให้เยาวชนหันมาสนใจฟุตบอลและร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลไทยในอนาคต ภายในงาน KONAMI ยังเปิดตัวการแข่งขันอีสปอร์ต “Jay Cup” ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ พร้อมประกาศให้ OHANA ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ร่วมเป็นผู้สนับสนุนพิเศษของการแข่งขัน ตัวแทนจาก OHANA กล่าวว่า eFootball™ ไม่ได้เป็นเพียงเกมฟุตบอล แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของแฟนบอลยุคใหม่ ที่สามารถสร้าง Dream Team และลงแข่งขันกับผู้เล่นจากทั่วโลกได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว เจ – ชนาธิป สรงกระสินธ์ กล่าวว่า หลังจาก Jay Cup ครั้งแรกได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เล่นทั่วประเทศ ก็รู้สึกดีใจที่การแข่งขันจะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ ภายใต้ชื่อ Jay Cup Vol.2 ซึ่งเตรียมความพิเศษไว้มากกว่าเดิม ทั้งกิจกรรมและผู้สนับสนุน พร้อมชวนแฟนเกม eFootball™ ทุกคนมาร่วมแข่งขันและสนุกไปด้วยกัน นายจุนอิจิ ทายะ (Junichi Taya) General Producer ของ eFootball™ กล่าวว่า KONAMI ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา eFootball™ อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเล่นที่ตอบโจทย์ผู้เล่นในทุกภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย พร้อมผลักดันการเติบโตของคอมมูนิตี้ฟุตบอลและอีสปอร์ตให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยหวังให้ eFootball™ เป็นพื้นที่ที่ผู้เล่นทั่วโลกได้สนุกและเติบโตไปด้วยกัน ในช่วงของกิจกรรม “eFootball™ CONNECT in World Festival” KONAMI ได้มีการเปิดตัว     เซร์คิโอ อเกวโร (Sergio Agüero) อดีตยอดกองหน้าระดับตำนานของวงการฟุตบอลโลก ที่จะเข้าร่วมเกม eFootball™ เป็นครั้งแรกในฐานะนักเตะระดับ Legend พร้อมประกาศการกลับมาของ เวย์น รูนีย์ (Wayne Rooney) ตำนานทีมชาติอังกฤษ ที่จะมาพร้อมความสามารถใหม่ภายในเกม และเพื่อร่วมฉลองการจัดงานในครั้งนี้  KONAMI ได้มอบนักเตะระดับ Legend ฟรี 1 คน จากรายชื่อนักเตะระดับตำนานทั้งหมด 11 คน ซึ่งรวมถึง Sergio Agüero และ Wayne Rooney ผ่านกิจกรรมล็อกอิน ซึ่งผู้เล่นยังสามารถรับนักเตะระดับ Legend เพิ่มเติมอีก
Tags

ศึกแห่งศักดิ์ศรีบนแผ่นดินไทย! นักแข่งไทยลุ้นป้องกันแชมป์ในฐานะเจ้าบ้าน ในงาน eFootball™ Championship 2026 World Finals

แม้แฟนบอลชาวไทยยังคงฝันอยากจะเห็นทีมชาติไทย เข้าไปฟาดแข้งบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง ‘ฟุตบอลโลก’ แต่ในโลกของเกมฟุตบอล(ออนไลน์) ประเทศไทยได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะหนึ่งในมหาอำนาจของวงการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา โปรเกมเมอร์สัญชาติไทยตระเวนสร้างชื่อเสียงในการแข่งขันเกมฟุตบอลระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเกมขวัญใจมหาชนอย่าง eFootball™ ซึ่งนักแข่งอย่าง BRU_JEANSUI, Jxmkt, TDKeane และ Michaelx ต่างคว้าแชมป์โลกกันมาแล้วทั้งสิ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่มีผู้เล่นนับล้านคนทั่วโลก บอกได้เลยว่า ประเทศไทยสามารถผลิตนักกีฬาอีสปอร์ตระดับพระกาฬได้อยู่เสมอ เป็นเครื่องยืนยันถึงสถานะของผู้นำแห่งวงการฟุตบอลอีสปอร์ต และในปีนี้ ประเทศไทยกำลังจะกลับมาเป็นศูนย์กลางของเวทีโลกอีกครั้ง เนื่องจากในวันที่ 26 กรกฎาคม นี้ KONAMI กำลังจะจัดการแข่งขัน “eFootball™ Championship 2026 World Finals” ที่กรุงเทพมหานคร โดยรวบรวมนักแข่งระดับหัวแถวของโลก ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาจนเหลือ 36 คน หลังจากแข่งขันในรอบภูมิภาคทั่วโลกมาแล้ว และที่ประเทศไทยนี้ จะเป็นการประชันฝีมือเพื่อช่วงชิงตำแหน่งแชมป์โลกของ eFootball™ อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ตัวแทนนักแข่งของเราในฐานะเจ้าภาพ ก็นับเป็นว่าเป็นตัวตึงของทัวร์นาเมนต์เลยทีเดียว เพราะว่าแชมป์เปี้ยนในปีที่แล้ว ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แต่เป็นคนไทยนี่แหละ ดังนั้น ท่ามกลางเสียงเชียร์จากพี่น้องคนไทยในการแข่งขันปีนี้ จึงต้องมาลุ้นกันว่า นักแข่งของเราจะป้องกันถ้วยแชมป์ในบ้านเกิดของตัวเองได้หรือไม่? และหากกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคอมมูนิตี้คนเล่นเกมฟุตบอลมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้ อีกทั้ง ‘คอมมูฯ ของคนดูบอล’ กับ ‘คอมมูฯ ของคนเล่นเกม’ ก็เหนียวแน่นและแอคทีฟข้ามกันไปมาอยู่ไม่ขาด หากมองในมุมของผู้จัดงาน ไม่มีที่ไหนจะเหมาะสมไปกว่ากรุงเทพฯ อีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภายในงานยังมี “eFootball™ World Festival in Bangkok” เทศกาลสำหรับคอบอลและคอมมูนิตี้ eFootball™ ที่จะจัดขึ้นควบคู่ไปกับการแข่งขัน World Finals โดยไฮไลท์สำคัญคือ การมาเยือนของอดีตกัปตันแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ด เจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลแห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด “Wayne Rooney” ซึ่งจะมาร่วมพบปะแฟนๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยตำนานนักฟุตบอลไทย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และกลุ่มครีเอเตอร์สายฮาอย่าง OHANA ที่จะมาร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจ ผ่านเสน่ห์ของฟุตบอล ความบันเทิง และเกมในงานที่จะถึงนี้ อีกทั้งยังมีกิจกรรม interactive ให้ร่วมสนุกมากมายสำหรับคนรักฟุตบอลทุกวัย ตลอดจนการประกาศความเคลื่อนไหวล่าสุดของ eFootball™
Tags

“SEK LOSO Rebirth” การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของราชา Rock ‘n Roll เมืองไทย

กระหึ่มสมศักดิ์ศรีผ่านพ้นไปอย่างซาบซึ้งและเดือดพล่านกับงาน “SEK LOSO Rebirth” แฟนคอนครั้งแรกและโชว์แรกของ “เสก โลโซ” หลังจากได้รับอิสระและเคลียร์คิวล็อกวันมาเจอกับแฟนๆ เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ MCC Hall The Mall Lifestore Bangkapi โดย CI Showbiz ผู้จัดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีชั้นนำ ยกระดับความมันส์ด้วยเวทีกลางฮอลล์ที่ทำให้แฟนเพลงได้ใกล้ชิด ร็อกได้สุดเสียงจากทุกมุมมอง สานต่อความผูกพัน “เราและนาย” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ บรรยากาศความคึกคักเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย บริเวณหน้าฮอลล์เนืองแน่นไปด้วยแฟนเพลงหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นเก๋าไปจนถึงวัยรุ่นยุคใหม่ที่พร้อมใจมารวมตัวกันอย่างมีพลัง และที่คึกคักเป็นพิเศษคือจุดจำหน่ายของที่ระลึก (Official Merchandise) ที่มีแฟนร็อกมาต่อแถวยาวเหยียดจนล้นพื้นที่ระหว่างรอประตูเปิด ทันทีที่แสงในฮอลล์ค่อยๆ ดับลง เสียงต้อนรับจากแฟนเพลงก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งพื้นที่ ก่อนที่อินโทรของ “เราและนาย” บทเพลงที่มีความหมายกับทั้งศิลปินและแฟนเพลงจะดังขึ้น ขณะเดียวกัน เสก โลโซ ก็ปรากฏตัวพร้อมเดินลงมาทักทายและจับมือแฟนเพลงที่ยืนรออยู่หน้าเวที กลายเป็นการเริ่มต้นคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยความรู้สึกร่วมกันของทุกคนในฮอลล์ ก่อนจะปลุกพลังใจให้ทุกคนลุกขึ้นสู้ในเพลง “ผู้ชนะ” และดึงอารมณ์ดำดิ่งไปกับเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “ฉันหรือเธอ (ที่เปลี่ยนไป)” ความเดือดทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเสียงริฟฟ์กีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นในเพลง “อมพระมาพูด” และส่งต่อพลังบวกใน “รอยยิ้มนักสู้” ก่อนที่ทั้งฮอลล์จะช่วยกันตะโกนร้องเพลงชาติของคนคลั่งรักอย่าง “ใจสั่งมา” จนเสียงดังสนั่น ความสนุกไม่มีผ่อนคันเร่ง พี่เสกสับเกียร์ลุยต่อกับเพลงเนื้อหากระแทกใจอย่าง “สาหัส” แล้วพาแฟนๆ โยกตามจังหวะโจ๊ะๆ ใน “มอเตอร์ไซค์รับจ้าง” พร้อมปลุกพลังความแข็งแกร่งในใจทุกคนด้วยเพลง “เท่อย่างไทย” จากนั้นเข้าสู่ช่วงไฮไลต์และแขกรับเชิญสุดพิเศษ เริ่มด้วยความอบอุ่นในเพลง “แม้ว่า” ที่ได้ เสฏกานต์ ศุขพิมาย (เสือ) หรือ Tg Tiger ลูกชายคนเดียวของ เสก โลโซ มาร่วมฟีเจอริ่งพ่อลูก พร้อมกับ Gunner เติมเต็มสีสันใหม่ๆ บนเวที ต่อด้วยเพลง “ปั่นปึง” ที่ได้ Teddy มาร้องโชว์ ก่อนจะดึงอารมณ์ดนตรีให้ลุ่มลึกขึ้นในเพลง “5 นาที”, “Confused” และสาดพลังความร็อกสไตล์สากลใน “I wanna love