Skip links

Events

Tags

“eFootball™ World Festival” ระเบิดความมันส์ใจกลางกรุงเทพฯ KONAMI เผยบิ๊กอัปเดตเอาใจแฟนบอลชาวไทย พร้อมปิดฉากศึกชิงแชมป์โลก eFootball™ Championship 2026 World Finals อย่างยิ่งใหญ่

โคนามิ ดิจิทัล เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ (KONAMI Digital Entertainment) จัดงาน “eFootball™ World Festival in Bangkok” มหกรรมสำหรับแฟนเกมฟุตบอล eFootball™ สุดยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกับสาวกเกมฟุตบอล eFootball™ พร้อมเปิดตัวบิ๊กอัปเดตครั้งสำคัญสำหรับตลาดไทย และถ่ายทอดสดรายการพิเศษ “eFootball™ CONNECT in World Festival” เผยทิศทางและข้อมูลล่าสุดของตัวเกมไปสู่สายตาแฟนกีฬาอีสปอร์ตทั่วโลก เปิดตัวบิ๊กเซอร์ไพรส์ ยกระดับประสบการณ์เพื่อแฟนบอลชาวไทย ไฮไลต์สำคัญของงาน สร้างความฮือฮาสำหรับแฟน eFootball™ เมื่อ KONAMIประกาศเพิ่มระบบเสียงพากษ์ไทยและบรรยายการแข่งขันภาษาไทยเข้าไปในเกม เพื่อยกระดับประสบการสำหรับผูเล่นชาวไทยให้ได้อรรถรสมากขึ้น พร้อมประกาศความร่วมมือกับ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ตำนานนักฟุตบอลทีมชาติไทย ซึ่งจะปรากฏตัวในเกม eFootball™ เป็นครั้งแรกในฐานะนักเตะระดับ Legend ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กรรมการกลางและโฆษกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้กลับมาปรากฏตัวในเกม eFootball™ อีกครั้ง เพราะทำให้นึกถึงช่วงเวลาการค้าแข้ง พร้อมเชื่อว่าอีสปอร์ตมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่กับกีฬาฟุตบอล และหวังว่าจะเป็นแรงผลักดันให้เยาวชนหันมาสนใจฟุตบอลและร่วมพัฒนาวงการฟุตบอลไทยในอนาคต ภายในงาน KONAMI ยังเปิดตัวการแข่งขันอีสปอร์ต “Jay Cup” ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ พร้อมประกาศให้ OHANA ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ร่วมเป็นผู้สนับสนุนพิเศษของการแข่งขัน ตัวแทนจาก OHANA กล่าวว่า eFootball™ ไม่ได้เป็นเพียงเกมฟุตบอล แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของแฟนบอลยุคใหม่ ที่สามารถสร้าง Dream Team และลงแข่งขันกับผู้เล่นจากทั่วโลกได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียว เจ – ชนาธิป สรงกระสินธ์ กล่าวว่า หลังจาก Jay Cup ครั้งแรกได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้เล่นทั่วประเทศ ก็รู้สึกดีใจที่การแข่งขันจะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ ภายใต้ชื่อ Jay Cup Vol.2 ซึ่งเตรียมความพิเศษไว้มากกว่าเดิม ทั้งกิจกรรมและผู้สนับสนุน พร้อมชวนแฟนเกม eFootball™ ทุกคนมาร่วมแข่งขันและสนุกไปด้วยกัน นายจุนอิจิ ทายะ (Junichi Taya) General Producer ของ eFootball™ กล่าวว่า KONAMI ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา eFootball™ อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเล่นที่ตอบโจทย์ผู้เล่นในทุกภูมิภาค รวมถึงประเทศไทย พร้อมผลักดันการเติบโตของคอมมูนิตี้ฟุตบอลและอีสปอร์ตให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยหวังให้ eFootball™ เป็นพื้นที่ที่ผู้เล่นทั่วโลกได้สนุกและเติบโตไปด้วยกัน ในช่วงของกิจกรรม “eFootball™ CONNECT in World Festival” KONAMI ได้มีการเปิดตัว     เซร์คิโอ อเกวโร (Sergio Agüero) อดีตยอดกองหน้าระดับตำนานของวงการฟุตบอลโลก ที่จะเข้าร่วมเกม eFootball™ เป็นครั้งแรกในฐานะนักเตะระดับ Legend พร้อมประกาศการกลับมาของ เวย์น รูนีย์ (Wayne Rooney) ตำนานทีมชาติอังกฤษ ที่จะมาพร้อมความสามารถใหม่ภายในเกม และเพื่อร่วมฉลองการจัดงานในครั้งนี้  KONAMI ได้มอบนักเตะระดับ Legend ฟรี 1 คน จากรายชื่อนักเตะระดับตำนานทั้งหมด 11 คน ซึ่งรวมถึง Sergio Agüero และ Wayne Rooney ผ่านกิจกรรมล็อกอิน ซึ่งผู้เล่นยังสามารถรับนักเตะระดับ Legend เพิ่มเติมอีก
Tags

ศึกแห่งศักดิ์ศรีบนแผ่นดินไทย! นักแข่งไทยลุ้นป้องกันแชมป์ในฐานะเจ้าบ้าน ในงาน eFootball™ Championship 2026 World Finals

แม้แฟนบอลชาวไทยยังคงฝันอยากจะเห็นทีมชาติไทย เข้าไปฟาดแข้งบนเวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง ‘ฟุตบอลโลก’ แต่ในโลกของเกมฟุตบอล(ออนไลน์) ประเทศไทยได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะหนึ่งในมหาอำนาจของวงการนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา โปรเกมเมอร์สัญชาติไทยตระเวนสร้างชื่อเสียงในการแข่งขันเกมฟุตบอลระดับโลกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเกมขวัญใจมหาชนอย่าง eFootball™ ซึ่งนักแข่งอย่าง BRU_JEANSUI, Jxmkt, TDKeane และ Michaelx ต่างคว้าแชมป์โลกกันมาแล้วทั้งสิ้น ท่ามกลางการแข่งขันที่มีผู้เล่นนับล้านคนทั่วโลก บอกได้เลยว่า ประเทศไทยสามารถผลิตนักกีฬาอีสปอร์ตระดับพระกาฬได้อยู่เสมอ เป็นเครื่องยืนยันถึงสถานะของผู้นำแห่งวงการฟุตบอลอีสปอร์ต และในปีนี้ ประเทศไทยกำลังจะกลับมาเป็นศูนย์กลางของเวทีโลกอีกครั้ง เนื่องจากในวันที่ 26 กรกฎาคม นี้ KONAMI กำลังจะจัดการแข่งขัน “eFootball™ Championship 2026 World Finals” ที่กรุงเทพมหานคร โดยรวบรวมนักแข่งระดับหัวแถวของโลก ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาจนเหลือ 36 คน หลังจากแข่งขันในรอบภูมิภาคทั่วโลกมาแล้ว และที่ประเทศไทยนี้ จะเป็นการประชันฝีมือเพื่อช่วงชิงตำแหน่งแชมป์โลกของ eFootball™ อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ตัวแทนนักแข่งของเราในฐานะเจ้าภาพ ก็นับเป็นว่าเป็นตัวตึงของทัวร์นาเมนต์เลยทีเดียว เพราะว่าแชมป์เปี้ยนในปีที่แล้ว ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกล แต่เป็นคนไทยนี่แหละ ดังนั้น ท่ามกลางเสียงเชียร์จากพี่น้องคนไทยในการแข่งขันปีนี้ จึงต้องมาลุ้นกันว่า นักแข่งของเราจะป้องกันถ้วยแชมป์ในบ้านเกิดของตัวเองได้หรือไม่? และหากกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคอมมูนิตี้คนเล่นเกมฟุตบอลมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้ อีกทั้ง ‘คอมมูฯ ของคนดูบอล’ กับ ‘คอมมูฯ ของคนเล่นเกม’ ก็เหนียวแน่นและแอคทีฟข้ามกันไปมาอยู่ไม่ขาด หากมองในมุมของผู้จัดงาน ไม่มีที่ไหนจะเหมาะสมไปกว่ากรุงเทพฯ อีกแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น ภายในงานยังมี “eFootball™ World Festival in Bangkok” เทศกาลสำหรับคอบอลและคอมมูนิตี้ eFootball™ ที่จะจัดขึ้นควบคู่ไปกับการแข่งขัน World Finals โดยไฮไลท์สำคัญคือ การมาเยือนของอดีตกัปตันแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ด เจ้าของสถิติดาวยิงสูงสุดตลอดกาลแห่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด “Wayne Rooney” ซึ่งจะมาร่วมพบปะแฟนๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมด้วยตำนานนักฟุตบอลไทย “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และกลุ่มครีเอเตอร์สายฮาอย่าง OHANA ที่จะมาร่วมสร้างช่วงเวลาแห่งความประทับใจ ผ่านเสน่ห์ของฟุตบอล ความบันเทิง และเกมในงานที่จะถึงนี้ อีกทั้งยังมีกิจกรรม interactive ให้ร่วมสนุกมากมายสำหรับคนรักฟุตบอลทุกวัย ตลอดจนการประกาศความเคลื่อนไหวล่าสุดของ eFootball™
Tags

“SEK LOSO Rebirth” การกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของราชา Rock ‘n Roll เมืองไทย

กระหึ่มสมศักดิ์ศรีผ่านพ้นไปอย่างซาบซึ้งและเดือดพล่านกับงาน “SEK LOSO Rebirth” แฟนคอนครั้งแรกและโชว์แรกของ “เสก โลโซ” หลังจากได้รับอิสระและเคลียร์คิวล็อกวันมาเจอกับแฟนๆ เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ MCC Hall The Mall Lifestore Bangkapi โดย CI Showbiz ผู้จัดคอนเสิร์ตและเทศกาลดนตรีชั้นนำ ยกระดับความมันส์ด้วยเวทีกลางฮอลล์ที่ทำให้แฟนเพลงได้ใกล้ชิด ร็อกได้สุดเสียงจากทุกมุมมอง สานต่อความผูกพัน “เราและนาย” ได้อย่างสมบูรณ์แบบ บรรยากาศความคึกคักเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ช่วงบ่าย บริเวณหน้าฮอลล์เนืองแน่นไปด้วยแฟนเพลงหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่รุ่นเก๋าไปจนถึงวัยรุ่นยุคใหม่ที่พร้อมใจมารวมตัวกันอย่างมีพลัง และที่คึกคักเป็นพิเศษคือจุดจำหน่ายของที่ระลึก (Official Merchandise) ที่มีแฟนร็อกมาต่อแถวยาวเหยียดจนล้นพื้นที่ระหว่างรอประตูเปิด ทันทีที่แสงในฮอลล์ค่อยๆ ดับลง เสียงต้อนรับจากแฟนเพลงก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งพื้นที่ ก่อนที่อินโทรของ “เราและนาย” บทเพลงที่มีความหมายกับทั้งศิลปินและแฟนเพลงจะดังขึ้น ขณะเดียวกัน เสก โลโซ ก็ปรากฏตัวพร้อมเดินลงมาทักทายและจับมือแฟนเพลงที่ยืนรออยู่หน้าเวที กลายเป็นการเริ่มต้นคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยความรู้สึกร่วมกันของทุกคนในฮอลล์ ก่อนจะปลุกพลังใจให้ทุกคนลุกขึ้นสู้ในเพลง “ผู้ชนะ” และดึงอารมณ์ดำดิ่งไปกับเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “ฉันหรือเธอ (ที่เปลี่ยนไป)” ความเดือดทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเสียงริฟฟ์กีตาร์อันเป็นเอกลักษณ์ดังขึ้นในเพลง “อมพระมาพูด” และส่งต่อพลังบวกใน “รอยยิ้มนักสู้” ก่อนที่ทั้งฮอลล์จะช่วยกันตะโกนร้องเพลงชาติของคนคลั่งรักอย่าง “ใจสั่งมา” จนเสียงดังสนั่น ความสนุกไม่มีผ่อนคันเร่ง พี่เสกสับเกียร์ลุยต่อกับเพลงเนื้อหากระแทกใจอย่าง “สาหัส” แล้วพาแฟนๆ โยกตามจังหวะโจ๊ะๆ ใน “มอเตอร์ไซค์รับจ้าง” พร้อมปลุกพลังความแข็งแกร่งในใจทุกคนด้วยเพลง “เท่อย่างไทย” จากนั้นเข้าสู่ช่วงไฮไลต์และแขกรับเชิญสุดพิเศษ เริ่มด้วยความอบอุ่นในเพลง “แม้ว่า” ที่ได้ เสฏกานต์ ศุขพิมาย (เสือ) หรือ Tg Tiger ลูกชายคนเดียวของ เสก โลโซ มาร่วมฟีเจอริ่งพ่อลูก พร้อมกับ Gunner เติมเต็มสีสันใหม่ๆ บนเวที ต่อด้วยเพลง “ปั่นปึง” ที่ได้ Teddy มาร้องโชว์ ก่อนจะดึงอารมณ์ดนตรีให้ลุ่มลึกขึ้นในเพลง “5 นาที”, “Confused” และสาดพลังความร็อกสไตล์สากลใน “I wanna love

บทเรียน Soft Power ในทัวร์นาเมนต์ World Cup เวทีแสดงความเป็นเจ้าโลกนอกการแข่งขัน

ฟุตบอลโลก สุดยอดมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังกลับมาแล้ว แน่นอนว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในทัวร์นาเมนต์นี้ ย่อมส่งผลไปทั่วโลก ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่านิยม ประเพณี วิธีคิด วัฒนธรรม ฯลฯ ที่จะอยู่ในสายตาและความทรงจำของผู้คนทุกหนแห่ง ดีไม่ดีอาจเป็นภาพสะท้อนที่สร้างชื่อเสียงให้แก่บ้านเกิด แต่จะเป็นในแง่บวกหรือในแง่ลบนั้นก็อีกเรื่อง  สิ่งที่แสดงเรื่องนี้ได้ชัดเจนที่สุด อันดับแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องในสนาม เอกลักษณ์ทีม เริ่มจากทีมเต็ง 2026 อย่างฝรั่งเศส หนึ่งในทีมที่มีความหลากหลายทางถิ่นที่มามากที่สุด สะท้อนถึงนโยบายของรัฐที่โอบรับผู้อพยพ คนลี้ภัยจากต่างถิ่น พร้อมทั้งรวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ธงชาติตราไก่ กระทั่งเป็นทีมที่คู่ต่อสู้ต้องหวาดหวั่น แต่ในทางตรงกันข้าม เมื่อเปิดรับคนหลายชาติพันธุ์เช่นนี้ ก็ย่อมนำไปสู่เสียงวิจารณ์ และไหนจะคำก่นด่ายามที่ทีมเข้าสู่ความผิดหวัง ประเด็นถิ่นกำเนิดนี้ก็มักจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่ถูกหยิบมารุมทึ้งตัวนักเตะจนเกิดปัญหามาหลายครั้งแล้วเช่นกัน  แต่สำหรับการเป็นดินแดนที่เปิดรับความแตกต่าง และมาตรฐานทีมฟุตบอลระดับท็อปในเวทีโลก สิ่งนี้ก็สร้างมโนทัศน์ที่ชาวต่างชาติมองไปยังฝรั่งเศสในทางที่ดีได้ไม่น้อยทีเดียว มาที่ฝั่งเอเชียอย่างเกาหลีใต้ เพราะย้อนกลับไปในปี 2002 ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพร่วมกับญี่ปุ่น แต่ทว่า เกาหลีใต้ถูกครหาเรื่อง ‘วิชามาร’ ในสนาม จนเป็นชนักติดตัวที่หักล้างยังไงก็ไม่ออก ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงนั้นทีมโสมขาวโดนวิจารณ์หนักมากจริงๆ และเป็นเช่นนั้นอยู่หลายปี จนในระยะหลังมานี้เอง ที่ฟุตบอลเกาหลีสามารถพิสูจน์ความเป็นมืออาชีพ ในช่วงเดียวกับที่สถาปนา K-POP ให้กลายเป็นเจ้าแห่งความบันเทิงของโลกตะวันออก สำหรับวงการฟุตบอล ก็มีทั้งเรื่องเพลง และชุดประจำทีม ที่เรามักจะเห็นความร่วมมือข้ามวงการอยู่บ่อยๆ เช่น เพลงเชียร์พิเศษจากไอดอลตัวท็อป หรือเสื้อแข่งที่ศิลปินเอาไปใส่ออกงาน ฯลฯ สิ่งที่เราได้เห็นคือ ค่านิยมอันเปลี่ยนแปลงไปของคนเกาหลี มหกรรมฟุตบอลโลกจึงเป็นอีกหนึ่งเวทีที่คนโคเรียจะได้โชว์ศักยภาพของคนในวงการต่างๆ ให้โลกได้เห็น เมื่อพูดถึงเอเชียแล้วญี่ปุ่นก็ใช่ย่อย เพราะตลอด 10 ปีหลังมานี้ ดาวเตะแดนอาทิตย์อุทัยย้ายไปค้าแข้งที่ยุโรปกันเป็นล่ำเป็นสัน กระทั่ง 11 ตัวจริงทีมชาติญี่ปุ่น ณ ปัจจุบัน เป็นขุนพลของทีมในยุโรปทั้งนั้น คือวงการฟุตบอลญี่ปุ่นพัฒนาระบบเยาวชนให้แข็งแรงได้จริงๆ และความมีระเบียบวินัย ถือเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งเรื่องในสนาม และนอกสนาม เห็นได้จากระบบการเล่นที่ระเบียบเป๊ะสุดๆ คือทั้งเกมรุก-เกมรับ แทบจะไม่มีใครแตกแถวหรือเล่นเพื่อตัวเองกันเลย ทุกอย่างเป็นไปตามระบบทีมทุกระเบียบนิ้ว   ที่สำคัญคือวัฒนธรรมของคน บ่อยครั้งที่เรามักจะเห็นภาพห้องแต่งตัวของทีมญี่ปุ่นที่ถูกจัดให้สวยงาม สะอาดสะอ้านเมื่อแข่งเสร็จ รวมไปถึงโซนแฟนบอลที่รักษาระเบียบตรงนี้ไม่ต่างกัน แถมยังมีทีเด็ดที่อนิเมะ ปีก่อนก็เอาชุดแข่งจากการ์ตูน Blue Lock มาใช้ในชีวิตจริง ปีนี้จะมามุกไหนก็รอดูกัน ประเด็นต่อมาที่ช่วยสร้างผลประโยชน์ให้แก่ชาติต่างๆ ได้มากก็คือ ประเทศเจ้าภาพ ย้อนกลับไปปี 2018 รัสเซียเป็นเจ้าภาพจัดเวิลด์คัพในครั้งนั้น นอกจากจะได้โชว์ศักยภาพในประเทศ ทั้งระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อกัน รถไฟฟรีสำหรับผู้ถือตั๋วบอล
Tags

บราเดอร์ x อิ้งค์ วรันธร บุกตลาดไลฟ์สไตล์ จัดคอนเสิร์ตทัวร์ทั่วไทย

ในยุคที่เทคโนโลยีไม่ใช่แค่เครื่องมือการทำงาน แต่คือส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และการแสดงออกถึงตัวตน บราเดอร์ (Brother) ผู้นำนวัตกรรมเครื่องพิมพ์ระดับโลก จึงตัดสินใจก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ สู่การเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงใจผู้บริโภคมากขึ้น ล่าสุดเปิดตัวแคมเปญใหญ่แห่งปี “Brother Ink Tank ที่อิ้งค์เลือก” โดยได้เจ้าหญิงแห่งวงการซินธ์ป๊อปอย่าง “อิ้งค์-วรันธร เปานิล” มาเป็นพรีเซนเตอร์สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ที่สดใส ทันสมัย และใกล้ชิดกับผู้คนมากกว่าที่เคย จาก “At Your Side” สู่การเคียงข้างในทุกไลฟ์สไตล์ (Every Side of Life) การขยับตัวครั้งนี้ของบราเดอร์ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนหน้าหนัง แต่เป็นการตอกย้ำแนวคิด “At Your Side, Every Side of Life” ที่ต้องการเชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับทุกจังหวะชีวิต ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักศึกษาที่ต้องการพิมพ์ชีทเรียน คนทำงานรุ่นใหม่ที่ต้องทำโปรเจกต์ หรือผู้ประกอบการ SME ที่กำลังสร้างฝัน นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า เป้าหมายของแคมเปญนี้คือการทำให้บราเดอร์เป็นมากกว่าเครื่องพิมพ์ที่น่าเชื่อถือ แต่ต้องเป็นแบรนด์ที่ “เข้าใจ” และ “อยู่เคียงข้าง” ในทุกโมเมนต์สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาจริงจังหรืองานอดิเรกที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ “อิ้งค์ วรันธร” ตัวแทนของความสมบูรณ์แบบที่เข้าถึงง่าย เหตุผลที่บราเดอร์เลือก “อิ้งค์ วรันธร” มาเป็นหัวหอกในแคมเปญนี้ เพราะคาแรกเตอร์ที่โดดเด่น สดใส และมีความเป็นมืออาชีพแต่เข้าถึงได้ (Approachable) ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติของ Brother Ink Tank ที่เน้นความใช้งานง่าย ทนทาน และมีประสิทธิภาพสูง นอกจากนี้ แคมเปญยังสร้างกระแสผ่านกลยุทธ์ Music Marketing ด้วยการส่งมิวสิกวิดีโอเพลง “แอบรักได้สมบูรณ์แบบ” ซึ่งปัจจุบันมียอดรับชมถล่มทลายกว่า 4 ล้านวิว เนื้อหาเพลงและภาพใน MV สื่อถึงการมี “ใครบางคน” หรือ “บางสิ่ง” คอยซัพพอร์ตอยู่ข้างๆ เสมอ เปรียบเสมือนเครื่องพิมพ์บราเดอร์ที่เป็นผู้ช่วยลับเบื้องหลังความสำเร็จ อิ้งค์ วรันธร เผยเคล็ดลับการทำงาน: “หลายคนเห็นอิ้งค์บนเวที แต่เบื้องหลังอิ้งค์ต้องเตรียมตัวเยอะมาก ทั้งการอ่านสคริปต์บทแสดง
Tags

Thailand Cat Lovers Fair 2026: ปรากฏการณ์ ‘MEOW LAND’ ที่ตอกย้ำพลัง Cat Economy และ Soft Power แมวไทย

จบลงไปแล้วอย่างสวยงามและน่าประทับใจ สำหรับมหกรรมที่คนรักเจ้าเหมียวรอคอยมากที่สุดแห่งปีอย่าง Thailand Cat Lovers Fair 2026 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 – 29 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ อาคาร 5 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตลอดระยะเวลา 3 วันของการจัดงาน พื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตรถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดน “MEOW LAND” ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความอบอุ่น งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่พื้นที่จัดแสดงสินค้าและบริการ แต่ยังเป็นการสร้างสรรค์คอมมูนิตี้ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ของ “ทาสแมว” เข้ากับภาคธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด บรรยากาศสุดคึกคัก ตอกย้ำเทรนด์ Pet Humanization ภาพบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักอย่างล้นหลามจากเหล่าผู้เลี้ยงแมวที่ตบเท้าเข้าร่วมงานพร้อมกับสมาชิกสี่ขาของครอบครัว ความสำเร็จของงานในครั้งนี้สะท้อนผ่านตัวเลขผู้เข้าชมงานที่ทะลุเป้ากว่า 25,000 คน และสามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนภายในงานได้มากกว่า 12 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากแนวโน้มการเติบโตของ “Cat Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในประเทศไทย ปัจจุบันตลาดแมวเลี้ยงมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 20-25% ต่อปี ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค Pet Humanization อย่างเต็มตัว ผู้คนไม่ได้มองแมวเป็นเพียง “สัตว์เลี้ยง” อีกต่อไป แต่มองว่าพวกเขาคือ “ลูก” หรือสมาชิกคนสำคัญในครอบครัว ส่งผลให้เจ้าของยินดีที่จะลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเจ้าเหมียว ไม่ว่าจะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ โภชนาการบำบัด แกดเจ็ตและเทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัย บริการพี่เลี้ยงแมวมือโปร (Pet Sitter) ไปจนถึงโรงแรมแมวแบบไร้กรง (Boutique Cat Hotel) ซึ่งทุกองค์ประกอบเหล่านี้ถูกรวบรวมมานำเสนอไว้อย่างครบครันภายในงานเดียว ดัน “แมวไทยโบราณ” สู่ทำเนียบ Soft Power ระดับโลก อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่เรียกเสียงฮือฮาและดึงดูดความสนใจจากทั้งผู้เข้าชมงานและสื่อมวลชน คือโซนจัดแสดง “แมวไทย” ซึ่งทางผู้จัดงานได้ยกระดับให้เป็นหนึ่งในเครื่องมือขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศไทย ภายในงานได้มีการรวบรวมแมวไทยโบราณในตำนานทั้ง 5 สายพันธุ์ ได้แก่ แมวศุภลักษณ์ แมวโคราช แมววิเชียรมาศ แมวโกญจา และแมวขาวมณี มาให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสความสง่างามอย่างใกล้ชิด ยิ่งไปกว่านั้น ยังถือเป็นโอกาสอันดีที่หาได้ยากยิ่ง
Tags

เตรียมตัวให้พร้อม! นัดรวมพลทาสแมวแห่งปีในงาน “Thailand Cat Lovers Fair 2026”

วอร์มร่างกายและเตรียมกระเป๋าตังค์ของคุณให้พร้อม! มหกรรมที่เหล่าทาสแมวตั้งตารอคอยกลับมาแล้วกับความยิ่งใหญ่ระดับประเทศ Thailand Cat Lovers Fair 2026 งานนี้จัดเต็มเพื่อเอาใจคนรักน้องเหมียวโดยเฉพาะ ด้วยการเนรมิตพื้นที่กว่า 5,000 ตารางเมตร ให้กลายเป็น “MEOW LAND” สวนสนุกสุดอลังการที่รวบรวมทุกสิ่งสำหรับเจ้านายตัวน้อยของคุณไว้ในที่เดียว! 📌 ข้อมูลสำคัญที่คุณต้องรู้ก่อนไปงาน หัวข้อ รายละเอียด ชื่องาน Thailand Cat Lovers Fair 2026 วันที่จัดงาน วันศุกร์ที่ 27 – วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 เวลาทำการ 10.00 – 20.00 น. สถานที่ อาคาร 5 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ค่าเข้าชม 20 บาท (เด็กและน้องแมวเข้าฟรี!) ไฮไลต์เด็ดห้ามพลาดในดินแดน MEOW LAND ยลโฉมแมวหายากและผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ไทย เตรียมตื่นตาตื่นใจกับการปรากฏตัวครั้งแรกในประเทศไทยของ “แมวสีกลีบบัว” สุดยอดแมวมงคลสีหายาก พร้อมชมความสง่างามของ “แมวตาเพชร” แมวบ้านที่เก่าแก่ที่สุดในโลกฉายาสิงโตน้อย และ “แมววิลาศสีเทา” นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดง 5 แมวไทยมงคล (ศุภลักษณ์, โคราช, วิเชียรมาศ, โกญจา, ขาวมณี) เพื่อผลักดันเป็นอัตลักษณ์และ Soft Power สู่เวทีสากล รวมถึงขบวนแมวสายพันธุ์ต่างประเทศที่หาดูได้ยากอีกมากมาย เวทีประชันความสง่าระดับนานาชาติ การประกวดแมวมาตรฐานระดับโลก CFA INTERNATIONAL CAT SHOW 2 การประกวดแมวไทยโบราณ 5 สายพันธุ์ ชิงถ้วยรางวัลจากผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เฟ้นหาสุดยอดแมวไทยแท้ระดับตำนาน การประกวด Fun Show ในธีม “สารพัดแมวในไทย ใครก็ได้” เปิดโอกาสให้แมวทุกสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์แท้ พันธุ์ทาง หรือลูกผสม มาร่วมโชว์ความน่ารักและประชันโฉมกันอย่างเต็มที่   รวมพลังความสนุกและเวิร์กชอปสุดคราฟต์ กระชับความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเจ้านายผ่านกิจกรรมสนุกๆ เช่น
Tags

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จัดใหญ่ “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ชู 55 เมืองรอง ด้วย ‘Hidden Gems’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 ผลักดันศักยภาพ “เมืองรอง” 55 จังหวัด ผ่านงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ภายใต้แนวคิด “เมืองรอง เมืองที่ทุกคน ต้องลอง” ต่อยอด จุดแข็งด้านวัฒนธรรม–ธรรมชาติ–วิถีชุมชน เพื่อนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีมูลค่า คาดว่าการจัดงานจะช่วย ผู้ประกอบการและชุมชนกว่า 25,000 ราย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม กระจายรายได้สู่พื้นที่เมืองรองทั่วประเทศ นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ามาตรการเร่งกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ทั้งการยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้มีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกทาง ห้องน้ำสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมรองรับการท่องเที่ยวตลอดปี นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองผ่านมาตรการสำคัญ ได้แก่ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน 2568 ที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในเมืองรอง 50% โครงการ “เที่ยวดีมีคืน” ที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ ผลักดันเมืองรองให้เป็น MICE Cities รวมทั้งส่งเสริมการจัดงาน เทศกาล และประเพณีท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ผ่านมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อช่วยฟื้นฟูภาคธุรกิจโรงแรมและบริการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงฯได้ตั้งเป้าให้การท่องเที่ยวเมืองรองเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย สามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างยั่งยืน สำหรับงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เมืองรอง เมืองที่ทุกคน ต้องลอง” ด้วยไฮไลต์สำคัญ 5 MUST DO | 5 HIDDEN GEMS | 55 DESTINATIONS รวบรวมเสน่ห์การท่องเที่ยว วิถีชีวิต และอารยธรรมจากทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ
Tags

“Season of Love Song ครั้งที่ 15” หนาวสุด ฟินสุด มันส์สุด ยันเช้า!

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยกับเทศกาลดนตรี “Chang Music Connection Presents Season of Love Song ครั้งที่ 15” เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์กคอนเสิร์ตฤดูหนาวที่แฟนเพลงนับหมื่นมารวมตัวกัน ปีนี้หนาวแบบจริงจัง ณ เวเนโต้ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในธีม Fantastic Circus ที่ได้เนรมิตเวทีคอนเสิร์ตกลางธรรมชาติให้กลายเป็นคานิวัลแห่งเสียงดนตรี มาพร้อมชิงช้าสวรรค์ การต้อนรับจากนุ้งแกะ สีสัน และการตกแต่งทุกมุมประดับด้วยแสงไฟทั่วทั้งงาน เอ็นจอยไปกับเสียงเพลงและบรรยากาศลมหนาวตลอดค่ำคืนวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ถึงเช้าวันอาทิตย์ ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำลงเรื่อยๆ ตลอดทั้งคืน โดยผู้จัด CI Showbiz ที่สร้างสรรค์โชว์อัดแน่นกว่า 15 ชั่วโมงเต็ม เริ่มกันด้วยเปิดโชว์แรกช่วงบ่ายจากสาวๆ เกิร์ลกรุ๊ปวงน้องใหม่ “THX” ที่โชว์เรียกน้ำย่อยแจกความน่ารัก สดใส ต้อนรับชาว SoLS ซึ่งฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆ ต่อด้วย คู่หูเพลงรัก “SERIOUS BACON” ฟังเพลงชิลๆ เพลิดเพลินไปกับแสงแดดอ่อนๆ แบบอบอุ่น ต่อเนื่องด้วยหนุ่ม “PUN” ศิลปินเดี่ยวมาแรงยุคนี้ ที่กำลังขึ้นแท่นขวัญใจแฟนเพลงรุ่นใหม่ มากับซาวด์ดนตรีเคลิ้มๆ ฟินได้ทุกเพลงแบบโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเข้าสู่ช่วงยามเย็น โชว์สกิลแร็ปด้วย “D GERRARD” ของจริงที่ไม่พูดพร่ำทำเพลง แค่เริ่ม Flow ชาว SoLS ก็โยกตามกันแล้ว และขอต้อนรับช่วงค่ำด้วย “LIPTA” สองหนุ่มวงป็อปแถวหน้าที่แฟนเพลงทุกเจเนอเรชันชื่นชอบ มาสร้างสีสันและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเพลงฮิตที่ทำให้หยุดยิ้มไม่ได้ ร่วมร้องและร่วมเต้นท่ามกลางบรรยากาศลมหนาวแบบต่อเนื่อง แต่ความฮอตยังทวีคูณสู้ลมหนาว เพราะสาวๆ “4EVE” แห่งวงการ T-POP ขึ้นมาโชว์สเต็ปฮอตๆ กับท่าเต้นสุดฮิต เป็นปีที่ 2 ให้ชาว SoLS ได้กรี๊ด กับเสน่ห์เฉพาะตัว ไฟลุกเวทีอีกครั้ง มาถึงศิลปินแห่งยุคที่ทุกคนรอคอย “NONT TANONT” พร้อมบทเพลงคลั่งรักและพลังเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ สานต่อโมเมนต์สุดพิเศษให้แฟนๆ ฟินต่อเนื่องตลอดทั้งคืนแบบไม่มีเบื่อ พร้อมส่งต่อเวทีให้กับ “TILLY BIRDS” มาทั้งทีเสิร์ฟเพลงฮิตแบบจุกๆ ถ่ายทอดความสนุก และความเป็นกันเองให้แฟนๆ
Tags

ทำไมกินเจ ต้องน่าหวาดเสียว? พิธีกรรมระหว่างร่างกาย จิตวิญญาณ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ทุกปี เมื่อถึงเทศกาล “กินเจ” หรือบางแห่งเรียกว่า “ถือศีลกินผัก” นอกจากธงสีเหลืองอร่ามที่แพร่สะพัดโดยทั่วแล้ว ในโลกออนไลน์ก็มักจะมีภาพบางส่วนของประเพณีที่ “น่าหวาดเสียว” แพร่สะพัดไปตามช่วงเทศกาล ซึ่งคนที่ไม่คุ้นเคยกับประเพณีดังกล่าวก็อาจตั้งคำถาม ตามหาเหตุผล ตลอดจนแสดงความเห็นไปในเชิงลบ ว่าปรากฏการณ์มันคืออะไรกัน?  ซึ่งบทความนี้จะมีคำตอบให้หรือไม่? ก็คงต้องลองอ่านดูก่อน…   เดิมทีแล้ว หลักฐานที่มาของเทศกาลกินเจในประเทศไทยนั้นค่อนข้างคลุมเครือ ไม่เป็นที่แน่ชัดนัก เนื่องจากเทศกาลนี้ไม่ได้เป็นที่นิยมในจีนแผ่นดินใหญ่แต่อย่างใด ทว่าชาวจีนที่อพยพมายังประเทศไทยนี่เอง ที่นำเอาความเชื่อเรื่องการ “ถือศีลกินผัก” เดินทางข้ามแผ่นดินมาถึงสยาม เริ่มต้นจากทางตอนใต้ของบ้านเรา ในช่วงศตวรรษที่ 13 และ 14 ชาวจีนโพ้นทะเลหลายรายย้ายถิ่นฐานเข้ามา และบังเอิญพบแร่ดีบุกเข้า จึงปักหลักทำเหมืองแร่บริเวณตอนใต้ที่ขณะนี้เป็นของประเทศไทย และว่ากันว่า บรรพบุรุษแดนมังกรกลุ่มนี้ อาจจะเป็นกลุ่มที่นำพาธรรมเนียมการ “กินเจ” เข้ามาเป็นกลุ่มแรกๆ ก็อาจจะเป็นได้  แล้วการปฏิบัติตนอยู่ในศีล กลายเป็นแบบที่เราเห็นได้ยังไง? หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งใช้คำเรียกประเพณีว่า “ถือศีลกินผัก” โดยมีคำบอกเล่าว่า เมื่อ พ.ศ. 2368 คณะงิ้วเร่จากเมืองจีน เดินทางมายัง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งขณะนั้นกำลังเผชิญกับไข้ป่าระบาด คณะงิ้วจึงประกอบพิธีบวงสรวงตามความเชื่อของตน รักษาศีล-กินเจ หลังจากนั้นโรคร้ายก็หายไปจากชุมชน ชาวบ้านจึงพากันยึดถือศรัทธาตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกินเจหรือบวงสรวงเทพเจ้า นับตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงวันนี้ ก็เป็นเวลา 200 ปีพอดี ประเพณีดังกล่าวนับว่าสะท้อนสังคมพุทธแบบไทย ซึ่งบางแห่งมีลักษณะเป็น “พุทธพหุเทวนิยม” คือมีความเชื่อในองค์เทพหลายองค์ มีการบูชาบรรพบุรุษ มีเจ้าเข้าทรง รวมถึงเทพพื้นบ้านต่างๆ ที่มีมาแต่เดิม ทำให้เกิดเป็นความเชื่อที่ผสมผสาน โดยความเชื่อที่อยู่ใน “ม้าทรง” นั้นมีอยู่ว่า ขณะประกอบพิธี ม้าทรงจะมีเทพเจ้าประทับร่างอยู่ และมีพิธีกรรมเกี่ยวกับร่างกาย ใช้ของปลายแหลม, เดินลุยไฟ ฯลฯ ทั้งหมดเป็นความเชื่อเกี่ยวกับการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่อาจส่งผลต่อผู้คนหรือชุมชน และเชื่อว่าผู้ที่ประกอบพิธีกรรมเหล่านี้ ได้รับเคราะห์ร้ายต่างๆ ไว้แทนคนทั้งเมืองแล้ว  ลักษณะดังกล่าว จึงเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความหลากหลาย ทั้งในกลุ่มชนและความเชื่อ ซึ่งผสมผสานอยู่ในวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดี  ท้ายที่สุดแล้ว เทศกาลกินเจจึงเป็นภาพสะท้อนหนึ่งของความพยายามที่จะเชื่อมโยงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ากับความเปราะบางของชีวิต เราอาจมองเห็นพิธีกรรมอันน่าหวาดเสียว หรือความศรัทธาที่ดูเข้มข้น แต่หากมองลึกลงไป มันคือกลไกของสังคมที่พยายามหาความหมายบางอย่างท่ามกลางความไม่แน่นอนของชีวิต การกินเจจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของอาหารหรือศีลเท่านั้น หากยังเป็นการตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งที่เรามองไม่เห็น สิ่งที่แม้เวลาผ่านไปสองศตวรรษ ก็ยังคงทำให้ผู้คนอยากเข้าใจ ทั้งเข้าใจในเหตุผลของความเชื่อ