
แค่ชื่อเสียงเก่าอาจไม่พอ : ABAC จะยืนอยู่ตรงไหนในยุคที่ AI สอนได้แทบทุกอย่าง
เมื่อ AI ทำให้ความรู้เข้าถึงได้ภายในไม่กี่วินาที ขณะที่องค์กรให้ความสำคัญกับทักษะและศักยภาพในการทำงานมากกว่าวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญชวนสังคมตั้งคำถามถึงบทบาทใหม่ของมหาวิทยาลัย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้เรียนค้นหาศักยภาพและออกแบบอนาคตของตนเองผ่านงาน ABAC CONNEXT 2026 วันที่มหาวิทยาลัยต้องยกงาน Open House ออกจากรั้ววิทยาเขต พาคณบดี อาจารย์ รุ่นพี่ และศิษย์เก่าไปตั้งเวทีอยู่กลางศูนย์การค้าสยามพารากอน ภาพดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็นเพียงกลยุทธ์ประชาสัมพันธ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักเรียนและผู้ปกครอง แต่ในอีกมุมหนึ่ง ความเคลื่อนไหวนี้อาจสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ลึกกว่านั้นของระบบอุดมศึกษาไทย มหาวิทยาลัยในวันนี้ไม่สามารถวางตัวเป็นเพียง “Destination” ที่อาศัยชื่อเสียง อาคารเรียน และบรรยากาศภายในวิทยาเขต เพื่อรอให้ผู้เรียนเดินเข้ามาหาได้เหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่ต้องปรับบทบาทเป็น “Outreach Brand” ที่เดินเข้าไปอยู่ในพื้นที่ชีวิต พื้นที่ความสนใจ และพื้นที่การตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมาย การจัดงาน ABAC CONNEXT 2026 ที่ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในวันที่ 22 สิงหาคม 2569 จึงมีความน่าสนใจมากกว่างานแนะนำคณะทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อการสื่อสารของงานไม่ได้เริ่มจากคำถามว่า ABAC มีหลักสูตรอะไรบ้าง แต่เริ่มจากคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า “Is a Degree Still Enough?” ปริญญาหนึ่งใบยังเพียงพอหรือไม่ ในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์หรือ AI สามารถสรุปหนังสือ เขียนโค้ด แปลภาษา สร้าง Presentation วิเคราะห์ข้อมูล และอธิบายแนวคิดที่ซับซ้อนได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่างานครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมมากแค่ไหน หรือสามารถสร้างยอดสมัครเรียนได้เท่าไร แต่คือมหาวิทยาลัยนานาชาติรุ่นบุกเบิกอย่าง ABAC จะสามารถเปลี่ยนทุนทางประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นคุณค่าที่เด็กรุ่นใหม่มองเห็น สัมผัสได้ และยินดีลงทุนด้วยเวลาและค่าเล่าเรียนหรือไม่ เมื่อ Legacy ไม่สามารถสร้างคุณค่าได้ด้วยตัวเอง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมีพัฒนาการจาก Assumption School of Business หรือ ASB ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1969 โดยต่อยอดจากรากฐานของ Assumption Commercial College ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น Assumption Business Administration College หรือ ABAC ในปี 1972




