Skip links

Editor’s Pick

พาไปตามรอยซีรีส์ King The Land แบบสมฐานะ เริ่มต้น 0 บาท จนไปจบที่แสนห้า

ยกมือถือขึ้นมาไถหน้าจอเล่นโซเชียล ก็เห็นแต่ Soft Power ประเทศไทยมาเต็มฟีดเลยทีเดียว หลังจากซีรีส์เกาหลี King The Land ที่ติดอันดับ Top 10 ใน Netflix ประเทศไทยมาหลายสัปดาห์ โดยตอนที่พีค และถูกพูดถึงมากที่สุดก็คือตอนที่ 10 ที่ยกพลตัวเอกของเรื่องเดินทางมาออกทริปท่องเที่ยวที่ประเทศไทย แฟนซีรีส์บ้านเราที่ได้ดูตอนนี้จบต่างรู้สึกปลื้มปริ่ม ที่ภาพลักษณ์ของประเทศถูกถ่ายทอดออกมาผ่านมุมมองของทีมงานเกาหลี ได้อย่างสวยงาม ราวกับว่าเป็นผลงานการสร้างของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยยังไงยังงั้น แต่ละสถานที่ แต่ละกิจกรรมในหลายซีน มีซอฟต์พาวเวอร์ของชาติไทยสอดแทรกในการดำเนินเรื่องได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็น อาหารการกิน ที่พัก แหล่งท่องเที่ยว ล้วนถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีจนกลายเป็นเสน่ห์ดึงดูดให้หลายคนวางแผนจะออกไปตามรอยซีรีส์ดังในเร็ววัน แต่ช้าก่อน นี่ก็อยู่ในช่วงกลางเดือนแล้ว หากคุณมุ่งมั่นจะตามรอยซีรีส์แบบขาดการยั้งคิด อาจต้องเจอกับวิกฤตการณ์ทางการเงินประจำเดือนที่มาก่อนเวลาอันควรก็เป็นได้ The Attraction จึงขอพาคุณไปตามรอยซีรีส์แบบมีสติ ไล่เรียงตามกำลังทรัพย์ที่คุณเต็มใจจ่ายได้แบบไม่ขัดสนเดือนชนเดือน 0 บาท ++ วัดอรุณ ทัวร์วัดอรุณ แบบไม่เสียค่าเข้าชม วัดนี้ถือเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่นักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมแต่งชุดไทยแบบจัดเต็มมาถ่ายภาพเก็บเป็นที่ระลึก คล้ายกันกับนักท่องเที่ยวบ้านเราแต่งชุดฮันบกตอนไปท่องเที่ยวพระราชวังที่เกาหลี ที่นี่ยังมีไอติมชาไทยลายกระเบื้องพระปรางค์วัดอรุณที่เป็นกระแสไวรัลในช่วงเดือนที่ผ่านมาให้ลิ้มลองอีกด้วย สำหรับสายมู เชื่อกันว่าใครได้มากราบไหว้ ชีวิตจะรุ่งโรจน์ดุจรุ่งอรุณ วัดนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 ซึ่งบรรจุพระบรมอัฐิ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยไว้ที่พระพุทธอาสน์ของพระประธานในพระอุโบสถด้วย 0 บาท ++ เอเชียทีค มาเอเชียทีค แบบเดินเล่นถ่ายรูปชมวิวเฉยๆ มันก็ไม่เสียเงินค่าเที่ยวชมอยู่แล้ว แต่การจะได้ชื่อว่ามาถึงเอเชียทีคแบบ “ของแทร่” นั้นมันต้องสัมผัสประสบการณ์การนั่งชิงช้าสวรรค์ชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย ซึ่งราคาเครื่องเล่นสำหรับคนไทยก็อยู่ที่ 400 บาท ++ เตรียมเงินไปเผื่อด้วยนะ 0 บาท ++ น้ำพุไอคอนสยาม ชมฟรี การแสดงระบำสายน้ำความยาวกว่า 400 เมตรที่ยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออกแบบโดย “Ghesa Water & Art” ผู้ออกแบบน้ำพุมาแล้วกว่า 3,000 โครงการทั่วโลก ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำ ยิงน้ำพุขึ้นไปในอากาศ ผสมผสานเทคนิคการยิงน้ำพุแบบ 2D 3D และ 4D jets ที่สามารถหมุนได้เหมือนจอยสติ๊ก ยิงน้ำพุขึ้นไปในอากาศที่ความสูงต่างระดับกัน โดยความสูงระดับสูงสุดจะสูงถึง 35 เมตร ทำการแสดงทุกวัน เวลา 18.30

7 เรื่องราวเบื้องหลัง “ซือเจ๊ทะลุมัลติเวิร์ส” คว้า 7 รางวัลออสการ์ 2023

ซือเจ๊ทะลุมัลติเวิร์ส Everything Everywhere All at Once ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Oscar 2023 ที่ใช้ทุนสร้างราว 500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับหนังแนวเดียวกันที่พูดถึงเรื่องพหุจักรวาลอย่าง Doctor Strange in the Multiverse of Madness ที่มีทุนสร้าง 7 พันล้านบาทแล้ว ผู้กำกับอย่าง แดเนียล ควาน และ แดเนียล ไชเนิร์ท ถึงกับพูดติดตลกว่า พวกเขาสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย “งบข้าวกล่อง” ตอนออกกองของค่ายหนังมาร์เวลเท่านั้น หนังเรื่องนี้แม้จะไม่ได้ใช้ทุนสร้างระดับหนังใหญ่ฟอร์มยักษ์ แต่กลับสร้างผลงานที่ประจักษ์เบ้าตาผู้ชมได้อย่างเหนือจินตนาการ แต่ละฉากนั้นดำเนินเรื่องได้ยากเกินการคาดเดา จากผลงานที่โดดเด่นจนเกินต้านนี้ ส่งผลให้ Everything Everywhere All at Once คว้ารางวัลพร้อมรับขนมจีบซาลาเปาได้แบบ 7-11 นั่นคือชนะเลิศ 7 รางวัล จาก 11 สาขาที่เข้าชิง ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (แดเนียล ควาน และแดเนียล ไชเนิร์ท), ดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม (มิเชล โหย่ว), ดาราสมทบฝ่ายชายยอดเยี่ยม (คี ฮุย ควน), ดาราสมทบฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม (เจมี ลี เคอร์ติส), บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (Best Original Screenplay) และตัดต่อภาพยอดเยี่ยม (Best Editing) นอกจากเบื้องหน้าที่เปิดโลกความสนุกแบบมัลติเวิร์สแล้ว เบื้องหลังของหนังเรื่องนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน The Attraction จัดมาให้ 7 ข้อเน้นๆ หาอ่านที่ไหนไม่ได้อย่างแน่นอน (โม้) 1. การใช้ภาษาของแต่ละตัวละคร มีส่วนสำคัญในการดำเนินเรื่องเป็นอย่างมาก เอเวลิน (มิเชล โหย่ว) พูดกับพ่อของเธอ (James Hong) เป็นภาษาจีนกวางตุ้ง แต่เธอพูดกับเวย์มอนด์สามี (คี ฮุย ควน) เป็นภาษาจีนกลาง ในขณะที่พูดกับลูกสาวจอย (Stephanie Hsu)

ยิ่งกว่า​ Soft Power พิธาออกรายการสรยุทธ ดันแฮชแท็ก #สุราก้าวหน้า ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์

ทำเอาชาวเน็ตบนโลกโซเชียลต่างติดแฮชแท็กผลักดัน​ #สุราก้าวหน้า​ จนขึ้นเทรนด์​ทวิตเตอร์​อันดับหนึ่งของวันนี้​ หลัง​ “พิธา” สร้างปรากฎการณ์​เหล้าสังเวียนของชาวสุพรรณ​ sold out ภายในวันเดียว​.สุราก้าวหน้า ถือเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่ทางพรรคก้าวไกลพยายามผลักดันผ่านสื่อต่างๆ มาตลอด เป้าหมายที่ตั้งไว้คือการทลายทุนผูกขาดโดยการแก้กฎหมายให้ประชาชนทั่วไปสามารถพัฒนาสุราให้มีความหลากหลาย ต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ โดยไม่ต้องฝ่าอุปสรรคด้านเงินลงทุนที่สูงเกินไปแบบในปัจจุบัน.โดยพิธาได้ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่นที่มีความหลากหลายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากถึง 4 หมื่นกว่าแบรนด์ ในขณะที่ประเทศไทยมีเพียงเจ้าใหญ่ๆ เพียง 7 รายเท่านั้นที่ครองส่วนแบ่งตลาดส่วนใหญ่ในประเทศ.ซึ่งสุราของไทยในตอนนี้ หลายตัวนั้นผลิตขึ้นมาจากวัตถุดิบและส่วนผสมที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่นจากท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่ ทำให้มีรสชาติที่แตกต่าง บางตัวถูกปรับปรุงพัฒนาจนสามารถคว้ารางวัลได้ในระดับนานาชาติ

ธาตุทองซาว = ธาตุทองยี่สิบ 20 เรื่องราว ABOUT ธาตุทองซาวด์ YOU NEED TO KNOW!

จั่วหัวมาแค่ชื่อเพลง หลายคนก็ฮัมเนื้อร้องคลอทำนองอยู่ในใจกันได้อย่างพร้อมเพรียง โย่ววว! และนี่คือเสียง…รถด่วนขบวนสุดท้าย แว่วดังฟังแล้วใจหาย หัวใจน้องนี้แทบ ฮ่วย! คนละเพลง! แอบแวะเล่นมุกสามบาทห้าบาทก็อย่าเพิ่งกดโกรธให้ The Attraction เลยน้า แฮร่ๆ เอาน่า ..เพื่อให้การฟังเพลงนี้สนุกยิ่งขึ้นในคราถัดไป เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ 20 ข้อที่เรานำมาเสนอ อาจจะช่วยให้คุณฟังเพลงนี้ได้เต็มอรรถรสมากกว่าเดิมก็ได้นะ Martial arts figure prominently in many Asian cultures, and the first known traces. 1. แรงบันดาลใจของอัลบั้มนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนวัดธาตุทอง โรงเรียนของ YOUNGOHM 2. YOUNGOHM ซึมซับฟีลลิ่งเด็กวัดตั้งแต่ประถมยันมัธยมที่วัดธาตุทอง 12 ปีเต็มๆ 3. ธาตุทองซาวด์ ก็คือ “เสียงจากเด็กวัด” ถ่ายทอดความเป็นยังโอมให้ทุกคนได้รู้จัก 4. โดยอัลบั้ม ‘ธาตุทองซาวด์’ เป็นการเล่าเรื่องราวในความทรงจำของยังโอม ในวันที่เขาและเพื่อนๆ ใช้ชีวิตด้วยกันที่โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง 5. ใช้เวลากว่า 2 ปี ในการเรียบเรียงทั้ง 19 แทร็คในอัลบั้มนี้ 6. YOUNGOHM โพสต์ไอจีตอนปล่อยอัลบั้มนี้ไว้ว่า “เป็นเวลา 2 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่ผมได้เริ่มทำอัลบั้ม #ธาตุทองซาวด์ และตอนนี้ผมอยากประกาศว่าอัลบั้มนี้ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมจะให้ทุกๆคนได้รับฟังกันในวันที่พุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566 ขอบคุณทุกๆ คนที่รอฟังอัลบั้มนี้นะครับ แล้วเจอกัญญญ” 7. แก๊งธาตุทอง เป็นการรวมตัวของแร๊ปเปอร์ในย่านเดียวกัน มีความหลังผูกพันกับสถานที่นี้ในหลายช่วงวัย ได้ SONOFO กับ DOPER มาร่วม feat. 8. SONOFO ชื่อนี้หลายคนในวงการเพลงฮิปฮอปไทยอาจจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็เป็นคนที่ทำเพลงร่วมกับ YOUNGOHM ตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ จริงๆ แล้ว SONOFO ก็มีผลงานเพลงของตัวเองปล่อยออกมาเรื่อยๆ แต่กลับไม่ได้รับความนิยมมากสักเท่าไหร่ 9. DOPER เริ่มซึมซับวัฒนธรรมฮิปฮอปตอน ม.3 และคิดอยากทำเพลงจริงจัง โดยเพื่อนอีกสองคนก็มีจุดเริ่มต้นมาพร้อมๆ กันคือ YOUNGOHM กับ SONOFO นั่นเอง 10. เสียงแอมเบียนต์ “สถานีต่อไปเอกมัย”

เกิดทันกันมั้ย! “The Beach” หนัง Soft Power ไทย ยุค Y2K

ถ้าลองนึกย้อนความทรงจำกลับไปในช่วงปี 2000 สำหรับใครที่พอจะเกิดทันหนังเรื่อง “The Beach” หลายคนน่าจะมีความรู้สึกคล้ายความสัมพันธ์แบบ Love-Hate Relationship ที่มีโมเมนต์ “ทั้งรัก-ทั้งเกลียด” เกิดขึ้นปะปนกันทุกครั้งที่นึกถึง เพราะเบื้องหน้าที่หนังออกฉาย หนังเรื่องนี้เปรียบเหมือนพระเอกที่รับบทเจ้าพ่อขาใหญ่แห่งวงการพีอาร์ ช่วยเป็นกระบอกเสียงสร้างแบรนด์ Amazing Thailand สู่สายตาชาวโลก แถมยังแอบส่งต่อมนต์เสน่ห์ Soft Power ให้การท่องเที่ยวไทยในหลายฉากหลายซีน แต่เบื้องหลังนั้น กลับสวมบทผู้ร้าย แอบชำเราทรัพยากรทางทะเลรอบอ่าวมาหยาอย่างดุดันไม่เคยเกรงใจ พร้อมฝากรอยเท้าย่ำเหยียบบนผืนทรายไว้ ลบเท่าไหร่ก็ไม่หายเสียที Martial arts figure prominently in many Asian cultures, and the first known traces. ย้อนเวลากลับไปปี 1997 สถานการณ์ก่อนสร้างภาพยนตร์ นักเขียนชาวอังกฤษ อเล็กซ์ การ์แลนด์ เปิดตัวหนังสือ “The Beach” นวนิยายแนวท่องเที่ยวผจญภัยของเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ ที่ต้องการเดินทางมาประเทศไทยเพื่อค้นหาความหมายของการใช้ชีวิตบนเกาะห่างไกลที่ไหนสักที่ จนได้พบกับดินแดนที่รายล้อมไปด้วยทุ่งกัญชา ทุกคนสามารถล่องลอยไปสู่สรวงสวรรค์ได้อย่างเสรี เนื้อเรื่องดังกล่าวโดนใจนักอ่าน Gen X ในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแนวคิดการใช้ชีวิต “วัยรุ่นมั่วสุมเสพยาบนเกาะสวรรค์” ที่ อเล็กซ์ การ์แลนด์ ร่ายบทพรรณาโวหารเปลี่ยนภาพให้กลายเป็น “ยูโทเปียของวัฒนธรรมป็อปคัลเจอร์” ที่ถูกส่งต่อมายังหนังอเมริกันภายหลังอีกหลายเรื่อง นั่นจึงทำให้นวนิยายเรื่องเดอะบีชติดชาร์ต Best Seller ในยุโรปและอเมริกาจนได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศอีก 25 ภาษา ถือเป็นการเปิดตัวสู่โลกนักเขียนแบบเหนือคาดของนักเขียนที่เรียนหนังสือไม่จบซะด้วยซ้ำ อเล็กซ์ เดินทางมายังทวีปเอเชียตั้งแต่สมัยมัธยม เขาใช้เวลากว่าครึ่งปีท่องเที่ยวอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจหลักในงานเขียนเรื่อง “เดอะบีช” แต่สุดท้ายแล้วเขากลับเลือกประเทศไทยเป็นโลเคชั่นของ “เกาะสววรค์” ในเนื้อเรื่องแทน โดยให้เหตุผลว่าประเทศไทยนั้นเหมาะกับการเดินทางแบบแบ็คแพ็คเกอร์ และดูเข้ากับการดำเนินเรื่องในนิยายที่เขาเขียนมากกว่า ตัดภาพฉับกลับมาที่นักแสดงนำชายของเรื่อง ในปี 1997 นั้นชีวิตของ ลีโอนาร์โด้ ดิคาปริโอ้ กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล จากการรับบท แจ็ค ดอว์สัน ในภาพยนตร์เรื่อง “Titanic” ทำให้เขากลายเป็น “The King of the World” สมดังปรารถนา ผลงานการแสดงของเขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 70 แต่ก็ยังไม่สามารถเบียด แจ๊ค นิโคลสัน จากเรื่อง As Good