Skip links

Fashion

Tags

Cathy Doll X “ญาญ่า อุรัสยา” เปิดตัว “กันแดดล่องหน” ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรม

ในห้วงเวลาที่กระแสความงามกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด และผู้บริโภคต่างมองหาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้เพียงแค่ให้ผลลัพธ์ แต่ต้องมาพร้อมกับนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ บริษัท คาร์มาร์ท จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้นำด้านเครื่องสำอางและความงามภายใต้แบรนด์ Cathy Doll (เคที่ ดอลล์) ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการ ด้วยการจัดงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “Cathy Doll Invisiblur Sun Matte SPF50+ PA++++” หรือที่ได้รับฉายาว่า “กันแดดล่องหน” อย่างยิ่งใหญ่ ณ บิวเทรี่ยม สาขาเมกาบางนา เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด แต่ยังเป็นการตอกย้ำจุดยืนของแบรนด์ในการเป็นผู้ขับเคลื่อนนวัตกรรมความงามที่แท้จริง พร้อมผนึกกำลังกับพรีเซนเตอร์คนสำคัญ “ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์” ที่มาร่วมสร้างสีสันและมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับผู้เข้าร่วมงาน นวัตกรรมที่พลิกโฉมวงการ: เบลอผิวเนียนกริบ ไม่ทิ้งคราบขาว “กันแดดล่องหน” ไม่ใช่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไป แต่เป็นการผสานรวมกันระหว่างการปกป้องผิวจากแสงแดดและการบำรุงในขั้นตอนเดียว คุณสมบัติเด่นที่ทำให้ผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็นที่พูดถึงคือ “นวัตกรรมเนื้อแมทท์ที่ช่วยเบลอผิว” ซึ่งทำงานคล้ายกับไพรเมอร์ โดยช่วยให้ผิวหน้าดูเรียบเนียนขึ้นทันที ลดเลือนรูขุมขนและจุดบกพร่องต่าง ๆ ทำให้เป็นเบสเมคอัพที่สมบูรณ์แบบสำหรับทุกสภาพผิว อีกทั้งยังคงไว้ซึ่งสัมผัสที่บางเบาจนรู้สึกเหมือนไม่ได้ทา ทลายข้อจำกัดของกันแดดเนื้อครีมทั่วไปที่มักจะทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ และที่สำคัญคือ “ไม่ทิ้งคราบขาว” กวนใจ ทำให้สามารถใช้งานได้ในทุกวัน ทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้าลุคธรรมชาติหรือลุคจัดเต็ม ก็สามารถจบขั้นตอนแรกได้อย่างไร้ที่ติ และนี่คือสิ่งที่ Cathy Doll มองเห็นถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ญาญ่า-อุรัสยา: ตัวแทนความงามที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ การเลือกญาญ่า-อุรัสยา มาเป็นพรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ “กันแดดล่องหน” นั้น ถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด เพราะญาญ่าไม่ได้เป็นเพียงแค่นักแสดงแถวหน้า แต่ยังเป็นตัวแทนของความงามที่มีสุขภาพดีและไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟ เธอต้องทำงานกลางแจ้งบ่อยครั้ง ทำให้ต้องเผชิญกับแสงแดดที่รุนแรง ซึ่งกันแดดจึงเป็นไอเท็มที่สำคัญที่สุดในกระเป๋าเครื่องสำอางของเธอเสมอ และในฐานะผู้ใช้จริง ญาญ่าได้เผยถึงความประทับใจที่มีต่อผลิตภัณฑ์นี้ว่า “กันแดดตัวใหม่ของเคที่ ดอลล์ ญาญ่าใช้แล้วชอบมากจริง ๆ ค่ะ เพราะปกติต้องทำงานกลางแจ้งบ่อย ๆ การเลือกกันแดดที่ดีจึงสำคัญมาก ตัวนี้คือที่สุดค่ะ เพราะนอกจากจะปกป้องผิวได้ดีแล้ว เนื้อยังบางเบาเหมือนไม่ได้ทาจริง ๆ ที่สำคัญคือช่วยเบลอผิวให้เนียนกริบ ทำให้การแต่งหน้าของเราง่ายขึ้นมาก” ถ้อยคำจากใจของเธอสะท้อนถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงได้อย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ การปรากฏตัวของญาญ่าในงานยังสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เธอได้ใช้เวลาพูดคุยและร่วมกิจกรรมกับแฟนคลับอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกิจกรรมสุดพิเศษที่เปิดโอกาสให้ผู้โชคดี 10 ท่านได้ถ่ายภาพและรับของที่ระลึกจากมือของญาญ่า ซึ่งสร้างความประทับใจและความทรงจำที่น่าจดจำให้กับทุกคนที่มาร่วมงานอย่างแท้จริง
Tags

แก๊งหมาเด็กบุกสยาม: SIVANNA COLORS X หยิ่น-วอร์ และ PERSES กับการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในโลกบิวตี้

ช่วงนี้วงการบิวตี้และวงการบันเทิงมีการร่วมมือกันที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุดแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำอย่าง SIVANNA COLORS ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการดึงตัวสองหนุ่มฮอตแห่งยุค “หยิ่น-อานันท์ ว่อง” และ “วอร์-วนรัตน์ รัศมีรัตน์” พร้อมด้วยบอยแบนด์สุดปังอย่าง “PERSES” มาร่วมงานเปิดตัวเมคอัพคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด “Puppy Collection” ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์สุดคิวท์ “PUPPY COLLECTION IN BEAUTY PLAYGROUND แก๊งหมาเด็กบุกสยาม ตามหาพี่คนสวยติดสนุก” งานนี้ไม่ใช่แค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แต่คือการรวมตัวของพลังความรัก ความสดใส และความสนุกสนาน ที่ทำให้บรรยากาศทั่วสยามในวันนั้นอบอวลไปด้วยความสุขและความประทับใจ สยามลุกเป็นไฟ! เมื่อ “แก๊งหมาเด็ก” ปรากฏตัว ทันทีที่ หยิ่น-วอร์ และหนุ่มๆ PERSES ทั้ง จั๋ง–วิกร, เน–ณรัณ, กฤติน–กฤติน, ปาล์ม–พีรวิชญ์ และ ปลั๊กกี้–ธรากร ก้าวขึ้นสู่เวที เสียงกรี๊ดจากเหล่าแฟนคลับ “หมูยอ” และ “PIECES” ก็ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ นั่นแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ที่แฟนๆ มีต่อศิลปินที่พวกเขารอคอยมานาน กิจกรรมบนเวทีเต็มไปด้วยโมเมนต์ฟินๆ ที่ถูกใจแฟนคลับเป็นที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมินิคอนเสิร์ตจาก 5 หนุ่ม PERSES ที่ขนเพลงฮิตมามอบความสุขกันแบบจัดเต็ม หรือจะเป็นการร่วมกิจกรรมของ หยิ่น-วอร์ ที่สร้างเคมีสุดละมุน ชวนให้แฟนๆ ยิ้มแก้มแตก รวมถึงกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟต่างๆ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ใกล้ชิดกับศิลปินคนโปรดอย่างเป็นกันเอง เรียกได้ว่าเป็นการเติมเต็มหัวใจให้เหล่าแฟนคลับได้แบบไม่มีกั๊ก   “Puppy Collection” คอลเลคชั่นสุดคิวท์ที่พร้อมให้คุณสนุกไปกับเมคอัพ นอกเหนือจากความฟินของเหล่าศิลปินแล้ว หัวใจหลักของงานในครั้งนี้คือการเปิดตัวเมคอัพคอลเลคชั่นใหม่ “Puppy Collection” ที่ SIVANNA COLORS ตั้งใจสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อเอาใจคนรักเมคอัพและคนรักความสดใสโดยเฉพาะ คอลเลคชั่นนี้ถ่ายทอดความน่ารักของ “เหล่าหมาเด็ก” ได้อย่างลงตัว ผ่านแพ็กเกจจิ้งที่ออกแบบมาได้น่ารักจนใจละลาย พร้อมด้วยเฉดสีที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อให้สามารถใช้ได้จริงในทุกลุค ไม่ว่าจะเป็นโทนสีหวานใสที่เหมาะกับ Everyday Look หรือโทนสีสุดชิคที่ช่วยเสริมลุคให้ดูมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทำให้ทุกคนสามารถสนุกกับการแต่งหน้าได้อย่างเต็มที่ SIVANNA COLORS ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การแต่งหน้าไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องน่าเบื่อเสมอไป แต่สามารถเป็นเรื่องสนุกสนานและเต็มไปด้วยพลังบวกได้ เหมือนกับคอนเซ็ปต์ของงานในวันนี้ ที่ได้ผสมผสานความน่ารักสดใสของเหล่า “แก๊งหมาเด็ก” เข้ากับโลกของเครื่องสำอางได้อย่างลงตัว เมื่อโลกบิวตี้และโลกบันเทิงหลอมรวมเป็นหนึ่ง อีเวนต์ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวเครื่องสำอางธรรมดาๆ แต่คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่รวมเอาสองโลกที่แตกต่างกันเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

‘หลวงเจ๊ AMITOFO’ หยอกล้อเพราะศรัทธา – เสกบุดด้าเป็นของเล่น!

ชาวพุทธปีลึกถึงกับเอามือทาบอก เมื่อได้เห็น “หลวงเจ๊ Amitofo” — อาร์ตทอยที่ไม่เพียงสร้างความตื่นตาตื่นใจ แต่ยังจุดประกายการสนทนาที่ลุกลามไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออก ด้วยการผสมผสานอย่างกล้าหาญระหว่างความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธรูปกับสีสันแห่งความกะเทยและป็อปคัลเจอร์เข้าไว้ด้วยกัน ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินหญิงชาวจีน SHUPI ไม่เพียงดึงดูดสายตาผู้พบเห็น แต่ยังกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาที่หลากหลาย ตั้งแต่เสียงปรบมือแห่งความชื่นชม ไปจนถึงเสียงวิพากษ์ที่ตีตราผลงานว่า “บาปหนา”—เปิดพื้นที่ให้เกิดการถกเถียงอย่างจริงจัง ทั้งเรื่องขอบเขตของศิลปะ ความเหมาะสมทางวัฒนธรรม ลามไปถึงบทบาทของศาสนาในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป เสียงสะท้อนจากโลกอนุรักษ์นิยม ในแวดวงที่ยึดมั่นถือมั่นในความออริจินัล โดยเฉพาะสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หลวงเจ๊ Amitofo ไม่อาจหลีกเลี่ยงเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความ “ไม่ความเหมาะสม” และการขาดความเคารพต่อสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาไปได้ อย่างไรก็ตาม ข้อโต้แย้งเหล่านี้กลับทำให้อาร์ตทอยชิ้นนี้เป็นที่รู้จักในวงกว้างยิ่งขึ้น พร้อมทั้งส่งแรงกระเพื่อมทางวัฒนธรรมที่ทรงพลัง ที่มาของ “หลวงเจ๊” SHUPI ได้เผยเจตนาแท้จริงของผลงาน ว่าต้องการให้พระพุทธรูปดู “เฟรนด์ลี่” และร่วมสมัยมากขึ้น มีความน่ารักแต่แอบแฝงนัยยะอันลึกซึ้ง การตีความใหม่นี้ท้าทายภาพจำพระพุทธรูปในบริบทดั้งเดิม โดยเฉพาะในวัฒนธรรมไทย ลบเส้นแบ่งระหว่าง “ความน่าเลื่อมใสในอุดมคติ” กับ “ความเป็นจริงในสังคม” ตัวอย่างเช่น “ปาง Work from Home”, “ปางนอนเล่นมือถือ” หรือคอลเลกชั่น City Walk ล้วนไม่ได้แค่เรียกรอยยิ้ม ผลงานเหล่านี้ยังสื่อให้เห็นว่า ความศรัทธาไม่จำเป็นต้องถูกขังอยู่ในกำแพงวัดหรือการเจริญสมาธิเสมอไป หากแต่อาจผลิบานได้ในกิจวัตรประจำวัน เพื่อเข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ ที่กำลังเผชิญความเครียดจากการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของโลกปัจจุบัน อาร์ตทอยชิ้นเล็กกับพลังที่ยิ่งใหญ่ “หลวงเจ๊ Amitofo” คือผลงานที่ตีความ “รูปเคารพ” ใหม่ในเชิงศิลปะ พร้อมกับหยอกเย้าประเด็นใหญ่ในสังคมอย่างแยบคาย และหากถูกใช้อย่างชาญฉลาด แม้แต่ “ของเล่น” ก็สามารถกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ทรงอิทธิพลในการขับเคลื่อนความคิดและการเปลี่ยนแปลงทางสังคมได้อย่างแท้จริง 📍 ผู้ที่สนใจ สามารถแวะไปชมนิทรรศการหลวงเจ๊ “Amitofo X Colorverse” ได้ที่ Union Mall ชั้น 4 | Co-Art Space #7 ตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. – 14 ก.ย. 2568 #Amitofo #UnionMallxAmitofo #Colorverse #UMCOARTSPACE7 #UnionCoArtSpace #Pride2025 #BeYourself

เข้าถึงซอฟต์พาวเวอร์โคราชแบบลูกหลานย่าโมตัวจริง ก็ใส่กางเกงแมวโคราชซ้อมเต้นไปเลยสิคะ!

หลัง BABYMONSTER ปล่อยเบื้องหลังการซ้อมเต้นออกมา ก็มีแฟนๆ สะดุดกับลุคซ้อมเต้นของ แคนนี่ หรือ ชิกิต้า BABYMONSTER ที่ใส่ กางเกงแมวโคราช ซ้อมเต้นเพลง SHEESH เวอร์ชันแบนด์ครั้งแรก ทำเอาแฟนๆ ตามหา สั่งจอง สั่งซื้อกันจนยอดจองล้นทะลัก . เรียกว่านอกจากจะเป็นไอดอลแล้ว ยังไม่ทิ้งตำแหน่งลูกหลานย่าโม ช่วยพาซอฟพาว์เวอร์โคราชสู่สายตาแฟนๆ ทั่วโลกในเวลาเดียวกันไปเลย … BABYMONSTER – ‘SHEESH’ The LAST MUSIC SHOW BEHIND: https://www.youtube.com/watch?v=WFkulBriLnY  

ต้อนรับ Pride Month ด้วยเพลงแทนใจชาว LGBTQ+

  ในเดือนแห่งความภูมิใจ บทเพลงและเสียงดนตรี ถือว่าเป็นองค์ประกอบหลัก เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้แก่การเฉลิมฉลองแล้ว เพลงยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่แสดงตัวตนที่เปิดให้ผู้ฟังได้ปลดปล่อยตัวตนไปกับบทเพลงอย่างเสรี โดยเฉพาะกับชาวแดร็ก (Drag) ที่อาศัยการลิปซิงก์ถ่ายทอดตัวตน อารมณ์ ความรู้สึกที่หลากหลายไปกับเสียงดนตรี ทำให้เพลงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเดือนนี้ . ‘ก็ใจเรียกร้อง สองไม่ได้อยากเป็นผู้ชาย เข้าใจบ้างไหม หัวใจของสองมันเป็นผู้หญิง’ ในปีที่แล้ว ไอ้สอง – TaitosmitH Feat. เบน ชลาทิศ วงดนตรีเพื่อชีวิตจาก Gene Lab ที่หยิบยกเรื่องราวของชีวิตลูกชายที่ไม่ได้อยากเป็นลูกชายในครอบครัวตามขนบที่พ่อเป็นทหาร แม่เป็นพยาบาล พร้อมจะโอบรับตัวตนลูก ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงโดนใจที่ถูกเพิ่มเข้าใน playlist ของชาว LGBTQ+ แบบอัตโนมัติ . ในปีนี้ อีกไม่กี่วันก็จะก้าวเข้าสู่ Pride Month ทำให้เหล่าศิลปินเริ่มทยอยปล่อยเพลง เพื่อร่วมสนับสนุนความหลากหลายและร่วมสร้างบรรยากาศเฉลิมฉลองความหลากหลายกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น … เผย – Hard Boy ‘แต่ต่อจากนี้ จะไม่คอยปิดบังตัวเอง อีกแล้ว จะเปิดเผยให้โลกได้รู้ ว่ามี คนอย่างฉัน’ เพียงเพราะแค่แตกต่าง ทำให้โดนรังแก ดูถูก เหยียดหยามมากมาย เพลงนี้จึงอยากชวนให้ทุกคน เผย ตัวตนของตัวเองให้โลกรู้ว่า ‘ฉัน ไม่ แคร์’ สังคมอีกต่อไป ด้วยการผสานความร็อก ยุค 80 กับออเคสตราอย่างลงตัว เพิ่มความอิมแพ็คให้เพลงนี้ไปอีกขั้น . พร้อมในเอ็มวียังได้ “ไจ๋ ซีร่า” แดร็กควีนระดับตำนานของไทยร่วม เผย อารมณ์และความรู้สึกของเพลงให้ส่งตรงถึงใจคนฟังให้ออกมา เผย ตัวตนแบบที่ไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป … Don’t Kill The Vibe – THAMMACHADxToocalderonexElista the Drag Gamer ft.Laganja Estranja ‘Don’t kill the vibe Let’s rock the night’ เพลงรวมแดร็กควีนระดับท็อป

จากไวรัล Asoka มา Ayothaya Makeup ไม่น่าเชื่อ อินฟลูฯ+ครีเอเตอร์ไทย “ทุ่มทุน” และ “ทำถึง” กันเบอร์นี้เลย!!!

ท่ามกลางกระแสไวรัล Asoka Makeup ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ประวัติศาสตร์อินเดียฟอร์มยักษ์อย่าง Asoka (อโศกมหาราช) ทำให้ไม่ว่าจะไถฟีดไปทางไหน ก็เจอเหล่าคนดังและอินฟูลเอนเซอร์ปล่อยคอนเทนต์ เล่นใหญ่ ทำถึง ประชันโฉมกันอย่างสนุกสนาน คนบันเทิงและอินฟูลฯ ที่ปล่อยคอนเทนต์แบบจัดเต็มเรียกยอดไลค์ไปหลักแสนหลักล้านก็มีตั้งแต่ พิ้งกี้ สาวิกา, มิน พีชญา, พิมรี่พาย, เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น, กระแต อาร์สยาม, เลิกลั่ก ฯลฯ และคนอื่นๆ อีกมากมาย แน่นอนว่าเทรนด์บันเทิงม่วนจอยแบบนี้ มีหรือพี่ไทยจะปล่อยผ่าน หันมาครีเอทแฮชแท็ก Ayothaya Makeup “ฟร่อม ไท๊แล้นด์” เข้าประกวดกะเค้าด้วย งานนี้ “พรีมพร้อม” บิวตี้บล็อกเกอร์เจ้าของแอ็กเคานต์ Premepromt เปิดประเดิมแจ้งเกิดคอนเทนต์นี้ก่อนใครเพื่อน ส่งแฟชั่นลุคสไตล์อโยธยา และชุดไทยโบราณระดับสวยมงลงออกไปเฉิดฉายในหน้าฟีดโซเชียลของผู้คนทั่วโลก ตามมาด้วยขบวนทัพครีเอเตอร์ชาวไทยอย่าง น้องเนสตี้, ตู่ ซาวติส, นัท นิสามณี, บิว วราภรณ์, โอปอล สุชาตา รองอันดับ 3 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2022 และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละคนก็เรียกได้ว่า ทำดี ทำถึง กวาดยอดวิวรวมกันเกินกว่า 20 ล้านวิวเลยทีเดียว   เบื้องหลังความปังที่แต่ละชาติขุดเอาความจึ้ง เอาความปึ้งของตัวเองมาประชัน โชว์ของ กันแบบเบิ้มๆ นั้น จำเป็นต้องให้ความสำคัญทุกองค์ประกอบ เพราะ การจะเนรมิตรลุคให้เรียกได้ว่า “ทำถึง” นอกจากแฟชั่นเสื้อผ้า และการแต่งหน้าแล้ว แน่นอนว่า “ทรงผม” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ต้องใส่ใจ เพราะ หากเหล่าอินฟลูอินเซอร์ลืมให้ความสำคัญ คอนเทนต์ที่ตั้งใจจะดันให้ปัง ก็อาจพังจนมิสชั่นเฟลไปเลยก็ได้ อะแฮ่ม!… ด้วยเหตุนี้ เราเลยถือโอกาสแนะนำสิ่งดีๆ อย่าง ไดร์เป่าผมพานาโซนิครุ่น “นาโนแคร์ EH-NAOJ” ด้วยพลังนาโนอี มอยสเจอร์พลัส (nanoeT MOISTURE+) นวัตกรรมเฉพาะส่งตรงจากญี่ปุ่น ช่วยให้ผมแห้งไวแบบไม่รู้สึกแสบร้อนหนังศีรษะ มาพร้อม “โหมดบิวตี้” เทคโนโลยีที่โกบียอนด์ไปไกลกว่าไดร์เป่าผม ช่วยผลักอนุภาคความชุ่มชื้นเข้าสู่ชั้นผิวได้มากถึง

ปลดปล่อยพลัง “ตัวแม่” ในตัวคุณ นักท่องเที่ยวชายเที่ยววัดอรุณ ในลุคชุดไทยสไบเฉียง!

กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไปแล้วแน่ๆ  เพราะไม่ว่าจะเดินไปมุมไหน ก็จะเห็นนักท่องเที่ยวชาย/หญิง ใส่ชุดไทยออกทริปถ่ายรูปคู่วัดอรุณกันจนเป็นกิจกรรมฮิตที่ชาวต่างชาติป้ายยากันรุ่นสู่รุ่นจนชินตา   เช่นเดียวกันกับนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มนี้ที่เลือกเช่าชุดไทยสไบเฉียง มาสวมใส่ถ่ายรูปภายในวัดกันอย่างสวยงาม   แต่เอ๊… เดี๋ยวนะ นี่มันชุดผู้หญิงมั้ยนะ คุณพรี่!!!  

‘ผ้าขาวม้า’ ไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่เป็นวิถีชีวิต

ในเมื่อใส่มาติดๆ กันหลายวันขนาดนี้แล้ว ก็คงต้องพูดถึงกันเสียหน่อย สำหรับ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมต. คลัง ที่ขณะนี้ทำงานเดินสายพบปะต่างชาติเพื่อหาโอกาสให้ประเทศไทย ตามสไตล์  ‘นายกเซลส์แมน’   พร้อมด้วย  “ผ้าขาวม้า”  ที่พกติดตัวไปโชว์ให้ชาวโลกได้เห็นถึงงานฝีมือคนไทย  และขณะเดียวกันก็เป็นการโปรโมต Soft Power ไทยไปพร้อมๆ กัน   ทั้งนี้ “ผ้าขาวม้า” นับว่าเป็นอาภรณ์ประจำกายของคนไทยหลายหมู่เหล่ามายาวนาน ทั้งยังถูกใช้ในหลากหลายบริบท อาทิ ใช้พันคอ เช็ดเหงื่อ คาดเอว ปูนั่ง อาบน้ำ ฯลฯ รวมถึงในปัจจุบันนี้ ก็มีใยผ้าให้เลือกมากขึ้นตามประเภทที่ใช้ ด้วยเหตุนี้ ผ้าขาวม้าจึงเรียกได้ว่าเป็น  ‘ผืนผ้าอเนกประสงค์’  ซึ่งเกิดขึ้นมาจากวิถีชีวิตของคนไทยโดยแท้  เนื่องเพราะคนไทยอาศัยอยู่ในภูมิประเทศเขตร้อน และหากย้อนกลับไปตามวิถีดั้งเดิม กิจกรรมต่างๆ ก็มักจะทำกันกลางแจ้ง  เช่น ทำไร่ ไถนา ทอดผ้าป่า งานบวช งานวัด ฯลฯ ฉะนั้นแล้ว ผืนผ้าอเนกประสงค์ที่บางเบา ซับเหงื่อได้ดี และพกพาสะดวก จึงเป็นไอเทมที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนไทยมาแต่เดิม ยิ่งไปกว่านั้น ในหลายพื้นที่ยังมีธรรมเนียม “ผูกผ้าขาวม้า” ให้แขกเหรื่อผู้มาเยือน อันเป็นการแสดงถึงการผูกไมตรีจิตอย่างอบอุ่น และสร้างความรู้สึกเป็นพวกเดียวกันไปในตัว   แต่หากจะกล่าวกันด้วยเรื่องของการเมือง จึงเป็นธรรมดาอยู่เองที่เรามักจะเห็นนักการเมืองคาดผ้าขาวม้า ลงพื้นที่พบปะหาเสียงกับพ่อแม่พี่น้อง  ซึ่งในแง่หนึ่ง  ก็เป็นการช่วยลดความรู้สึกอันสูงส่งทรงเกียรติของนักการเมือง ให้ลงมาใกล้ชิด และสร้างความรู้สึก ‘เป็นพวกเดียวกันกับประชาชนมากขึ้น’ นักการเมืองหลายคนจึงเลือกใช้ผ้าขาวม้าด้วยคุณสมบัติดังกล่าวนี้ กระนั้นก็ตาม นายกฯ คนที่ 30  แห่งราชอาณาจักรไทยมองการณ์ไกลกว่านั้น เพราะการหยิบผ้าขาวม้ามาประดับกาย จนแทบจะเป็นของติดตัวไปแล้ว ณ ช่วงนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอ โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจผ้าขาวม้า ซึ่งนับว่าเป็นวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ที่ดี   แต่ก็มิวาย ทำให้เกิดคำถามว่า การที่  ‘เซลส์แมนนิด’  นำผ้าขาวม้า ไปอวดโฉมต่อต่างชาติ  โดยเฉพาะยิ่ง ในประเทศเขตหนาวแล้วนั้น  จะมีประสิทธิภาพ / ประสิทธิผลเพียงใด? เนื่องจากภูมิอากาศที่ต่างจากบ้านเรา ซึ่งก็หมายถึงวิถีชีวิตที่ต่างจากบ้านเรา ในเขตเมืองหนาว เขาก็ต้องการผ้าผืนหนา แล้วทีนี้ ผ้าผืนบางลายตารางสีสวยจะเป็นที่ต้องการของต่างชาติได้จริงหรือ?

ไทย เองก็เป็นได้นะ Friend of Brand ตัวพ่อ-ตัวแม่ ตัวแทนแบรนด์แฟ-ระดับโลก

หากติดตามวงการแฟชันระดับโลกในช่วง 1-2 ปีมานี้ จะเห็นได้ว่า บุคคลที่มีชื่อเสียงที่ได้เข้าร่วมงานแฟชันวีคเปิดตัวคอลเลคชันใหม่ ไม่ได้มีเพียงแค่นักแสดง นักร้อง หรือศิลปิน K-pop ชื่อดังเท่านั้น แต่เรายังเริ่มแอบเห็นเหล่า “นักแสดงไทย” ที่ถูกเชื้อเชิญไปเคียงคู่กับเหล่าเซเลบจากทั่วโลกอีกด้วย  มากไปกว่านั้น หลายแบรนด์ยังแสดงออกถึงการเริ่มให้ความสำคัญกับนักแสดงไทยขึ้นไปอีกขั้น ผ่านการแต่งตั้งให้นักแสดงไทยหลายคนเป็นเฟรนด์ ออฟ แบรนด์ (Friend of Brand) หรือ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ (Brandambassador) เพื่อโปรโมทแบรนด์ของตน โดย “เฟรนด์ ออฟ แบรนด์ (Friend of Brand)” หรือในบางครั้งจะใช้ชื่อว่า “เฟรนด์ ออฟ เฮ้าส์ (Friend of House)” จะหมายถึง บุคคลที่มีชื่อเสียง สามารถสวมใส่สินค้าของแบรนด์ร่วมงานอีเว้นท์ แฟชันวีค หรือสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ เช่น ‘ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์’ นักแสดงหญิงไทยคนเดียวที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Friend of Louis Vuitton , ‘เบลล่า-ราณี แคมเปน’ นักแสดงหญิงไทยคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Freind of Fendi  การได้รับโอกาสก้าวเข้ามาเป็น เฟรนด์ ออฟ แบรนด์ ของครอบครัวแบรนด์แฟชันต่าง ๆ ก็นับได้ว่าเป็นเกียรติมากแล้ว  แต่ในบางครั้ง หาก เฟรนด์ ออฟ แบรนด์ ได้ร่วมงานกับแบรนด์หลายครั้ง ก็มีสิทธิ์ที่จะได้เลื่อนขั้นเป็น “แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ (Brand ambassador)” หรือ”เฮ้าส์ แอมบาสซาเดอร์ (House Ambassador)” ซึ่งหมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวแทนของแบรนด์ในประเทศ เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ในประเทศ ส่วนในระดับโลก จะเป็นหน้าที่ของ โกลบอล แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ (Global Brand Ambassador)    ล่าสุด Gucci เพิ่งประกาศให้ กลัฟ คณาวุฒิ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ชายคนแรกของไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนที่สองของไทย ต่อจากใหม่ ดาวิกา

Adidas x Bob Marley รองเท้ารุ่นพิเศษ จากผู้เป็นมะเร็งนิ้วเท้า กล้าซื้อใส่กันไหม!?

สายเขียวว่าไงงง หลังจากมีข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า Adidas เตรียมเปิดตัวรองเท้าวิ่งตัวใหม่ในรุ่น SL 72 ด้วยคอนเซ็ปต์แบบย้อนยุค และที่สำคัญยังเป็นการคอลแลบกับ Bob Marley ตำนานเร็กเก้ราชันย์สัญชาติจาไมก้า โดยภาพตัวอย่างรองเท้ารุ่นพิเศษนี้ถูกเปิดเผยจาก Zuri Marley ผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวของตำนานผู้ล่วงลับ ผ่านช่องทาง TikTok ส่วนตัว    สำหรับความโดดเด่นของ Adidas SL 72 x Bob Marley รุ่นนี้คือ มีการประทับรูปของ Bob Marley ไว้ที่ลิ้นของรองเท้า ส่วนพื้นรองเท้าก็มีสีเขียว, เหลือง และแดง อันเป็นสีประจำชาติของชาวเร็กเก้ อีกทั้งยังมีลายเซ็นสีเหลืองทองของตำนานสันติภาพสลักไว้บริเวณส้นรองเท้าด้านนอก แม้จะยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากค่ายสามแถบอย่างเป็นทางการ รวมถึงราคาก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ทว่าทาง Complex สื่อบันเทิงและไลฟ์สไตล์ชื่อดัง คาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวให้เหล่าผู้ศรัทธาศาสดาเอกแห่งแนวเพลงอันรื่นรมย์ ได้ครอบครองบูชาในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง   ทั้งนี้ Bob Marley นับว่าเป็นศิลปินที่ชื่นชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งในระยะสุดท้ายของชีวิต Bob Marley ป่วยเป็นมะเร็งผิวหนังบริเวณนิ้วเท้า ต่อมา เขาประสบอุบัติเหตุอย่างหนักจากการเล่นฟุตบอล แม้จะมีเรื่องที่ถกเถียงกันว่า เขาเป็นมะเร็งก่อนหรือหลังประสบอุบัติเหตุ ทว่าการปฏิเสธการรักษา โดยมุ่งหน้าแสดงดนตรีและเล่นฟุตบอลต่อไปของเขา ยิ่งส่งผลร้ายต่อร่างกายก็เป็นสิ่งที่มีมูลต่อวาระแห่งชะตากรรม การจะผลิตรองเท้ารุ่น Bob Marley ผู้เป็นมะเร็งนิ้วเท้าออกมา ต่างชาติอาจจะไม่ติดใจอะไร แต่เรื่องแบบนี้คนไทยเขาค่อนข้างถือกัน แต่ก็ไม่แน่นะ สาวก Bob Marley ในบ้านเรา อาจจะมีศรัทธาที่อยู่เหนือธรรมเนียมใดๆ    แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ กล้าซื้อมาใส่ไหม!?