Skip links

Film

ดาวโป๊ญี่ปุ่น JAV เตรียมจัดแฟนมีตแบบฟินๆ ในไทย

นับว่าเรียกเสียงฮือฮาในบรรดาท่านสมาชิก จนนั่งกันไม่ติดเลยเชียว หลังจากที่ UTO event ประกาศจัดอีเวนต์สุดฮอต สุดร้อนฉ่า ด้วยการนำ มายูกิ อิโตะ (Mayuki Ito) นางเอกสุดเร่าร้อน ตัวท็อปอันดับ 1 จากค่าย Kawaii ประเทศญี่ปุ่น มาจัดงานแฟนมีตครั้งแรกในไทยอย่างเต็มรูปแบบ . ท่ามกลางบรรยากาศสุดใกล้ชิด ให้ท่านสมาชิกได้เสพสมกับความเป็นกันเอง ทั้ง meet and greet ถ่ายรูป แจกลายเซ็นต์ เล่นเกมกับมายูกิบนเวที พูดคุยและฟังเรื่องราวหลังกล้องของเธอ รวมถึงกิจกรรม Exclusive ที่นางเอกเอวีแห่งยุคจะมาเป็นนางแบบให้แฟนๆ รุมกระหน่ำ…กดชัตเตอร์อย่างใกล้ชิด โดยจำกัดผู้เข้าร่วมแค่รอบละ 10 คนเท่านั้น . ทั้งนี้ มายูกิ อิโตะ เดบิวต์สู่วงการหนังผู้ใหญ่เมื่อปี 2018 กระทั่งฉายแววความแซ่บสะท้านทรวง เฉพาะยิ่งในรูปแบบ VR (การถ่ายทำโดยใช้มุมกล้องแทนสายตา) ที่กระตุกจิตกระชากใจ กระทุ้งราคะจริตเหล่าผู้ชมให้ผงาดง้ำไปตามๆ กัน ถึงขนาดหลายคนยกให้เป็นตัวท็อป VR แห่งยุคสมัย . และแน่นอน อานุภาพความเย้ายวนเซ็กซี่ขยี้ใจของมายูกิ ก็สั่นสะเทือนกามารมณ์แฟนคลับชาวไทยด้วยเช่นกัน จนเป็นอีกหนึ่งรายที่ขึ้นแท่นนางเอก AV ขวัญใจชาวไทยไปในที่สุด การมาเยือนไทยครั้งนี้ เรียกได้ว่าเซอร์ไพรส์แฟนๆ อย่างไม่คาดคิด รวมไปถึงรูปแบบการจัด Fanmeet กับดารา AV อย่างเต็มระบบแบบนี้ ก็ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในไทย จึงเป็นที่น่าจับตาและเฝ้าดูฟีดแบคอยู่เหมือนกันว่ากระแสจะออกมาเป็นอย่างไร? . เพราะงานลักษณะนี้ หากคนที่ไม่เข้าใจก็อาจมองเป็นเรื่องหื่นกาม แต่สำหรับบางกลุ่มคนก็มองว่าเป็นการรับ-ส่งกำลังใจ ระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค เหมือนงานแฟนมีตอื่นๆ . อย่างไรเสีย หากมีการนำดารา AV เข้ามาจัดงานเช่นนี้บ่อยๆ ในบ้านเรา อาจเป็นแรงกระเพื่อมถึงเรื่องกฎหมายสื่อลามกที่มีการพยายามปลดล็อคอะไรกันอยู่ก็อาจจะเป็นได้เช่นกัน . ติดตามรายละเอียดงาน “Mayuki Ito 1st Fan Meeting in Bangkok” ได้ที่ช่องทางของ  UTO event  

อ้ายมาสี่คน! แนะนำ 4 ตัวตึง Inside out 2 ถ้าได้รู้จัก รับรองจะรักเลย …

  ใน Inside out ภาคที่แล้ว นอกจากเราจะได้รู้จักกับเหล่าอารมณ์ทั้ง 5 เรายังได้รู้จักกับ “ปิ๊งป่อง” เจ้าก้อนสายไหมสีชมพูตัวใหญ่ที่ปฎิเสธไม่ได้ว่าใครเห็นก็ต้องตกหลุมรัก พลางคิดถึงเพื่อนในจินตนาการของเราที่เคยเล่นด้วยกันในวันวาน . วันนี้เราจึงอยากพาไปรู้จักกับอีก 4 ตัวตึงใน Inside Out 2 ที่จะมาเรียกเสียงฮาและความรักของผู้ชม พร้อมชวนให้เรานึกถึงเรื่องราวในวัยเด็กได้ไม่แพ้กับ “ปิ๊งป่อง” อย่างแน่นอน . >>> แลนซ์ สแลชเบลด (LANCE SLASHBLADE) รักแรกของไรลีย์ <<< แลนซ์ สแลชเบลด คือ ฮีโร่อนิเมะจากวิดีโอเกมที่ไรลีย์เคยแอบชอบ ด้วยลุคผมสีม่วงยาวสลวยพลิ้วไหวตามลม ดวงตากลมโต เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์และความเท่ห์ แต่มาพร้อมกับจิตใจเศร้าหมอง เพราะท่าไม้ตายสุดอาภัพ “พลังโจมตีเบาหวิวดุจปุยนุ่น” ที่แทบจะไม่สร้างดาเมจให้ศัตรู แต่ก็สามารถปกป้องช่วยเหลือเหล่าอารมณ์ทั้ง 5 ให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ . ไมเคิล โคเม็ต (Michael Comet) ผู้ควบคุมการออกแบบตัวละคร กล่าวถึงการออกแบบตัวละครตัวนี้ไว้ว่า แลนซ์ ได้รับแรงบันดาลใจจากโมเดลตัวละครในหลายเกม เพื่อให้ระลึกถึงตัวละครฮีโร่ในเกม PS2 สมัยก่อน ซึ่งก็ถือว่าตีโจทย์แตกแบบละเอียดยิบ ตั้งแต่ลักษณะของตัวละครที่เห็นได้ชัดเลยว่า “ภาพแตก” อยู่ตัวเดียว ไปจนถึงจังหวะการเดินที่ลื่นไถลไปมา ติดประตูนู้น เหลี่ยมนี้ไม่ถึงจุดหมายสักที แถมปากก็ยังไม่ตรงกับเสียงพากย์อีก “อาภัพจริงๆ เลยตัวละครนี้ … เฮ้อ” … >>> บลูฟฟี่ (BLOOFY) – การ์ตูนพี่หมาม่วงตัวโปรดในวัยเด็ก <<< บลูฟฟี่ (BLOOFY) คือ สุนัขตัวสีม่วงจากรายการการ์ตูน “Bloofy’s House” ที่ไรลีย์ยังคงแอบชอบดูอยู่ ซึ่งเวลาที่บลูฟฟี่พูด เขาจะทำเหมือนกำลังคุยกับเด็กๆ ที่กำลังดูอยู่ทางบ้าน . ในส่วนของการออกแบบ นอกจากแลนซ์แล้ว จะเห็นได้ว่า บลูฟฟี่ เป็นอีกตัวละครที่แตกต่างโดดเด้งออกมาจากตัวละครอื่นด้วยเช่นกัน เพราะ บลูฟฟี่ถูกสร้างขึ้นจากการผสมผสานระหว่าง CG และแอนิเมชัน 2D โดย Sudeep Rangaswamy ผู้ควบคุมวิชวลเอฟเฟ็กต์

ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก! “บุพกาลี” ละครตลกร้าย จากบทละคร “Le Dieu du carnage” โดย ยัสมินา เรซา

บทการแสดงโดย ชลเทพ ณ บางช้าง กำกับการแสดงโดย ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ ซึ่งสร้างความลือลั่นกับการทำละครเรื่องนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อ 6 ปีก่อนที่โรงละครทองหล่อ อาร์ต สเปซ . กลับมาคราวนี้เตรียมเปิดศึกครั้งใหม่พร้อมนักแสดงชุดเดิมสามคน นั่นคือ ดวงใจ หิรัญศรี รับบท อุมา, ภัทรสุดา อนุมานราชธน รับบท มัทนี และ เกรียงไกร ฟูเกษม รับบท กฤษณ์ พร้อมด้วยสองนักแสดงคนใหม่ที่ไม่ใช่นักแสดงหน้าใหม่ ปาโมช แสงศร (ปราโมทย์ แสงศร)  ในบท วิษณุ สามีของอุมา และ ปริยา วงษ์ระเบียบ . “บุพกาลี” ละครตลกร้ายกาจ ว่าด้วยเรื่องการเจรจาอย่างผู้เจริญ ระหว่างพ่อแม่เด็กที่ลูกรักของทั้งสองฝ่ายตีกัน แต่ดันมีอะไรไปไกลเกินกว่าการเยียวยา เมื่อความไม่พอใจภายในถูกขับออกมาพร้อมด้วยหน้ากากแห่งจริยธรรมที่มุ่งมั่นเรียกร้องให้ผู้อื่นทำตามบรรทัดฐานที่ตนเองต้องการ เตรียมฟาดฟันให้ได้ชมกันแล้วรอบแรกวันที่ 20 มิถุนายนนี้ . ปาโมช แสงศร เผยถึงการทำงานครั้งนี้ให้ฟังว่า “ได้กลับมาทำงานกับ พี่บิ๊ก ดำเกิง ผู้กำกับที่ชักชวนผมให้มาเริ่มต้นในสายงานแสดงทางด้านละครเวที หลังจากที่ไม่ได้เล่นกับพี่บิ๊กตั้งแต่ Dan le noir พี่บิ๊กถือว่าเป็นผู้กำกับที่ผมร่วมงานมากที่สุด  และดีใจที่ได้มาแสดงเรื่องบุพกาลี เพราะเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ผมได้ชมเรื่องนี้ และชอบมาก หวังว่าวันหนึ่งจะได้มาแสดง เพราะนักแสดงต้องแสดงอยู่ทั้งเรื่อง โดยที่ไม่ได้พักและออกไปนอกฉากเลย ก็เป็นเรื่องที่สร้างความท้าทายให้กับนักแสดงทั้งหมดอย่างมาก และเป็นบทประพันธ์ที่สนุกมากครับ” . ด้าน พี่บิ๊ก-ดำเกิง ฐิตะปิยะศักดิ์ กำกับการแสดงก็ได้แชร์เกร็ดน่ารู้ก่อนมาชมละครเรื่องนี้เอาไว้ว่า 1. ละครเรื่องนี้เคยแสดงมาก่อน เมื่อ 6 ปีที่แล้ว จำนวน 20 รอบที่ทองหล่อ อาร์ต สเปซ มาคราวนี้แสดงโดยนักแสดงเดิม 3 คน คือ เพียว ดวงใจ หิรัญศรี, เกรียงไกร ฟูเกษม และ บัว

4 เหตุผล ทำไม Inside Out 2 ถึงเป็นภาพยนตร์ทรงคุณค่า ที่ทุกคนบนโลกต้องดู!

  “ตอนนี้ไรลีย์อายุ 13 แล้ว มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น?” เมื่อปี 2015 Disney และ Pixar พาให้เราทำความรู้จักกับอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ลั้ลลา (Joy) เศร้าซึม (Sadness) ฉุนเฉียว (Anger) กลั๊วกลัว (Fear) หยะแหยง (Disgust) ซึ่งอยู่ภายในความคิดของไรลีย์ แอนเดอร์สัน เด็กหญิงวัย 11 ปีที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ จนกลายเป็นแอนิเมชันยอดเยี่ยมในใจใครหลายคน … วันนี้ Disney และ Pixar พร้อมแล้วที่พาเรากลับเข้าไปในความคิดของไรลีย์อีกครั้ง แต่เป็นในเวอร์ชันที่ไรลีย์เติบโตขึ้น ย่างเข้าสู่วัย 13 ปี วัยแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เราเห็นว่าชีวิตวัยรุ่นเกิดอะไรขึ้นบ้าง … 9 ปี 9 อารมณ์ หลังลั้ลลาทิ้งคำถามไว้พร้อมกับภาพปุ่มสีแดงปริศนา วัยแรกรุ่น (Puberty) มานานหลายปี ต่อภาค 2 ด้วยการเพิ่มคาแรกเตอร์ของอารมณ์ที่ซับซ้อนไปพร้อมกับการแตกเนื้อสาวของไรลีย์ ที่ทำให้ “ศูนย์บัญชาการใหญ่” ต้องเผชิญกับการรื้อถอนขยับขยายพื้นที่อย่างกะทันหัน ต้อนรับการก้าวเข้ามาของ “อารมณ์” ใหม่ๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นว้าวุ่น (anxiety) อิจฉา (Envy), เขิ๊นเขินอ๊ายอาย (Embarrassment) และ เฉยชิล (Ennui) ที่จะมาป่วนอารมณ์ทั้ง 5 . 2.สำรวจความคิด ชีวิตวัยรุ่น ที่ซับซ้อนมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ Inside Out ทำมาได้ดีตลอด ตั้งแต่ภาคแรก ก็คือการเล่าเรื่องของ อารมณ์ กระบวนการทำงานภายในสมองและจิตใจ ที่เป็นเรื่องนามธรรมและวิทยาศาสตร์ มาดัดแปลงสู่ คาแรคเตอร์อารมณ์ต่าง ๆ ที่เข้าใจได้ง่าย . ด้วยความที่ไรลีย์อายุเพียง 11 ปี แต่ต้องเจอสถานการณ์ที่กระทบความรู้สึก ทำให้การแแสดงอารมณ์และกระบวนการต่าง ๆ ซับซ้อนในระดับหนึ่ง แต่ในภาคนี้ เราจะได้เห็นการเล่าถึงกระบวนการความคิดภายในจิตใจของวัยรุ่นที่ซับซ้อนมากขึ้นไปอีกขั้น . เพราะนอกจากอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นมาถึง 4 ด้านแล้ว

The Boys ss4 ซีรีส์ฮีโร่ตลกลามก แอบหยิกหลังนักการเมือง

  ไม่ต้องรอแล้ว สำหรับซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่สายดาร์กอย่าง The Boys ss4 หลังจากปิดซีซั่น 3 ไปเมื่อสองปีก่อน งานนี้เหล่าแก๊งผู้ล่าฮีโร่ได้กลับมาพร้อมด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม . ทั้งนี้ The Boys นับว่าเป็นซีรีส์ซุปเปอร์ฮีโร่แหกขนบ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ตั้งแต่ปีแรกที่เปิดตัวเมื่อปี 2019 ด้วยเนื้อหาที่กวนโอ๊ย ลามก เสียดสี ผิดจากหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป แต่กระนั้นก็ไม่ทิ้งความซับซ้อน ชิงไหวชิงพริบ ขบเหลี่ยมกันตามประสาหนังแฟนตาซี การกลับมาของซีซั่น 4 ในครั้งนี้ก็ไม่ทิ้งความแสบสัน ทั้งยังมีมุกใหม่ๆ จัดมาให้สมการรอคอย . อย่างไรก็ดี หากพิจารณาถึงรายละเอียดของเนื้อเรื่อง จะพบว่ามีการจิกกัด ยั่วล้อ เสียดสี ผู้มีอำนาจหรือนักการเมืองได้อย่างบาดเฉือน เฉพาะยิ่งฝ่ายอำนาจนิยมที่เป็นแกนหลักของเรื่องนี้ ทั้งยังบังเอิ๊ญ…บังเอิญ ออกมาช่วงที่อเมริกากำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีอยู่พอดิบพอดี (รู้เลยว่าตั้งใจแหละ) . และหากกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องซึ่งแสดงให้เห็นถึงจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด ไร้กฎ ไร้กรอบ แต่ที่สำคัญต้องทำให้ถึง จึงจะสำเร็จ . ลองคิดดูเล่นๆ ว่าถ้าคนไทยเราทำแนวนี้ดูบ้างจะตลกร้ายขนาดไหน… แค่นึกก็สนุกแล้วใช่ไหมล่ะ  . สามารถรับชม The Boys ss4 ได้แล้วที่ Prime Video  

HITMAN หนังตลก, John Wick และ Sigmund Freud

  “ผมมีเพื่อนผู้ภักดีคือ id กับ ego” ประโยคเท่ๆ จากหนังฮาๆ อย่าง “Hit Man” ภาพยนตร์เรตติ้งดีที่พึ่งเข้าไทยให้แฟนหนังได้รับชมในโรงภาพยนตร์ . (กล่าวโดยย่อ ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ id เปรียบเสมือนสัญชาติญาณดิบของมนุษย์ superego เป็นดังระเบียบสังคมที่ห่อหุ้มพฤติกรรม ส่วน ego มีหน้าที่เป็นตาข่ายแห่งมโนธรรมสำนึกที่คัดกรองระหว่าง สัญชาติญาณดิบ และ ระเบียบสังคม) . และถึงแม้ว่าประโยคคูลๆ ข้างต้นนี้ จะเป็นสถานการณ์ที่ตัวเอกในเรื่อง ผู้มีอาชีพหลักเป็นอาจารย์สอนวิชาปรัชญา กล่าวถึงแมวสองตัวของเขาที่ตั้งชื่อไว้ว่า id กับ ego (ก็เท่ากับว่าตัวพระเอกเป็น superego ไหมนะ?) . แต่ทว่าเนื้อเรื่องก็ดำเนินขนานไปด้วยแนวคิดทฤษฎีจิตวิเคราะห์อันโด่งดังของ sigmund freud กระทั่งชวนผู้ชมทบทวนถึงการเปลี่ยนแปลงบุคลิกและการผสมผสานระหว่าง จิตสำนึก จิตใต้สำนึก และจิตไร้สำนึก ของตัวละครได้อย่างถึงแก่น เพราะตัวเอกของเรื่องมีอาชีพเสริมเป็นสายลับตำรวจ และต้องปลอมตัวเป็นนักฆ่าล่อซื้อเหยื่อ (มีล้อเลียน John Wick ให้พอขบขัน) และสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา จนเกิดความสับสนและนำไปสู่ความอลเวง . กระนั้นก็ตาม ตัวหนังมิได้มาสอนปรัชญาอันยากแท้หยั่งถึงเกินจะเอ่ย แต่เป็นภาพยนตร์ที่เหมาะแก่การดูเพลินๆ เสียมากกว่า เพราะบทจะฮาก็ฮา บทจะเกรียนก็เกรียน จะเครียดก็เครียด และบทจะลึกก็ลึกอยู่ . หากจะจัดหมวดหมู่ เรื่องนี้ก็คงเป็นคอมเมดี้ตลกๆ เรื่องหนึ่ง มีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เข้าใจง่าย แต่กระนั้นก็สอดประสานทฤษฎีลึกๆ ไปพร้อมกันด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเอ่ยถึงชื่อนักปรัชญาคนสำคัญๆ ไว้แบบหยิกแกมหยอกตามสไตล์ นับได้ว่าเป็นกลิ่นไอที่ไม่ค่อยพบเห็นในภาพยนตร์ไทยสักเท่าใด จึงน่าสนใจอยู่ไม่น้อยหากหนังตลกไทยจะดูเป็นแบบอย่าง  

“ใจซ่อนรัก” ช่อง 3 ส่งซีรีส์แซฟฟิค เปิดโลกความรัก ญ-ญ

  หลังช่อง 3 ขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตซีรีส์วาย (Boys Love) อย่างเต็มตัวมาแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวหันมาขึ้นแท่นเป็นผู้จัด “ซีรีส์แซฟฟิค” หรือซีรีส์เกิร์ลเลิฟ (Girls Love) เองแล้ว . ครั้งนี้ ช่อง 3 เปิดประเดิมด้วยซีรีส์ “ใจซ่อนรัก” -ซีรีส์แซฟฟิคเรื่องแรกที่ช่อง 3 ลงมือเป็นผู้จัดเอง ตั้งแต่ซื้อลิขสิทธิ์จากนิยายในชื่อเดียวกันมาดัดแปลง ไปจนถึงแคสต์นักแสดงเคมีลงตัว อย่างหลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส . การปรับเปลี่ยนขยับมาจับกระแสซีรีส์แซฟฟิคและซีรีส์วายของช่อง 3 ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะช่อง 3 ถือเป็นช่องที่อยู่คู่กับวงการละครไทยมาอย่างยาวนาน การหันมาลงมือเป็นผู้จัดซีรีส์แซฟฟิคในครั้งนี้ จึงอาจสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของช่อง 3 ที่ปรับเปลี่ยนทัศนคติ เปิดกว้าง เปิดพื้นที่ให้กับทุกความหลากหลาย . และแม้ซีรีส์ยังไม่ออนแอร์ บัตรแฟนมีต “ LINGORM 1st MEET​ “ใจซ่อนรัก The Secret of Us” ”หมดลงเป็นที่เรียบร้อย แถมในบรรยากาศในงานบวงสรวงยังเนืองแน่นไปด้วยเหล่าแฟนคลับที่ส่ง ฟู้ดซัพพอร์ต (Food Support) มาสนับสนุนศิลปินกันกว่า 10 คัน เรียกได้ว่า ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยม ทำให้เห็นว่า ซีรีส์แซฟฟฟิคเองก็อาจมีศักยภาพในการให้เป็นที่รู้จักเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับวงการซีรีส์วายไทยมาแล้ว … เรื่องย่อ “ใจซ่อนรัก” (The Secret Of Us) แพทย์หญิง ฟ้าลดา (รับบทโดย หลิงหลิง คอง) ทายาทของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หลังจากเรียนจบเฉพาะทางด้านผิวหนังกลับมาในสภาพบอบช้ำที่ถูกคนรักทิ้งไป  ก็มุ่งมั่นทำงานโดยไม่คิดจะมีความรักอีก  แต่ด้วยความสวยและฐานะหน้าที่การงานของลดา  ทำให้มีคนมากมายอาสามาดามใจให้  แต่ลดายังคงนึกถึง เอิน (รับบทโดยออม กรณ์นภัส ) อดีตคนรักที่เคยทำลายชีวิตเธอที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของโรงพยาบาลและพยายามขอโอกาสกลับมาคืนดีกับฟ้าลดาอีกครั้ง … เส้นทางความรักของพี่หมอกับน้องซุปตาร์จะเป็นอย่างไรต่อไป สามารถติดตามซีรีส์ใจซ่อนรักได้ทุกวันจันทร์ ทางช่อง 3 (เริ่มตอนแรก 24 มิถุนายนนี้ เวลา 22:00 น.)

‘ความทุกข์’ ‘ความฝัน’ และ ‘ความหวัง’ ชวนดูหนังเทศกาลภาพยนตร์ผู้ลี้ภัยครั้งที่ 13

  “ผู้ลี้ภัยเหมือนกับพวกเราทุกคน มีความฝัน มีความหวัง และต้องการโอกาส เพื่อเติมเต็มศักยภาพความเป็นมนุษย์” . ณ ขณะนี้ ในโลกของเรามีจำนวนผู้ลี้ภัยที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นสูงถึง 114 ล้านคน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ผู้ลี้ภัยทุกคนต่างก็ยังคงเป็น ‘มนุษย์’ ที่ยังต้องใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ . การสร้างโลกที่ผู้ลี้ภัยได้รับการยอมรับตั้งแต่ระดับชุมชน โรงเรียน สถานที่ทำงาน หรือระบบสาธารณสุข ไปจนถึงการรณรงค์เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายให้เกิดการคุ้มครองและสนับสนุนผู้คนที่ถูกบังคับให้หนีได้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ . ล้วนเป็น ‘เรื่องสำคัญ’ เพื่อต้อนรับผู้ลี้ภัยได้กลับเข้าสู่สังคมและได้ใช้ชีวิตในฐานะ ‘มนุษย์’ อีกครั้ง . ในทุก 20 มิถุนายนของทุกปี UNHCR จึงก่อตั้งวันผู้ลี้ภัยโลก เพื่อระลึกถึงความเข้มแข็งและความกล้าหาญของผู้ลี้ภัยทั่วโลก พร้อมมุ่งสร้างการตระหนักรู้ให้ผู้คนทั่วโลกเข้าใจถึงความสามารถในการต่อสู้กับปัญหาของผู้ลี้ภัยทั่วโลก ซึ่ง UNHCR ในแต่ละปี แต่ละประเทศจะจัดกิจกรรมในวันนี้แตกต่างกันไป . ในปีนี้  สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำประเทศไทย จะจัดงาน “เทศกาลภาพยนตร์ผู้ลี้ภัยครั้งที่ 13 ” ระหว่างวันที่ 15-20 มิถุนายน 2567 ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน . UNHCR ประจำประเทศไทย จะนำภาพยนตร์สารคดีและสารคดีสั้น กว่า 6 เรื่อง มาฉายให้ชมฟรี เพื่อให้ผู้คนในสังคมได้รับชมเสียงสะท้อนแห่งความทุกข์ ความฝันและความหวังของผู้ลี้ภัยทั่วโลกที่ยังต้องการ ‘โอกาส’ ในการใช้ชีวิต อาทิ … ALLIHOPA: THE DALKURD STORY สารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของทีมฟุตบอลดัลเคิร์ด ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดที่ได้รับโอกาสตั้งถิ่นฐานในประเทศสวีเดน จนไต่อันดับลีคฟุตบอลของสวีเดนได้สำเร็จ และกลายเป็นความภาคภูมิใจของชาวเคิร์ด … NOWHERE TO RUN สารคดีสั้นที่กำกับและถ่ายทำโดย “คุณสิงห์ วรรณสิงห์” จากการไปลงพื้นที่ที่ศูนย์ผู้ลี้ภัยในประเทศโมซัมบิก … THE ZONE OF INTEREST ภาพยนตร์ระดับออสการ์ที่บอกเล่าความโหดร้ายริมรั้วค่ายนรกผ่านชีวิตประจำวันที่แสนธรรมดา … นอจากนี้ยังมีภาพยนตร์สารคดีเรื่อง WE DARE TO DREAM, THE

กระบี่จ๋าา พี่มาแล้ววว ทำไม Jurassic world 4 เลือกกระบี่เป็นสถานที่ถ่ายทำ?

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์อย่าง Jurassic world 4 ที่กำลังจะเริ่มถ่ายทำในเดือนหน้านี้ ได้เลือกจังหวัดกระบี่และจังหวัดตรัง เป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทำ หลังจากมีการยืนยันจากเจ้าหน้าที่อุทยานว่า มีการติดต่อขอใช้สถานที่เพื่อถ่ายทำภาพยนตร์จริง . ส่วนเหตุที่ทำให้ข่าวนี้แพร่สะพัด ส่วนหนึ่งก็มาจากตัวผู้กำกับนามว่า Gareth Edwards นี่แหละ เนื่องจากแกเป็นนักท่องโลกคนหนึ่ง และก่อนหน้าที่พี่แกจะมากุมบังเหียนโปรเจกต์ Jurassic world 4 ผู้กำกับชาวอังกฤษผู้นี้ เคยยกกองถ่ายของตน บินลัดฟ้ามาถ่ายทำที่ประเทศไทยครั้งหนึ่งแล้ว ในเรื่อง The Creator (2023) . โดยในเรื่องดังกล่าว James Clyne ผู้มีตำแหน่งเป็น Production Designer เคยเปิดเผยไว้ว่า เราใช้โลเคชั่นในประเทศไทยไปราวๆ 60 – 70 แห่ง (We probably had 60-70 different locations) ทั้ง กรุงเทพฯ สังขละบุรี ภูเก็ต กาญจนบุรี พังงา เชียงดาว สามพันโบก สถานีรถไฟ สนามบินสุวรรณภูมิ แอร์พอร์ตลิ้งค์ อิมแพ็ค อารีน่า ฯลฯ และแน่นอนรวมถึงจังหวัดกระบี่ด้วย . ไม่เพียงแค่นั้น James Clyne ยังเพิ่มเติมอีกว่า Gareth Edwards เคยเช่าบ้านพักอยู่ในจังหวัดกระบี่ เป็นบ้านที่สวยงาม อยู่ติดชายหาด มีผาหินขนาดใหญ่อยู่รอบๆ และสถานที่แห่งนั้นเองก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับชาวอังกฤษสร้างสรรค์ภาพยนตร์ The Creator ด้วยเช่นกัน . เช่นนี้แล้ว เมื่อ Gareth Edwards ขึ้นแท่นผู้กำกับภาพยนตร์มหากาพย์ไดโนเสาร์ Jurassic world 4 จึงไม่เกินความคาดหมาย ที่พี่แกจะหวนมารำลึกความหลังยังสถานที่ซึ่งเคยผูกพันมาก่อนในประเทศไทย เฉพาะยิ่งจังหวัดกระบี่ . นับเป็นอีกครั้ง ที่จังหวัดกระบี่เข้ารอบสุดท้ายในการเลือกโลเคชั่นถ่ายทำของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ระดับโลก หลังจากที่เคยถูกเลือกมาแล้วใน The Beach (2000) , Fast 9 (2021)

เทอม 3 สามเรื่องหลอน จากสามมหา’ลัยดัง

ทุกมหา’ลัยล้วนมีตำนาน ทุกสถานศึกษาล้วนมีเรื่องเล่า เป็นมุขปาฐะเขย่าขวัญที่เล่าสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น . เรื่องสยองสามเรื่อง จากสามมหา’ลัย ถูกรวบรวมไว้ใน เทอม 3 ภาพยนตร์เรื่องล่าสุด จากการโปรดิวซ์โดย “มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล” และ “โขม-ก้องเกียรติ โขมศิริ” พร้อมรวมพลผู้กำกับรุ่นใหม่ที่มากันถึงสี่คน ประกอบไปด้วย “เบิ้ล-นนทวัฒน์ นำเบญจพล”, “โจ้-อรุณกร พิค”, “นัทสอ-สรวิชญ์ เมืองแก้ว” และ “ตู้-อัศฎา ลิขิตบุญมา” . แน่นอนว่า เมื่อเป็นเรื่องผีแบบไทยๆ ในทั้งสามตอนจึงมีองค์ประกอบความหลอนแบบไทยๆ ไว้ครบถ้วน อาทิ ตอน ‘ขบวนแห่’ ที่มีการบนบานศาลกล่าว อันเป็นพิธีกรรมยอดนิยมของหลายคน ส่วนตอน ‘พี่เทค’ ก็มาพร้อมกับระบบอำนาจนิยม ในรั้วมหา’ลัย อย่างการรับน้อง หรือ SOTUS หรือตอนสุดท้าย ‘ศาลล่องหน’ ก็มีทั้งพวงมาลัย, น้ำแดง, นางรำ เรียกว่าพกองค์ประกอบแห่งความหลอนมาอย่างครบครัน . แต่ทว่า นี่ไม่ใช่หนังผีที่น่ากลัวที่สุด หรือสยองขวัญที่สุด หากแต่ด้วยความที่เป็นเรื่องเล่า ซึ่งส่งต่อกันมาจากปากต่อปาก จึงทำให้ในแต่ละเรื่องยังเหลือพื้นที่แห่งการตีความที่ผู้กำกับแต่ละคน สามารถเพิ่มเติมไอเดียของตนลงไปได้ตามสไตล์ที่อยากนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็น ดราม่าเรียกน้ำตา เอฟเฟคต์เว่อวัง หรือซีนตลกโปกฮาก็ยังมี แทบจะเป็นสามเรื่อง สามอารมณ์เลยแหละ เห็นที กระแสหนังผีไทยคงจะไม่ซาลงไปง่ายๆ ซะแล้ว . สามารถรับชมเทอม 3 ได้แล้ววันนี้ ทุกโรงภาพยนตร์