Skip links

Wellness

Tags

“MEGA We care จัดกิจกรรมเต้นแอโรบิกครั้งใหญ่ ร่วมกับ หลิง – ออม“

บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA We care ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยา ด้วยมาตรฐานการผลิตยาระดับ World Class ส่งออกจำหน่ายกว่า 38 ประเทศทั่วโลก แท็กทีมสองสาวสุดฮอต “หลิงหลิง คอง” และ “ออม กรณ์นภัส” จัดงานกิจกรรมเต้นแอโรบิกครั้งยิ่งใหญ่ ในงาน LingOrm X Caremitment  “The Care Together Record” เพื่อสร้างสถิติการดูแลตัวเองร่วมกับแฟนๆ จากทั่วทุกมุมโลก เภสัชกรหญิง ดวงนภา ตงศิริ ประธานบริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจ  จากสถิติพบว่า วัยรุ่น-วัยทำงาน ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี มีความเสี่ยงเป็น “เบาหวาน” เพิ่มสูงขึ้น 45 เท่า และ มีแนวโน้มของภาวะโรคอ้วนสูงเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้ชีวิตในประจำวัน ทั้งการนั่งจ้องจอ นั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ และ จากการ “ขยับตัวน้อยลง” เป็นสาเหตุให้คนไทยที่อายุยังน้อย เจ็บป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เร็วขึ้น MEGA We care (เมก้า วี แคร์) จึงชวนคนไทยหันมาขยับร่างกายมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)  ที่นับวันยิ่งพบมาก ในกลุ่มคนอายุน้อยลงเรื่อยๆ พร้อมย้ำจุดยืนของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ โดยผลิตภัณฑ์ทุกตัว ต้องมีผลวิจัยทางคลินิกรับรอง และ ผลิตในโรงงานที่ได้รับมาตรฐานการผลิตในระดับสากล พร้อมจัดทีม Personal Consultant และ เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำแนะนำ ทั้งนี้ การเปิดตัว “หลิง-ออม” ถือเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คู่แรกของ MEGA We care (เมก้า วี แคร์) ในรอบ 35 ปี สะท้อนการปรับกลยุทธ์การสื่อสารของแบรนด์
Tags

เจาะลึกบิ๊กมูฟ ‘ทีเส็บ’ กางแผนปั้นไทยสู่ Medical Hub คว้า 3 งานประชุมเภสัชฯ ระดับโลก โกยเม็ดเงิน 151 ล้านบาท

หากพูดถึงอุตสาหกรรม MICE (Meetings, Incentives, Conferences, and Exhibitions) ของไทย เรามักจะเห็นภาพของการเป็นจุดหมายปลายทางยอดฮิตระดับโลก แต่ในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้น แค่การท่องเที่ยวอย่างเดียวอาจไม่พอ ประเทศไทยจำเป็นต้องชู “จุดแข็งเฉพาะตัว” ขึ้นมาเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักเดินทางกลุ่มคุณภาพ (High-value Traveler) ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) ได้เดินหมากครั้งสำคัญ ในฐานะ National Bidder ด้วยการประกาศความสำเร็จในการคว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติด้านเภสัชศาสตร์แบบรวดเดียว 3 งานรวดในช่วงปี 2569–2570 อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จนี้? และทำไม “อุตสาหกรรมเภสัชกรรม” ถึงเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญของภาพใหญ่ระดับชาติ? เรามาถอดรหัสกลยุทธ์นี้ไปพร้อมกัน 1. เจาะ Ecosystem ครบวงจร: ตั้งแต่ “ต้นน้ำ” ยัน “ปลายน้ำ” ความน่าสนใจของดีลนี้ ไม่ใช่แค่จำนวนงาน แต่คือ “ความครอบคลุม” (Comprehensive) ของกลุ่มเป้าหมาย หากมองในมุมการตลาด นี่คือการเจาะ Customer Journey ของวงการเภสัชกรรมแบบ End-to-End ครบทั้งห่วงโซ่อุตสาหกรรม: กลุ่ม Future Gen (นิสิตนักศึกษา): งาน The 71st IPSF World Congress 2026 (ก.ค.-ส.ค. 2569 ที่จุฬาฯ) ดึงดูดนักศึกษาเภสัชฯ จากทั่วโลกกว่า 600 คน นี่คือการสร้าง Brand Awareness ของประเทศไทยในใจว่าที่เภสัชกรและผู้นำระดับโลกในอนาคต กลุ่ม Academic (นักวิชาการ/สถาบันการศึกษา): งาน AASP Conference 2027 (ก.ค. 2570 ที่เชียงใหม่) รวมตัวนักวิชาการและคณบดี 600 คน ยกระดับมาตรฐานการศึกษาและงานวิจัย โชว์ศักยภาพไทยในฐานะศูนย์กลางการศึกษาด้านสาธารณสุข กลุ่ม Professional (ผู้ประกอบวิชาชีพและองค์กรกำกับดูแล): งาน FAPA Congress 2026
Tags

Simmons: โรลส์รอยซ์แห่งวงการที่นอน ตำนานแห่งการนอนที่โลกยอมรับมากว่า 155 ปี

เมื่อพูดถึงที่นอนระดับโลกที่เป็นที่ไว้วางใจของบุคคลสำคัญและโรงแรมหรู ชื่อ Simmons คือคำตอบแรกที่ผุดขึ้นมาเมื่อเรานึกถึง แบรนด์สัญชาติอเมริกันที่ไม่ได้เพียงแค่ผลิตที่นอน แต่ได้สร้าง “มรดกแห่งการพักผ่อน” ที่อยู่คู่โลกมานานกว่าศตวรรษครึ่ง ในปี 1870 Zalmon Simmons พร้อมพนักงานเพียง 9 คน ได้ก่อตั้ง Simmons Bedding and Furniture ด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนวิถีการพักผ่อนของมวลมนุษยชาติให้ดียิ่งขึ้น และเพียงไม่กี่ทศวรรษถัดมา Simmons ได้พลิกโฉมวงการด้วยนวัตกรรม Pocketed Coil Spring (1910) ที่กลายเป็นมาตรฐานทองคำของที่นอนไฮเอนด์ทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน ตำนานที่เลือก Simmons ตลอดประวัติศาสตร์ บุคคลผู้ทรงอิทธิพลต่างก็เลือก Simmons เป็นเพื่อนคู่ใจในยามพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็น Henry Ford – ผู้ปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์ Thomas Edison – นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ Eleanor Roosevelt – สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งแห่งสหรัฐฯ George Bernard Shaw – นักเขียนรางวัลโนเบล แม้แต่การเดินทางครั้งสำคัญทางประวัติศาสตร์ Simmons ก็มีส่วนร่วม—ทั้งบนเรือเดินสมุทร Titanic และ Queen Mary เรือหรูที่เป็นตำนานของโลก จากความหรูหรา สู่การเข้าถึงได้ ปี 1925 วิศวกร John Franklin Gail สร้างเครื่องจักรที่ทำให้การผลิตที่นอน Beautyrest ในระดับอุตสาหกรรมเป็นจริง คุณภาพระดับโรงแรม 5 ดาวจึงเริ่มเข้าถึงผู้บริโภคทั่วไปได้ และในปี 2000 Simmons สร้างสถิติครั้งสำคัญ ด้วยการจัดส่ง Heavenly Bed กว่า 55,000 ชิ้น ให้กับเครือโรงแรม Westin ในคำสั่งซื้อครั้งเดียว—พิสูจน์ความไว้วางใจจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก Simmons Gallery ทองหล่อ: ประสบการณ์การนอนเหนือระดับ ใจกลางสุขุมวิท 55 กรุงเทพฯ Simmons เปิดโชว์รูมใหม่กว่า 270 ตร.ม. เพื่อมอบประสบการณ์การเลือกที่นอนที่ไม่เหมือนใคร

พุทธะ-พาวเวอร์ อำนาจแห่งศรัทธา : เมื่อพุทธศาสนากลายเป็น Soft Power ของเอเชีย

ในทศวรรษที่สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ถูกขับเคลื่อนด้วยการแข่งขันอันเข้มข้น ไม่เพียงแต่อาวุธหรือเศรษฐกิจเท่านั้นที่ถูกนำมาใช้ หากแม้แต่ “ศรัทธา” ก็กลายเป็นพลังสำคัญบนเวทีระหว่างประเทศด้วยเช่นกัร และพุทธศาสนาก็คือหนึ่งในมรดกล้ำค่าที่กำลังถูกช่วงชิงความเป็นใหญ่โดยสองมหาอำนาจแห่งเอเชีย ระหว่างอินเดียและจีน โดยอินเดียยืนหยัดประกาศตัวว่าเป็น “ถิ่นประสูติของพระพุทธเจ้า” เมืองพุทธคยาและสถานที่แสวงบุญอื่นๆ ถูกจัดเป็นเส้นทางโปรโมตสำหรับการท่องเที่ยวเชิงจิตวิญญาณ ประกอบกับการให้ยืมพระบรมสารีริกธาตุไปยังประเทศต่างๆ เช่น ไทยและเวียดนาม รวมถึงความสัมพันธ์กับองค์ทะไลลามะ ที่ยิ่งช่วยเพิ่มน้ำหนักทางจิตวิญญาณให้แก่การทูตของอินเดีย ในอีกฟากหนึ่ง จีนเลือกเชื่อมพุทธศาสนาเข้ากับยุทธศาสตร์หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง(Belt and Road Initiative) ซึ่งมีทั้งการจัดประชุมนานาชาติ ฟื้นฟูสถานที่แสวงบุญ และเข้าไปสัมพันธ์กับชุมชนเถรวาทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแนบแน่น เช่น การช่วยบูรณะวัดในศรีลังกา เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมและลดความขัดแย้งในท้องถิ่นต่อโครงการที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของจีน ขณะเดียวกันก็มีบทบาทและอ้างอำนาจในสถาบันสำคัญทางพุทธศาสนาของทิเบต กล่าวคือ ใช้พุทธศาสนาเป็นทั้ง Soft Power และ Sharp Power เพื่อจุดประสงค์ทางภูมิรัฐศาสตร์ การขับเคี่ยวนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม หรือเผยแพร่ธรรมะปรัชญาเท่านั้น แต่ยังเป็นการต่อสู้ทางสัญลักษณ์เพื่อช่วงชิงอำนาจนำเชิงวัฒนธรรมและความชอบธรรมทางจิตวิญญาณ แต่ละก้าวของการทูตเชิงศาสนา จึงสะท้อนแรงดึงรั้งทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างละเอียดอ่อน ภาพที่เราเห็นจากการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุในไทย หรือการจัดงานประชุมพุทธศาสนาที่ปักกิ่งและนิวเดลี อาจเต็มไปด้วยหมู่มวลแห่งความศรัทธาและการแลกเปลี่ยนทางจิตวิญญาณ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็คือการชิงพื้นที่ และความหมายทางวัฒนธรรม รวมถึงความสัมพันธ์เชิงอำนาจระหว่างรัฐชาติ อย่างไรก็ตาม เมื่อศาสนาถูกนำมาใช้เป็นยุทธศาสตร์ ก็ย่อมเสี่ยงที่จะทำให้มรดกอันศักดิ์สิทธิ์ถูกลดทอนเหลือเพียงเครื่องมือทางอำนาจ วัตถุโบราณอาจถูกมองเป็นเพียงของจัดแสดง การแสวงบุญอาจกลายเป็นเวทีโฆษณาชวนเชื่อ  แต่ในอีกมุมหนึ่ง หากการทูตเชิงศาสนาก็มีศักยภาพที่จะกลายเป็นสะพานเชื่อมโยงระหว่างประเทศ และสามารถทำหน้าที่เป็นพื้นที่แห่งความเมตตา ความเข้าใจ และสันติภาพ อันเป็นคุณค่าที่โลกสมัยใหม่กำลังโหยหา ท้ายที่สุด การทูตเชิงพุทธจึงไม่ควรถูกจำกัดเพียงการสร้างภาพลักษณ์ของรัฐชาติ หากควรเป็นพื้นที่ในการส่งเสริมคุณค่าที่พุทธศาสนาถือเป็นแก่นศรัทธา และเปลี่ยนศรัทธาให้เป็นพลังเชื่อมโยงผู้คนให้เข้าใจกันและกัน แทนที่จะกลายเป็นเชื้อเพลิงของการแข่งขัน … อ้างอิง :  https://asiatimes.com/2025/08/hard-rivalry-for-buddhisms-soft-power/# https://is.muni.cz/th/rlt1p/ChinaBuddhistSoftPower.pdf https://orcasia.org/article/179/the-role-of-buddhist-diplomacy-in-indias-soft-power https://orcasia.org/article/179/the-role-of-buddhist-diplomacy-in-indias-soft-power

ลักเซมเบิร์ก : ประเทศที่ “สิทธิแรงงาน” และ “ประกันสังคม” ดีที่สุดในโลก

ลักเซมเบิร์ก เป็นหนึ่งในประเทศที่เล็กที่สุดในยุโรป โดยมีประชากรอยู่อาศัยราวๆ 600,000 คน และพื้นที่ใช้สอยก็ไม่ได้เยอะ เปรียบเทียบได้ใกล้เคียงกับจังหวัดอยุธยาเท่านั้นเอง แต่ทว่า ลักเซมเบิร์กกลับเป็นประเทศที่มีคุณภาพชีวิตของแรงงานดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ประเทศเล็ก แต่เศรษฐกิจแข็งแกร่ง เพราะเป็นประเทศขนาดเล็ก ครั้นจะอาศัยเพียงทรัพยากรในประเทศคงไม่เพียงพอต่อการเติบโต ลักเซมเบิร์กจึงต้องใช้กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุนและแรงงานจากทั่วโลก ให้เข้ามาเป็นฟันเฟืองขับเคลื่อนประเทศเล็กๆ แห่งนี้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงินและการธนาคารที่สำคัญของโลกติดต่อกันหลายปี ปัจจุบัน ประชากรในลักเซมเบิร์กกว่า 47% เป็นชาวต่างชาติ และข้อมูลของ IMF ระบุว่า GDP เฉลี่ยต่อหัวสูงถึง 131,380 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในโลก นอกจากรายได้ที่สูงแล้ว สิ่งที่ทำให้คนอื่นอยากเข้ามาทำงานที่นี่คือ เรื่องสวัสดิการ สวัสดิการที่ก้าวหน้า ในลักเซมเบิร์ก พนักงานทุกคนจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีเยี่ยม ตัวอย่างเช่น: ✅ วันลาพักร้อน 26 วัน (ได้รับเงินเดือนเต็มจำนวน) ✅ ลาป่วยได้ถึง 26 สัปดาห์ (ได้รับเงินเดือนเต็มจำนวน) ✅ ลาคลอด 20 สัปดาห์ (ยังรับเงินเดือนเต็มจำนวน) ✅ โบนัสเงินเดือนที่ 13 หรือพูดง่ายๆ ว่าได้รับเงินกินเปล่าเพิ่มมาอีกหนึ่งเดือน อันนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ  ✅ สวัสดิการด้านสุขภาพ ครอบคลุมทั้งการรักษาพยาบาล ทันตกรรม และสายตา ✅ คูปองค่าอาหารฟรี ระหว่างวันทำงาน ✅ เงินช่วยเหลือค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเล่าเรียนของตนเอง และบุตร ✅ สิทธิใช้รถบริษัทกลับบ้าน ✅ สิทธิเข้าร่วมคอร์สออกกำลังกายและดูแลสุขภาพจิตฟรี ภาษีแพงแต่คุ้มค่า แน่นอนว่าสวัสดิการที่ดีมาจากอัตราภาษีและเงินสมทบที่ค่อนข้างสูง แต่ภาครัฐสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนว่า เงินภาษีทุกบาท ทุกสตางค์ จะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของทุกคนจริงๆ  สิทธิแรงงาน และประกันสังคมของลักเซมเบิร์ก จึงเปรียบเสมือนผนังทองแดงกำแพงเหล็ก ซึ่งทำหน้าที่เป็นตาข่ายสังคม คอยคุ้มกันไม่ให้ผู้คนตกลงไปในก้นบึ้งแห่งชีวิต Soft Power ของลักเซมเบิร์ก มาตรฐานสวัสดิการที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ไม่เพียงดึงดูดแรงงานมีทักษะจากทั่วโลก แต่ยังสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและธุรกิจข้ามชาติต่างๆ ทำให้เศรษฐกิจของประเทศแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของแรงงานยังสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมและจุดยืนของลักเซมเบิร์ก ว่าที่นี่ให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงานและคุณภาพชีวิตของประชากรอย่างแท้จริง  ซึ่งไม่ใช่แค่ประชากรในประเทศเท่านั้น หากแต่เป็นประชากรจากทั่วโลก ในเมื่อแรงงานข้ามชาติเป็นส่วนประกอบที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศ