Skip links

Editor’s Pick

มงลง “ถือศีลกินผัก ภูเก็ต” สร้างประวัติศาสตร์ คว้า “ที่หนึ่ง” เวทีเทศกาลโลก

ในช่วงวันขึ้น 1 ค่ำ – 9 ค่ำ เดือน 9 ของทุกปี นอกจากจะเป็นช่วงกินเจแล้ว ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญของชาวภูเก็ตที่จะได้จัดประเพณีที่สืบทอดกันมากว่า ร้อยปี คือ “ประเพณีถือศีลกินผัก ภูเก็ต” โดยปีนี้จัดตั้งแต่วันที่ 3 – 11 ตุลาคม 2567 ถือศีลกินผัก ภูเก็ต พิเศษที่หนึ่ง แต่ในปี 2567 นี้ “ประเพณีถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต” จะพิเศษมากกว่าครั้งไหน ๆ เพราะ จะเป็นการเฉลิมฉลองรางวัลให้ ภูเก็ต ในฐานะ “เมืองเทศกาลโลก (World Festival and Event City)” พร้อมด้วย “ประเพณีถือศีลกินผัก” ที่ไปคว้ารางวัล “Grand Pinnacle” ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลสูงสุดจากงานประกาศรางวัล “IFEA/Haas & Wilkerson Pinnacle Award 2024” มาไว้ในมือ งานประกาศรางวัล “IFEA/Haas & Wilkerson Pinnacle Award 2024” เป็นงานประกาศรางวัลที่จัดขึ้นโดยสมาคมเทศกาลและกิจกรรมระหว่างประเทศ (International Festivals & Events Association : IFEA) จัดมอบรางวัลให้แก่งานเทศกาลนานาชาติทั่วโลกกว่า 60 รางวัล เปิดที่มา ประเพณีถือศีลกินผัก ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เหมืองแร่ดีบุก ถือเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของชาวเมืองภูเก็ต ทำให้มีผู้คนเดินทางมาทำธุรกิจค้าขายมากมาย จนภูเก็ตกลายเป็นเมืองท่าสำคัญของภาคพื้นน้ำอันดามัน ต่อมา วันหนึ่งมีคณะงิ้วโพ้นทะเลชาวจีนฮกเกี้ยน เดินทางมาแสดงงิ้วให้แก่แรงงานจีนในเหมืองแร่ เมืองกะทู้ จ.ภูเก็ต พร้อมก่อตั้งโรงงิ้วขึ้น แต่เมื่อแสดงไปได้ไม่นาน กลับมีชาวคณะงิ้วและชาวบ้านในพื้นที่ล้มป่วยลง จึงสันนิษฐานกันว่าสาเหตุมาจากการที่คณะงิ้วของตน ไม่ได้ประกอบพิธีประจำปีอย่าง “พิธีเจี๊ยะฉ่าย” หรือ “พิธีถือศีลกินผัก” ด้วยเหตุนั้นเอง ทำให้ชาวคณะงิ้วตัดสินใจประกอบ“พิธีเจี๊ยะฉ่าย” แบบง่ายๆ ด้วยการงดเว้นเนื้อสัตว์และสุรา ชำระล้างร่างกายและจิตใจให้บริสุทธิ์ เป็นเวลา 9

นับถอยหลังสู่ประเพณีถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต จากวิถีศรัทธาแห่งชุมชน สู่เทศกาลที่นักเดินทางทั่วโลกต้องมาสัมผัส

เตรียมตัวให้พร้อม! เพราะใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาลไฮไลท์ประจำปีของเมืองภูเก็ต “ประเพณีถือศีลกินผัก” ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ หนึ่งในประเพณีสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น วัฒนธรรม วิถีชีวิต ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นเมืองเทศกาลของภูเก็ต ซึ่งมีวัฒนธรรมอันรุ่มรวย พร้อมด้วยระบบบริหารจัดการที่เพียบพร้อม เตรียมต่อยอดสู่การเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก  จากเมืองเล็กๆ ที่หลอมรวมผู้คนหลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรมประเพณี พร้อมด้วยมาตรฐานการส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยแก่งานเทศกาล สู่การยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่น ให้เป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องลองมาสัมผัสสักครั้ง เรียกว่าเป็นการขับเคลื่อนศักยภาพเมืองภูเก็ตในรูปแบบ more local, more global อย่างแท้จริง ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่พัก โรงแรม รีสอร์ท โครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบคมนาคมซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวและชุมชนต่างๆ พร้อมรองรับผู้เข้าร่วมงาน หรือนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วโลก ทั้งนี้ “ประเพณีถือศีลกินผัก” นับว่าสะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองภูเก็ตได้เป็นอย่างดี เนื่องจากปัจจัยทางวัฒนธรรมต่างๆ ที่ประกอบสร้างภาพจำเมืองภูเก็ต ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ และแสดงให้เห็นถึงวิถีชุมชนอันแตกต่าง หากแต่สอดประสานและอยู่รวมกันเป็นหนึ่ง กระทั่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนภาพแห่งสังคมพหุวัฒนธรรมประจำเมืองภูเก็ต จนกล่าวได้ว่า “ภูเก็ตคือเมืองเทศกาลที่รุ่มรวยไปด้วยวัฒนธรรม” Diversity of Phuket, Diversity of Thailand   ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ถือว่าเป็นหนึ่งในมนต์เสน่ห์แห่งภูเก็ต ซึ่งผสานความแตกต่างเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว และหากกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว เมืองภูเก็ตแห่งนี้ก็สะท้อนแก่นแท้ความเป็นไทยในภาพรวมได้อย่างลุ่มลึก เพราะคอนเซ็ปต์ของความเป็นไทยคงมิใช่อะไรอื่น นอกเสียจากการหลอมรวมความแตกต่างหลากหลายของผู้คนและวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกัน และเมืองภูเก็ตเองก็ผนวกความเป็นพหุวัฒนธรรมในพื้นถิ่นและนำเสนอออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมไทยแบบศาสนาพุทธ หรือวัฒนธรรมชาวมลายูแบบมุสลิม ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีบทบาทสำคัญในสังคม ทั้งวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังมีสถาปัตยกรรมแบบชิโน-ยูโรเปียน หนึ่งในเอกลักษณ์ของภูเก็ต ซึ่งผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมจีน มาเลเซีย และอิทธิพลทางยุโรปจากโปรตุเกส ดัตช์และอังกฤษ อันสามารถพบเห็นได้ตามย่านเมืองเก่า  โดยเฉพาะยิ่งวัฒนธรรมของชาวจีนฮกเกี้ยน ซึ่งได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในภูเก็ตมากขึ้น ณ ช่วงที่ทางการส่งเสริมให้ทำเหมืองแร่ดีบุก ชาวจีนฮกเกี้ยนจึงถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญที่ส่งผลให้สถานะทางเศรษฐกิจของเมืองภูเก็ตรุ่งเรืองขึ้นจนเป็นหัวเมืองใหญ่แห่งหนึ่งในภูมิภาค และอิทธิพลดังกล่าวยังส่งผลต่อศิลปวัฒนธรรมเมืองภูเก็ตในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น อาหาร, สถาปัตยกรรม, ความเชื่อ, รวมถึงวัตรปฏิบัติต่างๆ ด้วยเหตุผลข้างต้นนี้ เมืองภูเก็ตจึงกลายเป็นเมืองเทศกาลระดับโลก ซึ่งโอบรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านการจัดงานประเพณีต่างๆ ตลอดทั้งปี อาทิ ประเพณีลอยเรือ งานแข่งขันเรือใบ เทศกาลอาหารทะเล ลอยกระทง เทศกาลผ้อต่อ และไฮไลท์สำคัญของทุกปีที่หลายคนรอคอยนั้นก็คือ “ประเพณีถือศีลกินผัก” ถือศีลกินผัก เอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร “ประเพณีถือศีลกินผัก ช่วงแห่งการรักษากายใจให้บริสุทธิ์ ผ่านพิธีกรรมและความศรัทธา” เป็นประเพณีความเชื่อที่ถูกถ่ายทอดมาจากชาวจีนฮกเกี้ยน ซึ่งมีการจัดขึ้นทุกปี โดยมีวิถีปฏิบัติทั่วไปคืองดเว้นการบริโภคเนื้อสัตว์

ไทยแลนด์แดนคอนเสิร์ต เริ่ดทุกอย่าง ยกเว้น…

นอกจากสยามเมืองยิ้มแล้ว ‘ไทยแลนด์แดนคอนเสิร์ต’ ยังเป็น a.k.a.ใหม่ของประเทศไทยที่ได้ยินบ่อยในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เพราะในแต่ละปีมีคอนเสิร์ตกว่าหลายร้อยครั้ง ด้วยระบบแสง สี เสียงก็เป็นแถวหน้าในระดับโลก ศิลปินมาจัดคอนเสิร์ตแต่ละทีก็มีที่เที่ยว พร้อมด้วยอาหารมากมายรอต้อนรับ แถมวัฒนธรรมการดูคอนเสิร์ตที่ไม่ได้ซื้อบัตรมานั่งเฉย ๆ แต่ซื้อบัตรมาร้องเพลงแทนศิลปิน ยังสร้างความประทับใจ ชวนให้ศิลปินกลับมาซ้ำ โดยเฉพาะฝั่ง K-pop ที่ไม่ว่าจะประกาศเวิล์ดทัวร์กี่ครั้งก็ต้องมีประเทศไทย แต่ทว่า… ทั้งๆ ที่ไทยมีคอนเสิร์ตเกาหลีให้ผู้จัดและเว็บกดบัตรได้ซ้อมมือปีละหลายสิบคอน แต่แฟนคลับก็ยังต้องเจอกับปัญหาแปดล้านสิ่งที่ยังแก้ไม่ได้สักที แต่จะไปบอกศิลปินว่าอย่าเพิ่งมา มันก็ยังไงอยู่ ก็เลยรวบรวมปัญหาต่างๆ มาไว้ให้ได้ลองอ่านกันดู  กลยุทธ์การตลาด เล่นกับใจแฟนคลับ​ ศิลปินวงโปรดมาหาถึงที่ทั้งที แต่กลับประกาศว่าจะจัดคอนแค่วันเดียวให้แฟนคลับทุกสารทิศมาเป็นผู้ท้าชิงบัตรกัน ทำเอานอนไม่หลับกันเป็นวันว่าจะได้บัตรไหม แต่หลังศึกชิงบัตรจบลงได้ไม่นาน ก็จะมีผู้จัดบางเจ้าทำทีท่าว่าแอ๊บแอ้มาสะไพร้ส์ประกาศ ‘เพิ่มรอบ’ หวังเอาใจแฟนคลับ ซึ่งในครั้งแรกกลยุทธ์นี้อาจได้ผล อาจทำให้ผู้จัดได้รับเสียงชื่นชมและหยิบกลยุทธ์นี้มาใช้อีกในครั้งถัดๆ ไป  จนเมื่อแฟนคลับเริ่มจับทางได้ เมื่อนั้นเสียงชื่นชมจะเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจว่าทำไมไม่ประกาศว่ามีสองรอบตั้งแต่แรก!  ถึงจะบอกว่าเป็นกลยุทธ์ที่ทั้งผู้จัดและค่ายตกลงกันแล้ว แต่นี่อาจเป็นกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายที่กำลังทำลายยอดขายในเวลาเดียวกัน เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ที่ผู้จัดและค่ายจะจับมือเพิ่มดีลกะทันหันกันตรงนั้น การจัดคอนเสิร์ตแต่ละครั้งต้องเป็นข้อตกลงกันมาก่อนอยู่แล้วว่าจะจัดทั้งหมดกี่วัน  ในฐานะคนที่ติดอยู่ในวงจรกลยุทธ์นี้ ก็แอบรู้สึกว่าหรือนี่ตัวเองกำลังอยู่ในการทดลองทางจิตวิทยาบางงอย่าง เพราะ พอคอนเสิร์ตครั้งถัดไป ผู้จัดประกาศว่าจะมีคอนเสิร์ตรอบเดียวแฟนคลับก็ต้องกลับเข้าวังวนศึกชิงบัตร พอบัตรหมดก็ต้องมานั่งลุ้นว่าจะมีเพิ่มรอบหรือไม่ หรือจะหมดเพียงเท่านี้จริงๆ สูญเสียทั้งเวลา และสุขภาพใจที่ต้องมารอหวังลม ๆ แล้ง ๆ หมดความน่าเชื่อถือของผู้จัดไปอีก ร้านกดบัตรสีเทา ‘ร้านกดบัตร’ ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่รุ่งโรจน์ตามไปกับจำนวนคอนเสิร์ตที่เพิ่มมากขึ้น เพราะบางครั้งสงครามดุเดือดเกินกว่าจะสู้คนเดียว ชวนเพื่อนแล้วหนึ่ง ยังต้องจ้างร้านกดบัตรมาช่วยอีกหนึ่ง แถมบางครั้งยังกดบัตรคอนเสิร์ตวันธรรมดา งานก็ต้องทำ คอนเสิร์ตก็ต้องไป ร้านรับจ้างกดบัตรจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยังคงอยู่กับทุกคอนเสิร์ต ร้านกดบัตรแต่ละร้านก็จะบวกราคาเพิ่มแตกต่างกันไปตามาความดุเดือด ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน อีกทั้งยังมีมิจที่จริงใจมีบัตรจริงฉวยโอกาสใช้ความรักของแฟนคลับกดบัตรมาอัพราคา และมิจแท้แบบ100% ที่ไม่มีบัตร แต่ใช้แคปชันเดียวกันว่า “รอใส่ชื่อ บวกค่ากด 500” ให้แฟนคลับเจ็บใจเล่น ตั้งคำถามว่าเมื่อเช้าลืมทำบุญหรือเปล่า ทำไมคนที่กดได้ดันไม่ใช่แฟนคลับแต่เป็นร้าน(หลอก)รับกดบัตร ฉันอยากให้เว็บกดบัตรสู้ “บอท” แต่คนแรกที่เว็บกดบัตรสู้กลับคือ “ฉัน” กว่าจะเข้าคิวได้ ต้องเสียเวลา รับคิวกว่า 1 ชั่วโมง แล้วยังต้องรอคิวให้น้องเขียววิ่งต่ออีกตั้งแต่ 10 นาทีไปจนถึงครึ่งชม. กว่าจะถึงหน้ากดบัตร เวลาชีวิตก็เหลือแค่ 23 ชม./วัน และใช่ว่าถึงหน้ากดบัตรแล้วจะดีใจได้ เพราะบางทีมองจากหน้าปากซอยบ้านยังเห็นว่าที่นั่งที่หายวับไปต่อต่อตา แถมมันยังเรียงคิว เรียงแถวแบบผิดสังเกต จนต้องอุทานกับตัวเองว่า ‘บอทลงอีกแล้วหรอวะะะ’

นายกฯ – ไทย – กวนตีน…คุยกับนายกสมาคมบอร์ดเกม เรื่องความกวนตีนของคนไทย พี่วัฒน์-วัฒนชัย ตรีเดชา

ครีเอทีฟ, ยูทูบเบอร์รุ่นแรก, นักแสดง, ผู้ผลิตและรีวิวบอร์ดเกม, นายกสมาคมบอร์ดเกมประเทศไทย และอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านเกม ทั้งหมดนี้คือตำแหน่งของ “พี่วัฒน์-วัฒนชัย ตรีเดชา” ชายหน้าหนวดที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาผ่านงานต่างๆ แต่หากจะนิยาม ‘ตัวตนของพี่วัฒน์’ ภายในคำเดียว คงหนีไม่พ้นคำสั้นๆ ง่ายๆ ได้ใจความ นั่นก็คือ… “คนกวนตีน” ชีวิตวันนี้ พี่วัฒน์เป็นชายวัยกลางคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งถูกใช้เป็นออฟฟิศขนาดย่อมๆ พนักงานมีไม่มาก แต่มีอุปกรณ์ทำมาหากินวางกระจายอยู่ทั่วทุกซอกมุม พร้อมด้วยลูกหมาพึ่งคลอดอีก 12 ตัว ซึ่งกำลังประกาศหาบ้าน แต่เรื่องสำคัญที่ทำให้เราต้องเดินทางมาหาแกถึงที่ เนื่องจาก ‘คนกวนตีน’ คนนี้ กำลังเป็นหัวหอกแห่งการพัฒนาวงการบอร์ดเกมไทย ทั้งการขับเคลื่อนให้มีโครงสร้างต่างๆ และการสื่อสารกับภายนอก พร้อมทั้งใช้ ‘ความกวนตีน’ ที่คนไทยเรามีกันอยู่นี่เอง ขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่ระดับสากลใช่แล้ว อ่านไม่ผิด ‘ความกวนตีน’ นี่แหละ ที่จะเป็น ‘Soft Power’ ของไทย อันหาไม่ได้จากที่อื่น จากที่เคยต่อต้าน แต่สุดท้ายก็เข้าร่วม ก่อนจะไปว่ากันด้วยเรื่องความกวนตีน ต้องขอย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน  เดิมทีพี่วัฒน์ไม่ได้สนใจบอร์ดเกมแต่อย่างใด หนำซ้ำยังมองวงการนี้ด้วยอารมณ์แอนตี้ปนบูลลี่นิดๆ เสียด้วยซ้ำ “ไอพวกนี้แม่งเด็กเนิร์ด…กูไปทำอย่างอื่นดีกว่า” จากนั้นต่อมา ขณะที่พี่วัฒน์ยังทำงานเป็นครีเอทีฟรายการโทรทัศน์อยู่ เมื่อถึงช่วงพักกองซึ่งกินเวลานานมาก ระหว่างรอ ปรากฏว่ามีคนนำบอร์ดเกมสามก๊กมาเล่น “ไอพวกนี้เอาอีกแล้ว เล่นในเวลางานอีกแล้ว”(.ส่ายหัว) กระนั้นก็ตาม หลังจากพี่วัฒน์ยืนดูอยู่ครู่หนึ่งจึงได้พบว่า “เชี่ยย แม่งโคตรหนุกเลย” “ลองเล่นดูดีกว่าเว้ย” ผนวกกับช่วงนั้นโซเชียลมีเดียกำลังมาแรง และเริ่มเข้ามาแย่งเวลาการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ตรงหน้ามากขึ้น ประสบการณ์ในครั้งนั้นทำให้พี่วัฒน์มีความคิดขึ้นมาว่า “กิจกรรมนี้มันต้องถูกผลักดัน” “พี่ก็เลยเอาการเล่นบอร์ดเกมมาถ่ายเป็นรายการ เลยเกิดเป็น Board Game Night ขึ้น” และในจุดนี้เองที่ทำให้พี่วัฒน์พบว่า กิจกรรมนี้ ใช่แค่สร้างความบันเทิงเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่มีประโยชน์มากกว่าที่คิด เพราะเมื่อเข้ามาคลุกคลีกับวงการนี้มากขึ้น ก็ยิ่งเห็นถึงสาระที่ซ่อนอยู่ในความบันเทิง “อย่างเกม salem (ล่าแม่มด) มันก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเราอาจจะเคยดูในหนัง แต่ทีนี้เราไม่ใช่แค่ผู้รับสารอย่างเดียว เราได้เป็นทั้งผู้เล่น ได้สื่อสารใน action นั้นๆ ด้วย” “หรือถ้าประโยชน์กับครอบครัว มันไม่ค่อยมีกิจกรรมไหนที่พ่อแม่ลูก สามารถเล่นร่วมกันได้

MI GROUP เผยข้อมูลเชิงลึก ‘“เคล็ดลับมัดใจผู้บริโภคยุคดิจิทัลด้วยภูธรเอนเตอร์เทน”

ในยุคที่ความสนใจของผู้บริโภคถูกแบ่งซอยย่อยลงเรื่อยๆ  โปรเจ็คล่าสุดของ MI GROUP ในการลงพื้นที่โดยทีม “MI LEARN LAB” เพื่อแสวงหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ สู่การทำการตลาดอย่างมีกลยุทธ์และเข้า-ถึง-ใจผู้บริโภคผ่าน Entertainment & Cultural Marketing กับการศึกษาล่าสุด ‘การตลาดผ่านคอนเสิร์ตหมอลำ’ เผยให้เห็นข้อมูลเชิงลึกที่ทรงพลัง เพื่อการวางแผนกลยุทธ์การตลาดสำหรับแบรนด์ที่ต้องการเชื่อมต่อกับผู้บริโภคในท้องถิ่น นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “วิกฤตโควิด19  เกิดผลกระทบในวงกว้าง รวมถึงอุตสาหกรรมความบันเทิงท้องถิ่น ณ ปัจจุบันภาพรวมของ Local Culture & Entertainment Activations กลับมาได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ    ดังจะเห็นได้จากที่เจ้าของคณะฯ มหรสพภาคอีสาน ลงทุนอย่างสูงเพื่อปรับปรุง การผลิตโชว์ เครื่องแต่งกาย ไฟ เครื่องเสียง ยิ่งเป็นการทำให้ความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลถึงปริมาณจำนวนงานจ้างเพิ่มขึ้นประมาณ 40-45% , จำนวนผู้ชมเพิ่ม 30% ,ปริมาณเงินที่ผู้ชมนำไปจับจ่ายในงานเพิ่ม 40-50% (ซื้อสินค้าที่สปอนเซอร์ตั้งบูธจำหน่ายในงาน และอื่นๆ ) และ ค่าบัตรผ่านหรือทำบุญ เพิ่มขึ้น 20-30%    ในช่วงหลังวิกฤตโควิด19 MI LEARN LAB ประเมินคนในท้องถิ่นทั่วไทยกว่า 20 ล้านคน ทั้งผู้ที่ยังพำนักอาศัยอยู่ในท้องถิ่น และที่ผู้เดินทางไปทำงานต่างภูมิลำเนา ให้ความสนใจและเกี่ยวข้องกับ Local Culture & Entertainment Activations ในวิถีที่แตกต่างกัน ผ่านประสบการณ์โดยตรงและผ่านช่องทางดิจิตัล โดยเฉพาะทางภาคอีสานมีตัวเลขสูงถึงกว่า 10 ล้านคน” นางสาววรินทร์ ทินประภา ประธานเจ้าหน้าที่เพื่อการเติบโตองค์กร กล่าวเพิ่มว่า “การตัดสินใจลงพื้นที่ภาคอีสานครั้งนี้ ทาง MI GROUP ส่งทีมงานมากถึง 60 คนเพื่อร่วมตามหา insight ที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ให้กับนักการตลาดและลูกค้าของเรา เราได้เจอข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่าง แต่ข้อสรุปที่สำคัญคือคอนเสิร์ตท้องถิ่นในยุค 2024 คือการผสมผสานการสร้างประสบการณ์ร่วมกันของวงหมอลำและผู้ชมผ่านทาง on-ground และ online platform ผู้ชมทุก generation ยังคงให้ความสำคัญของการสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นนี้

สายบุญเตรียมตัวให้พร้อม ประเพณีถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต เริ่ม 3-11 ตุลาคม นี้

สายบุญเตรียมตัวให้พร้อม ประเพณีถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต เริ่ม 3-11 ตุลาคม นี้ เทศกาลแห่งการชำระจิตใจและร่างกาย ตามรอยศรัทธา สืบทอดประเพณี  ประเพณีถือศีลกินผัก จ. ภูเก็ต เทศกาลถือศีลชำระล้างจิตใจและร่างกายเปี่ยมด้วยแรงศรัทธาที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทยเวียนมาถึงอีกครั้งในปีนี้ พร้อมให้นักเดินทางทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้สัมผัสกับวัฒนธรรมและประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์แบบเต็มอิ่ม 9 วัน 9 คืน ระหว่างวันที่ 3-11 ตุลาคม 2567  สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ขอเชิญชวนนักเดินทางร่วมชำระล้างร่างกายและจิตใจ ในประเพณีสำคัญของจังหวัดภูเก็ตอย่าง “ประเพณีถือศีลกินผัก” หรือ เจี๊ยะฉ่าย ซึ่งตรงกับวันขึ้น 1 ค่ำ ถึง 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี โดยปีนี้จัดขึ้นในวันที่ 3 – 11 ตุลาคม 2567 เป็นงานที่มีความหลากหลายในทุกมิติ ทั้งด้านความเชื่อ ความศรัทธา ประเพณีเก่าแก่ มนต์เสน่ห์ของอาหารที่สร้างสรรค์ และกิจกรรมจากอ๊ามทั่วเกาะภูเก็ต  โดยปี 2566 ที่ผ่านมา มีผู้เดินทางเข้าร่วมประเพณีนี้กว่า 650,000 คน โดยทีเส็บมีเป้าหมายในการยกระดับงานให้เป็นงานเทศกาลระดับนานาชาติ เพื่อให้ “ประเพณีถือศีลกินผัก จ.ภูเก็ต” เป็นจุดหมายสำหรับกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ หากพูดถึงเทศกาลกินเจ ภูเก็ตจะเป็นชื่อที่ทุกคนนึกถึงในอันดับต้นๆ เป็นเพราะภูเก็ตจัดประเพณี  “ถือศีลกินผัก” หรือ “เจี๊ยะฉ่าย” ได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในด้านการถือศีลชำระล้างจิตใจและร่างกายให้สะอาด บริสุทธิ์ โดยตลอด 9 วัน 9 คืนระหว่างประเพณีถือศีลกินผัก ผู้เข้าร่วมงานไม่เพียงแต่จะได้ถือศีลละเว้นจากเนื้อสัตว์เท่านั้น แต่ยังมีโอกาสได้เข้าร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์และขบวนแห่ที่ยิ่งใหญ่ตระการตา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และความเชื่อดั้งเดิมที่ยังคงได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่องจากรุ่นสู่รุ่น เริ่มตั้งแต่ “พิธีอิ้วเก้ง” หรือ “แห่พระรอบเมือง” เป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ของแต่ละศาลเจ้าที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านาน เป็นการออกเยี่ยมขององค์กิ้วอ๋องไต่เต่เพื่ออวยพรให้กับประชาชนทั่วไป โดยชาวบ้านจะตั้งโต๊ะบูชาหน้าบ้านเรือนและคุกเข่าอยู่ในอาการสงบนิ่งเพื่อรับพร จากองค์กิ้วอ๋องไต่เต่ขณะที่ขบวนแห่ผ่านไป                 พิธีที่สอง คือ “พิธีโก้ยโห้ย”

ตัวตึงงานกล้องกลับมาอีกแล้ว “บิ๊ก คาเมร่า บิ๊กโปร เดย์ ครั้งที่ 18” มหกรรมกล้องดิจิทัลและอุปกรณ์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย

สายคอนเทนต์เตรียมพุ่งตัวไปอีเว้นท์กล้องดิจิทัลแห่งปี BIG CAMERA BIG PRO DAYS 18 ที่มาในธีม Empowering the New Creator ชวนเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์มาอัพพาวเวอร์ เพิ่มสกิลการถ่ายภาพให้ปังกว่าเดิมด้วยกิจกรรมมากมายที่เปลี่ยนภาพถ่ายธรรมดาให้กลายเป็นพลังในโลกโซเชียล ทั้งการเวิร์คช้อปถ่ายภาพจากอินฟลูเอนเซอร์ท็อปลิสต์ของเมืองไทย การอัพพอตโฟลิโอด้วยภาพถ่ายระดับเทพฟรี พร้อมโปรเด็ดลดสูงสุดกว่า 70% และสัมผัสกล้องรุ่นใหม่แลนดิ้งในงานที่แรก ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม – 2 กันยายน 2567 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น1 โซน Central Court โปรเด็ดลดสูงสุด 70% พร้อมจัดเซ็ตฟรีทุกแบรนด์ 60 แบรนด์กล้องดิจิทัลและอุปกรณ์ชั้นนำระดับโลก ยกขบวนมาเอาใจเหล่าคอนเทนต์ครีเอเตอร์ มอบส่วนลดสูงสุด 70% ผ่อน 0% นานสูงสุดถึง 36 เดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนสูงสุดถึง 45,000 บาท แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20% ของคะแนนสะสมที่ใช้แลก รับฟรี!! Workshop มูลค่า 20,000 บาท และของแถมอีกมากมาย พลาดไม่ได้บริการจัด Set Content Creator & Live Stream ตอบโจทย์คอนเทนต์ครีเอเตอร์ทุกสไตล์ และบริการ Cleaning Service ทำความสะอาดกล้องดิจิทัลทุกแบรนด์โดยผู้เชี่ยวชาญ ฟรี!  สัมผัสกล้องรุ่นใหม่แลนดิ้งในงานที่แรก พบกับกล้องดิจิทัลรุ่นใหม่ล่าสุดแลนดิ้งที่แรกในงาน Canon EOS R5 Mark II, Canon RF 35mm f1.4L VCM, Sony ZV-E10 II, Fujifilm X-T50, Panasonic Lumix S9, Panasonic Lumix GH7, Panasonic Lumix S 26mm f8, DJI Avata

ปิดจบแบบเรียบง่าย คอนเสิร์ตสุดท้ายในชีวิต “ปู พงษ์สิทธิ์ – เล็ก คาราบาว” พี่น้องส้นตีน!

จบลงอย่างประทับใจกับงาน ‘ลีโอ พรีเซนต์ คอนเสิร์ต พี่น้องส้นตีน ไลฟ์’ คอนเสิร์ตอะคูสติกสุดเอ็กซ์คลูซีฟของสองพี่น้องตำนานเพลงเพื่อชีวิต “ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ และ เล็ก คาราบาว (ปรีชา ชนะภัย)” ที่จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 ถือเป็นคอนเสิร์ตในรอบหลายสิบปีที่ทั้งคู่ขึ้นโชว์ร่วมกัน และพี่เล็กก็ได้พูดในช่วงท้ายของโชว์ว่าคอนเสิร์ตนี้ จะเป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของเล็ก-ปู ที่จะได้ขึ้นแสดงร่วมกัน  สำหรับงาน ‘ลีโอ พรีเซนต์ คอนเสิร์ต พี่น้องส้นตีน ไลฟ์’ ถือเป็นการแสดงคอนเสิร์ตอะคูสติก ครั้งที่ 3 ของทั้งคู่ นับตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2536 ที่ทั้งคู่ได้ทำอัลบั้มบันทึกการแสดงสดอะคูสติกในห้องบันทึกเสียง ‘ปลั๊กหลุด’ ได้รับการต้อนรับที่ดีจากแฟนเพลง ทำยอดขายได้ถึงล้านตลับ และมีคอนเสิร์ตในปีเดียวกันที่ศาลาเฉลิมกรุง จากนั้นอีก 20 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2556 ทั้งคู่ได้กลับมาร่วมแสดงดนตรีด้วยกันอีกครั้งกับคอนเสิร์ต ปลั๊กหลุด 2 ตอน เสียบปลั๊ก (สดใส… ไม่อึกทึก) ที่ยังคงความอบอุ่น เป็นกันเอง และอีก 11 ปีต่อมา จากคอนเสิร์ต ’ปลั๊กหลุด’ สู่ ‘พี่น้องส้นตีน’ ในปี พ.ศ. 2567 อีกหนึ่งคอนเสิร์ตอะคูสติกแห่งปีที่ให้แฟนๆ ได้ดื่มด่ำกับบทเพลงที่คุ้นเคย ในบรรยากาศที่ใกล้ชิด เต็มอิ่มทั้งโปรดักชั่น แสง สี เสียง แล้วก็ได้เวลาที่สองพี่น้องส้นตีนบรรเลง ทั้งคู่เดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับกีตาร์โชว์หลากหลายบทเพลงดังของทั้งคู่มาเล่นให้ฟังแบบอะคูสติก อาทิ มาตามสัญญา, วันต่อวัน, ฉันเลือกเอง, สุดใจ, โยโกฮาม่า, ดอกแก้ว และเพลง แม่ จากนั้นก็ถึงช่วงแลกกันร้อง โดย เล็ก คาราบาว หยิบเพลง “ไถ่เธอคืนมา” มาร้องใหม่ในสไตล์ของพี่เล็กเอง ส่วน ปู พงษ์สิทธิ์ ก็นำเพลง ‘คนเก็บฟืน’ มาบรรเลงในรูปแบบที่แตกต่างจากที่เคยฟัง ต่อด้วยอีกหนึ่งความพิเศษของงาน ‘ลีโอ

จับจิงโจ้มาทำลาบดิบ เมนูเด็ด ‘แนท ไทยพัน’ ฝ่าฟันสู่แชมป์ MasterChef Australia 2024

วินาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก ‘แนท ไทยพัน (Nat Thaipun)’ สาวไทยดีกรีเจ้าของแชมป์ MasterChef Australia 2024 หรือที่อาจจะรู้จักกันจากเมนู ‘ลาบจิงโจ้ดิบ’ ที่ทำเอากรรมการและชาวเน็ตอึ้งกันตั้งแต่จานแรก พร้อมพาอาหารไทยหลากหลายเมนูไปทำความรู้จักกับผู้คนทั่วโลกมากขึ้น ปลุกซอฟต์พาวเวอร์ด้านอาหารไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ดังนั้น เมื่อมีโอกาสอันดี The Attraction เลยส่งจดหมายไปไกลถึงออสเตรเลีย เพื่อสัมภาษณ์ ‘แนท’ มาให้ได้อ่านกัน ตำแหน่ง MasterChef Australia เปลี่ยนแปลงชีวิตคุณไปอย่างไรบ้าง? รู้สึกเหมือนฝันเลยค่ะ! แค่ได้เข้าร่วมในรายการที่มีชื่อเสียงขนาดนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากแล้ว แต่การที่เราได้รับการยอมรับในเรื่องการทำอาหารที่สร้างสรรค์ยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อขึ้นไปอีก ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แนทไม่เคยมองว่าการทำอาหารของตัวเองมันเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ เราแค่มองว่าจะจัดการวัตถุดิบที่เหลืออยู่ในครัวมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดแค่นั้น เราเองไม่เคยคิดมาก่อนเลย ว่าสิ่งนั้นมันจะกลายเป็นสกิลสำคัญพาตัวเองเดินทางไปจนถึงการชนะรายการ MasterChef Australia อะไรคือเหตุผลแรกของการมาสมัครรายการ MasterChef? พูดตรงๆ เลย ก็คือเพื่อนส่งลิงก์มาให้สมัคร MasterChef เพราะพวกเขารู้ว่าฉันชอบทำอาหารให้คนอื่นชิม ชอบการจัดงานเลี้ยงอาหารเย็น และงานปาร์ตี้ Potluck การใช้ชีวิตในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเมืองที่มีหิมะ ทำให้หาวัตถุดิบสำหรับอาหารเอเชียที่ปกติจะหาได้ในเมืองใหญ่อย่างเมลเบิร์นยากขึ้น พอหาวัตถุดิบยากก็ยิ่งคิดถึงอาหารไทยและอาหารชนิดอื่นมากขึ้น เมืองที่เราอาศัยอยู่มีคนหลากหลายเชื้อชาติและหลายวัย ในช่วงโควิดหลายคนหวลคิดถึงเมนูอาหารในวัยเด็ก แนทจึงเริ่มทำอาหารเพื่อให้ทุกคนได้หายคิดถึงบ้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหารเช้าสไตล์อังกฤษ อาหารค่ำวันอาทิตย์ รวมไปถึงอาหารไทยที่เราเติบโตมา การเดินทางรอบโลกทำให้แนทหลงรักความเชื่อมโยงของอาหารกับเรื่องราวและวัฒนธรรม ฉันเริ่มมองวัตถุดิบที่สามารถประยุกต์ใช้กับเมนูต่างๆ ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์อาหารไทยหรืออาหารชนิดใดก็ได้ด้วยวัตถุดิบท้องถิ่นและผลผลิตตามฤดูกาล เมนูอาหารไทยที่นำไปแข่งขันในรายการ เมนูไหนที่คุณชื่นชอบมากที่สุด? จานโปรดน่าจะเป็นจานแรกของซีซั่น คือ “ลาบจิงโจ้กับข้าวตัง” หรือไม่ก็ “ไส้อั่วสก็อตช์เอ้กก์” ในรอบชิงชนะเลิศ ที่ผสมผสานรสชาติไทยเข้ากับเทคนิคการปรุงแบบยุโรป (นอกจากเมนูลาบจิงโจ้ในตอนแรก และไส้อั่วสก็อตช์เอ้กก์ในตอนสุดท้ายแล้ว ตลอดเส้นทางสู่แชมป์ของ แนท ยังเต็มไปด้วยอาหารไทยหลากหลายเมนูที่ไม่ค่อยเจอในรายการแข่งขันทำอาหารต่างประเทศ แต่เธอก็หยิบมารังสรรได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวซอยไก่ / หมูพะโล้ไข่นกกระทา / เมี่ยงใบพลู / หมึกเส้นราดน้ำจิ้มซีฟู้ด / ปลานึ่งมะนาว / Roast Bone Marrow กับ ยำส้มโอ, แจ่วส้ม และข้าวจี่ และอื่น ๆ อีกมากมาย) อะไรคือแรงบันดาลใจให้คุณนำเอาเมนูไทยพื้นบ้านไปแข่งขัน? การนำอาหารไทยมาแข่งในรายการ เป็นการแบ่งปันมรดกทางวัฒนธรรม ที่ไม่ได้นำเสนอเพียงแค่รสชาติ แต่ยังเป็นการเปิดโลกให้เห็นวิธีการกิน วัตถุดิบบางอย่าง หรือเทคนิคการทำอาหารที่อาจจะคล้ายคลึงกับเทคนิคที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบันด้วย

ลิซ่าเป็นเหตุ ทำ “เกาะสมุย” ยอดเสิร์ชพุ่ง!!!

  อานิสงส์ LISA ปกคลุมทั่วประเทศจริงๆ เนื่องจากล่าสุด อโกด้า (Agoda) แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับการท่องเที่ยว เปิดเผยตัวเลขที่น่าสนใจในช่วงเดือนมิถุนายน 2024 พบว่า ยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ค้นหา “เกาะสมุย” เพิ่มขึ้นกว่า 26% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว ซึ่งตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ เป็นช่วงคาบเกี่ยวกับที่ซีรีส์ชื่อดังอย่าง The White Lotus ได้เข้ามาถ่ายทำซีซั่นใหม่ในประเทศไทย โดยโลเคชั่นหลักๆ ประกอบไปด้วย เกาะสมุย, ภูเก็ต และกรุงเทพฯ . โดยประเทศที่ค้นหาไฟลท์บินและที่พักในเกาะสมุยมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อิสราเอล, อินเดีย, เยอรมนี, เกาหลีใต้ และมาเลเซีย ตามลำดับ . ทั้งนี้ อโกด้า ยังเผยว่ายอดค้นหาที่พักในเกาะสมุย จากนักท่องเที่ยวที่อยู่นอกภูมิภาคเอเชีย โดยการจัด 10 อันดับ ประเทศที่ค้นหาที่พักบนเกาะสมุยมากที่สุด ปรากฏว่ามีถึง 5 ประเทศที่อยู่ในเอเชีย ส่วนอันดับนักท่องเที่ยวนอกเอเชียที่เสิร์ชหาประเทศไทยมากที่สุด มีเพียงแค่สหรัฐอเมริกา ประเทศเดียวเท่านั้น . กล่าวในอีกทางหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวจากนอกเอเชียค้นหา “เกาะสมุย” มากกว่าค้นหา “ประเทศไทย” ตามรายงานของ อโกด้า . ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับ Black Tomato ผู้ให้บริการท่องเที่ยวโดยเฉพาะในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งระบุว่า มียอดจองทริปมาประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 44% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2024 ทั้งยังส่งผลให้ราคาของทริปมาไทยเพิ่มขึ้นถึง 15% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันของปี 2023 . โดยนักท่องเที่ยวส่วนมากต้องการพักในโรงแรมที่มีข่าวว่าเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรีส์ชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ เกาะสมุย ที่มียอดจองเพิ่มขึ้น 39% และโรงแรมอนันตรา ไม้ขาว ภูเก็ต ซึ่งกระแสดังกล่าวเกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ซีรีส์ยังไม่ได้ออนแอร์เลยด้วยซ้ำ . เช่นเดียวกับที่ Misty Belles ตัวแทนของ Virtuoso ผู้ให้บริการท่องเที่ยวชั้นเลิศกล่าวว่า “เรากำลังรอให้ประเทศไทยเป็นที่คลั่งไคล้ เพราะเป็นที่รู้กันว่าเมื่อ The White