Skip links

Events

หมอลำกลางกรุง ถูกร้องเรียนเสียงดัง ปัญหาคนเมือง กับ คอนเสิร์ตกลางแจ้ง

เมื่อวานนี้ (28 ก.พ. 67) บริเวณลานหมอชิต 2 เขตจตุจักร กทม. มีการแสดงคอนเสิร์ตจากหมอลำคณะใหญ่ ตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงกลางดึก โดยระหว่างนั้นมีรายงานว่าชาวบ้านละแวกใกล้เคียงได้มีการร้องเรียนเรื่องเสียงดังรบกวนจากคอนเสิร์ตดังกล่าว ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการร้องเรียนในพื้นที่แห่งนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่นานก็เคยมีในกรณีเดียวกันมาแล้ว ทั้งนี้ ปัญหาข้างต้นนับได้ว่า เป็นความท้าทายแห่งเมืองหลวงของประเทศที่ประกาศกร้าวตั้งเป้าเป็น ‘กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต’ แต่ทว่าพื้นที่กลางแจ้งอันสามารถตอบสนองเจตนารมณ์ดังกล่าวดูจะมีจำกัด และถึงแม้ว่า ที่ผ่านมากรุงเทพฯ เองก็มีโอกาสต้อนรับศิลปินระดับโลกหลายรายนามที่ข้ามน้ำข้ามฟ้ามาเล่นคอนเสิร์ตในเมืองกรุง แต่ก็อีกนั่นแหละ สถานที่ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นฮอลล์ หรือไม่ก็สนามกีฬา ซึ่งควบคู่มากับราคาบัตรที่แพงหูฉี่ เพียงแค่นี้ก็คัดคนที่ไม่มีกำลังซื้อซึ่งเป็นชนหมู่มากของเมืองแห่งนี้ออกไปได้เลย เห็นแต่จะมีเพียงชนชั้นกลางค่อนบนขึ้นไป ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้นที่เข้าถึงคอนเซ็ปต์นี้ ส่วนคนธรรมดาเดินดินกินข้าวแกง โอกาสที่จะเข้าถึงคำว่า ‘กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต’ ก็คงจะยากหน่อย เหตุเพราะสถานที่จัดคอนเสิร์ตที่คนเดินถนนจะสามารถเข้าถึง ไม่ได้มีอยู่ใกล้ตัวเท่าใดนัก รวมถึงการจัดระเบียบผังเมืองที่ไม่ได้สร้างไว้ให้มีลานกลางแจ้งที่สามารถใช้เสียงดังได้มาตั้งแต่แรก ผลที่ออกมาก็คือการร้องเรียนเรื่องเสียงตามงานคอนเสิร์ตกลางแจ้งดังที่ผ่านๆ มา   ฉะนั้นแล้ว การไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งการเป็น ‘เมืองคอนเสิร์ต’ นั้น ยังมีปัญหาที่ควรพิจารณา มากกว่าแค่การนำศิลปินจากต่างชาติมาแสดงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องจัดการเชิงพื้นที่ จัดโซนนิ่งสำหรับพื้นที่กิจกรรมกับที่พักอาศัย ตลอดจนปรับปรุงพื้นที่สาธารณะให้เหมาะสมแก่การจัดแสดงและรับชมดนตรี เช่น ลานกิจกรรมในชุมชน ใต้ทางด่วน ดาดฟ้า ฯลฯ รวมไปถึงการสนับสนุน live house ให้การจัดแสดงดนตรีเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันคนทุกหมู่เหล่ามากขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อให้กรุงเทพฯ กลายเป็น ‘เมืองคอนเสิร์ต’ อย่างที่มุ่งหวังต่อไป … อ้างอิง : https://www.amarintv.com/news/detail/216053 https://mgronline.com/onlinesection/detail/9660000110726 https://urbancreature.co/city-of-concerts/  

“สงกรานต์ 21 วัน” ประชาสัมพันธ์ห่วย หรือเพราะอะไร? จะดีกว่านี้ไหมถ้ามี…?

สงกรานต์ปีนี้ผ่านพ้นไปอย่างคึกคักในหลายพื้นที่ คงต้องชื่นชมหลายฝ่ายซึ่งมีส่วนผลักดัน water fest ให้พิเศษมากขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่เดี๋ยวก่อน… กระแสตอบรับจากชาวไทยใช่ว่าจะมีคำชมเพียงอย่างเดียว เพราะแม้ “สงกรานต์ 21 วัน” จะลุล่วงไปแล้ว แต่ความฉงนสงสัยในนโยบายก็ยังเป็นสิ่งที่คาใจใครหลายคน รวมถึงชาวต่างชาติด้วย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็พยายามตอบโต้ว่า เนื่องจากงบยังไม่ออก ปีนี้จึงไม่อาจทำอะไรได้มากเท่าที่คิด ทว่าปัญหาที่แท้อาจไม่ใช่เรื่องงบประมาณ หากแต่เป็นเรื่องของการสื่อสารที่ยัง ‘ทำไม่ถึง’ และ ‘ขาดเอกภาพ’ เสียมากกว่า ฉะนั้นแล้ว เรามาช่วยกันคิดหน่อยว่า ในแง่การสื่อสาร รัฐบาลควรทำอย่างไรให้ดีกว่านี้ แม่นยำกว่านี้ และมีประสิทธิภาพกว่านี้ อาทิเช่น จะดีกว่านี้ไหมถ้ามี “ผู้นำทางการสื่อสาร”   แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่างานนี้อยู่ในการกำกับดูแลของ “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร” แต่ทว่าบทบาทการเป็นผู้นำทางการสื่อสารอาจจะยังไม่เด่นชัดนัก เพราะเมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน การสื่อสารแคมเปญก็กระจายไปยังหลายฝ่าย ซึ่งข้อเสียคือประชาชนไม่รู้ว่าจะฟังใครดี? ลองนึกถึงตอนที่เรื่อง digital wallet กำลังฝุ่นตลบกันอยู่ ครานั้นนายกเศรษฐาก็พูดเสียงดังฟังชัดเลยว่า ต่อแต่นี้ขอให้ “ฟังผมคนเดียว” หรือแม้แต่ช่วงที่มีวิกฤตโควิด-19 นายกประยุทธ์ ก็แถลงการณ์เองทุกวัน เหล่านี้คือการเล่นบท ‘ผู้นำทางการสื่อสาร’ ให้ประชาชนได้รับรู้ ทว่าสำหรับนโยบาย “สงกรานต์ 21 วัน” พอเข้าเดือนเมษายน “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร” ก็กลายเป็น ‘ผู้นำล่องหน’ ไปอย่างน่าเสียดาย ถ้ามีใครสักคนในรัฐบาลเล่นบท ‘ผู้นำทางการสื่อสาร’ ป้อนข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนอยู่เป็นระยะๆ ก็คงไม่ต้องปล่อยให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศเสียเวลาสืบหาข้อมูลมากดังที่ผ่านมา จะดีกว่านี้ไหมถ้า “มี road map ที่ชัดเจนกว่านี้”    1 เมษายน คือ Day 1 ของ “สงกรานต์ 21 วัน” แต่มีประชาชนไทยสักกี่คนกันเชียวที่รู้ว่ามีอีเว้นท์ที่ไหน? อย่างไรบ้างในวันแรก? และยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงชาวต่างชาติ เพราะผลลัพธ์ที่เห็นกันก็คือ ไวรัลหนุ่มจีนขัดปืนเก้อ ไม่เจอน้ำแม้แต่หยดเดียว ยืนเปลี่ยวกลางอโศก แค่นี้ก็สะท้อนถึงการประชาสัมพันธ์แผนที่เส้นทางการเล่นน้ำที่ยังสร้างการรับรู้ได้ไม่เพียงพอเป็นอย่างดี ซึ่งของแบบนี้มีหรือที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะทำไม่ได้?   จะดีกว่านี้ไหมถ้า “มีช่องทางสื่อสารเป็นหลักแหล่ง”  บางเทศกาลในต่างประเทศ เขาจัดเล็กกว่าเรา แต่เขายังมีเว็บไซต์ มีเพจ มียูทูบให้ได้ติดตามดูความเคลื่อนไหว รวมถึงการรวบรวมข้อมูล แต่เรื่องนี้พอจะเข้าใจได้ว่างบประมาณยังไม่ออก เอาเป็นว่าปีหน้าค่อยมาตัดสินอีกทีละกัน

FLOW DAY PATTAYA WATER FESTIVAL 2024 เทศกาลวันไหลแห่งชาติ ที่พร้อมก้าวสู่งานอีเวนต์ระดับโลก!

ผ่านไปแล้วสำหรับงานสงกรานต์วันไหลพัทยา ที่ปักหมุดงานมิวสิก เฟสติวัล ระดับเอลิสต์ ไว้ในปฏิทินของคนรักเทศกาลดนตรีได้อย่างสวยงาม งานนี้ได้ “ลอตเตอรี่พลัส” เข้ามาสนับสนุนทำให้งาน FLOW DAY PATTAYA WATER FESTIVAL 2024 ที่จัดโดย อาร์เอส มัลติเอ็กซ์ (ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป) ปีนี้ สามารถจัดเต็มได้ตั้งแต่ไลน์อัพศิลปินและดีเจมากกว่า 20 ชีวิตมาร่วมสร้างปรากฎการณ์แห่งความสนุก  ร่วมปลุกพลัง Soft Power สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทย มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีไทย สร้างความประทับใจให้เหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมงานนับหมื่นคน ทิ้งทวนในวันไหลสงกรานต์ช่วงสุดท้ายของ ปี 2024  ณ เลเจนด์ สยาม พัทยา (Legend Siam Pattaya) เมื่อวันที่ 19 – 20 เมษายนที่ผ่านมา เริ่มต้นวันแรก ปลุกทุก Energy ด้วยเสียงสุดจี๊ด ตื๊ดสุดกำลัง จาก DJ RED BEAT ชื่อดัง DJ TEEN จากนั้นเริ่ม Countdown to Flow Day Party Day 1 นับถอยหลังก้าวสู่มิติโลก วันไหลพัทยา  ความสนุกแห่งชาติแบบน็อน-สต็อป จาก  DJ JOELONG และ DJ H3NRI  ก่อนส่งต่อเพลงฟีลกู้ด อารมณ์ดีด้วยดนตรีเพลงป๊อบยอดฮิต จาก ศิลปินชื่อดังวงแรก LIPTA(ลิปตา)  และส่งไม้ต่อไปที่นักร้องเพลงฮิตติดลมบน  SINGTO NUMCHOK (สิงโต นำโชค)  โชว์เสียงละมุน อบอุ่นใจ และความสุข ต่อด้วยเอาใจชาวเพลงร็อกกันบ้าง ในจังหวะครึกครื้นLOMOSONIC (โลโมโซนิก) การกระโดดทิ้งตัวของบอย จากเวทีให้แฟนๆ ได้โอบอุ้มสัมผัสพลังร็อค โยกย้ายกอดคอความเพลินไปกับพ้องเพื่อน เบรกความมันส์ เสริมทัพกิจกรรม Flow Lucky by

Water Fest หรือ Water Fight รวมประสบการณ์ชีวิตสู้กลับของชาวต่างชาติในวันสงกรานต์

เทศกาลสงกรานต์ หมุดหมายของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมาก แต่ใครจะรู้ว่าประสบการณ์ที่พวกเขาได้กลับไปไม่ได้มีแค่ความสนุกจากการเล่นสาดน้ำ แต่พวกเขายังได้ประสบการณ์ชีวิตกลับบ้านไปด้วย      กระทู้ที่ 1 – อย่าไปถนนข้าวสารในช่วงสงกรานต์ อันตราย! ระวัง ฝูงชนเบียดกันตาย! https://www.reddit.com/…/dont_go_to_khaosan_road…/ “ฉันไปที่นั่นเมื่อคืน (วันที่ 15 เมษายน 2024) คนแน่นมาก แตกต่างจากปกติในช่วงสุดสัปดาห์ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ฉันรู้สึกว่าฝูงชนเริ่มควบคุมไม่ได้ ผู้คนต่างเบียดเสียดกันและผลักดันไปข้างหน้าตามกระแสของฝูงชน มันเริ่มน่ากลัวแล้ว ฉันใช้เวลาอยู่สักพักกว่าจะออกมาได้ ตั้งแต่ตอนนั้นมา ฉันเปิดข่าวดูหลายครั้ง แต่ฉันก็ไม่พบรายงานใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ จึงเห็นชัดได้ว่าน่าจะไม่มีผู้เสียชีวิต” “ฉันเลยลตรวจสอบ subreddit นี้ และพบโพสต์ที่คล้ายกันเกี่ยวกับถนนข้าวสารจากสงกรานต์ปีที่แล้ว ดูเหมือนว่าทางการจะไม่มีการปรับปรุงการทำงานใด ๆ เลย ฉันเคยอ่านเรื่องที่ตำรวจจำกัดจำนวนการเข้าถนนข้าวสารในช่วงงานเฉลิมฉลองที่ผ่านมา ทว่า ครั้งนี้กลับไม่มีการจำกัดจำนวน แม้ว่าฝูงชนจะมีจำนวนมหาศาลเป็นพิเศษก็ตาม”   หลัง OP รายนี้เปิดเผยเหตุการณ์ระทึกขวัญในวันสงกรานต์ที่ผ่านมา ก็มีผู้ใช้งาน reddit รายอื่นอีกหลายคนต่างพากันแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็น   dday****  – (ผับแห่งหนึ่ง) ในเชียงใหม่ก็เกือบจะเกิดการเบียดกันของฝูงชนในช่วงสงกรานต์เช่นกัน ประเทศไทยจำเป็นต้องจริงจังเรื่องการควบคุมฝูงชน ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดเหตุการณ์อิแทวอนได้ในช่วงหลายปีนี้ Factor**** – ปีที่แล้วผมไปก่อนสงกรานต์ไม่กี่วัน แต่มันจะไม่มีอีกครั้ง เพราะมันเหมือนกับที่ OP อธิบายไว้ว่ามันเหมือนจะเกิดความวุ่นวายได้ตลอดเวลา angelheaded–hi**** – ครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของฉันในกรุงเทพ ฉันชอบที่จะได้สัมผัสกับสิ่งใหม่ๆ แต่ผู้คนเหล่านั้นมันบ้าไปแล้ว ฉันสติแตกไปเลยและมีเรื่องเลวร้ายมากมายเกิดขึ้นกับฉัน ดังนั้น ฉันจึงใช้เวลาที่เหลือของสัปดาห์ในบ้านพัก โดยตระหนักได้ว่าฉันไม่สามารถอาศัยอยู่ในเมืองในเอเชียได้อีกต่อไป และฉันต้องการกลับไปที่ประเทศของฉันมากแค่ไหน   กระทู้ที่ 2 : ประสบการณ์สงกรานต์ของคุณเป็นอย่างไรบ้าง? https://www.reddit.com/…/how_was_your_songkran_experience/ “ช่วงนี้เห็นเพื่อนมาเที่ยวเมืองไทยเยอะมากช่วงสงกรานต์ อิจฉาจังเลย!! ดูน่าสนุกจริงๆ แต่มีคำถามว่า ช่วงสงกรานต์ คุณเปียกน้ำทันทีที่ก้าวออกจากที่พักหรือเปล่า? ฮ่าๆ”   Sel*** – ดังที่ผู้ใช้ Reddit คนหนึ่งพูดไว้ว่า “ฉันไม่ได้สนใจสงกรานต์เลย จนฉันได้เล่นสงกรานต์” ฉันกำลังดื่มกาแฟอยู่บนถนนเลียบชายหาดในพัทยา มีเพื่อนคนหนึ่งมาหาฉันและถามว่าจะซื้อปืนฉีดน้ำไหม ด้วยความที่ฉันอายุ 42 ฉันรู้สึกแก่เกินไปสำหรับสิ่งนี้ แต่ฉันบอกว่าโอเค

สนามหลวงคัมแบ็ค จัดเฟสติวัลสุดอลัง… ปีหน้ามีอีกมั้ย?

อีเวนต์สงกรานต์ในกรุงเทพฯ ปีนี้สุดคึกคัก เมื่อหลายภาคส่วนร่วมปรบมือเป็นจังหวะเดียวกัน ดันสงกรานต์สู่เฟสติวัลระดับโลก ทั้งภาคีความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ทำให้สงกรานต์ในกรุงเทพฯ ปีนี้เต็มไปด้วยอีเวนต์สนุกๆ ที่กระจายไปทั่วพื้นที่ แต่ความพิเศษของปีนี้ที่คนกรุงเทพฯ ไม่ได้เห็นมานาน คือการเนรมิตสนามหลวงเป็นสถานที่จัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2024 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์” ซึ่งมีทั้งศิลปินระดับแถวหน้า โดยเฉพาะแนว EDM ที่ขนมาให้แดนซ์กันสะบัด โชว์น้ำพุ โดรนแปรอักษร และกิจกรรมอื่นๆ ทั่วทั้งสนามหลวง   หากย้อนกลับไปหลายสิบปีก่อน ท้องสนามหลวงสำหรับคนเมืองกรุงนั้นถือว่าเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ตามสะดวก พอนานเข้าพื้นที่สนามหลวงจึงเริ่มเสื่อมโทรม กระทั่งมีการกั้นรั้วเพื่อปรับปรุงทัศนียภาพ เพิ่มมาตรการจำกัดการเข้า-ออก และจำกัดการใช้สอยเพื่อประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการที่สนามหลวงได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2520 ในประเด็นนี้ก็ยิ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงกันระหว่างสองแนวทาง ว่าควรชั่งน้ำหนักสองสิ่งนี้อย่างไรให้เหมาะสม ได้แก่ การใช้สนามหลวงเพื่อจัดอีเวนต์ต่างๆ กับ การอนุรักษ์ทุ่งแห่งนี้ให้สวยงามเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ทำนองเดียวกับที่ วุฒิธร มิลินทจินดา หรือ “วู้ดดี้” พิธีกรชื่อดัง และผู้จัดเทศกาลดนตรี S2O ได้เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในฐานะอนุกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ สาขาเฟสติวัล ที่มีบทบาทในการจัดงานสงกรานต์ที่สนามหลวงไว้ว่า “ไม่แน่ใจว่าพื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่ที่เรายังจะสามารถใช้ได้อยู่หรือไม่ เพราะหลายคนก็มีการเตือนว่าที่แห่งนี้เป็นที่ๆ ต้องคิดดีๆ นะว่าจะเอาไปใช้ต้องมีการขอ ต้องมีการทำเรื่อง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” แต่จนแล้วจนรอด เมื่อไม่กี่วันก่อนเราก็ได้เห็นภาพที่งามตระการตา ด้วยแสงสีและบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะภาพฉากของเวทีคอนเสิร์ต ที่มีวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว ประกอบเด่นเป็นฉากหลังตั้งสง่า อีกทั้งยังแลเห็นพระบรมมหาราชวังอยู่อีกมุมไกลๆ เรียกได้ว่าเป็นภูมิทัศน์อันงดงามที่หาชมได้ยาก และน่าจะสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติได้ไม่น้อย   เมื่อภาพออกมาเช่นนี้แล้ว จึงทำให้หลายคนเห็นถึงความเป็นไปได้ และอยากให้ภาพนี้เกิดขึ้นอีกบ่อยๆ บ้างก็พูดถึงการผ่อนปรนมาตรการ และจัดเฟสติวัลในท้องสนามหลวงสักปีละสอง-สามครั้งดีไหม? แต่ชาวเน็ตบางรายก็กล่าวว่า ควรเก็บไว้สำหรับงานสงกรานต์ปีละครั้งพอ เพื่อความแรร์ของภูมิภาพดังกล่าว ประเด็นนี้ก็สุดแท้แต่มุมมองของผู้คน อย่างไรก็ดี ทางองคาพยพขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของภาครัฐก็มีการเปรยๆ ไว้ว่า ปีนี้เป็นเพียงแค่ออเดิร์ฟ เพราะปีหน้า เมื่องบประมาณผ่าน คงได้จัดใหญ่ จัดเต็มกว่านี้อีกแน่นอน (แต่ไม่รู้ว่าจะจัดที่สนามหลวงต่อหรือเปล่านะ) ทั้งนี้ คนยิ่งเยอะ ปัญหายิ่งแยะ เพราะคอมเมนต์จากผู้ร่วมงานบางรายยังแสดงความคิดเห็นเรื่องปัญหาการจัดการขยะ, ห้องน้ำสาธารณะ, รถ shuttle bus รับส่งนักท่องเที่ยว รวมถึงการเพิ่มรอบรถไฟฟ้ายามดึก เหล่านี้ก็ยังเป็นความท้าทายที่ผู้จัดงานควรพิจารณาควบคู่ไปกับการใช้สอยพื้นที่สนามหลวงให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศต่อไป

ปักหมุดเล่นน้ำวันไหล ประเพณีสะท้อนนิสัยคนไทยว่าเป็นพวกชอบติดลม!?

จะมีสักกี่เทศกาลในโลกนี้ ที่แม้ว่าตัวงานหลักตามกำหนดการจะจบลงไปแล้ว แต่ทว่าในบางพื้นที่ยังมีการจัดงานส่งท้ายราวกับเป็น after party เฉลิมฉลองหลังงานจบ เหมือนกับว่าหมู่ชนบางแห่งยังไม่จุใจ ยังติดลม อยากสนุกกันต่อ ลักษณะเช่นนี้อาจจะมีเพียง “วันไหลสงกรานต์” ในประเทศไทยที่เดียวในโลกก็เป็นได้ และใช่หรือไม่ว่า สิ่งนี้อาจเป็นประเพณีอันสะท้อนลักษณะนิสัยของคนไทย ว่าเป็นพวกชอบติดลมล่วงเวลา?   เดิมทีเดียว “วันไหลสงกรานต์” ที่เรารู้จักกันนั้นมีชื่อว่า “ประเพณีก่อพระทรายน้ำไหล” ซึ่งเป็นการทำบุญขึ้นปีใหม่ที่นิยมปฏิบัติต่อๆ กันมาเฉพาะยิ่งในภาคตะวันออก และภาคกลางบางจังหวัด โดยจะจัดขึ้นหลังสงกรานต์ราวๆ 5 – 6 วัน เป็นประเพณีที่ชาวบ้านจะร่วมกันขนทรายจากชายหาดระแวกนั้น นำมาก่อสร้างพระเจดีย์ทรายถวายเป็นพุทธบูชา ด้วยการนำทรายมากองสูงแล้วรดน้ำเอาไม้ปั้นกลึงให้เป็นรูปทรงเจดีย์จำนวน 84,000 กอง เท่ากับจำนวนพระธรรมขันธ์ ปักธงทิว รวมถึงมีพิธีกรรมทางพุทธศาสนาอื่นๆ ทำบุญเลี้ยงพระและผู้ร่วมงาน โดยทรายที่ชาวบ้านนำมานั้น วัดก็จะนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ถือว่าเป็นงานรื่งเริงที่ช่วยพัฒนาวัดและชุมชุนไปพร้อมๆ กัน   ทว่าต่อมา เมื่อสภาพบ้านเมือง และความเป็นอยู่ได้เปลี่ยนแปลงไป งานก่อสร้างในวัดจึงมิได้สำคัญเท่าสมัยก่อน อีกทั้งการขนทรายเข้าวัดด้วยแรงงานคนก็มิได้มีความจำเป็นอีกต่อไป เมื่อนั้น ‘งานก่อพระทรายน้ำไหล’ จึงค่อยๆ ลดบทบาทลง แต่ยังคงเหลือไว้ซึ่งงานบุญและกิจกรรมรื่นเริงอื่นๆ ที่ยังมีอยู่ ซึ่งปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ ดังนั้น เมื่อปราศจากการก่อพระทราย จึงได้มีการปรับชื่อเหลือเพียง “ประเพณีวันไหล” หรือ “วันไหลสงกรานต์” อย่างเช่นทุกวันนี้   โดยเฉพาะยิ่งในจังหวัดใหญ่ๆ ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว “งานวันไหล” ซึ่งเปรียบดั่งประเพณีขึ้นปีใหม่ประจำท้องถิ่น จึงกลายเป็นสถานที่เก็บตกของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ ที่ยังอยากสนุกในวันสงกรานต์กันต่อ หรือกล่าวอีกทางคือ ยังติดลม ยังไม่อยากเลิกเล่นน้ำ และหากกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว ใช่หรือไม่ว่า มีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่มีลักษณะนิสัยดังกล่าว ทั้งชอบสนุก, ชอบติดลม, มาสาย และไม่เป็นเวลา ฉะนั้นแล้ว ในแง่หนึ่ง ความนิยมในประเพณีวันไหล จึงเป็นสิ่งสะท้อนลักษณะนิสัยของคนไทยได้เป็นอย่างดี ว่าคนไทยเป็นคนอย่างไร จริงหรือเปล่านะ?  

ต่างชาติคอมเมนต์รัว ‘มินนี่’ สวยขยี้ใจ ในลุคนางมโหธรเทวี

มินนี่ (G)I-DLE อวดลุคชุดไทยสุดสง่า “นางมโหธรเทวี” นางสงกรานต์ประจำปี 2567 ให้เราได้เห็นกันแบบชัดๆ ในไอจีส่วนตัว หลังปรากฎตัวในงาน ไอคอนสยามมหัศจรรย์เจ้าพระยามหาสงกรานต์ 2567 เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา กวาดใจแฟนคลับทั้งไทยและต่างชาติไปมากมายที่พากันชื่นชมความสวยของมินนี่ในชุดไทย ไม่ว่าจะเป็น   – วัฒนธรรมไทยสวยมาก ฉันชอบเวลาเห็นไอดอลโอบรับวัฒนธรรมของพวกเขา – ช่างเป็นเจ้าหญิงที่ล้ำค่า ฉันดีใจที่ได้เห็นคุณเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของคุณและมีส่วนร่วมในนั้นเป็นเกียรติที่ได้เห็นคุณแต่งตัวเป็นเจ้าหญิง ฉันรักคุณ เจ้าหญิง – ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนคลับ (G)I-DLE แต่ต้องยอมรับเลยว่าเธอสวยมาก ชุดไทยโบราณสวยมากจริงๆ – เธอดูน่าทึ่งมากในชุดไทย  – มินนี่เรียบหรูและเลอค่ามาก… – วัฒนธรรมไทยเจ๋งจริงๆ มินนี่เหมือนเทพเจ้าเลย!! … ความคิดเห็นบางส่วนจากทวิต https://twitter.com/iconsiam/status/1779482111759851845 https://twitter.com/hou…/status/1779448964040802414/quotes และ IG: min.nicha https://www.instagram.com/p/C5yCRcNSsC0/?img_index=8  

Tomorrowland ดินแดนวันพรุ่งนี้ โอกาสของไทย หรือฝันที่ไกลเกิน?

“Tomorrowland” – เทศกาลดนตรี EDM สุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่รวบรวมศิลปินชื่อดังนับร้อยชีวิตมาแสดงบนเวทีที่ประดับประดาด้วยธีมแฟนตาซีสุดอลังการกว่า 16 เวที พร้อมเฉลิมฉลองด้วยพลุหลากสีสุดตื่นตาที่จะมาแต่งเติมท้องฟ้ายามกลางคืนให้สดใส แถมผู้เข้าร่วมงานยังได้พบเจอคนคอดนตรีเดียวกันอีกนับหมื่น จนคว้ารางวัล “งานดนตรีที่ดีที่สุดแห่งปี” 5 ครั้งติดต่อกันตั้งแต่ปี 2012-2016 ในงาน International Dance Music Awards   จุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่นี้ต้องย้อนไปในปี 2005 สองพี่น้อง Manu และ Michiel Beers ร่วมกับบริษัท ID&T เนรมิตลานกว้างในสวนสาธารณะ De Schorre ที่เมือง Boom ประเทศเบลเยียมให้กลายเป็นงานเทศกาลดนตรี EDM ที่ผู้คนนับล้านอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต แม้จะต้องแย่งชิงและจ่ายค่าบัตรราคาแพงขนาดไหน ทำให้ในปีที่แล้ว Tomorrowland มีผู้เข้าร่วมกว่า 400,000 คน เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ใช้งาน Reddit รายหนึ่งที่ชื่อ “ilcowy” ทดลองคำนวณขนาดพื้นที่การจัดงานเทศกาลดนตรีที่มีชื่อเสียงกว่า 13 แห่ง โดยใช้ Google Earth Pro บันทึกภาพเทศกาลต่างๆ จากนั้นนำไปร่างในโปรแกรมออกแบบที่ชื่อว่า “CAD” เพื่อเปรียบเทียบขนาดของแต่ละเทศกาล ผลปรากฏว่า Tomorrowland มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 โดยมีพื้นที่ประมาณ 537 เอเคอร์ หรือประมาณ 1,358 ไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ของเมืองบูม หรือถ้าใครนึกภาพไม่ออก ก็เหมือนเอางาน Big moutain มาต่อกัน 2.5 งาน หรือเอางาน Maya มาต่อกันถึง 4 งานเลยทีเดียว !   แน่นอนว่าเมื่อจัดงานใหญ่ขนาดนี้ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจย่อมมากขึ้นตามไปด้วย  แม้ในช่วงแรกของการจัดงานย่อมเป็นธรรมดาที่จะไม่ได้กำไร แถมยังขาดทุนบ้างในบางครั้ง แต่ในปี 2013 มีการเปิดเผยว่า Tomorrowland สามารถสร้างรายได้กว่า 70 ล้านยูโร ให้แก่เบลเยียมได้

สงกรานต์เซ็นทรัลเล่นใหญ่ระดับโลก คว้า Miss Universe ช่วยโปรโมท พร้อมเวทีรำวงโชว์ของดี Thai Rhythm จาก Joeyboy

เมื่อวานนี้ (2 เม.ย.)  บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) จัดงานแถลงข่าวแคมเปญฉลองสงกรานต์มหาบันเทิงระดับโลก “THAILAND’S SONGKRAN FESTIVAL 2024” พร้อมกันทั้ง 41 ศูนย์การค้าทั่วประเทศ ทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง ตั้งแต่วันที่ 2 – 21 เมษายนนี้ โดย ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บมจ. เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า สงกรานต์เป็นเทศกาลสำคัญที่ UNESCO เพิ่งรองรับให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้ของโลก ซึ่งปีนี้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้ทุ่มงบกว่า 400 ล้านบาท ภายใต้แนวคิด Bring Thainess to The World ดึงความเป็นไทยสู่ระดับโลก ซึ่งข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. คาดว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามากว่า 8 – 10 ล้านราย รวมถึงอาจสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 50,000 – 80,000 ล้านบาท นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกที่ตบเท้าเข้ามายังประเทศไทยในช่วงเดือนเมษายน ยังเป็นโอกาสของการท่องเที่ยวทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง โดยมีการผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่น และความเป็นไทยในหลากหลายรูปแบบมาอวดโฉมต่อต่างชาติทั้งหมดกว่า 1,000 กิจกรรมทั่วประเทศ ด้วยคีย์เวิร์ดสำคัญคือ Culture and Entertainment   ยิ่งไปกว่านั้น ความพิเศษในปีนี้คือการคว้า “เชย์นิส ปาลาซิโอส” Miss Universe 2023 มาในฐานะ Global Cultural Ambassador หรือนางสงกรานต์ระดับจักรวาล เพื่อหวังโปรโมทความเป็นไทย และผลักดันวัฒนธรรมไทยไปสู่ระดับสากล พร้อมกันนั้นยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านการทุ่มงบมหาศาล และเล่นใหญ่จัดเต็มกว่าที่ผ่านมา “เพื่อประกาศให้โลกรู้ว่าไทยก็มีของดี” ณัฐกิตติ์ กล่าวในช่วงท้ายของงานแถลงข่าว และแน่นอน ไฮไลท์สำคัญสำหรับช่วงวันสงกรานต์ที่แลนด์มาร์คสำคัญอย่าง centralwOrld ในปีนี้คืองาน “Thai Rhythm Songkran Festival 2024” ซึ่งนำทัพโดย

Summer Sonic Bangkok 2024

หลังจากไม่กี่วันก่อนมีการประกาศ Lineup ศิลปินบางส่วนที่จะมาแสดงในงาน Summer Sonic Bangkok 2024 ปรากฏว่ามี BODYSLAM วงร็อคระดับแถวหน้าของเมืองไทยเป็นหนึ่งในรายชื่อที่อยู่ในลิสต์ ทั้งยังประกบกับ special guests อย่าง BABYMETAL วงไอดอลชื่อดังแนวคาวาอีเมทัลสัญชาติญี่ปุ่น พร้อมด้วย  F.HERO แร็ปเปอร์เบอร์ต้นๆ ของบ้านเรา   โดยก่อนหน้านี้ ศิลปินทั้งสามรายนามได้ร่วมงานกันมาแล้วในเพลง LEAVE IT ALL BEHIND –  F.HERO x BODYSLAM x BABYMETAL https://www.youtube.com/watch?v=7rdc-QV6P6s…  ซิงเกิ้ลพิเศษที่ผสมผสานความเป็นไทยกับญี่ปุ่นเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งความดุเดือดในพาร์ทดนตรีที่เรียกได้ว่าซัดเต็มข้อในแบบที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วจากวง BODYSLAM (ในไลน์กีต้าร์แอบมีกลิ่นไอพิณลูกทุ่ง-หมอลำอยู่ด้วยนะ) และการเรียงร้อยถ้อยคำภาษาไทยอย่างวิจิตรตามสไตล์ F.HERO รวมถึงความสดใสน่ารักคาวาอี้เดสก๊ะ จาก BABYMETAL วงไอดอลที่นำความเป็น j-rock มาผสานกันอย่างลงตัว เพลงนี้หลังจากปล่อยออกมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ก็ได้รับกระแสตอบรับและคำชื่นชมจากแฟนเพลงทั้งไทย ญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ อยู่ไม่น้อย   โปรเจกต์นี้นับว่าเป็นการสานสัมพันธ์ทางดนตรีระหว่างไทยกับญี่ปุ่นอีกครั้ง และยังถือว่าต่อยอดความสำเร็จจากเพลง PA PA YA!! ผลงานของ BABYMETAL ที่ F.HERO ได้ไปร่วม featuring มาเมื่อปี 2019 โดยขณะนี้ยอดวิวใน YouTube ปาเข้าไป 45 ล้านวิวแล้ว https://youtu.be/oO7Y8NsnkRg?si=pHQ8xw9JGuHDR1EY และมากไปกว่านั้น F.HERO ยังได้เป็นแขกรับเชิญพิเศษในคอนเสิร์ตของ BABYMETAL เมื่อครั้งที่วงไอดอลคาวาอีเมทัลมาโชว์ฝีมือในประเทศไทย รวมถึงการแสดงของ BABYMETAL ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย   นอกจากนี้ งานดนตรี Summer Sonic Bangkok 2024 ที่กำลังจะถึงในอีกไม่นาน ยังเป็นครั้งแรกที่จัดนอกประเทศญี่ปุ่น อันเป็นมาตุภูมิของงานดนตรีดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมสัมพันธ์การจัด Festival ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นด้วย ฉะนั้นแล้ว โชว์ของ BODYSLAM ซึ่งมี F.HERO และ BABYMETAL เป็นแขกรับเชิญพิเศษ