Skip links

Events

มี “บง” ไม่มี บ้ง! เกาหลีใต้เตรียม ชู “บง” เชียร์โอลิมปิก 2024

  ทุกการแข่งขันกีฬา สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ กองเชียร์จากผู้ชม  แต่จะให้มาเชียร์ด้วยการชูธงชาติ มันก็ธรรมดาไป . เพราะโอลิมปิก 2024 ปีนี้ HYBE หนึ่งในค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ หยิบ แท่งไฟ หรือ บง (봉) มาออกแบบเป็นแท่งไฟอย่างเป็นทางการสำหรับเชียร์ทีมชาติเกาหลีใต้ . แท่งไฟแท่งนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคบเพลิงและสนามกีฬาโอลิมปิก โดยจะมีโลโก้ทีมชาติเกาหลีใต้อยู่ด้านบน โดยจะผลิตออกมาทั้งหมด 5,000 แท่ง แบ่งเป็น 2 เวอร์ชัน ได้แก่ -แท่งไฟสำหรับการใช้งานทั่วไป 4,500 แท่ง – แท่งไฟสำหรับให้นักกีฬา และคณะกรรมการโอลิมปิกและกีฬาเกาหลี (KSOC) อีก 500 แท่ง (รุ่นนี้จะมีธงชาติปักอยู่ด้านบนแท่งไฟ) . แท่งไฟเหล่านี้จะติดตั้งโปรแกรมการแสดงสีและแสงตามจังหวะให้สอดคล้องกับสโลแกนเชียร์ เหมือนแท่งไฟที่เห็นได้ตามคอนเสิร์ต K-POP ที่จะเปลี่ยนสีและเสียงไปตามจังหวะเพลง … นอกจากนี้ HYBE ยังส่ง “โฮชิ” “ดีเค” และ “ซึงกวาน” – สมาชิกของ “BSS” ซับยูนิตของวงบอยแบนด์ “SEVENTEEN” ร่วมชาเลนจ์ Tiktok ส่งกำลังใจเชียร์ทีมชาติเกาหลีใต้ โดยจะใช้เพลง “Fighting” (2023) เป็นเพลงหลักของชาเลนจ์ ถือว่าเป็นเพลงที่มีจังหวะสนุกสนาน มีความหมายประมาณว่า “ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอะไรก็ทำได้ แค่ฟังเพลงนี้” … “แท่งไฟ เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยแสงหนึ่งเดียว ซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมการเชียร์โอลิมปิกที่จะสนับสนุนนักกีฬาด้วยใจเดียวกัน” . แท่งไฟ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของวัฒนธรรม K-POP โดยแต่ละวงจะมีแท่งไฟประจำวง การมีแท่งไฟเหมือนกันไว้โบกสะบัดเชียร์ศิลปินที่ชื่นชอบไปตามเสียงเพลง จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นกลุ่มก้อนและความเป็นหนึ่งเดียวของแฟนคลับ  . ดังนั้น การเปิดโลกการเชียร์โอลิมปิกรูปแบบใหม่ด้วยแท่งไฟ ถือว่าเป็นมูฟเม้นท์ที่น่าสนใจมากของเกาหลีใต้ เป็นการผสานเอาเอกลักษณ์ของ K-POP มาใช้ ไม่ว่าจะ บง เพลง และศิลปิน ต่อยอด soft power ที่มีได้อย่างต่อเนื่องและลงตัว … อ้างอิง https://koreajoongangdaily.joins.com/…/HYBE…/2086486 https://www.youtube.com/watch?v=mBXBOLG06Wc  

ลาบูบู้ใส่ชุดไทย โผล่เดินงาน Thai Festival in Beijing

  หลัง ททท. เปิดเผยโปรเจคต์กระตุ้นนักท่องเที่ยวจีนที่จะทำร่วมกับ POP MART แล้วได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก ททท.ก็ดูท่าว่าจะไม่เปลี่ยนแผน . เพราะเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา ททท. เริ่มปลุกกระแสเที่ยวไทยจากจีนด้วยการพาลาบูบู้ใส่ชุดไทย เดินงาน Thai Festival in Beijing ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้วัฒนธรรมไทยผ่านการแต่งชุดไทย ก่อนจะบินมาเที่ยวไทยในวันที่ 1 กรกฎาคม ในฐานะ Special guest for Amazing Thailand  ฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ไทย-จีน . อีกทั้ง ภายในงานยังมีดารา-ศิลปินแนวหน้า คริส พีรวัส, สน ยุกต์, วิว วรรณรท และ 4EVE เป็นตัวแทนส่งละครไทยและวงการ T-pop กลางปักกิ่ง … Thai Fest หรือ งานเทศกาลไทย เป็นงานเทศกาลที่สถานทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ในต่างประเทศจัดขึ้น ไฮไลท์ในงานจึงอยู่ที่การจำลองประเทศไทยขนาดย่อม ๆ ไปไว้ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะอาหารไทย ขนมไทย หรือการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยก็รวมไว้ในที่เดียว งานนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของซอฟท์พาวเวอร์ที่สำคัญต่อการสร้างภาพ “ความเป็นไทย” ในสายตาต่างชาติ … การให้ลาบูบู้ใส่ชุดไทย ก็ถือว่าสร้างประเด็นจุดกระแสความสนใจได้ไม่น้อย หากนับในแง่ของการสร้างภาพจำความเป็นไทยที่นักท่องเที่ยวเห็นได้ชัดและเข้าใจง่าย . แต่ใจหนึ่งก็ยังคงเกิดคำถาม ว่าทำไมททท.ถึงไม่นำมาสคอต “สัญชาติไทย” มาใช้ ทั้ง ๆ ที่ไทยมีมาสคอตมากมายที่โด่งดัง อย่างน้องหมีเนย หรือ ButterBear ที่กำลังมีกระแสในจีน (ถึงขั้นต้องจดลิขสิทธิ์ในจีน) และมาสคอตอีกหลายตัวที่พร้อมจะโด่งดังมาทำกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบไทย ๆ . แม้ลาบูบู้ใส่ชุดไทยจะมุ่งเน้นการกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีนในงาน Thai Fest ที่กรุงปักกิ่ง แต่ในบางพื้นที่ Thai Fest ก็ได้รับกระแสตอบรับดีมากอยู่แล้ว ทำให้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี อย่างเช่น ในปีนี้ ก็มีการจัด Thai Fest ณ

โฆษณาไทยคว้า 7 รางวัล Cannes Lions 2024!!

  ภาพยนต์โฆษณาไทยปีนี้ยังคงโชว์ฟอร์มในเวทีระดับโลกได้เช่นเดิม หลังจากล่าสุดกวาดรางวัลในงาน Cannes Lions ประจำปี 2024 มาถึง 7 รางวัล ประกอบไปด้วย Gold Lions 2 รางวัล และ Bronze Lions 5 รางวัล . ทั้งนี้ ภาพยนต์โฆษณาสัญชาติไทยนับว่ามีตัวตนบนเวทีโลกมานาน ไม่ว่าจะเป็นแนวกินใจแบบ emotional หรือตลกแบบจิกกัดเสียดสี ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น “อารมณ์ขันแบบไทยๆ” อันเป็นเอกลักษณ์ที่สะท้อนผ่านภาพยนต์โฆษณาไทยมาหลายปี หลายชิ้นงาน จนอาจเรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ของโฆษณาไทยไปแล้วก็ว่าได้ . และผลงานที่ไปคว้ารางวัลมาในงาน Cannes Lions ปีนี้ได้แก่ 1. Awards : Gold Lion Title : WHAT THE FAST! Brand : KRUNGSRI FIRST CHOICE Agency : LEO BURNETT, Bangkok Production : FACTORY01 Bangkok ลิ้งค์รับชม : https://www.youtube.com/watch?v=ed8TLp5Oy4s 2. Awards : Gold Lion  Title : SAMMAKORN NOT SANPAKORN  Brand : SAMMAKORN  Agency : CHOOJAI AND FRIENDS, Bangkok  Production: Phenomena ลิ้งค์รับชม : https://www.youtube.com/watch?v=95TfaJRJHNs 3. Awards : Bronze Lion Title : THE BOXER Brand : COLGATE Agency

Everybodyslam 2024 คอนเสิร์ตที่ Bodyslam ดูหนุ่มขึ้นมา 10 ปี

  “กลับมาเล่นในแอร์บ้าง หลังจากลุยราชมังฯ มา อายุเยอะกันแล้ว” พี่ตูนกล่าวแบบหยิกแกมหยอก แซวทั้งสมาชิกวงและแฟนๆ บอดี้สแลมระหว่างโชว์ . แต่เอาเข้าจริงๆ แม้พี่ๆ บอดี้สแลมในปีนี้อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ กันแล้ว แต่คอนเสิร์ต Everybodyslam 2024 ก็เหมือนชุบชีวิตให้วงดนตรีที่อยู่มานานกว่าสองทศวรรษ กลายเป็นวงร็อคที่ดู ‘หนุ่มขึ้น’ สดใสขึ้นราว 10 ปี . นับตั้งแต่ปล่อยอัลบั้มใหม่อย่าง Sunny Side Up ก็ทำให้เราได้เห็นมิติใหม่ๆ ของวงบอดี้สแลมที่ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวสีดำๆ เสมอไป หรือไม่จำเป็นต้องฟังพี่ตูนร้องเพลงปรัชญาชีวิตอะไรขนาดนั้นก็ได้ แต่มันคือความสุขของศิลปินวัยกลางคน ที่มีนักร้องนำเป็นคุณพ่อลูกอ่อนแล้วต่างหาก . เพราะคอนเสิร์ตนี้ออกแบบมาค่อนข้างจะสร้างสรรค์ ตั้งแต่ตำแหน่งการยืนของสมาชิกวงแต่ละคนที่กระจายหันกันไปคนละมุม ทั้งฉากเวทีที่ยกขึ้น-ยกลงได้ มีทางวิ่งให้พี่ยอด-พี่ปิ๊ด-พี่ตูน วิ่งมาเซอร์วิสแฟนๆ ตลอดโชว์ พร้อมด้วยจอไฟที่เปลี่ยนสลับไปแบบเพลงต่อเพลง และยังมีเวทีหมุน 360 องศา โคจรสมาชิกวงให้คนดูได้เห็นกันอย่างทั่วถึง Playlist ที่พยายามลำดับเพลงให้แตกต่าง หรือแม้แต่นักมายากลที่เข้ามาร่วมโชว์ในเพลง จนราวกับเป็นละครเพลงแบบกลายๆ . แขกรับเชิญอย่าง โจอี้-ภูวศิษฐ์, F.HERO, DABOYWAY, Jeff Satur เหล่านี้ก็เข้ามาเติมเต็มในแต่ละเพลงได้อย่างดี . สรุปคือ ครั้งแรกที่บอดี้สแลมเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ในอิมแพค คือเมื่อ 16 ปีก่อน แต่มาเทียบกับปีนี้ เหมือนได้มาฟัง “วงดนตรีหน้าใหม่ไฟแรง” อีกครั้งในวัย 45 ปีบวกๆ  

เปิดที่มาฉายาทีมชาติยูโร 2024 Soft Power ในสื่อกีฬาพาคนไม่ดูบอลงง!?

การตั้งฉายาทีมฟุตบอลแต่ละทีม ถือว่าเป็นเสน่ห์ปลายปากกาของพี่ๆ นักข่าวชั้นบรมครู ที่ประดิษฐ์คิดค้นคำ มอบไว้เป็นมรดกแก่วงการลูกหนังไทย บางสมญานามก็แปลงมาจากภาษาต่างประเทศ แต่บางฉายาก็มีปรากฏแค่ในประเทศไทยนี่แหละ ศึกยูโรครั้งนี้ เรามาดูกันหน่อยว่า มีชื่อเล่นของทีมไหนน่าสนใจกันบ้าง

ต้อนรับ Pride Month ด้วยเพลงแทนใจชาว LGBTQ+

  ในเดือนแห่งความภูมิใจ บทเพลงและเสียงดนตรี ถือว่าเป็นองค์ประกอบหลัก เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้แก่การเฉลิมฉลองแล้ว เพลงยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่แสดงตัวตนที่เปิดให้ผู้ฟังได้ปลดปล่อยตัวตนไปกับบทเพลงอย่างเสรี โดยเฉพาะกับชาวแดร็ก (Drag) ที่อาศัยการลิปซิงก์ถ่ายทอดตัวตน อารมณ์ ความรู้สึกที่หลากหลายไปกับเสียงดนตรี ทำให้เพลงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเดือนนี้ . ‘ก็ใจเรียกร้อง สองไม่ได้อยากเป็นผู้ชาย เข้าใจบ้างไหม หัวใจของสองมันเป็นผู้หญิง’ ในปีที่แล้ว ไอ้สอง – TaitosmitH Feat. เบน ชลาทิศ วงดนตรีเพื่อชีวิตจาก Gene Lab ที่หยิบยกเรื่องราวของชีวิตลูกชายที่ไม่ได้อยากเป็นลูกชายในครอบครัวตามขนบที่พ่อเป็นทหาร แม่เป็นพยาบาล พร้อมจะโอบรับตัวตนลูก ทำให้เพลงนี้กลายเป็นเพลงโดนใจที่ถูกเพิ่มเข้าใน playlist ของชาว LGBTQ+ แบบอัตโนมัติ . ในปีนี้ อีกไม่กี่วันก็จะก้าวเข้าสู่ Pride Month ทำให้เหล่าศิลปินเริ่มทยอยปล่อยเพลง เพื่อร่วมสนับสนุนความหลากหลายและร่วมสร้างบรรยากาศเฉลิมฉลองความหลากหลายกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็น … เผย – Hard Boy ‘แต่ต่อจากนี้ จะไม่คอยปิดบังตัวเอง อีกแล้ว จะเปิดเผยให้โลกได้รู้ ว่ามี คนอย่างฉัน’ เพียงเพราะแค่แตกต่าง ทำให้โดนรังแก ดูถูก เหยียดหยามมากมาย เพลงนี้จึงอยากชวนให้ทุกคน เผย ตัวตนของตัวเองให้โลกรู้ว่า ‘ฉัน ไม่ แคร์’ สังคมอีกต่อไป ด้วยการผสานความร็อก ยุค 80 กับออเคสตราอย่างลงตัว เพิ่มความอิมแพ็คให้เพลงนี้ไปอีกขั้น . พร้อมในเอ็มวียังได้ “ไจ๋ ซีร่า” แดร็กควีนระดับตำนานของไทยร่วม เผย อารมณ์และความรู้สึกของเพลงให้ส่งตรงถึงใจคนฟังให้ออกมา เผย ตัวตนแบบที่ไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป … Don’t Kill The Vibe – THAMMACHADxToocalderonexElista the Drag Gamer ft.Laganja Estranja ‘Don’t kill the vibe Let’s rock the night’ เพลงรวมแดร็กควีนระดับท็อป

เกาะสมุยจัดใหญ่งานไพรด์ 6 วันเต็ม “PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL”

จองคิวแน่นยาวถึงปลายเดือน อาร์เอส มัลติเอ็กซ์  เตรียมฉลอง “PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL” – Let’s Join PRIDEradise เปลี่ยนเกาะสมุยเป็นเกาะสวรรค์  เปิดแลนด์มาร์กใหม่ให้ชาว LGBTQIAN+ เฉิดฉายได้แบบจัดเต็ม 6 วัน 6 คืน ตั้งแต่วันที่ 24 – 29 มิถุนายน 2024 ณ หาดเฉวง เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี . เพื่อฉลองอีกก้าวของร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ซึ่งจะมีการลงมติจากวุฒิสภาครั้งต่อไปในวันที่ 18-19 มิถุนายน “PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL” จึงจะกลายเป็นพื้นที่เฉลิมฉลองยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดของปีนี้ . พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้ “PRIDE NATION SAMUI INTERNATIONAL FESTIVAL” กลายเป็นเฟสติวัลหลักที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว LGBTQIAN+ ทั่วโลก เดินทางมายัง เกาะสมุย เกาะที่ขึ้นชื่อว่าหรูหรา (Luxury islands) อันดับต้นๆ ของโลกที่เต็มไปด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของซอฟต์พาวเวอร์ ด้านเฟสติวัลที่จะทำให้ “ไทย” กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เปิดกว้างต้อนรับทุกความหลากหลายทางเพศ . ตั้งแต่วันที่ 24- 28 มิ.ย. ทั่วทั้งเกาะจะเต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ งานสัมมนาเชิงสร้างสรรค์, จดทะเบียนสมรส, Installation Art ที่รอต้อนรับงานใหญ่วันสุดท้าย ในวันที่ 29 มิ.ย. ขบวนพาเหรดใต้แสงอาทิตย์ตก (Sunset Parade) ครั้งแรก ก่อนจะปิดท้ายด้วยมิวสิคเฟสติวัลอย่างยิ่งใหญ่จากตัวแม่ ตัวมัม ตัวลูกของชาว LGBTQIAN+  ไม่ว่าจะเป็น อิงฟ้า วราหะ, มิลลิ, Badmixy มิกซ์ เฉลิมศรี และแก๊งหิ้วหวี ร่วมด้วย ดีเจดังระดับโลก อย่าง Sick

“สยามพิวรรธน์” จัดใหญ่ ชวนนายกเศรษฐาร่วมเดินพาเหรดงาน Pride

กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ – ศูนย์การค้าสยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ และไอคอนสยาม ร่วมกันเป็นองค์กรหลักจัดงานเฉลิมฉลอง Pride Month ภายใต้แคมเปญ “The Celebration : Right to Love” พร้อมด้วยองค์กรภาครัฐและเอกชน กว่า 50 องค์กร โดยมีคุณแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย  เป็นประธานแถลงจัดงาน ร่วมด้วยคุณอรรณว์ ชุมาพร ประธานคณะทำงานบางกอกไพรด์,  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานคร, สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP) และอื่นๆ อีกมากมาย   จัดใหญ่กว่าเดิมด้วยมหกรรมอีเว้นท์และกิจกรรมต่อเนื่อง ตั้งแต่ 31 พ.ค. จนตลอดทั้งเดือน มิ.ย.  เพื่อฉลองในโอกาสที่ประเทศไทยมีกฏหมายสมรสเท่าเทียม นับเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ – Bangkok Pride Parade – ขบวนเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่ที่จะร่วมกันแสดงความภาคภูมิใจในคอมมูนิตี้ LGBTQ+ ในวันที่ 1 มิ.ย. 2567 (แอบสปอยล์ว่าปีนี้นายกเศรษฐา ทวีสิน จะเข้าร่วมขบวนด้วย โดยปีนี้จะเป็นครั้งแรกของไทยที่จะมีนายกเข้าร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อมกัน) – Drag Bangkok Festival 2024 – เฟสติวัลแดร็กครั้งแรกในไทยและเอเชียที่จะรวมศิลปินแดร็กทั่วโลก กว่า 500 ชีวิตมาแต่งแต้มสีสันให้เดือนนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายมากกว่าที่เคย – Bangkok Pride Forum 2024 – เวทีเสวนากว่า 20 เซสชั่น จากบุคคลและผู้แทนองค์กรที่ทำงานและเกี่ยวข้องกับด้านสิทธิ ของเหล่า LGBTQ+ และสตรี ทั้งไทยและต่างประเทศ  พร้อมพา “Teletubbies” คาแรกเตอร์หลากสีในวัยเด็ก มาเป็นเป็น Pride Ambassador ประจำปีที่จะร่วมเดินในขบวน Bangkok Pride Parade  และจะเปิด Teletubbies Café แห่งแรกในเอเชีย    – ICONSIAM “Pride

หมอลำกลางกรุง ถูกร้องเรียนเสียงดัง ปัญหาคนเมือง กับ คอนเสิร์ตกลางแจ้ง

เมื่อวานนี้ (28 ก.พ. 67) บริเวณลานหมอชิต 2 เขตจตุจักร กทม. มีการแสดงคอนเสิร์ตจากหมอลำคณะใหญ่ ตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงกลางดึก โดยระหว่างนั้นมีรายงานว่าชาวบ้านละแวกใกล้เคียงได้มีการร้องเรียนเรื่องเสียงดังรบกวนจากคอนเสิร์ตดังกล่าว ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการร้องเรียนในพื้นที่แห่งนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่นานก็เคยมีในกรณีเดียวกันมาแล้ว ทั้งนี้ ปัญหาข้างต้นนับได้ว่า เป็นความท้าทายแห่งเมืองหลวงของประเทศที่ประกาศกร้าวตั้งเป้าเป็น ‘กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต’ แต่ทว่าพื้นที่กลางแจ้งอันสามารถตอบสนองเจตนารมณ์ดังกล่าวดูจะมีจำกัด และถึงแม้ว่า ที่ผ่านมากรุงเทพฯ เองก็มีโอกาสต้อนรับศิลปินระดับโลกหลายรายนามที่ข้ามน้ำข้ามฟ้ามาเล่นคอนเสิร์ตในเมืองกรุง แต่ก็อีกนั่นแหละ สถานที่ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นฮอลล์ หรือไม่ก็สนามกีฬา ซึ่งควบคู่มากับราคาบัตรที่แพงหูฉี่ เพียงแค่นี้ก็คัดคนที่ไม่มีกำลังซื้อซึ่งเป็นชนหมู่มากของเมืองแห่งนี้ออกไปได้เลย เห็นแต่จะมีเพียงชนชั้นกลางค่อนบนขึ้นไป ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้นที่เข้าถึงคอนเซ็ปต์นี้ ส่วนคนธรรมดาเดินดินกินข้าวแกง โอกาสที่จะเข้าถึงคำว่า ‘กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต’ ก็คงจะยากหน่อย เหตุเพราะสถานที่จัดคอนเสิร์ตที่คนเดินถนนจะสามารถเข้าถึง ไม่ได้มีอยู่ใกล้ตัวเท่าใดนัก รวมถึงการจัดระเบียบผังเมืองที่ไม่ได้สร้างไว้ให้มีลานกลางแจ้งที่สามารถใช้เสียงดังได้มาตั้งแต่แรก ผลที่ออกมาก็คือการร้องเรียนเรื่องเสียงตามงานคอนเสิร์ตกลางแจ้งดังที่ผ่านๆ มา   ฉะนั้นแล้ว การไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งการเป็น ‘เมืองคอนเสิร์ต’ นั้น ยังมีปัญหาที่ควรพิจารณา มากกว่าแค่การนำศิลปินจากต่างชาติมาแสดงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องจัดการเชิงพื้นที่ จัดโซนนิ่งสำหรับพื้นที่กิจกรรมกับที่พักอาศัย ตลอดจนปรับปรุงพื้นที่สาธารณะให้เหมาะสมแก่การจัดแสดงและรับชมดนตรี เช่น ลานกิจกรรมในชุมชน ใต้ทางด่วน ดาดฟ้า ฯลฯ รวมไปถึงการสนับสนุน live house ให้การจัดแสดงดนตรีเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันคนทุกหมู่เหล่ามากขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อให้กรุงเทพฯ กลายเป็น ‘เมืองคอนเสิร์ต’ อย่างที่มุ่งหวังต่อไป … อ้างอิง : https://www.amarintv.com/news/detail/216053 https://mgronline.com/onlinesection/detail/9660000110726 https://urbancreature.co/city-of-concerts/  

“สงกรานต์ 21 วัน” ประชาสัมพันธ์ห่วย หรือเพราะอะไร? จะดีกว่านี้ไหมถ้ามี…?

สงกรานต์ปีนี้ผ่านพ้นไปอย่างคึกคักในหลายพื้นที่ คงต้องชื่นชมหลายฝ่ายซึ่งมีส่วนผลักดัน water fest ให้พิเศษมากขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา แต่เดี๋ยวก่อน… กระแสตอบรับจากชาวไทยใช่ว่าจะมีคำชมเพียงอย่างเดียว เพราะแม้ “สงกรานต์ 21 วัน” จะลุล่วงไปแล้ว แต่ความฉงนสงสัยในนโยบายก็ยังเป็นสิ่งที่คาใจใครหลายคน รวมถึงชาวต่างชาติด้วย ขณะเดียวกันรัฐบาลก็พยายามตอบโต้ว่า เนื่องจากงบยังไม่ออก ปีนี้จึงไม่อาจทำอะไรได้มากเท่าที่คิด ทว่าปัญหาที่แท้อาจไม่ใช่เรื่องงบประมาณ หากแต่เป็นเรื่องของการสื่อสารที่ยัง ‘ทำไม่ถึง’ และ ‘ขาดเอกภาพ’ เสียมากกว่า ฉะนั้นแล้ว เรามาช่วยกันคิดหน่อยว่า ในแง่การสื่อสาร รัฐบาลควรทำอย่างไรให้ดีกว่านี้ แม่นยำกว่านี้ และมีประสิทธิภาพกว่านี้ อาทิเช่น จะดีกว่านี้ไหมถ้ามี “ผู้นำทางการสื่อสาร”   แม้จะเป็นที่ทราบกันดีว่างานนี้อยู่ในการกำกับดูแลของ “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร” แต่ทว่าบทบาทการเป็นผู้นำทางการสื่อสารอาจจะยังไม่เด่นชัดนัก เพราะเมื่อเข้าสู่เดือนเมษายน การสื่อสารแคมเปญก็กระจายไปยังหลายฝ่าย ซึ่งข้อเสียคือประชาชนไม่รู้ว่าจะฟังใครดี? ลองนึกถึงตอนที่เรื่อง digital wallet กำลังฝุ่นตลบกันอยู่ ครานั้นนายกเศรษฐาก็พูดเสียงดังฟังชัดเลยว่า ต่อแต่นี้ขอให้ “ฟังผมคนเดียว” หรือแม้แต่ช่วงที่มีวิกฤตโควิด-19 นายกประยุทธ์ ก็แถลงการณ์เองทุกวัน เหล่านี้คือการเล่นบท ‘ผู้นำทางการสื่อสาร’ ให้ประชาชนได้รับรู้ ทว่าสำหรับนโยบาย “สงกรานต์ 21 วัน” พอเข้าเดือนเมษายน “อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร” ก็กลายเป็น ‘ผู้นำล่องหน’ ไปอย่างน่าเสียดาย ถ้ามีใครสักคนในรัฐบาลเล่นบท ‘ผู้นำทางการสื่อสาร’ ป้อนข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนอยู่เป็นระยะๆ ก็คงไม่ต้องปล่อยให้นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศเสียเวลาสืบหาข้อมูลมากดังที่ผ่านมา จะดีกว่านี้ไหมถ้า “มี road map ที่ชัดเจนกว่านี้”    1 เมษายน คือ Day 1 ของ “สงกรานต์ 21 วัน” แต่มีประชาชนไทยสักกี่คนกันเชียวที่รู้ว่ามีอีเว้นท์ที่ไหน? อย่างไรบ้างในวันแรก? และยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงชาวต่างชาติ เพราะผลลัพธ์ที่เห็นกันก็คือ ไวรัลหนุ่มจีนขัดปืนเก้อ ไม่เจอน้ำแม้แต่หยดเดียว ยืนเปลี่ยวกลางอโศก แค่นี้ก็สะท้อนถึงการประชาสัมพันธ์แผนที่เส้นทางการเล่นน้ำที่ยังสร้างการรับรู้ได้ไม่เพียงพอเป็นอย่างดี ซึ่งของแบบนี้มีหรือที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยจะทำไม่ได้?   จะดีกว่านี้ไหมถ้า “มีช่องทางสื่อสารเป็นหลักแหล่ง”  บางเทศกาลในต่างประเทศ เขาจัดเล็กกว่าเรา แต่เขายังมีเว็บไซต์ มีเพจ มียูทูบให้ได้ติดตามดูความเคลื่อนไหว รวมถึงการรวบรวมข้อมูล แต่เรื่องนี้พอจะเข้าใจได้ว่างบประมาณยังไม่ออก เอาเป็นว่าปีหน้าค่อยมาตัดสินอีกทีละกัน