Skip links

Events

#อากาเซติดCool ซ้อมกดพัดลมฮาตาริ สู้ความฮอตแบมแบม

กดบัตรคอน ไม่ กดพัดลมฮาตาริไปคอน ใช่   หลังครั้งก่อน “แบมแบม” เลือกประเดิมจัด “#BamBamAREA52inBKK” – คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทยที่ธันเดอร์โดม สเตเดียม ทำเอาความฮ็อตของสภาพอากาศไทยร้อนแรงมากกว่าเดิม   จนช่วงทอล์ค “BamBam” แอบบ่นปนเป็นห่วงปนสปอยล์กับ อากาเซ หรือ เหล่านกเขียว (ชื่อภาษาไทยของกลุ่มแฟนคลับวง GOT7) ไว้ว่า   “อยากจะย้ายไปจัดคอนที่อื่น แต่ถ้าย้ายไปราชมังก็คงร้อนเหมือนกัน งั้นเราติดแอร์ในราชมังดีมั้ย ว่าแต่ใครจะมาติดให้ครับเนี่ย”   นึกว่าจะพูดแซวเล่นกับแฟนคลับ แต่ต่อมาแบมแบมก็ประกาศ #BAMBAMENCOREAREA52INBKK ที่จะจัดขึ้นในราชมังจริง ๆ ในวันเสาร์ 4 พฤษภาคม 2024   เมื่อการจัดคอนในราชมังเกิดขึ้นแล้ว ลำดับต่อไปคงต้องมีสปอนเซอร์ใจดีมาติดแอร์ให้แล้ว   แต่ดูท่าว่า การติดแอร์อาจจะยากไปสักนิด   @Hatari เค้าเลยเอาใจเหล่านกเขียว ด้วยการออกพัดลมลิมิเต็ดลิมิใจ “HandyWind Max Limited Edition” สี Lime Green แบบเขียวตะโกนให้ #อากาเซติดCool ไว้เปิดดับร้อนตลอดจนจบคอนแทน   ตอนนี้ สามารถวอร์มนิ้วซ้อมกดจองพัดลมรุ่นนี้ ก่อนกดบัตรคอนแบมแบมได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2024 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ราคา 368 บาท ที่  https://ahgase.hatari.co.th    ถ้าใครอยากได้ ก็อาจจะต้องรีบนิดนึง เพราะขอแอบกระซิบว่า พลังของเหล่านกเขียวนั้นไม่ธรรมดา แค่ตอนเปิดจองช่วงแรก เว็บฮาตาริถึงกับล่มกันเลยทีเดียว   บรรยากาศแบบนี้ แทบจะเหมือนซ้อมกดบัตรคอนเลยนะเนี่ย

เด็กเกิดน้อย คนแก่เริ่มเยอะ “สังคมสูงวัย” ปัจจัยสำคัญดันยอดขาย SECOM พุ่ง 1,700 ล้าน

26 มีนาคมที่ผ่านมา ซีคอม (SECOM) – ผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยอันดับหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว Smart Security และ Smart Security Care โซลูชันรักษาความปลอดภัยที่เป็นมากกว่ากล้องวงจรปิดทั่วไปที่จะเข้ามาดูแลความปลอดภัยให้เราอุ่นใจ แม้จะอยู่ไกลกัน   หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของ ซีคอม กันมาบ้างแล้ว โดยนายเคตะ เอกาชิระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด กล่าวว่า ซีคอมเป็นผู้ให้บริการระบบรักษาความปลอดภัยอันดับหนึ่งจากประเทศญี่ปุ่นที่มีบริษัทในเครือและกิจการสาขามากกว่า 17 ประเทศ   โดยซีคอมดำเนินธุรกิจมอบความปลอดภัยครบวงจรในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น สนามบิน โรงงานอุตสาหกรรม กิจการห้างร้าน รวมไปถึงที่พักอาศัย ทำให้ได้รับความไว้วางใจในไทย มาตั้งแต่ 2530   ด้วยทีมงานที่เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีที่ทันสมัย การใช้งานง่ายและราคาคุ้มค่า ทำให้ในปี 2566 ที่ผ่านมาซีคอมมีอัตราการเติบโตเป็นเลขสองหลัก (Double Digit) ทั้งจำนวนผู้ใช้ใหม่ และยอดขายสูงที่สุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมากว่า 1,700 ล้านบาท   โดย นายสุกษม ช่วงโชติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด กล่าวว่า “ผู้บริโภคในไทยตื่นตัวกับการใช้ระบบรักษาความปลอดภัยมากกว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน”   เนื่องจาก ผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการขยายตัวของเมือง พร้อมด้วยความต้องการระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับที่อยู่อาศัยและธุรกิจเพื่อดูแล “บ้าน” และ “ครอบครัว” เพิ่มมากขึ้น    นายเอกรัฐ วิภาณุรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักกรรมการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด เปิดเผยว่า “Smart Security เป็นโซลูชันความปลอดภัยอัจฉริยะที่ออกแบบตามความต้องการของลูกค้าทุกทุกประเภท ตั้งแต่บ้านพักอาศัย (Home) ไปจนถึงธุรกิจ (Business) ขนาดเล็กและขนาดกลาง”   พร้อมสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้งาน กับการจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud Storage) ที่มีความปลอดภัยสูง ซึ่งซีคอมจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือเปิดกล้องดูได้

“เพื่อนมีไว้ทำไม?” คอนเสิร์ตส่ง “เมฆ วินัย” ครั้งสุดท้าย

เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 มีนาคม) คนวงการบันเทิงกว่า 50 ชีวิตรวมตัวกัน ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง รามอินทรา ในงานคอนเสิร์ตการกุศล “เพื่อนมีไว้ทำไม?” ที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึง “เมฆ วินัย ไกรบุตร” ที่ลาลับไป และมีพิธีฌาปนกิจในคืนก่อนหน้า โดยคอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นเพื่อส่งกำลังใจ และระดมทุนช่วยเหลือแก่ครอบครัว “เมฆ วินัย ไกรบุตร” ซึ่งต้องร่วมกันต่อสู้กับอาการป่วยของผู้เป็นพ่อและสามีมานานกว่า 5 ปี   โดยทางด้าน เอ๋ อรชัญญาช์ ไกรบุตร ภรรยาของ “เมฆ วินัย” ได้เปิดเผยว่าครอบครัวมีหนี้สินอยู่ราวๆ 7 – 8 ล้านบาท ซึ่งหยิบยืมมาเพื่อรักษาสามีตลอดระยะเวลาที่มีอาการป่วย อย่างไรก็ดี ตนตั้งเป้าหมายไว้ว่าปีนี้จะเคลียร์หนี้สินให้หมด พร้อมกับหาเงินส่งลูกๆ ทั้งสามคนเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ทั้งนี้ บรรยากาศในภายงานคอนเสิร์ตเมื่อคืนที่ผ่านมา นับว่าเป็นการรวมตัวกันของศิลปิน ดารา นักแสดง จากยุค 90 ไว้อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น เจมส์ เรืองศักดิ์, มอส ปฏิภาณ, เต๋า สมชาย, ไท ธนาวุฒิ, กบ ทรงสิทธิ์, อู๋ ธรรพ์ณธร, โป่ง ปฐมพงศ์, เท่ห์ อุเทน, แคทรียา อิงลิช, พลพล พลกองเส็ง, มัม ลาโคนิค, หนุ่มเสก, จิ๊บ วสุ และอื่นๆ อีกมามายเกินบรรยาย   รวมไปถึงศิลปินยุคใหม่ๆ อย่าง เก่ง ธชย, โตโน่ ภาคิน, บอย พิษณุ ฯลฯ ก็มาร่วมให้กำลังใจแก่ศิลปินรุ่นพี่ และครอบครัว “เมฆ วินัย”   เรียกได้ว่าเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและครื้นเครง ตามวัตถุประสงค์ของทีมผู้จัดงาน โดยมี “หนุ่ม คงกระพัน” เป็นหนึ่งในแม่งานคนสำคัญที่ได้กล่าวไว้บนเวทีว่า

ศึกมหาเวทย์ มวยไทย X ไสยศาสตร์ “ปู่มหามุนี VS อาจารย์ยอด”

มวยหยุดโลกของแทร่! สำหรับศึกมหาเวทย์ระหว่าง ปู่มหามุนี VS อาจารย์ยอด ที่ขึ้นชกกันเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 67 ในศึกไฟต์คลับปทุมธานี ณ เทศกาลบอลลูน love นวนครเฟสติวัล 2024 เรียกว่าเป็นไฮไลท์ของงานที่หลายคนรอคอย ภายใต้กติกาที่มีเพียงข้อเดียวคือ “ห้ามปล่อยควายธนูมาสู้แทน”   โดยทางเพจผู้จัดงาน FIGHTCLUB THAILAND ได้เผยแพร่การชกระหว่าง นายชัยรัตน์ ยอดพรม หรืออดีต “ปู่มหามุนี” ฤาษีชื่อดังวัย 44 ปี ขึ้นชกกับ “อาจารย์ยอด” วัย 41 ปี โดยทั้งคู่แม้จะมีส่วนสูงเท่ากัน แต่ทางด้าน “อาจารย์ยอด” เหนือกว่าด้วยน้ำหนักตัวที่มากกว่าราวๆ 4 กิโลกรัม จึงทำให้ “ปู่มหามุนี” โดนบรรเลงเพลงมวยไปแบบครบชุด ทั้งหมัด-เท้า-เข่า-ศอก จนพ่ายแพ้ไปแบบไม่ครบยก แต่ทว่าก็ได้ใจแฟนๆ ที่เอาใจช่วยด้วยเสียงเชียร์อันล้นหลาม รวมถึงแฟนๆ ในออนไลน์ที่แห่คอมเมนต์ชื่นชมหัวใจของปู่มหามุนี อาทิ “ปู่แบกน้ำหนักเยอะเกิน แต่หัวใจใหญ่กว่าตับ ” “หุ่นต่างกันเยอะ นับถือใจปู่เลยครับ” “แบกน้ำหนักเกินหัวหน้า” “แพ้ไม่เป็นไร แค่ใจสู้ก็พอ แค่รูปร่างก็เป็นรองแล้ว ถือว่าได้สู้”   แมตช์นี้เรียกได้ว่าเป็นการนำ Soft Power อันโดดเด่นของประเทศไทยมาผสมผสานกัน ทั้งเรื่องไสยศาสตร์ หรือ “มูเตลู” และเรื่องศิลปะการต่อสู้ หรือ “Fight” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5F ที่รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดัน อาจจะดูแปลกตาและไม่เหมือนใคร แต่คงต้องกล่าวว่า นี่แหละคือ Thailand Only แบบของแทร่  

Oppenheimer คว้า 7 รางวัล สรุปผลออสการ์ ในงาน Academy Awards ครั้งที่ 96

จบลงแล้วกับการประกาศรางวัลออสการ์ หรืองาน Academy Awards ครั้งที่ 96 ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสรุปผลปิดฉากหนังประจำปี 2023 ได้อย่างดีเยี่ยมแบบไม่ค้านสายตา จนแทบจะไม่ต้องลุ้น เพราะแต่ละเรื่องที่ได้รับรางวัล ถือว่าสมมงกันสุดๆ แม้บางเรื่องจะได้รับกระแสตอบรับและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างหนักตลอดการฉายว่า “ดูยาก” อย่าง Oppenheimer, The Boy and the Heron แต่ก็ยังคงคว้ารางวัลกันไปตามสไตล์หนังรางวัล ปีนี้ Oppenheimer กวาดรางวัลออสการ์ไปถึง 7 รางวัล ซึ่งถือว่าเป็นหนังที่ได้รับรางวัลมากที่สุด ตามมาติดๆ ด้วย Poor Things ที่คว้าไปถึง 4 รางวัล รวมถึง หนังที่หลายคนจับตามองอย่าง Anatomy of a Fall, The Zone of Interest, ก็ถือรางวัลกลับบ้านติดไม้ติดมือไปกันคนละหนึ่งรางวัล   ใครคว้ารางวัลไหนบ้างไปดูกันเลยยย … รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) Oppenheimer   รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม (Best Director) คริสโตเฟอร์ โนแลน จาก Oppenheimer   รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม (Best Actor) คิลเลียน เมอร์ฟีย์ จาก Oppenheimer   รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress) เอ็มมา สโตน จาก Poor Things   รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor) โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ จาก Oppenheimer   รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress) เดไวน์ จอย แรนดอล์ฟ จาก The Holdovers  

โคราช ขอต้อนรับ งานมหกรรมพืชสวนโลก หรือ “โคราช เอ็กซ์โป 2029” – Korat Expo 2029

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (The International Association of Horticultural Producers – AIPH) ประกาศให้สิทธิ์ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก (International Horticultural Expo)  หรือ “โคราช เอ็กซ์โป 2029” หลังจากทางคณะกรรมการสมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ ได้ลงพื้นที่ติดตามรับฟังข้อมูลจากตัวแทนภาครัฐและเอกชน ณ ที่ดินป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา  ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อคณะกรรมการฯ  พิจารณาเห็นชอบตามองค์ประกอบ และเงื่อนไขที่กำหนด  จึงอนุมัติให้สิทธิ์แก่เมืองโคราชเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ด้วยวงเงินงบประมาณการดำเนินงาน 4,280 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรีของประเทศไทยชุดที่แล้วได้อนุมัติไป บนพื้นที่จัดงานกว่า 678 ไร่  ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมทั้งสิ้น 110 วัน โดยงานนี้ จัดภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติและพรรณพืชเขียวขจี อนาคตแห่งโลกสีเขียว” (Nature & Greenery: Envisioning the Green Future) โดยจุดมุ่งหวังของการจัดงานในทางตัวเลข มีดังนี้ คาดหวังผู้เข้าชมงานราวๆ 2.6 – 4 ล้านคน ประมาณการเงินสะพัดกว่า 18,942 ล้านบาท หวังเพิ่มมูลค่า GDP 9,163 ล้านบาท และอาจก่อให้เกิดรายได้จากการจัดเก็บภาษี 3,429 ล้านบาท รวมถึงอัตราสร้างงาน 36,003 อัตรา อีกทั้งอานิสงส์ดังกล่าว ยังแผ่ไปถึง 16 อำเภอใกล้เคียงด้วย   การคว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมระดับโลก อาจจะสามารถยกระดับจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นเมืองต้นแบบด้านนวัตกรรมสีเขียวในอนาคต ตามที่ สยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวในฐานะเมืองเจ้าภาพไว้ว่า ขอขอบคุณรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กรมวิชาการเกษตร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ

วธ.ล็อคมง “แอนโทเนียน โพซิ้ว” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์สงกรานต์ไทยปีนี้

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มอบมงล็อคตำแหน่ง “แอนโทเนีย โพซิ้ว” –  รองชนะเลิศมิสยูนิเวิร์ส 2023 ให้เป็น “นางมโหธรเทวี”  นางสงกรานต์ ประจำปี 2567 เนื่องในโอกาสที่องค์การยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เพื่อร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาประเพณีสงกรานต์ของประเทศไทยให้คงอยู่ต่อไป ภายใต้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ “สร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลก” ที่มุ่งหวังผลักดันให้ไทยเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับโลก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนและชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ในแต่ละปี ชื่อ ลักษณะการแต่งกายและลักษณะท่าทางของ นางสงกรานต์ จะแตกต่างกันตามวันและช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนสู่ราศีเมษ ซึ่งในปี 2567 วันสงกรานต์ ตรงกับ วันเสาร์ ที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ในช่วงค่ำ-เที่ยงคืน นางสงกรานต์ในปีนี้จึงชื่อว่า “นางมโหธรเทวี” โดยจะทรงพาหุรัด ทัดดอกสามหาว (ดอกผักตบชวา) สวมใส่แก้วนิลรัตน์ ทรงจักรที่พระหัตถ์ขวา ทรงตรีศูลที่พระหัตถ์ซ้าย นอนลืมตาเหนือหลังเทวราชพาหนะ คือ มยุรา (นกยูง)   ในเวลาต่อมา @ภูษาผ้าลายอย่าง ออกมากล่าวถึงแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ชุดนี้ผ่านเฟซบุ๊กเพจว่า “ครั้งนี้ ภูษาผ้าลายอย่าง ออกแบบอ้างอิงตามประติมากรรม “อับเฉาเรือ” ในสมัยอยุธยา  ซึ่งเป็นไปตามศิลปนิยม “งามอย่างเทวสตรี” ผสานเข้ากับจินตนิยมของผู้ออกแบบ และผู้สวมใส่  ที่ต้องการให้เห็นถึงความสง่างาม แสดงถึงพลังที่มีอยู่ภายในของสตรีเพศ   จึงได้นำความงามที่หลากหลายของการแต่งกายในสมัยอยุธยา มาร้อยเรียงขึ้นเป็นชุดนี้” “โดยสวมศิราภรณ์ อันเรียกว่า “เทริด” เครื่องประดับศรีษะของชนชั้นสูง พร้อมด้วยใส่อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ (เครื่องประดับอัญมณีสีดำหรือบางตำราว่าสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ) นุ่งผ้าลายอย่าง  “ลายสร้อยสามหาว”  สีม่วงดอกผักตบ ที่ออกแบบรังสรรค์ขึ้นใหม่ โดย อ.ธนิต พุ่มไสว (ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “ภูษาผ้าลายอย่าง”)  เพื่อให้เป็นลวดลายเฉพาะสำหรับนางสงกรานต์ประจำปีนี้” พร้อมห่มสไบแพรญวนสีม่วงดอกสามหาว ทับด้วยผ้า “สะพัก”ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งด้วยการปักดิ้นข้อถมดิ้นโปร่งประดับปีกแมลงทับ และตรึงโลหะชุบทองลงยาลายประจำยามใบเทศ ถือมาลัยครุยดอกรัก เพิ่มความอ่อนช้อยให้เทวสตรีผู้สวมใส่ ในส่วนของผ้านุ่งและเครื่องประดับที่ แอนโทเนีย สวมใส่ต่างเป็นส่วนที่ถูกรังสรรค์ด้วยช่างมากฝีมือ โดย ผ้านุ่ง “ลายสร้อยสามหาว“ ที่นำดอกสามหาว(ดอกผักตบ) ดอกไม้ประจำนางมโหธรเทวี มาผูกลายขึ้นใหม่ 

เพื่อนหญิงพลังหญิง จับมือลุย ระดมทุน เพื่อหญิงลี้ภัย

6 มี.ค. ที่ผ่านมา สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ  (UNHCR) ร่วมกับสมาคมฟินเทค และพันธมิตรด้านเทคโนโลยี จัดทอล์คพิเศษหัวข้อ “Standing with Refugee Women – Tech and Humanitarian Synergy เทคโนโลยีและมนุษยธรรม เพื่อผู้ลี้ภัยหญิงทั่วโลก” เนื่องในวันสตรีสากล บนเวที มีการพูดคุยกับผู้หญิงรุ่นใหม่มากความสามารถจากวงการต่างๆ ที่ต้องรับมือกับทั้งบทบาทการทำงาน บทบาทการดูแลครอบครัว และบทบาทการขับเคลื่อนสังคม สร้างแรงบันดาลใจและบอกเล่าให้เห็นถึงความสำคัญในการลงทุนสนับสนุนผู้หญิง และแรงกระเพื่อมที่จะเกิดขึ้นต่อไป ไม่ว่าจะเป็น “ศรีริต้า เจนเช่น ณรงค์เดช” สมาชิกกิตติมศักดิ์กองทุนเพื่อผู้ลี้ภัยหญิงทั่วโลก “พรทิพย์ กองชุน” Chief Growth Officer และ Co-founder Jitta อดีตผู้บริหาร Google Thailand “ชนิดา คล้ายพันธ์” หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ บริษัท ติ๊กต๊อก (ไทยแลนด์) จำกัด “อรุณี อัชชะกุลวิสุทธิ์” ผู้อำนวยการแผนกส่งเสริมความร่วมมือภาคเอกชน UNHCR ประเทศไทย   เนื่องจากรายงานล่าสุดของ UNHCR พบว่า จำนวนผู้ลี้ภัยและพลัดถิ่นมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นถึง 114 ล้านคน ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่สูงที่สุดในรอบทศวรรษ โดยกว่าครึ่ง คือ ผู้หญิงและเด็กผู้หญิง ที่นอกจากจะต้องเผชิญความยากลำบากขณะลี้ภัยแล้ว ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากการเลือกปฏิบัติและความรุนแรงที่เกิดขึ้นเพิ่มด้วย ในปี พ.ศ.2566 UNHCR ประเทศไทยจึงจับมือกับ ผู้หญิงแนวหน้าของเมืองไทย จัดตั้งกองทุนเพื่อผู้ลี้ภัยหญิงทั่วโลก เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือสู่ผู้ลี้ภัยหญิง พร้อมสนับสนุนให้สังคมเกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการสนับสนุนเพื่อผู้ลี้ภัยหญิง “ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา กองทุนเพื่อผู้ลี้ภัยหญิง สามารถส่งต่อความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยหญิงชาวซีเรีย และครอบครัวได้กว่า 500 คน ผ่านโครงการมอบเงินช่วยเหลือของ UNHCR ในประเทศจอร์แดน” คุณอีฟเลียน แวนเดอเว่น เจ้าหน้าที่ฝ่ายคุ้มครอง UNHCR ประเทศไทย กล่าว ครอบครัวผู้ลี้ภัยที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการด้านการเงินของ UNHCR จะสามารถจัดการกับการเงินได้ตามความต้องการของแต่ละครอบครัวอย่างมีศักดิ์ศรี ไม่ว่าจะเป็น ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร หรือค่าการศึกษา

สยาม พารากอน ปักหมุดเวทีแฟชั่นโลก ยกขบวนแบรนด์หรูสู่รันเวย์ “World Fashion Trend Spring/Summer 2024”

ก่อนหน้านี้ เราเห็นเหล่าเซเลบริตี้คนดังไปร่วมงานแฟชันระดับโลก ทั้งยังได้เป็นเฟรนด์ ออฟ แบรนด์ และแบรนด์แอมบาสเดอร์ของลักชูรี่แฟชั่นระดับโลกแล้ว  วันนี้ ถึงคิวของเหล่าเซเลบริตี้ไทยได้กลับมาเดินเฉิดฉายอวดลุคลักชูรี่แฟชั่นไทยกันแล้ว สยามพารากอน ผนึกกำลัง สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมด้วย ธนาคารกสิกรไทย จัดงานแฟชั่นอีเว้นท์สุดอลังการ “World Fashion Trend Spring/Summer 2024” ยกขบวนเหล่านางแบบนายแบบ และเซเลบริตี้ร่วมอัพเดทคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนใหม่ล่าสุดแห่งปี 2024 จากลักชูรี่แบรนด์ระดับโลก ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน เพื่อตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางแห่งลักชูรี่แฟชั่นระดับโลกที่ครบครันที่สุด เซเลบริตี้แนวหน้าของวงการยกขบวนมาร่วมเป็นแขกคนสำคัญ และร่วมเดินแบบอวดแฟชั่นลุคสุดล้ำ จากแบรนด์แฟชั่นทั้งไทยและเทศ ในสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ ไม่ว่าจะเป็น ไบรท์-วชิรวิชญ์ ชีวอารี ในลุคจาก Burberry, ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล ในลุคจาก Fendi, บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ ในลุคจาก Prada, ฟรีน สโรชา ในลุคจาก Givenchy, จูเน่ เพลินพิชญา ในลุคจาก Miu Miu, หนุ่มๆ วง BUS อย่าง ภีม-วสุพล พรพนานุรักษ์ ในลุคจาก Saint Laurent , ขุนพล-ปองพล ปัญญามิตร ในลุคจาก Off-White และ ภู-ธัชชัย ลิ้มปัญญากุล ในลุคจาก Coach และอื่น ๆ อีกคับคั่ง พร้อมด้วย แรปเปอร์ชื่อดัง โต้ง TWOPEE – พิทวัส พฤกษกิจ ในลุคจาก Balenciaga ที่มาร่วมสร้างบรรยากาศเติมสีสันด้วยเสียงเพลง ให้การอัพเดทลุคใหม่ประจำฤดูกาลนี้สนุกสนานน่าประทับใจยิ่งกว่าที่เคย   เทรนด์แฟชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2024 นี้ ทางฝั่งแฟชั่นหญิง นำเสนอสไตล์ “Transparency” ด้วยเนื้อผ้าโปร่ง บาง ใส เผยให้เห็นความงามของสรีระด้านในแบบ

1 มิถุนา มาแน่ Bangkok Pride Festival 2024: Celebration of Love เตรียมฉลองสมรสเท่าเทียมให้กระหึ่มกรุงเทพ

ภาพความประทับใจของฝูงชนนับหลายหมื่นที่ร่วมเดินขบวนในงาน Bangkok Pride Parade  2023 กำลังจะกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะเป็นการกลับมาในแบบที่รับรองได้ว่าสุดปังอลังการกว่าที่เคย นับถอยหลังเตรียมตัวให้พร้อมกับ “Bangkok Pride Festival 2024: Celebration of Love” เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ที่ผ่านมา “Bangkok Pride Festival 2024” จัดงานแถลงข่าวสปอยล์ความน่าตื่นเต้นที่เราจะได้เห็นในปีนี้ ซึ่งจะเกิดจากความร่วมมือของ นฤมิตไพรด์และกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคมและภาคเอกชน ร่วมกันเนรมิตถนนพระราม 1 ให้กลายเป็น “ถนนสีรุ้ง” – พื้นที่สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมแห่งความเท่าเทียมสำหรับ LGBTQIAN+ ทั่วทุกมุมโลก  ภายใต้แนวคิด “Celebration of Love” เพื่อนับถอยหลังสู่การเฉลิมฉลองการใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในปี 2024 และขับเคลื่อนให้เยาวชน LGBTQIAN+ เป็นตัวแทนนำเสนอภาพความพร้อมและคุณสมบัติของประเทศไทยที่พร้อมจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok World Pride ปี 2030 “วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร” – ประธานและผู้ก่อตั้ง นฤมิตไพรด์ กล่าวว่า บางกอก ไพรด์ เฟสติวัล 2024 (Bangkok Pride Festival 2024)” จะยังคงยึดเจตนารมณ์การเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความหลากหลายและความรักที่ไม่มีข้อจำกัด เพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับในสังคม  “การจัดงาน Bangkok Pride Festival 2024 มีแกนหลัก คือ การสนับสนุนและผลักดันให้มีการยอมรับสมรสเท่าเทียมในสังคมไทย หากกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ก่อนสิ้นปี 2567 นี้ ไทยจะเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อนุญาตให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศแต่งงานกันอย่างถูกกฎหมาย เสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศและสอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน”  “ปีนี้ (นฤมิตไพรด์) จึงจัดในธีม Celebration of Love : นับถอยหลังพร้อมกันเพื่อสมรสเท่าเทียมด้วย อยากให้เคาท์ดาวน์ไปพร้อมๆ กัน ด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อความหมาย ความหวัง ความพยายาม สนับสนุนและผลักดันให้กฎหมายสมรสเท่าเทียมกลายเป็นความจริง และเกิดการยอมรับในสังคมไทย” “พร้อมตั้งเป้าเข้าร่วมเป็นเครือข่าย Rainbow Cities