Skip links

Events

“หนังดีเข้าไม่ถึงคนดู หรือคนดูเข้าไม่ถึงหนังดี?” cccl film fest ปัตตานี

“หนังดีเข้าไม่ถึงคนดู หรือคนดูเข้าไม่ถึงหนังดี?”    ประโยคปัญหาโลกแตกที่ชวนเราขบคิด เกี่ยวกับสถานการณ์วงการภาพยนตร์ไทย ว่าแท้จริงแล้ว  เหตุที่คนไทยนิยมชมชอบเฉพาะแค่หนังตลก หนังผี หรือหนังรัก เพราะคนไทยไม่เปิดใจรับหนังดีๆ ที่ไม่ได้นำเสนอตาม   “ท่ามาตรฐาน”   หรือเป็นเพราะว่า   หนังดีมีคุณภาพเหล่านั้น  อาทิ   หนังสั้น หนังสารคดี และหนังเล่าเรื่องรูปแบบอื่นๆ ไม่มีช่องทางที่จะเข้าถึงคนดูได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็นช่องทางโปรโมท หรือช่องทางเผยแพร่ ปัญหานี้แทบไม่ต่างจากสำนวน  “งูกินหาง”  เพราะในมุมของผู้กำกับ  การจะผลิตผลงานดีๆ ที่  “ไม่แมส”   สักชิ้นหนึ่ง เป็นที่รู้กันภายในวงการผู้สร้างสรรค์ว่า งานประเภทนี้ขอทุนยากมากเหลือเกิน นายทุนที่พร้อมสนับสนุนต้องเป็นผู้มีจิตศรัทธาในงานอาร์ตเท่านั้น  เพราะการลงทุนในงานประเภทนี้ ไม่ได้กำไรแน่ๆ ได้แต่ใจล้วนๆ   แล้วไหนจะเรื่องโรงฉายอีก  โรงภาพยนตร์ใหญ่ ๆ  ตามห้างสรรพสินค้า  ก็แทบไม่รับเอาหนังประเภทนี้มาเผยแพร่สู่ระดับมวลชนอยู่แล้ว ทั้งยังไม่ต้องกล่าวถึงดราม่าเรื่องการให้พื้นที่ของหนังไทยที่เคยเป็นประเด็นกันไปไม่นาน  แต่คำถามสำคัญคือ ในเมื่อไม่มีการสนับสนุน  “หนังนอกกระแส” แบบเป็นหลักเป็นฐาน  เช่นนี้แล้ว มวลชนคนไทยจะเข้าถึง หรือเข้าใจหนังแนวนี้ได้อย่างไร จนแล้วจนรอดก็จะมีกลุ่มคนเพียงหยิบมืออยู่เช่นเดิมที่ได้สัมผัสกับงานประเภทนี้  และผลลัพธ์ที่ได้คือ  มีหนังไทยดีๆ  หลายเรื่องที่ไปได้รางวัลในต่างประเทศ  โดยที่คนไทยแทบจะไม่รู้จัก หรือเคยสดับรับชม   ฟังดูแล้วอาจจะน่าเสียดายอยู่ไม่น้อย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในเรื่องที่ชวนหดหู่จิตก็พอจะมีเรื่องให้ชุ่มชื่นใจอยู่บ้าง เมื่อมีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่เชื่อว่า ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการ “ลงมือทำ” ด้วยความเชื่อที่ว่า มีกลุ่มคนผู้อยากดู  ‘หนังดีแต่ไม่ดัง’  กระจายตัวอยู่ทั่วราชอาณาจักร ผนวกกับความมุ่งหมายที่จะสนับสนุนหนังนอกกระแสทั้งไทยและเทศ ในระยะหลังมานี้ เราจึงได้เห็นสถานที่ฉายภาพยนตร์ขนาดไม่ใหญ่ที่ซ่อนตัวตามหัวเมืองต่างๆ มีความเป็นอยู่ที่คึกคักมากขึ้น ที่น่าจะถูกพูดถึงมากที่สุดก็คงเป็น Doc Club & Pub ใน กรุงเทพฯ แต่ในหัวเมืองอื่นๆ ก็มีอีกมากมายเช่นกัน อย่าง Untitled for Film เชียงใหม่, เมืองทองรามา พะเยา, ดูหนังในห้องนั้น โคราช, lorem Ipsum หาดใหญ่, ลพรามา ลพบุรี ฯลฯ และยังมี Art space อีกมากมายที่มักจะเอาหนังมาฉายอยู่เป็นระยะๆ    ทั้งนี้ ยังมีกลุ่มองค์กรที่พยายามสนับสนุนโปรเจกต์เล็กๆ   ที่อาจเป็นฝันอันยิ่งใหญ่ของใครบางคน  ตัวอย่างเช่น   เทศกาลหนังสั้น โลกป่วย เราต้องเปลี่ยน   หรือ 

สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ การ์ตูนธรรมะเคลือบช็อกโกแลต จากคำสอนพระเมธีวชิโรดม – ว.วชิรเมธี

ในยุคที่คนเสพติดโซเชียล ลืมตาตื่นขึ้นมาทุกเช้าก็คว้ามือถือไถหน้าจอเสพคอนเทนต์ที่ AI ยกมาเสิร์ฟได้แบบรู้ใจ จึงกลายเป็นงานท้าทายของพระสงฆ์ผู้มีหน้าที่โดยตรงในการเผยแผ่พระธรรมคำสอน และส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนถาวรสืบไป เพราะความสนใจของคนในยุคนี้ถูกดึงดูดจากโซเชียลมีเดียจนแทบไม่มีเวลาเหลือให้สิ่งอื่น ทำให้ธรรมะแบบเดิมๆ  เมื่อเอามาเทียบกับคอนเทนต์ที่เน้นความบันเทิงแล้ว กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและถูกมองว่าน่าเบื่อจนต้องรีบเลื่อนผ่านกันเลยทีเดียว นั่นจึงกลายเป็นที่มาของ  “สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ”  แอนิเมชั่นที่จะมาช่วยดึงสติและเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อธรรมะของผู้คน  โดยความร่วมมือของ  มูลนิธิวิมุตตยาลัย,  มูลนิธิพุทธรักษา,  มูลนิธิอริยวรารมย์,  เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์,  ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล  และ ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น  ซึ่งเนื้อเรื่องในแอนิเมชั่นนั้นสร้างจากแรงบันดาลใจและหลักธรรมคําสอนของ  “พระเมธีวชิโรดม – ว.วชิรเมธี”  ผ่านตัวละครเณรน้อย “สติมา”  เพื่อหวังให้เกิด Global Mindset  ที่ว่า  “We are One โลกทั้งผองเป็นพี่น้องกัน”  ที่จะทำให้ประชาคมโลกอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นและเป็นสุข พระเมธีวชิโรดม – ว.วชิรเมธี ประธานกรรมการมูลนิธิวิมุตตยาลัย กล่าวว่า “แอนิเมชันเรื่องนี้เป็นนวัตกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป้าหมายคือการส่งต่อไปยังประชาคมโลก เป็นการทำแพ็คเกจจิ้งให้น่าชื่นชม และกลายเป็น ‘ธรรมะเคลือบช็อกโกแลต’ ที่เข้าใจง่าย สบายๆ ทุกคนสามารถนำมาใช้ได้ในการดำเนินชีวิตจริง ทุกวันนี้เราอยู่กับสื่อโซเชียลมีเดีย พระอาจารย์อยากให้ทุกคนลองถามใจตัวเองดู เราแต่ละคนเข้าไปจ่อมจมในโลกโซเชียลมีเดียกันนานแค่ไหน สื่อเหล่านั้นหากพิจารณาให้ดีย่อมมีทั้งคุณและโทษ ถ้าเราเลือกเสพให้เป็น เราก็จะได้เนื้อหาสาระที่ดี อย่างเรื่อง “สติมา” นี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งสื่อที่จะช่วยเรียกสติของผู้คน เป็นความสนุกสนานที่ผสานเข้ากับธรรมะ ช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติ ดั่งคำที่ว่า “เมื่อสติมา ปัญญาเกิด” นั่นเอง” ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด, บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด  และบริษัทในเครือ และประธานมูลนิธิอริยวรารมย์ กล่าวว่า “สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ เป็นแอนิเมชันที่ตั้งใจสร้างสรรค์เรื่องราวดีๆ ให้เกิดขึ้นบนสังคมไทยและสังคมโลก ซึ่งภายในแอนิเมชันซีรีส์จะมีเณรน้อยที่ชื่อว่า สติมา เป็นผู้ดำเนินเรื่องคอยให้ความรู้แก่น้องๆ เยาวชน และครอบครัวยุคใหม่ได้รับชมกันแบบเต็มอิ่ม ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เคยสร้าง “เชลล์ดอน” ให้กลายเป็นตัวละครที่อยู่ในความทรงจำของเด็กๆ ทุกคนและโด่งดังไปมากกว่า 180 ประเทศทั่วโลกมาแล้ว ซึ่งโปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่ทำแล้วจบไป แต่เป็นโปรเจกต์ที่ทำต่อเนื่องแบบยั่งยืน

‘หลินอี’ ร่วมฉลองตรุษจีน “รวย รวย ปัง ปัง” กับ ‘‘8 มหัศจรรย์ปีมะโรง” ที่ Siam Paragon

สยามพารากอน จับมือธนาคารกสิกรไทย ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับ ปีมะโรงอย่างยิ่งใหญ่ กับงาน  “Siam Paragon Golden Prosperous Chinese New Year 2024: The Greatest Year of The Dragon” ระหว่างวันที่ 8-11 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สยามพารากอน  โดย ‘หลิน อี’ เปิดตัวอย่างสุดอลังการมาพร้อมกับการเชิดมังกรสองกษัตริย์มิ่งมงคล เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นจากเหล่าแฟนๆ หรือเหล่า ‘เว่ยอี้’  พร้อมกล่าวว่ารู้สึกยินดีอย่างมาก ที่ได้บินตรงมาร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ประเทศไทยในปีมังกรนี้  นอกจากนี้ เทศกาลฉลองตรุษจีนปีมะโรงที่สยามพารากอนปีนี้ ยังจะได้สัมผัสความตระการตากับ ‘8 มหัศจรรย์เบิกศักราชปีมะโรง’ เบิกฤกษ์รับเทศกาลตรุษจีนด้วย มหัศจรรย์หมายเลข 1:  เต็มอิ่มกับความบันเทิงเต็มพิกัด  ซึ่งนอกจากการปรากฏตัวของ หลินอี แล้ว ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567  ยังจะได้พบกับ ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่  ที่จะมาพร้อมกับ เครื่องประดับไฮจิวเวอรี คอลเลคชั่น  “Serpenti”  จาก Bulgari  (บุลการี) ควงคู่ กลัฟ –   คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์  และพบกับ 10 ตัวแทนเด็กฝึกสาว จากรายการ  CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย)  รายการไอดอลเซอร์ไววัลระดับเอเชีย มหัศจรรย์หมายเลข 2:   ‘Tranquil Serenity Dragon’ ผลงานอาร์ต อินสตอลเลชั่นมังกรสีพาสเทลยักษ์สูง 6 เมตร ออกแบบโดยศิลปินระดับโลกชาวอเมริกัน Anchorball (แองเคอร์บอล) หรือ Ken Kelleher (เคน เคลเลอร์) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการรังสรรค์อาร์ต อินสตอลเลชั่นขนาดยักษ์  ที่ได้จัดแสดงผลงานมาแล้วทั้งในนิวยอร์ค, การ์ตาร์, จีน และ อินโดนีเซีย

oneD ORIGINAL เล่นใหญ่ จัดเต็ม ไม่น้อยหน้าใคร

เปิดตัวไปด้วยความร้อนแรง ระดับที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้ใคร สำหรับ “oneD ORIGINAL – NEW ERA OF THAI CONTENT ศักราชใหม่ของคอนเทนต์ไทย” ไลน์อัพซีรีส์เรื่องใหม่ของช่อง one ที่ในปีนี้ ซึ่งยกโขยงนักแสดง ผู้กำกับ ฝ่ายเขียนบท และทีมงานทั้งหมด มาสร้างมาตรฐานคุณภาพคอนเทนต์ไทยให้ไปอีกระดับ ด้วยซีรีส์ 5 เรื่อง 5 รสชาติ ที่เพียงแค่ปล่อยทีเซอร์ออกมาก็สัมผัสได้ถึงความใส่สุดแบบไม่น้อยหน้าใคร อาทิ “บางกอกคณิกา Bangkok Blossom” เรื่องราวการต่อสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีความเป็นคนของเหล่าโสเภณี หรือที่ในเรื่องนี้กล่าวออกมาชัดๆ ว่า “กะหรี่” ผลงานกำกับการแสดงของ ‘สันต์ ศรีแก้วหล่อ’ ที่นำขบวนนักแสดงอย่าง ก้อย อรัชพร, ชาร์เลท วาศิตา, พิยดา อัครเศรณี, ฉัตรชัย เปล่งพานิช, ก้อง วิทยา, เพิร์ล ศัจกร, รัศมีแข ฯลฯ  มิหนำซ้ำ “บางกอกคณิกา” ยังได้พลิกบทบาทอดีตมิสแกรนด์อย่าง “อิงฟ้า วราหะ” ให้มารับบทเป็นหญิงบริการผู้มีความใฝ่ฝัน จึงทำให้ซีรี่ส์เรื่องนี้พร้อมเสิร์ฟความมันส์ และความเร่าร้อนระดับ 8.10 ริกเตอร์ไปยังทุกครัวเรือนที่รับชม  นอกเหนือจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ปล่อยตัวอย่างออกมาแล้วก็สามารถชักจูงสายตาผู้ชมไปค่อนประเทศ นั่นก็คือ “แม่หยัว” The Empress of Ayodhaya” เรื่องราวที่ได้แรงบันดาลใจจาก “แม่อยู่หัว” แห่งอโยธยา สู่หน้าที่อันยิ่งใหญ่ซึ่งเดิมพันด้วยอำนาจ และหัวใจ แค่เพียงทีเซอร์ก็เห็นได้ถึงความยิ่งใหญ่ อลังการ ของงานโปรดักชั่นที่เหนือชั้นกว่าที่ผ่านมา รวมถึง “ท่าพับเป็ด” ของ ‘ใหม่ ดาวิกา’  ซึ่งกระชากจิตและชวนลุ้นไปกับความเข้มข้น “แม่หยัว” นำแสดงโดย ใหม่ ดาวิกา, ฟิล์ม ธนภัทร, ตุ้ย ธีรภัทร, เฟิร์น นพจิรา, บิ๊นท์ สิรีธร, พ้อยท์ ชลวิทย์, แป้ง อรจิรา

บอส ‘ชาตรี’ ใจฟู ร่วมพิธีครอบครู “วันมวยไทย”

“ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ผู้ก่อตั้งแพล็ตฟอร์มสื่อกีฬาระดับโลก ONE Championship   ได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน “มหัศจรรย์วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก 2567 Amazing Muay Thai Festival 2024” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี “นายเศรษฐา ทวีสิน” เป็นประธานในพิธีเปิดงาน  ซึ่งบอสชาตรีก็ได้โพสต์ความรู้สึกจากการได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Chatri Sityodtong ไว้ว่า “ผมประหลาดใจที่ท่านนายกฯ เศรษฐา มอบรางวัลพิเศษแก่ผมในฐานะผู้มีคุณูปการต่อกีฬามวยไทย และรัฐบาลไทยยังให้เกียรติผมเป็นหนึ่งใน  20  ครูมวยผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการมวยไทย ความจริงคือผมเพียงสานต่อสิ่งที่คนรุ่นก่อนปูทางไว้ ผมเป็นหนี้บุญคุณ ครูยอดธง เสนานันท์ และเพื่อนสมัยเด็กในค่ายศิษย์ยอดธงสำหรับความสำเร็จของผม ทุกวันนี้ ผมเป็นหนี้ชีวิตมวยไทย เพราะเกือบ 40 ปีที่ผมรับบทบาทนักเรียน นักมวย ผู้ฝึกสอน เจ้าของค่าย โค้ช และตอนนี้ผมเป็นซีอีโอ  แม้ว่าผมจะไม่เคยไปถึงระดับสูงสุดในฐานะผู้เข้าแข่งขัน แต่ผมก็รู้สึกถึงพระคุณของบทเรียนที่มวยไทยมอบให้ จากการขัดเกลาฝึกฝนนับร้อยนับพันชั่วโมง ผมได้สืบทอดความเข้มแข็ง ความอ่อนน้อม ความกล้าหาญ ความมีวินัย ความมุ่งมั่น ความวิริยะอุตสาหะ และอื่น ๆ อีกมากมาย เหนือสิ่งอื่นใด มวยไทยทำให้ผมมีหัวใจนักรบผู้มีสปิริตคงกระพันที่จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อความฝันและประเทศของผม ขอบคุณมวยไทย!!! ” สำหรับกิจกรรมภายในงานครั้งนี้ ยังมีการจัดแสดงอันยิ่งใหญ่เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่า และประวัติศาสตร์อันยาวนานของศิลปะมวยไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งรวมถึงพิธีการขึ้นครูและการครอบครู โดยกำลังพลของกองทัพบก และนักมวยไทยจากสมาคมมวยพระเจ้าเสือ กว่า 5,000 คน ซึ่งมีการบันทึกไว้เป็นสถิติโลก หรือ Guinness World Records เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับวงการมวยไทยอีกด้วย

“ปิดเมืองล่า PATTAYA HEAT” ดูจบปุ๊บ อุทานปั๊บ “นี่มันหนังเี้ยไรวะเนี่ย!”

เปิดตัวรอบสื่อไปแล้วสำหรับภาพยนตร์ไทยแนวใหม่ “ปิดเมืองล่า PATTAYA HEAT” ที่นำเสนอความดาร์ก-คอมเมดี้ อันพบได้ยากในหนังตลกไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้ เป็นการร่วมทุนสร้างจากสองค่ายใหญ่คือ วันเดอเรอร์ พิคเจอร์ส และ ฮอลลีวู้ด  (ไทยแลนด์)   อีกทั้งยังเป็นการร่วมงานกับผู้กำกับชาวฮ่องกงชื่อดัง   นามว่า ‘หยาง ซู่เผิง’ (Yang Shupeng) ผู้กำกับผู้มีชื่อเสียงจากหนังแอคชั่นอย่าง The Robbers (2009), Eastern Bandits (2012) และอื่นๆ แต่คราวนี้ ผู้กำกับที่ฝากผลงานไว้ในระดับโลก ได้มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับทีมนักแสดงไทยระดับแถวหน้า อาทิเช่น   อนันดา เอเวอริงแฮม, ก๊อต-จิรายุ, พลอย-เฌอมาลย์, น้อย-พรู, เอก-ธเนศ ฯลฯ เรียกได้ว่า คัดเอานักแสดงระดับทีมชาติมาทั้งนั้น โดยในเรื่องนี้ ได้นำเสนอความแปลกใหม่ที่เหล่านักแสดงหลายคนยังต้องอุทานออกมาดังๆ ว่า “นี่มันหนังอะไรวะเนี่ย!!” ทั้ง อนันดา เอเวอริงแฮม หรือแม้แต่รุ่นใหญ่อย่าง พี่เอก ธเนศ ต่างรับประกันความเซอร์ไพรส์ที่คุณจะได้พบในหนังเรื่องนี้ โดยผู้กำกับชาวฮ่องกงยังได้นิยามคำจำกัดความของหนังเรื่องนี้ไว้ว่า “Stupid Funny but Cool” ซึ่งหากจะกล่าวถึงความสดใหม่ ที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้นำเสนอออกมา ก็คือแก่นแกนของความเป็นดาร์ก-คอมเมดี้ กล่าวคือ แต่ละมุกที่ใส่เข้ามาในแต่ละซีนนั้น ล้วนแสดงถึงความเป็นระดับโลกโดยแท้  โดยปัจจัยที่สะท้อนถึงความแตกต่างจากหนังตลกไทยคือ ทุกครั้งที่นึกถึงหนังตลกไทย ถึงแม้หลายๆ มุก ในหนังหลายๆ เรื่อง จะเอาฮาซะจนผู้ชมหงายท้องหงายไส้กันมานักต่อนัก แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วจะพบว่า จำนวนมากเป็นมุกตลกที่ต่างชาติอาจจะไม่เก็ท หรือพูดอีกอย่างคือ มุกตลกในหนังไทยหลายมุก มิได้ถูกแปลงให้เป็นมุกตลกระดับอินเตอร์เนชั่นแนลที่ต่างชาติจะเข้าถึงได้ ทั้งนี้ การจะเข้าใจมุกตลกของแต่ละประเทศได้ ย่อมต้องเข้าใจบริบทของสังคมนั้นๆ ด้วย จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมคนจากชาติหนึ่ง จะมาเข้าใจมุกตลกของอีกชาติหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถึงกระนั้นก็ตาม อารมณ์ขันเป็นสิ่งสากลที่มนุษย์ทุกหนแห่งมีติดตัว ฉะนั้นแล้ว จึงมีมุกตลกประเภทที่สามารถเรียกเสียงหัวเราะจากคนทั้งโลกได้ เรียกว่าเป็น “แก๊กระดับสากล” ที่ทั่วโลกเข้าใจ ซึ่งหากเราต้องการผลักดันหนังไทยไปสู่ระดับโลก รายละเอียดแบบนี้จึงเป็นสิ่งที่มองข้ามไม่ได้ อย่างไรก็ดี “ปิดเมืองล่า PATTAYA HEAT” เรื่องนี้ที่ได้ผู้กำกับฝีมือดีจากฮ่องกงมาสรรค์สร้าง “ความขำขื่น” ก็ตีโจทย์แตกกระจุย อาจเป็นเพราะว่า ผู้กำกับเป็นชาวฮ่องกงซึ่งคงจะไม่ได้เข้าใจมุกตลกแบบไทยๆ

Coldplay Concert เสิร์ฟดราม่าฉ่ำ พวกแกกำลังทำให้ฉันดูแย่!

เสาร์-อาทิตย์ ( 3 – 4 ก.พ.)  ที่ผ่านมา ใครได้ไปคอนเสิร์ต Coldplay Music Of The Spheres World Tour Bangkok 2024 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน คงอิ่มเอมกับบรรยากาศสุดอลัง และงานโปรดักชั่น แสง สี เสียง แบบฉ่ำๆ นับว่าเป็นคอนเสิร์ตคุณภาพของวงดนตรีฝีมือระดับโลก ที่มาแสดงโชว์ในไทยเป็นครั้งที่ 3 ได้อย่างน่าประทับใจ แน่นอนว่า เวลามีงานสเกลระดับโลกมาจัดที่บ้านเราเช่นนี้ ก็ย่อมสร้างความอิ่มอกอิ่มใจว่า ประเทศเราพร้อมรองรับงานระดับโลก และพร้อมเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะสมต่อการสร้างประสบการณ์อันสวยงาม และความทรงจำดีๆ ร่วมกันระหว่างแฟนคลับกับศิลปิน ทั้งนี้ การที่ศิลปินระดับโลกจะเลือกมาแสดงที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็ย่อมประเมินจากหลายๆ ปัจจัย อาทิเช่น ฐานแฟนคลับ กำลังซื้อของผู้คนในประเทศนั้น ค่าใช้จ่าย / ค่าแรงในการจัดงาน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ / การเมือง แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่การที่งานระดับโลกเลือกมาจัดงานที่ประเทศใดๆ ก็อาจจะสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจของชาตินั้นๆ ได้ไม่มากก็น้อย และถึงแม้ว่ารายได้หลักของงานลักษณะนี้จะอยู่ที่ตั๋วเข้าชม ซึ่งต่างชาติโกยหอบกลับไปเสียเยอะ ทว่าเม็ดเงินที่สะพัดในแต่ละครั้ง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากชาติอื่นๆ ที่อยากมาร่วมสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ดังกล่าว ก็ย่อมเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศผู้จัดงาน ซึ่งในบริบทนี้ก็คือ “ไทยแลนด์” ฟังดูแล้วอาจจะน่าภูมิใจอยู่ไม่น้อย แต่เมื่องานจบ… ความจริงก็ถูกเปิดเผย… เนื่องจากมวลชนที่ทะลักล้นออกมากจาก ราชมังฯ เมื่อคอนเสิร์ตเลิกหลักหลายหมื่นคน จนไม่สามารถเรียกหาขนส่งสาธารณะเพื่อเดินทางกลับที่พักได้ สำหรับคนเหล่านี้มีให้เลือกสองทางคือ หนึ่ง ยอมขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่มาเทียบรออยู่แล้วใกล้ๆ ซึ่งมีทั้งวินจริงบ้าง วินเถื่อนบ้าง แต่บอกก่อนว่า ค่าบริการนั้นแพงหูฉี่ คือคนขับกะเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว กับทางที่สอง คือเดินไปตายเอาดาบหน้า ไปหาเรียกรถไกลๆ เพื่อจะได้ค่าบริการที่ถูกลง แต่ในความรู้สึกก็ไม่ต่างอะไรจากการเดินไปโดยไม่รู้จุดหมาย ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะจะว่าไปแล้ว ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้จนชินตา แต่ครั้นจะบอกว่านี่เป็นความจริงที่ถูกเปิดเผยหลังเลิกงานก็คงไม่ถูกนัก เนื่องเพราะ “คนไทย” ที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตนี้ต่างได้แชร์ประสบการณ์ที่ได้พบเห็น “ของจริง” ตั้งแต่ในงานแล้ว เพราะแม้งานนี้จะขึ้นชื่อว่า Live in Bangkok ทว่าคงไม่เกินเลยนักหากจะกล่าวว่า ท่านผู้ชมทั้งหลาย “เกินครึ่ง” ในสองวันนั้น “ไม่ใช่คนไทย” ดั่งที่ผู้ใช้

จับตาไลน์อัพนักแสดง Genใหม่ใน Netflix กับภาพตัวแทนเด็กไทย ที่จะออกฉายไปสู่สายตาผู้ชม 190 ประเทศทั่วโลก!

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567   “Next on Netflix Thailand 2024 – ทีไทย ทีมันส์”  ประกาศไลน์อัพ 8 ซีรีส์และภาพยนตร์ไทยที่จะฉายภายในปี 2024 ที่รับรองได้ว่า  “มันส์ถึงใจ เล่นใหญ่กว่าเดิม!” ซึ่งหากเทียบกับไลน์อัพของปีที่แล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ การเพิ่มสัดส่วนของนักแสดงเด็กและวัยรุ่นเข้ามามีบทบาท กับวงการซีรีส์และภาพยนตร์ไทย มากขึ้น อาทิ แตงกวา ชนันทิชา หรือ แตงกวา ไมค์ทองคำเด็ก ที่เคยฝากผลงานไว้ใน “เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ”  และ มินนา – วณิชน์ญา ที่เคยฝากผลงานไว้ใน “มาตาลดา”  ที่จะมารับบทเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ  เรื่อง  Tomorrow and I  ซีรีส์จบในตอนที่จะพาวัฒนธรรมไทยไปอยู่ในยุคเทคโนโลยีล้ำสมัยเหนือจินตนการ  พร้อมถกเถียงกับประเด็นความขัดแย้งทางศีลธรรมอันตึงเครียด เจแปน – พลอยปภัส ที่จะมารับบทเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ เรื่อง “Don’t  Come Home อย่ากลับบ้าน” เรื่องราวของสองแม่ลูกที่ต้องเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านร้างเก่าของครอบครัว แต่กลับต้องพบเจอกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ อันนำไปสู่การหายตัวไปของลูกสาวเธอ มากไปกว่านั้น ยังมี มายด์-อาทิตยา หรือ มายด์ (4EVE) สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปมาแรง จะมารับบทเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ เรื่อง “Bangkok Breaking: ฝ่านรกเมืองเทวดา (Bangkok Breaking: Heaven and Hell)” เรื่องราวของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ต้องเข้ามาช่วยเหลือลูกสาวของผู้ทรงอิทธิพลให้ปลอดภัยจากการลักพาตัวของแก๊งศัตรูที่ตามไล่ล่า เฌอปราง อารีย์กุล และ มิวสิค  แพรวา จะมารับบทเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ เรื่อง Terror Tuesday: Extreme | อังคารคลุมโปง : เอ็กซ์ตรีม ซีรีส์จบในตอนรวมประสบการณ์หลอนที่ได้แรงบันดาลใจจากรายการวิทยุเรื่องเล่าเรื่องผีสุดฮิต “อังคารคลุมโปง” รวมถึง แอลลี่ (ALLY) – อชิรญา นิติพน นักร้องสาวเสียงใสที่พลิกบทบาทสู่การเป็นนักแสดงครั้งแรก จะมารับบท เดียร์

Netflix เปิดผังคอนเทนต์คุณภาพ 2024 ต้านคำครหา ระเบียบเยอะ! จ่ายรายเดือนแพง!

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 67 Netflix Thailand ประกาศไลน์อัพนักแสดง และคอนเทนต์ประจำปี 2024 ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยกองทัพนักแสดง และผู้กำกับมากหน้าหลายตา ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ เรียกได้ว่าขนกันมาเพียบ อย่างไรก็ดี ในห้วงที่ผ่านมาสื่อสตรีมมิ่งฝั่งสีแดงเจ้านี้ต้องเผชิญกับข้อครหาในด้านราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่าย และกติกาที่เปลี่ยนใหม่ ทำให้เกิดกระแสพูดคุยกันในโลกออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง ทั้งยังเกิดข้อเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นๆ อีกด้วย กระนั้นก็ตาม เมื่อสาดสายตาส่องคอนเทนต์ประจำปี  2024  ของ Netflix ดูแล้ว  จะพบว่ามีคอนเทนต์ที่น่าติดตาม ทั้งในระดับโลกอย่าง   Squid Game ซีซั่น 2, Gyeongseong Creature ซีซั่น 2 , Avatar : The Last Airbender และอื่นๆ อีกมากมายเกินจะกล่าวได้หมด และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือคอนเทนต์สัญชาติไทยของเรา ที่ในปีนี้มีมาถึง 8 เรื่อง โดยถ้าดูจากเนื้อเรื่องโดยย่อ จะเห็นได้ว่ามีอยู่สองเรื่องที่ถ้าทำออกมาได้ดีแล้วล่ะก็ อาจจะสามารถท้าทาย และใต่เพดานการวิพากษ์วิจารณ์สังคมได้เลยทีเดียว ทั้งซีรีส์เรื่อง “The Believers สาธุ” ของผู้กำกับ วรรธนพงศ์ วงศ์วรรณ ที่เป็นแม่ทัพนำนักแสดงอย่าง เจมส์-ธีรดนย์, พีช-พชร จิราธิวัฒน์ และ แอลลี่-อชิรญา มาร่วมกันเชิญชวนผู้ชมอย่างเราๆ  ขบคิดและตั้งคำถามไปถึงใจกลางปัญหาของพุทธศาสนาไทย ก็คือเรื่อง “พุทธพาณิชย์”  ที่หากินกับความเชื่อ ความศรัทธาของผู้คน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญ อันพบเห็นได้อย่างกลาดเกลื่อนเกินควบคุม ในสังคมไทย ทั้งนี้ แม้พล็อตเรื่องและนักแสดงนำในเรื่องจะน่าสนใจขนาดไหนก็ตาม แต่ตลกร้ายคือ ในช่วงที่ผ่านมา มีคอนเทนต์จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ที่หยิบยกประเด็นทางพุทธศาสนา, พระสงฆ์, สามเณร มานำเสนอ แล้วถูกแบนหรือโดนสั่งให้ตัดฉากนั้นๆ ออกไป กระทั่งสั่งห้ามฉายในประเทศก็เคยมีมาแล้ว ทว่า ภายใต้รัฐบาลที่พยายามจะปลดล็อคกฎหมายอันเกี่ยวข้องกับการเซ็นเซอร์ และมุ่งขยายเสรีภาพในการนำเสนอ การจี้ไปยังหัวใจหลักของปัญหาพุทธศาสนาไทยผ่านซีรีส์เรื่องนี้ จะเป็นการยกระดับขอบเขตการวิพากษ์วิจารณ์ ได้หรือไม่? อย่างไร? ก็ต้องรอดู รอชม และไม่ใช่แค่เรื่องศาสนาเท่านั้นที่ถูกกล่าวถึง คอนเทนต์ไทยของ

ชี้เป้าเด็ด 4 ที่น่าเที่ยว งาน Bangkok Design Week 2024!

เริ่มขึ้นไปแล้วสำหรับงาน Bangkok Design Week 2024 หรือเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค – 4 ก.พ 67 โดยงานในปีนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” ซึ่งได้รวบรวบกิจกรรม นิทรรศการ งานจัดแสดง แสง สี และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งกระจายงานออกแบบสร้างสรรค์ไปย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ กว่า 15 ย่าน โดยงาน Bangkok Design Week 2024 ดำเนินการโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับผู้ร่วมจัดงานทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศกว่า 60 หน่วยงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งนำเสนองานสร้างสรรค์อันสะท้อนความเป็นสังคมเมืองในย่านต่างๆ ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อต่อยอดสินทร้พย์ทางวัฒนธรรม รวมถึงผสานแนวคิดในอดีตกับปัจจุบัน เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในอนาคต ด้วยกิจกรรมอันหลากหลายที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ให้มาสัมผัสประสบการณ์และเอกลักษณ์อันเป็นเสน่ห์ของย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กระตุ้นการแข่งขัน และขยายการเติบโตของธุรกิจออกแบบสร้งสรรค์ รวมถึงธุรกิจแวดล้อมใกล้เคียงด้วย อย่างไรก็ดี เทศกาลงานออกแบบครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 4 ก.พ. 67 สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปเยี่ยมชม หรือเลือกไม่ถูกว่าจะไปงานไหนจาก 500 กว่าโปรแกรมที่จัดขึ้น The Attraction จึงขอคัดสรรโปรแกรมที่น่าสนใจมา 4 แห่ง ดังนี้ Urban Studies Lab Journey: Entertainment in Everyday งานจัดแสดงที่จัดขึ้นโดย Urban Studies Lab หรือศูนย์วิจัยชุมชนเมือง ที่รวบรวมผลงานของศูนย์วิจัยชุมชนเมืองไว้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น PB Board Game  เกมการเรียนรู้เกี่ยวกับ Participatory Budgeting หรือการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเข้าใจในกระบวนการการจัดสรรงบประมาณ แบบมีส่วนร่วมสำหรับบุคลากรจากหน่วยงานรัฐและประชาชนทั่วไป Nang Leong Menu : ไพ่