
4 เหตุผล ทำไม Inside Out 2 ถึงเป็นภาพยนตร์ทรงคุณค่า ที่ทุกคนบนโลกต้องดู!
“ตอนนี้ไรลีย์อายุ 13 แล้ว มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น?” เมื่อปี 2015 Disney และ Pixar พาให้เราทำความรู้จักกับอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ลั้ลลา (Joy) เศร้าซึม (Sadness) ฉุนเฉียว (Anger) กลั๊วกลัว (Fear) หยะแหยง (Disgust) ซึ่งอยู่ภายในความคิดของไรลีย์ แอนเดอร์สัน เด็กหญิงวัย 11 ปีที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ จนกลายเป็นแอนิเมชันยอดเยี่ยมในใจใครหลายคน … วันนี้ Disney และ Pixar พร้อมแล้วที่พาเรากลับเข้าไปในความคิดของไรลีย์อีกครั้ง แต่เป็นในเวอร์ชันที่ไรลีย์เติบโตขึ้น ย่างเข้าสู่วัย 13 ปี วัยแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เราเห็นว่าชีวิตวัยรุ่นเกิดอะไรขึ้นบ้าง … 9 ปี 9 อารมณ์ หลังลั้ลลาทิ้งคำถามไว้พร้อมกับภาพปุ่มสีแดงปริศนา วัยแรกรุ่น (Puberty) มานานหลายปี ต่อภาค 2 ด้วยการเพิ่มคาแรกเตอร์ของอารมณ์ที่ซับซ้อนไปพร้อมกับการแตกเนื้อสาวของไรลีย์ ที่ทำให้ “ศูนย์บัญชาการใหญ่” ต้องเผชิญกับการรื้อถอนขยับขยายพื้นที่อย่างกะทันหัน ต้อนรับการก้าวเข้ามาของ “อารมณ์” ใหม่ๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นว้าวุ่น (anxiety) อิจฉา (Envy), เขิ๊นเขินอ๊ายอาย (Embarrassment) และ เฉยชิล (Ennui) ที่จะมาป่วนอารมณ์ทั้ง 5 . 2.สำรวจความคิด ชีวิตวัยรุ่น ที่ซับซ้อนมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ Inside Out ทำมาได้ดีตลอด ตั้งแต่ภาคแรก ก็คือการเล่าเรื่องของ อารมณ์ กระบวนการทำงานภายในสมองและจิตใจ ที่เป็นเรื่องนามธรรมและวิทยาศาสตร์ มาดัดแปลงสู่ คาแรคเตอร์อารมณ์ต่าง ๆ ที่เข้าใจได้ง่าย . ด้วยความที่ไรลีย์อายุเพียง 11 ปี แต่ต้องเจอสถานการณ์ที่กระทบความรู้สึก ทำให้การแแสดงอารมณ์และกระบวนการต่าง ๆ ซับซ้อนในระดับหนึ่ง แต่ในภาคนี้ เราจะได้เห็นการเล่าถึงกระบวนการความคิดภายในจิตใจของวัยรุ่นที่ซับซ้อนมากขึ้นไปอีกขั้น . เพราะนอกจากอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นมาถึง 4 ด้านแล้ว









