Skip links

Editor’s Pick

4 เหตุผล ทำไม Inside Out 2 ถึงเป็นภาพยนตร์ทรงคุณค่า ที่ทุกคนบนโลกต้องดู!

  “ตอนนี้ไรลีย์อายุ 13 แล้ว มาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น?” เมื่อปี 2015 Disney และ Pixar พาให้เราทำความรู้จักกับอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ลั้ลลา (Joy) เศร้าซึม (Sadness) ฉุนเฉียว (Anger) กลั๊วกลัว (Fear) หยะแหยง (Disgust) ซึ่งอยู่ภายในความคิดของไรลีย์ แอนเดอร์สัน เด็กหญิงวัย 11 ปีที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ จนกลายเป็นแอนิเมชันยอดเยี่ยมในใจใครหลายคน … วันนี้ Disney และ Pixar พร้อมแล้วที่พาเรากลับเข้าไปในความคิดของไรลีย์อีกครั้ง แต่เป็นในเวอร์ชันที่ไรลีย์เติบโตขึ้น ย่างเข้าสู่วัย 13 ปี วัยแห่งการเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้เราเห็นว่าชีวิตวัยรุ่นเกิดอะไรขึ้นบ้าง … 9 ปี 9 อารมณ์ หลังลั้ลลาทิ้งคำถามไว้พร้อมกับภาพปุ่มสีแดงปริศนา วัยแรกรุ่น (Puberty) มานานหลายปี ต่อภาค 2 ด้วยการเพิ่มคาแรกเตอร์ของอารมณ์ที่ซับซ้อนไปพร้อมกับการแตกเนื้อสาวของไรลีย์ ที่ทำให้ “ศูนย์บัญชาการใหญ่” ต้องเผชิญกับการรื้อถอนขยับขยายพื้นที่อย่างกะทันหัน ต้อนรับการก้าวเข้ามาของ “อารมณ์” ใหม่ๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นว้าวุ่น (anxiety) อิจฉา (Envy), เขิ๊นเขินอ๊ายอาย (Embarrassment) และ เฉยชิล (Ennui) ที่จะมาป่วนอารมณ์ทั้ง 5 . 2.สำรวจความคิด ชีวิตวัยรุ่น ที่ซับซ้อนมากขึ้น สิ่งหนึ่งที่ Inside Out ทำมาได้ดีตลอด ตั้งแต่ภาคแรก ก็คือการเล่าเรื่องของ อารมณ์ กระบวนการทำงานภายในสมองและจิตใจ ที่เป็นเรื่องนามธรรมและวิทยาศาสตร์ มาดัดแปลงสู่ คาแรคเตอร์อารมณ์ต่าง ๆ ที่เข้าใจได้ง่าย . ด้วยความที่ไรลีย์อายุเพียง 11 ปี แต่ต้องเจอสถานการณ์ที่กระทบความรู้สึก ทำให้การแแสดงอารมณ์และกระบวนการต่าง ๆ ซับซ้อนในระดับหนึ่ง แต่ในภาคนี้ เราจะได้เห็นการเล่าถึงกระบวนการความคิดภายในจิตใจของวัยรุ่นที่ซับซ้อนมากขึ้นไปอีกขั้น . เพราะนอกจากอารมณ์ที่เพิ่มขึ้นมาถึง 4 ด้านแล้ว

The Boys ss4 ซีรีส์ฮีโร่ตลกลามก แอบหยิกหลังนักการเมือง

  ไม่ต้องรอแล้ว สำหรับซีรีส์ซูเปอร์ฮีโร่สายดาร์กอย่าง The Boys ss4 หลังจากปิดซีซั่น 3 ไปเมื่อสองปีก่อน งานนี้เหล่าแก๊งผู้ล่าฮีโร่ได้กลับมาพร้อมด้วยเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม . ทั้งนี้ The Boys นับว่าเป็นซีรีส์ซุปเปอร์ฮีโร่แหกขนบ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ตั้งแต่ปีแรกที่เปิดตัวเมื่อปี 2019 ด้วยเนื้อหาที่กวนโอ๊ย ลามก เสียดสี ผิดจากหนังซูเปอร์ฮีโร่ทั่วไป แต่กระนั้นก็ไม่ทิ้งความซับซ้อน ชิงไหวชิงพริบ ขบเหลี่ยมกันตามประสาหนังแฟนตาซี การกลับมาของซีซั่น 4 ในครั้งนี้ก็ไม่ทิ้งความแสบสัน ทั้งยังมีมุกใหม่ๆ จัดมาให้สมการรอคอย . อย่างไรก็ดี หากพิจารณาถึงรายละเอียดของเนื้อเรื่อง จะพบว่ามีการจิกกัด ยั่วล้อ เสียดสี ผู้มีอำนาจหรือนักการเมืองได้อย่างบาดเฉือน เฉพาะยิ่งฝ่ายอำนาจนิยมที่เป็นแกนหลักของเรื่องนี้ ทั้งยังบังเอิ๊ญ…บังเอิญ ออกมาช่วงที่อเมริกากำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีอยู่พอดิบพอดี (รู้เลยว่าตั้งใจแหละ) . และหากกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องซึ่งแสดงให้เห็นถึงจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด ไร้กฎ ไร้กรอบ แต่ที่สำคัญต้องทำให้ถึง จึงจะสำเร็จ . ลองคิดดูเล่นๆ ว่าถ้าคนไทยเราทำแนวนี้ดูบ้างจะตลกร้ายขนาดไหน… แค่นึกก็สนุกแล้วใช่ไหมล่ะ  . สามารถรับชม The Boys ss4 ได้แล้วที่ Prime Video  

HITMAN หนังตลก, John Wick และ Sigmund Freud

  “ผมมีเพื่อนผู้ภักดีคือ id กับ ego” ประโยคเท่ๆ จากหนังฮาๆ อย่าง “Hit Man” ภาพยนตร์เรตติ้งดีที่พึ่งเข้าไทยให้แฟนหนังได้รับชมในโรงภาพยนตร์ . (กล่าวโดยย่อ ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ id เปรียบเสมือนสัญชาติญาณดิบของมนุษย์ superego เป็นดังระเบียบสังคมที่ห่อหุ้มพฤติกรรม ส่วน ego มีหน้าที่เป็นตาข่ายแห่งมโนธรรมสำนึกที่คัดกรองระหว่าง สัญชาติญาณดิบ และ ระเบียบสังคม) . และถึงแม้ว่าประโยคคูลๆ ข้างต้นนี้ จะเป็นสถานการณ์ที่ตัวเอกในเรื่อง ผู้มีอาชีพหลักเป็นอาจารย์สอนวิชาปรัชญา กล่าวถึงแมวสองตัวของเขาที่ตั้งชื่อไว้ว่า id กับ ego (ก็เท่ากับว่าตัวพระเอกเป็น superego ไหมนะ?) . แต่ทว่าเนื้อเรื่องก็ดำเนินขนานไปด้วยแนวคิดทฤษฎีจิตวิเคราะห์อันโด่งดังของ sigmund freud กระทั่งชวนผู้ชมทบทวนถึงการเปลี่ยนแปลงบุคลิกและการผสมผสานระหว่าง จิตสำนึก จิตใต้สำนึก และจิตไร้สำนึก ของตัวละครได้อย่างถึงแก่น เพราะตัวเอกของเรื่องมีอาชีพเสริมเป็นสายลับตำรวจ และต้องปลอมตัวเป็นนักฆ่าล่อซื้อเหยื่อ (มีล้อเลียน John Wick ให้พอขบขัน) และสร้างตัวตนใหม่ขึ้นมา จนเกิดความสับสนและนำไปสู่ความอลเวง . กระนั้นก็ตาม ตัวหนังมิได้มาสอนปรัชญาอันยากแท้หยั่งถึงเกินจะเอ่ย แต่เป็นภาพยนตร์ที่เหมาะแก่การดูเพลินๆ เสียมากกว่า เพราะบทจะฮาก็ฮา บทจะเกรียนก็เกรียน จะเครียดก็เครียด และบทจะลึกก็ลึกอยู่ . หากจะจัดหมวดหมู่ เรื่องนี้ก็คงเป็นคอมเมดี้ตลกๆ เรื่องหนึ่ง มีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เข้าใจง่าย แต่กระนั้นก็สอดประสานทฤษฎีลึกๆ ไปพร้อมกันด้วย นอกจากนี้ ยังมีการเอ่ยถึงชื่อนักปรัชญาคนสำคัญๆ ไว้แบบหยิกแกมหยอกตามสไตล์ นับได้ว่าเป็นกลิ่นไอที่ไม่ค่อยพบเห็นในภาพยนตร์ไทยสักเท่าใด จึงน่าสนใจอยู่ไม่น้อยหากหนังตลกไทยจะดูเป็นแบบอย่าง  

“ใจซ่อนรัก” ช่อง 3 ส่งซีรีส์แซฟฟิค เปิดโลกความรัก ญ-ญ

  หลังช่อง 3 ขึ้นแท่นเป็นผู้ผลิตซีรีส์วาย (Boys Love) อย่างเต็มตัวมาแล้ว ตอนนี้ก็ถึงคราวหันมาขึ้นแท่นเป็นผู้จัด “ซีรีส์แซฟฟิค” หรือซีรีส์เกิร์ลเลิฟ (Girls Love) เองแล้ว . ครั้งนี้ ช่อง 3 เปิดประเดิมด้วยซีรีส์ “ใจซ่อนรัก” -ซีรีส์แซฟฟิคเรื่องแรกที่ช่อง 3 ลงมือเป็นผู้จัดเอง ตั้งแต่ซื้อลิขสิทธิ์จากนิยายในชื่อเดียวกันมาดัดแปลง ไปจนถึงแคสต์นักแสดงเคมีลงตัว อย่างหลิงหลิง คอง และ ออม กรณ์นภัส . การปรับเปลี่ยนขยับมาจับกระแสซีรีส์แซฟฟิคและซีรีส์วายของช่อง 3 ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะช่อง 3 ถือเป็นช่องที่อยู่คู่กับวงการละครไทยมาอย่างยาวนาน การหันมาลงมือเป็นผู้จัดซีรีส์แซฟฟิคในครั้งนี้ จึงอาจสะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของช่อง 3 ที่ปรับเปลี่ยนทัศนคติ เปิดกว้าง เปิดพื้นที่ให้กับทุกความหลากหลาย . และแม้ซีรีส์ยังไม่ออนแอร์ บัตรแฟนมีต “ LINGORM 1st MEET​ “ใจซ่อนรัก The Secret of Us” ”หมดลงเป็นที่เรียบร้อย แถมในบรรยากาศในงานบวงสรวงยังเนืองแน่นไปด้วยเหล่าแฟนคลับที่ส่ง ฟู้ดซัพพอร์ต (Food Support) มาสนับสนุนศิลปินกันกว่า 10 คัน เรียกได้ว่า ได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยม ทำให้เห็นว่า ซีรีส์แซฟฟฟิคเองก็อาจมีศักยภาพในการให้เป็นที่รู้จักเหมือนอย่างที่เคยเกิดขึ้นกับวงการซีรีส์วายไทยมาแล้ว … เรื่องย่อ “ใจซ่อนรัก” (The Secret Of Us) แพทย์หญิง ฟ้าลดา (รับบทโดย หลิงหลิง คอง) ทายาทของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หลังจากเรียนจบเฉพาะทางด้านผิวหนังกลับมาในสภาพบอบช้ำที่ถูกคนรักทิ้งไป  ก็มุ่งมั่นทำงานโดยไม่คิดจะมีความรักอีก  แต่ด้วยความสวยและฐานะหน้าที่การงานของลดา  ทำให้มีคนมากมายอาสามาดามใจให้  แต่ลดายังคงนึกถึง เอิน (รับบทโดยออม กรณ์นภัส ) อดีตคนรักที่เคยทำลายชีวิตเธอที่จะมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของโรงพยาบาลและพยายามขอโอกาสกลับมาคืนดีกับฟ้าลดาอีกครั้ง … เส้นทางความรักของพี่หมอกับน้องซุปตาร์จะเป็นอย่างไรต่อไป สามารถติดตามซีรีส์ใจซ่อนรักได้ทุกวันจันทร์ ทางช่อง 3 (เริ่มตอนแรก 24 มิถุนายนนี้ เวลา 22:00 น.)

ละครจบ เราไม่จบ ‘บางกอกคณิกา’ สเน่ห์ละครไทย สร้างไวรัลอะไรไว้บ้าง!

  “บางกอกคณิกา” ปิดหอบุปผชาติอย่างสวยงามแตะเรตติ้งทั่วประเทศสูงถึง 4.2 ซึ่งถือว่าสูงมากในปัจจุบัน พร้อมกวาดผู้ชมบนทีวีไปกว่า 10.5 ล้านคน ติดเทรนด์ X อันดับ 1 ทั้งเทรนด์โลก ไทยและเวียดนาม . ตลอดทั้ง 8 ตอน เรตติ้งก็เรียกว่าไม่ใช่เล่น ๆ และยังสร้างตำนาน สร้างไวรัลจนติดเทรนด์ X อันดับ 1 ไทยในทุกอีพี เราเลยอยากจะพามาย้อนสเน่ห์ “บางกอกคณิกา” ว่าสร้างไวรัลอะไรไว้บ้าง! … สเน่ห์แรก คือ การมีเนื้อเรื่องอิงประวัติศาสตร์ที่เข้มข้น หลากหลายและเปิดกว้างโอบรับไปกับสังคมในปัจจุบัน บางกอกคณิกา เป็นเรื่องราวของโสเภณีที่มีฝันจึงต้องต่อสู้กับระบบทาส ระบบสังคมและระบบกฎหมาย ในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 . ภายในเรื่องจึงมีการอ้างอิงถึงเหตุการณ์และข้อกฎหมายในประวัติศาสตร์ จากหน้าหนังสือมาดัดแปลงจำลองสภาพสังคมและมุมมองของผู้คนที่มีต่อหญิงคณิกาหรือหญิงโสเภณี . จนผู้ชมอยากรู้เรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงนอกจอ ตั้งแต่ย้อนรอยตำนานและเข้าสักการะวัดยายแฟง ไปจนถึงการถกเถียงเรื่องข้อกฎหมาย สิทธิ และชีวิตของผู้หญิงและโสเภณีไทยในอดีต-ปัจจุบัน . มากไปกว่านั้น บางกอกคณิกายังไม่ได้สื่อสารเพียงประเด็นโสเภณีเท่านั้น เพราะยังเป็นละครพีเรียดไม่กี่เรื่องที่ไม่ได้มีตัวละคร ‘บัณเฑาะห์’ หรือตัวละครที่เป็น LGBTQIAN+ ไว้เป็นตัวตลก คอยสร้างสีสันให้คนดูเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการผลักดันและไขปมเรื่อง . โดยเฉพาะ ในตอนสุดท้ายที่ทั้งโสเภณีและกลุ่มคนชายขอบที่สังคมมักมองข้ามไม่ว่าจะยุคสมัยใดทั้งผู้พิการ ขอทาน หญิงแพศยา และบัณเฑาะห์ ได้แสดงบทบาทสำคัญขึ้นเป็นพยานในศาลไม่ต่างจากคนอื่นในสังคม … สเน่ห์ต่อมา คือ การรวมตัวนักแสดงระดับแนวหน้าของวงการบันเทิงไทยแบบไม่ดูถูกคนดู ไม่ว่าจะเป็นอิงฟ้า วราหะ, ก้อย อรัชพร, ชาร์เลท วาศิตา, นก ฉัตรชัย, อ้อม พิยดา, ต้อม พลวัฒน์ ฯลฯ ที่มาประชันฝีมือกันสุดกำลัง . สิ่งที่เซอร์ไพรส์มากที่สุด คือ การรับบทบาทใหม่ในฐานะนักแสดงนำของ “อิงฟ้า วราหะ” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 และรองอันดับ 1 มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล 2022 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า “นางงาม” ถือว่าอยู่ภายใต้ร่มซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและแฟนนางงามทั่วโลกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บทบาทใหม่นี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดที่กลายเป็นไวรัลที่สามารถดึงดูดให้ทั้งแฟนชาวไทยและต่างชาติมาสนใจละครเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี

‘ความทุกข์’ ‘ความฝัน’ และ ‘ความหวัง’ ชวนดูหนังเทศกาลภาพยนตร์ผู้ลี้ภัยครั้งที่ 13

  “ผู้ลี้ภัยเหมือนกับพวกเราทุกคน มีความฝัน มีความหวัง และต้องการโอกาส เพื่อเติมเต็มศักยภาพความเป็นมนุษย์” . ณ ขณะนี้ ในโลกของเรามีจำนวนผู้ลี้ภัยที่ถูกบังคับให้พลัดถิ่นสูงถึง 114 ล้านคน ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ผู้ลี้ภัยทุกคนต่างก็ยังคงเป็น ‘มนุษย์’ ที่ยังต้องใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ . การสร้างโลกที่ผู้ลี้ภัยได้รับการยอมรับตั้งแต่ระดับชุมชน โรงเรียน สถานที่ทำงาน หรือระบบสาธารณสุข ไปจนถึงการรณรงค์เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายให้เกิดการคุ้มครองและสนับสนุนผู้คนที่ถูกบังคับให้หนีได้มีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่ . ล้วนเป็น ‘เรื่องสำคัญ’ เพื่อต้อนรับผู้ลี้ภัยได้กลับเข้าสู่สังคมและได้ใช้ชีวิตในฐานะ ‘มนุษย์’ อีกครั้ง . ในทุก 20 มิถุนายนของทุกปี UNHCR จึงก่อตั้งวันผู้ลี้ภัยโลก เพื่อระลึกถึงความเข้มแข็งและความกล้าหาญของผู้ลี้ภัยทั่วโลก พร้อมมุ่งสร้างการตระหนักรู้ให้ผู้คนทั่วโลกเข้าใจถึงความสามารถในการต่อสู้กับปัญหาของผู้ลี้ภัยทั่วโลก ซึ่ง UNHCR ในแต่ละปี แต่ละประเทศจะจัดกิจกรรมในวันนี้แตกต่างกันไป . ในปีนี้  สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ประจำประเทศไทย จะจัดงาน “เทศกาลภาพยนตร์ผู้ลี้ภัยครั้งที่ 13 ” ระหว่างวันที่ 15-20 มิถุนายน 2567 ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน . UNHCR ประจำประเทศไทย จะนำภาพยนตร์สารคดีและสารคดีสั้น กว่า 6 เรื่อง มาฉายให้ชมฟรี เพื่อให้ผู้คนในสังคมได้รับชมเสียงสะท้อนแห่งความทุกข์ ความฝันและความหวังของผู้ลี้ภัยทั่วโลกที่ยังต้องการ ‘โอกาส’ ในการใช้ชีวิต อาทิ … ALLIHOPA: THE DALKURD STORY สารคดีที่สร้างจากเรื่องจริงของทีมฟุตบอลดัลเคิร์ด ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดที่ได้รับโอกาสตั้งถิ่นฐานในประเทศสวีเดน จนไต่อันดับลีคฟุตบอลของสวีเดนได้สำเร็จ และกลายเป็นความภาคภูมิใจของชาวเคิร์ด … NOWHERE TO RUN สารคดีสั้นที่กำกับและถ่ายทำโดย “คุณสิงห์ วรรณสิงห์” จากการไปลงพื้นที่ที่ศูนย์ผู้ลี้ภัยในประเทศโมซัมบิก … THE ZONE OF INTEREST ภาพยนตร์ระดับออสการ์ที่บอกเล่าความโหดร้ายริมรั้วค่ายนรกผ่านชีวิตประจำวันที่แสนธรรมดา … นอจากนี้ยังมีภาพยนตร์สารคดีเรื่อง WE DARE TO DREAM, THE

ลาบูบู้ x ททท. สรุปแล้วซอฟต์พาวเวอร์ไทยหรือจีน?

ททท. จะคิกออฟโปรเจกต์ใหม่ร่วมกับ POP MART เปิดตัว ‘Labubu Thailand Edition’  เป็นทูตวัฒนธรรมพาเช็กอินสถานที่ท่องเที่ยวและทำกิจกรรมต่างๆ ในไทย . อาทิ นั่งเรือหางยาว เข้าคลาสทำอาหาร หรือพาเช็กอินยังสถานที่ไฮไลต์เนื่องในโอกาสความสัมพันธ์ไทย-จีนครบรอบ 50 ปี ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ . การจับมือคอลแลปเกิดโปรเจกต์ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวด้วยลาบูบู้ถือว่าน่าสนใจไม่น้อย หากนับในด้านกระแสนิยมแล้ว ลาบูบู้ ของ POP MART ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวแทนสินค้าวัฒนธรรมจาก ‘จีน’ ที่กำลังดึงดูดผู้คนทั่วโลกด้วยความน่ารักจากการปรากฏตัวคู่กับลิซ่า แแต่ทว่า หากมองในอีกมุมหนึ่ง โปรเจกต์นี้ก็อาจเรียกได้ว่า ททท.กำลังนำซอฟต์พาวเวอร์ ‘จีน’ มาดึงดูดนักท่องเที่ยว ‘จีน’ หรือเปล่านะ . แล้วทำไม ททท.ไม่นำซอฟต์พาวเวอร์ ‘ไทย’ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีน เพราะตอนนี้ในไทยมีซอฟต์พาวเวอร์น่ารักๆ อีกหลายอย่างที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนได้ . ไม่ว่าจะเป็น ‘CRY BABY’ คาแรคเตอร์อาร์ตทอยฝีมือคนไทยได้รับความนิยมในจีนไม่น้อยที่ยังคงอยู่ภายใต้ลิขสิทธิ์ POP MART เช่นกัน . หรืออย่าง ‘ButterBear’ ไอดอลสาวไทยหน้าใหม่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจีนมาแต่งชุดนักเรียนไทยแล้วพาเที่ยวทั่วไทย รีวิวสตรีทฟู้ด ก็ดูน่าสนุก แถมน้องหมีเนยยังมีลิขสิทธิ์ภายใต้คนไทยตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นนักวาดผู้ออกแบบ หรือร้านคาเฟ่ หรือ จะชูโรง ‘ปาป้า-ทูทู่’ มาสคอตปลาทูจากสมุทรสงคราม และมาสคอตประจำจังหวัดต่าง ๆ พาท่องเที่ยว ก็น่าจะเป็นซอฟต์พาวเวอร์ไทยที่ภาครัฐหวังก็ดูน่าสนใจไม่น้อย  

จากผู้พัน สู่โครงการเพื่อเด็กนอกกรอบ KFC Bucket Search จับมือ กสศ. สร้างวิชานอกระบบ

ถ้าไม่มีผู้พันแซนเดอร์ส ก็จะไม่มี KFC และโลกที่ไม่มี KFC ก็คงจะเป็นโลกที่มีความสุขลดลง เพราะแบรนด์ KFC กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสุขในวันพิเศษ ที่อยู่ในความทรงจำของใครหลายคน โดยเฉพาะเด็กๆ ทั่วโลก . เนื้อหาข้างต้นนี้เกิดขึ้นในงานแถลงข่าว KFC Bucket Search อย่างไรก็ดี โลกที่ไม่มี KFC ก็เกือบจะเกิดขึ้นแล้ว เนื่องเพราะผู้พันแซนเดอร์ส ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ ที่เกี่ยวพันกันยุ่งเหยิง ตั้งแต่ 6 ขวบ ครอบครัวก็ต้องมาเสียคุณพ่อ และแม้ว่าเขาจะมีฝีมือการทำอาหาร ถึงขนาดที่เคยชนะการแข่งขันทำอาหารประจำหมู่บ้านมาแล้วในวัย 7 ขวบ แต่ศักยภาพนี้ก็ไม่ถูกนำมาต่อยอด เนื่องจากเขาต้องออกจากโรงเรียน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่บ้าน และเด็กชายแซนเดอร์สก็ต้องไปหางานทำตั้งแต่วัยเยาว์ . โดยกว่าที่ ‘เด็กชายแซนเดอร์ส’ จะกลายมาเป็น ‘ผู้พันแซนเดอร์ส’ อย่างที่เรารู้จักกันทุกวันนี้ ก็ปาไปค่อนชีวิตแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น กว่าจะเรียกได้อย่างเต็มปากว่าธุรกิจไก่ทอดของเขาประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง ก็เข้าสู่วัยเกษียณแล้วด้วยซ้ำ . เห็นได้ชัดว่า “ปัญหาครอบครัว-ความยากจน-การศึกษา” สามปัญหานี้ เป็นคนละเรื่องเดียวกันอย่างแยกไม่ออก และยังเป็นสิ่งที่ฉุดคร่าชะตาชีวิตของคนๆ หนึ่งไปอย่างน่าเสียดาย แต่กระนั้นก็ตาม ยังมีอีกหลายรายที่ประสบกับภาวะดังกล่าว แต่ทว่าไม่มีโอกาสที่ศักยภาพนั้นๆ ถูกนำมาต่อยอด ถึงที่สุดแล้ว ชะตากรรมแห่งชีวิตก็พรากโอกาสเหล่านั้นไปอย่างน่าเศร้า . เรื่องราวข้างต้น นับว่าเป็นแรงบันดาลใจให้แก่หลายชีวิต ซึ่งกำลังต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามา . ด้วยเหตุนี้ KFC ประเทศไทย จึงได้ร่วมมือกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) สร้างหลักสูตรการเรียนที่มีความยืดหยุ่นและตอบโจทย์ชีวิตเด็ก เฉพาะยิ่งกับเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา โดยข้อมูลจาก กสศ. ระบุว่า ในปัจจุบัน มีเยาวชนที่ไม่พบข้อมูลในฐานการศึกษาอยู่กว่า 1.02 ล้านคน . ทั้งนี้ ภัทรา ภัทรสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายบริหารแบรนด์ เคเอฟซี ประเทศไทย ได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของโครงการนี้ไว้ว่า . “เราร่วมมือกับ กสศ. เพื่อค้นหาศักยภาพที่หายไป ทำให้เขาเชื่อมั่นในศักยภาพของเขา ให้น้องๆ ค้นพบตัวเอง เป็น Believe ของแบรนด์ เพราะหลายคนมาทำงานที่นี่ แล้วก็ออกไปเปิดร้านเอง เราเลยอยากเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เพราะหลักสูตร

เอาอีกแล้ว Jamie Oliver นึกสนุกแจกสูตร “ผัดไทยมังสวิรัต” จะเรียกว่าผัดไทยได้ไหมเนี่ย ?!

หลังคราวก่อน Jamie Oliver – เชฟและเจ้าของภัตตาคารชาวอังกฤษเลื่องชื่อเรื่องการดัดแปลงอาหารไทยสูตรใหม่ เคยแปลงสูตรข้าวผัดใส่แยมพริกและแกงเขียวหวานกลายเป็นสมูทตี้ไปแล้ว . คราวนี้ถึงคิว “ผัดไทย” อีกหนึ่งเมนูยอดฮิตของไทยที่ชาวต่างชาติชื่นชอบก็ถูก Jamie Oliver นึกสนุกแปลงโฉม “ผัดไทย” ให้กลายเป็น “ผัดไทยมังสวิรัต” แต่สูตรมันดูแปลกๆ ยังไงชอบกล จน Uncle Roger จากช่อง mrnigelng – ยูทูปเบอร์สายรีแอควิดีโออาหารเอเชียคู่ปรับ Jamie Oliver เจ้าเก่าเจ้าเดิมแทบทนดูไม่ได้ เอ่ยปากแซวว่าตอนทำผัดไทยจานนี้เสร็จว่าสิ่งที่ Jamie Oliver ควรทำมากที่สุด คือการบินมาไทยและขอโทษคนไทยซะ . เพราะตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงวิธีการทำไม่ตรงกับภาพผัดไทยที่เคยเห็นหรือเคยกินมาตั้งแต่เด็ก แม้จะขึ้นชื่อว่ามังสวิรัต แต่นี่ก็ดูท่าจะไกลจากคำว่าผัดไทยเกินไป ไม่ว่าจะเป็น การนำ ‘เต้าหู้อ่อนมาบด’ เพื่อทำซอสผัดไทย จากนั้นปรุงรสด้วยมะขามเปียก ซอสถั่วเหลือง น้ำมันงา น้ำจิ้มไก่ (?) . จากนั้นนำไปผัดกับบร็อคโคลี หน่อไม้ฝรั่ง ข้าวโพดอ่อน กวางตุ้งฮ่องเต้ ถั่วงอก และผักกาดขาว เพิ่มสัมผัสกรุบกรอบและความสดชื่น (?) ให้แก่ผัดไทยมังสวิรัตจานนี้ … ในโลกของการทำอาหาร การปรับสูตรอาหารให้ถูกปากและถูกใจผู้คนในพื้นที่จะเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการรักษาหัวใจหลักของอาหารให้คงไว้ ซึ่งการทำผัดไทยสูตรมังสวิรัต Uncle Roger เสนอว่าหากจะเลี่ยงการใช้วัตถุดิบที่มีสัตว์เป็นส่วนผสมอย่างน้ำปลาหรือกุ้งแห้ง แค่เปลี่ยนไปใช้น้ำปลามังสวิรัต หรือเห็ดแทนก็น่าจะเพียงพอแล้ว . การรังสรรค์สูตรใหม่ แถมยังแต่งเติมวัตถุดิบมากหน้าหลายตาเข้ามา จนแทบไม่เหลือเค้าเดิม จะยังเรียกอาหารจานนี้ว่าผัดไทยได้อยู่ไหม? หรือมีใครอยากลองบ้าง … อ้างอิง JAMIE OLIVER’S WORST RECIPE YET (Veggie Pad Thai) https://www.youtube.com/watch?v=ZmmSl6WpyJM&t=661s