Skip links

Global Attraction

สยาม พารากอน ปักหมุดเวทีแฟชั่นโลก ยกขบวนแบรนด์หรูสู่รันเวย์ “World Fashion Trend Spring/Summer 2024”

ก่อนหน้านี้ เราเห็นเหล่าเซเลบริตี้คนดังไปร่วมงานแฟชันระดับโลก ทั้งยังได้เป็นเฟรนด์ ออฟ แบรนด์ และแบรนด์แอมบาสเดอร์ของลักชูรี่แฟชั่นระดับโลกแล้ว  วันนี้ ถึงคิวของเหล่าเซเลบริตี้ไทยได้กลับมาเดินเฉิดฉายอวดลุคลักชูรี่แฟชั่นไทยกันแล้ว สยามพารากอน ผนึกกำลัง สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมด้วย ธนาคารกสิกรไทย จัดงานแฟชั่นอีเว้นท์สุดอลังการ “World Fashion Trend Spring/Summer 2024” ยกขบวนเหล่านางแบบนายแบบ และเซเลบริตี้ร่วมอัพเดทคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนใหม่ล่าสุดแห่งปี 2024 จากลักชูรี่แบรนด์ระดับโลก ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน เพื่อตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางแห่งลักชูรี่แฟชั่นระดับโลกที่ครบครันที่สุด เซเลบริตี้แนวหน้าของวงการยกขบวนมาร่วมเป็นแขกคนสำคัญ และร่วมเดินแบบอวดแฟชั่นลุคสุดล้ำ จากแบรนด์แฟชั่นทั้งไทยและเทศ ในสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ ไม่ว่าจะเป็น ไบรท์-วชิรวิชญ์ ชีวอารี ในลุคจาก Burberry, ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล ในลุคจาก Fendi, บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ ในลุคจาก Prada, ฟรีน สโรชา ในลุคจาก Givenchy, จูเน่ เพลินพิชญา ในลุคจาก Miu Miu, หนุ่มๆ วง BUS อย่าง ภีม-วสุพล พรพนานุรักษ์ ในลุคจาก Saint Laurent , ขุนพล-ปองพล ปัญญามิตร ในลุคจาก Off-White และ ภู-ธัชชัย ลิ้มปัญญากุล ในลุคจาก Coach และอื่น ๆ อีกคับคั่ง พร้อมด้วย แรปเปอร์ชื่อดัง โต้ง TWOPEE – พิทวัส พฤกษกิจ ในลุคจาก Balenciaga ที่มาร่วมสร้างบรรยากาศเติมสีสันด้วยเสียงเพลง ให้การอัพเดทลุคใหม่ประจำฤดูกาลนี้สนุกสนานน่าประทับใจยิ่งกว่าที่เคย   เทรนด์แฟชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2024 นี้ ทางฝั่งแฟชั่นหญิง นำเสนอสไตล์ “Transparency” ด้วยเนื้อผ้าโปร่ง บาง ใส เผยให้เห็นความงามของสรีระด้านในแบบ

แชร์ทริคสายมูกดบัตรคอนฯ ไม่น่าเชื่อ สวดปุ๊บ กดได้ปั๊บ อะไรกันคับเนี่ย!!

ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็เอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา  “โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา” คาถาบูชาพระพิฆเนศ อันลือชื่อเรื่องความสำเร็จในทุกความปรารถนา ทั้งการเรียน การงาน การเงิน ความรัก หรือแม้กระทั่ง การกดบัตร    การกดบัตร คือ การทำสงคราม  ไม่ว่าจะบัตรคอน แฟนมีต แฟนไซน์ ลัคกี้แฟน กว่าจะได้บัตรมาแต่ละครั้ง เหล่าแฟนคลับจำเป็นต้องต่อสู้กับผู้คนจำนวนมาก ทั้งกับแฟนคลับด้อมเดียวกันที่พักศึกนอกบ้าน มาห้ำหั่นกันเอง เท่านั้น ยังไม่พอยังต้องต่อสู้กับร้านรับจ้างกดบัตรที่มักใช้บอทและเล่ห์เหลี่ยมต่าง ๆ ลัดเลาะหาช่องทางชิงบัตรจากเราไป ซ้ำร้าย ยังเสี่ยงที่จะถูกโกงเงินจากการอัพบัตรในราคาพิเศษ   แฟนคลับจึงจำต้องทำทุกวิถีทางที่จะผ่านศึกนี้ไปให้ได้เป็นผู้โชคดีที่จะได้รับชมการแสดง หรือได้พูดคุยกับศิลปินแค่เสี้ยวนาที บัตรคอนหรือสิทธิ์ที่ได้มาจึงเป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ เพื่อการนั้น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความสำเร็จอย่าง พระพิฆเนศ จึงเข้ามาเป็นความหวังของเหล่าแฟนคลับ ก่อนกดบัตร หรือลุ้นสิทธิลัคกี้แฟน เพียงท่อง “โอม ศรี คเณศายะ นะมะฮา” – คาบูชาพระพิฆเนศ พร้อม “ขอ” ที่นั่งที่ต้องการ และบรรยายรายละเอียดของผังที่นั่งและโซนราคาอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้น ตั้งใจมั่นแล้วกดบัตรที่ต้องการก็ถือว่าเป็นอันเสร็จพิธี     ในบางครั้ง อาจมีการบูชาเทพองค์อื่นที่ขึ้นชื่อในด้านที่ต่างกันร่วมด้วย เช่น พระแม่ลักษมี พระขันธกุมาร ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จมากขึ้น  อย่างไรก็ตาม ใช่ว่า การมูจะการันตีโอกาสได้บัตร 100% เพราะข้อจำกัดทางด้านเน็ต ระบบหลังบ้านของเว็บกดบัตร หรือเมื่อท่านฟังคำขอแล้ว อาจจะพิจารณาว่าอยากช่วยเราประหยัดเงิน ก็อาจจะทำให้เรามีโอกาสไม่ได้บัตรอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยสิ่งนี้ก็ช่วยเพิ่มความหวังในใจให้แก่แฟนคลับที่ตั้งตารอศิลปินมานานนับปีได้  ตอนนี้ ไลน์อัพคอนเสิร์ตที่จะจัดในปี 2024 ยาวเป็นหางว่าววว ใครมีแพลนจะไปคอนไหน อย่าลืมลองขอพระพิฆเนศดูนะ 😉

อย่าล้อเล่นกับระบบ พี่กะเทย x มวยไทย เปิดสังเวียน #สุขุมวิทซอย11 กะเทยไทย-ปินส์ยกพวกตีกัน

ในฝั่งกีฬา  “มวยไทย”  พี่กะเทยเคยฝากประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทยมาแล้ว โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงมากที่สุด หากย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว คงจะหนีไม่พ้น “ตุ้ม-ปริญญา เจริญผล” – อดีตแชมป์มวยไทยแห่งสนามมวยเวทีลุมพินี ผู้ขี้นสังเวียนชกพร้อมกับ “เครื่องสำอาง” สีสันสดใส ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากในสมัยนั้น แต่สิ่งนี้ก็มีส่วนช่วยให้พาเธอล้มนักมวยไทย และต่างชาติมาแล้วหลายราย จนได้รับโอกาสเซ็นสัญญาชก ณ ประเทศญี่ปุ่น  เธอมีจุดมุ่งหมายในการชกมวยอย่างแน่วแน่ คือเพื่อหาเงินสำหรับผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งในปีเดียวกันกับที่เธอได้แชมป์ เธอก็สามารถทำความฝันของเธอได้สำเร็จ จนเรื่องราวของเธอถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์ กวาดรางวัลและรายได้มากมายจากต่างประเทศ  ปัจจุบันตุ้มประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการมานานหลายปีแล้วแต่ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการ โดยการเปิดค่ายมวยไทยของตัวเองชื่อว่า “น้องตุ้มมวยไทยยิม” ที่บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อสอนมวยไทยให้แก่ผู้ที่สนใจแบบไม่จำกัดเพศและอายุ   ในวาระแห่งชาติ#สุขุมวิทซอย11 ราชินีสังเวียนอย่าง “ตุ้ม” ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเหตุการณ์นี้ว่า “ฉันละอยากจะฝากแม่ไม้มวยไทยให้กลับไปฟิลิปปินส์ แล้วจะรู้ว่ากะเทยไทยของแท้ ที่นี่ประเทศไทย กะเทยไทย มวยไทย ลูกๆ เข้าค่ายแม่ด่วนๆ แม่จะสอนมวยให้” เพราะ หลังไทย – ปินส์แอบหยิกหลัง วางมวยกันมาทุกการประกวดนางงาม ล่าสุด พี่กะเทยไทยหยิบวัฒนธรรม   “มวยไทย” มายกระดับซอฟต์ พาวเวอร์ไทยไปอีกขั้นอีกครั้ง เมื่อมีพี่กะเทยไทย 2 คน  ถูกกลุ่มพี่กะเทยฟิลิปินส์กว่า 20 คน รุมทำร้าย และขโมยทรัพย์สิน  พร้อมนำคลิปเหตุการณ์ ไปเผยแพร่ต่อในเชิงเหยียดหยาม เมื่อเป็นเช่นนั้น  ทีมพี่กะเทยไทย ก็อยู่เฉยไม่ได้ เกิดการรวมตัวกันแบบไม่ได้นัดหมาย หน้าโรงแรมถิ่นกะเทยปินส์  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีเข้าดูแล และพยายามส่งตัวพี่กะเทยฟิลิปปินส์ ขึ้นรถไปโรงพักทีละ  2-3 คน  พี่กะเทยไทยจึงอาศัยจังหวะนี้เข้าไปป้อนยำใหญ่ใส่สาระพัด จนกำเนิดปาฏิหารย์นางปีน นางลอย นางบินข้ามหัวหมดไม่สนยศ สนตำแหน่ง เรียกได้ว่าจะหมัดจะมวย กระบวย จะเหล็ก งัดออกมาเอาคืนกันแบบพอประมาณ (ประมาณว่าเจ็บหนักแน่) เรียกได้ว่าพี่สาวกะเทยฟิลิปปินส์พลาด มาล้อเล่นกับระบบพี่สาวกะเทยไทยที่ผ่านการฝึกรด. เขาชนไก่ และการเกณฑ์ทหารกันมาเกือบทุกคน  แถมยังพร้อมใจทำงานกันเป็นระบบ ยิ่งกว่าประกวดเชียร์ลีดเดอร์งานกีฬาสี  เพราะแค่คลิปสั้นๆ  ก็ปาไปล้านเรื่องราว คนหนึ่งเจรจาหลีกทาง หรือจะเรียกว่า ส่งสัญญาณขยิบตาเปิดศึก

ไทย เองก็เป็นได้นะ Friend of Brand ตัวพ่อ-ตัวแม่ ตัวแทนแบรนด์แฟ-ระดับโลก

หากติดตามวงการแฟชันระดับโลกในช่วง 1-2 ปีมานี้ จะเห็นได้ว่า บุคคลที่มีชื่อเสียงที่ได้เข้าร่วมงานแฟชันวีคเปิดตัวคอลเลคชันใหม่ ไม่ได้มีเพียงแค่นักแสดง นักร้อง หรือศิลปิน K-pop ชื่อดังเท่านั้น แต่เรายังเริ่มแอบเห็นเหล่า “นักแสดงไทย” ที่ถูกเชื้อเชิญไปเคียงคู่กับเหล่าเซเลบจากทั่วโลกอีกด้วย  มากไปกว่านั้น หลายแบรนด์ยังแสดงออกถึงการเริ่มให้ความสำคัญกับนักแสดงไทยขึ้นไปอีกขั้น ผ่านการแต่งตั้งให้นักแสดงไทยหลายคนเป็นเฟรนด์ ออฟ แบรนด์ (Friend of Brand) หรือ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ (Brandambassador) เพื่อโปรโมทแบรนด์ของตน โดย “เฟรนด์ ออฟ แบรนด์ (Friend of Brand)” หรือในบางครั้งจะใช้ชื่อว่า “เฟรนด์ ออฟ เฮ้าส์ (Friend of House)” จะหมายถึง บุคคลที่มีชื่อเสียง สามารถสวมใส่สินค้าของแบรนด์ร่วมงานอีเว้นท์ แฟชันวีค หรือสวมใส่ในชีวิตประจำวันได้ เช่น ‘ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์’ นักแสดงหญิงไทยคนเดียวที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Friend of Louis Vuitton , ‘เบลล่า-ราณี แคมเปน’ นักแสดงหญิงไทยคนแรกที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น Freind of Fendi  การได้รับโอกาสก้าวเข้ามาเป็น เฟรนด์ ออฟ แบรนด์ ของครอบครัวแบรนด์แฟชันต่าง ๆ ก็นับได้ว่าเป็นเกียรติมากแล้ว  แต่ในบางครั้ง หาก เฟรนด์ ออฟ แบรนด์ ได้ร่วมงานกับแบรนด์หลายครั้ง ก็มีสิทธิ์ที่จะได้เลื่อนขั้นเป็น “แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ (Brand ambassador)” หรือ”เฮ้าส์ แอมบาสซาเดอร์ (House Ambassador)” ซึ่งหมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวแทนของแบรนด์ในประเทศ เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ในประเทศ ส่วนในระดับโลก จะเป็นหน้าที่ของ โกลบอล แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ (Global Brand Ambassador)    ล่าสุด Gucci เพิ่งประกาศให้ กลัฟ คณาวุฒิ เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ชายคนแรกของไทยอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนที่สองของไทย ต่อจากใหม่ ดาวิกา

คนไทยเสียดายแทน Taylor Swift พลาดแล้ว ไม่ยอมมาเล่นคอนเสิร์ตดีย์ๆ ในไทย 🥹🥲

เป็นประเด็นร้อนอย่างต่อเนื่อง สำหรับคอนเสิร์ต ‘The Eras Tour’ ของศิลปินสาวเบอร์หนึ่งจากแผ่นดินสหรัฐฯ อย่าง “Taylor Swift” ที่ล่าสุดบินลัดแผ่นฟ้ามาหาแฟนๆ ชาว ‘Swifties’ ณ ประเทศสิงคโปร์ ด้วยการแสดงคอนเสิร์ตกว่า 6 รอบ ตั้งแต่วันที่ 2 – 4 และ 7 – 9 มีนาคม 2567 เดิมที การทัวร์คอนเสิร์ตของนักร้องสาวเจ้าของรางวัลแกรมมี่อวอร์ดกว่า 14 รางวัล ดูเหมือนจะไม่มีประเด็นเผ็ดร้อนอะไร กระทั่งเมื่อ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยว่า สิงคโปร์จ่ายเงินให้กับผู้จัดคอนเสิร์ตราวๆ 500 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไข ห้ามมิให้ยอดศิลปินหญิงผู้นี้จัดแสดงคอนเสิร์ตที่อื่นใดในเอเชีย ซึ่งนายกเศรษฐา ได้แสดงทัศนะไว้ว่า “…ถ้ารู้งี้ผมว่าผมดีลมาประเทศไทย ต่อโชว์ต่ำกว่า 2 ล้านเหรียญอีก ผมมั่นใจว่าเขาสามารถดึงดูดสปอนเซอร์ได้ เขาสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาได้ที่เมืองไทยเยอะกว่า…”   ทั้งนี้ ตัวแทนจากทางการสิงคโปร์ ได้ออกมาตอบโต้ว่า มีการจ่าย ‘เงินสนับสนุน’ จริง แต่ไม่ได้เยอะขนาดนั้น ส่วนตัวเลขที่แท้จริงก็ยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจน ประเด็นดังกล่าวนี้ก็เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง กระทั่งทำให้หลายฝ่ายห่วงว่า ‘ศึกชิงนาง’ ในครั้งนี้ อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนหรือไม่? อย่างไรก็ดี งานนี้ดูเหมือนว่า นอกจากพระศุกร์เข้า แล้วยังจะมีพระเสาร์แทรกอีกด้วย เมื่อ ‘ศึกชิงนาง’ ยังไม่ทันวาย ซ้ำร้าย ‘ศึกชิงตั๋ว’ ก็เข้ามาสมทบ เมื่อมีชาวเน็ตกลุ่มหนึ่งติดแฮชแท็ก #buybybei ซึ่งพูดถึงกรณีของผู้บริโภคบางรายที่ซื้อตั๋วกับร้านรับกดบัตรในโซเชียล แต่ปรากฎว่า เมื่อสแกนตั๋วก่อนจะเข้างาน พบว่า มีบุคคลอื่นได้สแกนเลขที่นั่งของตั๋วดังกล่าวไปแล้ว มิหนำซ้ำ บางเลขที่ของตั๋วยังมีผู้มาแสดงความเป็นเจ้าของกว่า 8 ราย   กระนั้นก็ตาม ในมิติทางเศรษฐกิจก็คงต้องบอกว่า สิงคโปร์รับประโยชน์ไปเต็มๆ โดยสำนักข่าว CNBC ได้รายงานว่า ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของ Maybank วิเคราะห์ว่าคอนเสิร์ต Taylor Swift สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวแก่สิงคโปร์ได้ราวๆ 260.3 –

1 มิถุนา มาแน่ Bangkok Pride Festival 2024: Celebration of Love เตรียมฉลองสมรสเท่าเทียมให้กระหึ่มกรุงเทพ

ภาพความประทับใจของฝูงชนนับหลายหมื่นที่ร่วมเดินขบวนในงาน Bangkok Pride Parade  2023 กำลังจะกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะเป็นการกลับมาในแบบที่รับรองได้ว่าสุดปังอลังการกว่าที่เคย นับถอยหลังเตรียมตัวให้พร้อมกับ “Bangkok Pride Festival 2024: Celebration of Love” เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ที่ผ่านมา “Bangkok Pride Festival 2024” จัดงานแถลงข่าวสปอยล์ความน่าตื่นเต้นที่เราจะได้เห็นในปีนี้ ซึ่งจะเกิดจากความร่วมมือของ นฤมิตไพรด์และกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคมและภาคเอกชน ร่วมกันเนรมิตถนนพระราม 1 ให้กลายเป็น “ถนนสีรุ้ง” – พื้นที่สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมแห่งความเท่าเทียมสำหรับ LGBTQIAN+ ทั่วทุกมุมโลก  ภายใต้แนวคิด “Celebration of Love” เพื่อนับถอยหลังสู่การเฉลิมฉลองการใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในปี 2024 และขับเคลื่อนให้เยาวชน LGBTQIAN+ เป็นตัวแทนนำเสนอภาพความพร้อมและคุณสมบัติของประเทศไทยที่พร้อมจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok World Pride ปี 2030 “วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร” – ประธานและผู้ก่อตั้ง นฤมิตไพรด์ กล่าวว่า บางกอก ไพรด์ เฟสติวัล 2024 (Bangkok Pride Festival 2024)” จะยังคงยึดเจตนารมณ์การเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความหลากหลายและความรักที่ไม่มีข้อจำกัด เพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับในสังคม  “การจัดงาน Bangkok Pride Festival 2024 มีแกนหลัก คือ การสนับสนุนและผลักดันให้มีการยอมรับสมรสเท่าเทียมในสังคมไทย หากกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ก่อนสิ้นปี 2567 นี้ ไทยจะเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อนุญาตให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศแต่งงานกันอย่างถูกกฎหมาย เสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศและสอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน”  “ปีนี้ (นฤมิตไพรด์) จึงจัดในธีม Celebration of Love : นับถอยหลังพร้อมกันเพื่อสมรสเท่าเทียมด้วย อยากให้เคาท์ดาวน์ไปพร้อมๆ กัน ด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อความหมาย ความหวัง ความพยายาม สนับสนุนและผลักดันให้กฎหมายสมรสเท่าเทียมกลายเป็นความจริง และเกิดการยอมรับในสังคมไทย” “พร้อมตั้งเป้าเข้าร่วมเป็นเครือข่าย Rainbow Cities

Adidas x Bob Marley รองเท้ารุ่นพิเศษ จากผู้เป็นมะเร็งนิ้วเท้า กล้าซื้อใส่กันไหม!?

สายเขียวว่าไงงง หลังจากมีข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า Adidas เตรียมเปิดตัวรองเท้าวิ่งตัวใหม่ในรุ่น SL 72 ด้วยคอนเซ็ปต์แบบย้อนยุค และที่สำคัญยังเป็นการคอลแลบกับ Bob Marley ตำนานเร็กเก้ราชันย์สัญชาติจาไมก้า โดยภาพตัวอย่างรองเท้ารุ่นพิเศษนี้ถูกเปิดเผยจาก Zuri Marley ผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวของตำนานผู้ล่วงลับ ผ่านช่องทาง TikTok ส่วนตัว    สำหรับความโดดเด่นของ Adidas SL 72 x Bob Marley รุ่นนี้คือ มีการประทับรูปของ Bob Marley ไว้ที่ลิ้นของรองเท้า ส่วนพื้นรองเท้าก็มีสีเขียว, เหลือง และแดง อันเป็นสีประจำชาติของชาวเร็กเก้ อีกทั้งยังมีลายเซ็นสีเหลืองทองของตำนานสันติภาพสลักไว้บริเวณส้นรองเท้าด้านนอก แม้จะยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากค่ายสามแถบอย่างเป็นทางการ รวมถึงราคาก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ทว่าทาง Complex สื่อบันเทิงและไลฟ์สไตล์ชื่อดัง คาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวให้เหล่าผู้ศรัทธาศาสดาเอกแห่งแนวเพลงอันรื่นรมย์ ได้ครอบครองบูชาในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง   ทั้งนี้ Bob Marley นับว่าเป็นศิลปินที่ชื่นชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งในระยะสุดท้ายของชีวิต Bob Marley ป่วยเป็นมะเร็งผิวหนังบริเวณนิ้วเท้า ต่อมา เขาประสบอุบัติเหตุอย่างหนักจากการเล่นฟุตบอล แม้จะมีเรื่องที่ถกเถียงกันว่า เขาเป็นมะเร็งก่อนหรือหลังประสบอุบัติเหตุ ทว่าการปฏิเสธการรักษา โดยมุ่งหน้าแสดงดนตรีและเล่นฟุตบอลต่อไปของเขา ยิ่งส่งผลร้ายต่อร่างกายก็เป็นสิ่งที่มีมูลต่อวาระแห่งชะตากรรม การจะผลิตรองเท้ารุ่น Bob Marley ผู้เป็นมะเร็งนิ้วเท้าออกมา ต่างชาติอาจจะไม่ติดใจอะไร แต่เรื่องแบบนี้คนไทยเขาค่อนข้างถือกัน แต่ก็ไม่แน่นะ สาวก Bob Marley ในบ้านเรา อาจจะมีศรัทธาที่อยู่เหนือธรรมเนียมใดๆ    แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ กล้าซื้อมาใส่ไหม!?

ศิลปินมรดก(ข้น)อีสาน ใครควรเป็นคนต่อไป?

ขอแสดงความยินดีแก่บรรดาศิลปินมรดกอีสาน เนื่องในโอกาสที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. มอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน ประจำปี พ.ศ. 2567  ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบแด่ศิลปินถิ่นอีกสาน ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ ด้วยการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมสู่ระดับประเทศ  โดยในปีนี้ รายชื่อที่จุดกระแสความสนใจจากสังคมได้ไม่น้อยเลยคือ ‘สุเทพ โพธิ์งาม’ หรือ “ป๋าเทพ” นักแสดงตลกรุ่นใหญ่ผู้คร่ำหวอดในวงการแสงสีมาหลายสิบปี จนเปรียบดังครูตลกที่คอมเมดี้ยุคหลังต้องศึกษาเรียนรู้ อีกหนึ่งรายชื่อซึ่งเป็นพูดถึงไม่แพ้กันคือ เจ้าของสมญานาม ‘ตำนานเพลงเพื่อชีวิตรุ่นที่ 3’ อย่าง “พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” นักร้อง / นักแต่งเพลง ผู้มีเพลงฮิตมากมาย ทั้งยังครองใจแฟนเพลงมาทุกยุคทุกสมัย   นอกจากนี้ ยังมีรายนามที่หลายคนคุ้นเคย อาทิ ศรชัย เมฆวิเชียร (นักร้องลูกทุ่ง), ธงชัย ประสงค์สันติ (ผู้จัดละคร)  และรายชื่ออื่นๆ ที่สร้างคุณูปการแก่แวดวงต่างๆ อาทิเช่น บุญจัน ชูชีพ (หมอลำกลอนทำนองพุทไธสง), บุญชื่น บุญเกิดรัมย์ (การแสดง), ภัฎ พลชัย (ประติมากรรม), ไชยา วรรณศรี (วรรณกรรมร่วมสมัย) ฯลฯ    แน่นอนว่า รางวัล ‘ศิลปินมรดกอีสาน’ ย่อมเป็นการยกย่องเกียรติคุณแด่ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางมานานหลายสิบปี ทว่าหากลองพิจารณาถึงวงการศิลปวัฒนธรรมแห่งดินแดนที่ราบสูง จะพบว่า ‘pop culture’ จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือครองส่วนแบ่งทางการตลาดระดับประเทศอยู่พอสมควร จากการทำงานของศิลปินหลากหลายแขนง  และหากจะกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว มีจำนวนมากที่อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ผลักดัน soft power จากฝั่งอีกสานให้ก้าวขึ้นสู่ระดับชาติ และอาจเป็นตัวแทนทีมชาติไปโปรยเสน่หาในระดับสากล ไม่ว่าเป็นสิงโต นำโชค หรือ โจอี้ ภูวศิษฐ์ ศิลปินที่ผสานกลิ่นไอความเป็นไทย-ลาว เข้ากับดนตรีร่วมสมัย จนโด่งดังไปทั่วราชอาณาจักร หรือแม้แต่ ก้อง ห้วยไร่ ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้จัดเฟสติวัลสร้างความคึกคักในระดับภูมิภาค ทั้งยังเป็นการยกระดับชาติตระกูลเทศกาลรื่นเริงสำเนียงม่วนจอยไปสู่สเกลมาตรฐาน   ในวงการภาพยนตร์ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะ ‘จักรวาลไทบ้าน’ ที่ตอนนี้คงต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ระดับประเทศแล้ว หากแต่กำลังดีดตัวสู่เวทีระดับนานาชาติ ด้วยผลงาน “สัปเหร่อ” ที่ยกธงนำขบวนภาพยนตร์ไทยสู่สายตาชาวโลก ยังมีอีกหลายรายนามเกินจะกล่าวอย่างทั่วถึง ทั้งศิลปินอีสานที่เผยแพร่ศิลปะบ้านเกิดสู่คนทั้งประเทศ รวมถึงสู่ทั้งโลก ฉะนั้น

8 ชาติแชมป์โลก เปิดศึกดวลแข้งฟุตบอลโลกวัยเก๋า อองรี, โรนัลดินโญ่, โอเว่น ฯลฯ ตำนานมากันเพียบ

เตรียมตัวย้อนความทรงจำไปกับแข้งระดับโลก เมื่อ Elite Players Group (EPG) ประกาศว่ากลางปีนี้ จะมีการจัดฟุตบอลโลกสำหรับอดีตนักเตะรุ่นอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยทัวร์นาเมนต์นี้ จะให้สิทธิแก่ชาติที่เคยได้แชมป์โลกมาก่อนเท่านั้น ประกอบไปด้วย บราซิล, เยอรมนี, อิตาลี, อาร์เจนติน่า, ฝรั่งเศส, อุรุกวัย, อังกฤษ และสเปน แน่นอนว่า ไฮไลท์สำคัญต้องอยู่ที่อดีตดาวเตะระดับโลก ที่เรียกได้ว่าคัดมาแต่ตัวดังๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ อย่าง ไมเคิ่ล โอเว่น, ฟาบิโอ คันนาวาโร่, ริวัลโด้, โรนัลดินโญ่ และกาก้า หรือที่แฟนบอลคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดี เช่น สตีฟ แม็คมานามาน, โจ โคล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, โรแบร์โต้ คาร์ลอส, มาร์กอส คาฟู, เธียร์รี่ อองรี, มาร์กแซล เดอไซญี่, ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ, การ์เลส ปูโยล, ดีเอโก้ ฟอร์ลัน และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ในเมื่ออายุปูนนี้กันแล้ว จะให้แข่งกัน 90 นาทีก็กระไรอยู่ ฝ่ายจัดการแข่งขันจึงลดให้เหลือ 70 นาที และมีพักครึ่งให้ 15 นาทีเหมือนปกติ   ทั้งนี้ แต่ละทีมชาติสามารถลงทะเบียนนักเตะได้ไม่เกิน 18 คน / ทีม  แต่รายชื่อนักเตะที่มีสิทธิลงทะเบียนต้องผ่านการรับใช้ทีมชาติมาก่อน หรือไม่ก็ต้องลงเล่นในลีกระดับสูงมาไม่ต่ำกว่า 100 นัด ส่วนในการแข่งขันก็สามารถเปลี่ยนตัวได้เต็มอัตรา และตามรายงานของ David Coverdale จาก Daily Mail กล่าวว่า ทัวร์นาเมนต์นี้จะจัดขึ้นในฤดูร้อนที่จะถึงนี้ โดยมีอังกฤษเป็นเจ้าภาพ ซึ่งการประชันเพลงแข้งของรุ่นลายครามจะเริ่มขึ้นหลังจากรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (1 มิ.ย.) และจะเริ่มการแข่งขันก่อนศึกยูโร 2024 ในเยอรมนีจะคิกออฟ (14 มิ.ย.) EPG Cup

เพศหญิงก็ไม่ใช่…เพศชายก็ไม่เชิง คำนำหน้าชื่อ และ Gender X จะช่วยแก้ปัญหา หรือ เพิ่มปัญหา?

ปัญหาที่กลุ่ม LGBTQIA+ ต้องเผชิญปัญหาหนึ่งคือ ทุกครั้งที่ต้องบ่งบอกระบุเพศในเอกสารทางการ และในเอกสารนั้นมีให้เลือกแค่เพศชาย-หญิง แต่ทว่าสำหรับคนที่ไม่ใช่ทั้งผู้ชาย และไม่ใช่ทั้งผู้หญิง เมื่อจำเป็นต้องเลือก จึงส่งผลให้เกิดสถานการณ์ที่สร้างความกระอักกระอ่วนอยู่ไม่น้อย เพราะไม่รู้จะใช้เพศอะไรดี และปัญหาดังกล่าวยังรวมไปถึงปัญหาเรื่องคำนำหน้าชื่อ ซึ่งบางครั้งก็ชวนปวดหัว และอาจสร้างความอับอายได้เช่นกัน โดยหนึ่งในทางออกที่หลายประเทศเลือกใช้ในการบ่งบอกระบุเพศที่หลากหลายคือ การใช้ “Gender X” อันเป็นสัญลักษณ์ของ ‘ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในกล่องระบุเพศที่มีแค่ชายกับหญิง’ สิ่งนี้เป็นทางออกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการระบุเพศ หรือรู้สึกว่าไม่สามารถนิยามตัวตนได้ด้วยเพศชาย-หญิง ซึ่งในปัจจุบัน ประเทศที่เลือกใช้ Gender X ในหนังสือเดินทาง (Passport) มีมากกว่า 17 ประเทศ อาทิ เม็กซิโก สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา ออสเตรีย ออสเตรเลีย แคนาดา โคลอมเบีย มอลตา นิวซีแลนด์ ปากีสถาน และอื่นๆ นอกจากนี้ ในบางประเทศยังมอบเจตจํานงอิสระสำหรับ ‘คำนำหน้าชื่อ’ ซึ่งในแต่ละประเทศมีเงื่อนไขที่แตกต่างกัน บางที่ให้เลือกใช้ได้ตามเพศสภาพ แต่คำว่า “เพศสภาพ” ในความหมายของแต่ละประเทศก็ตีความต่างกันอีก บางแห่งมีเงื่อนไขเยอะ บางที่มีเงื่อนไขน้อย ก็ว่ากันไป หรือในบางดินแดนก็มอบสิทธิให้เต็มที่ ถ้าหากคุณไม่ต้องการใส่คำนำหน้าชื่อก็ย่อมได้ แบบนี้ก็มีด้วยเช่นกัน อย่างไรเสีย ความเปลี่ยนแปลงนี้ หากมองโดยผิวเผินอาจจะดี แต่เมื่อนำมาปฏิบัติจริงแล้วก็พบปัญหาอยู่เหมือนกัน เฉพาะอย่างยิ่งในหนังสือเดินทาง เพราะอย่าลืมว่าขณะนี้มีเพียง 17 ประเทศเท่านั้นที่มี Gender X ในเอกสารทางการ เมื่อผู้ที่มี ‘เพศสภาพ’ ต่างจาก ‘เพศกำเนิด’ พกพา Gender X มาในหนังสือเดินทางและสัญจรมายังประเทศที่ไม่มีสัญลักษณ์นี้ในเอกสารดังกล่าว เมื่อนั้นก็สร้างความสับสน งงงวย แก่เจ้าหน้าที่กันเป็นแถบ บางครั้งกว่าจะปล่อยให้เข้าประเทศได้ ก็กินเวลาใช่ย่อย และยิ่งไม่มีคำนำหน้าชื่อ ก็ยิ่งมึนตึ้บกันไปใหญ่ ปัญหานี้เกิดขึ้นจริง และส่งผลกระทบต่อการขอวีซ่า ทั้งยังเป็นการขัดขวางโอกาสในการย้ายถิ่นฐานเพื่อขยายโอกาสทางเศรษฐกิจ ศาสนา หรือความเป็นอยู่ชีวิต สำหรับประเทศไทย มีการพูดถึงทั้งเรื่อง ‘คำนำหน้าชื่อ’ และ ‘Gender X’ อยู่ในร่าง พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม ซึ่ง ณ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกรรมาธิการฯ อีกไม่นานคงได้เห็นความกระจ่างในการผลักดันสองเรื่องนี้ว่าจะเป็นไปในแนวทางไหน?