Skip links

Global Attraction

เกินไปมั้ย BABYMONSTER ปล่อยเพลงใหม่ไป 2 วัน คนดู 42 ล้านวิว+ คอมเมนต์หลักแสน!!!

สงสัยคงเป็นพลังความคิดถึงของแฟน ๆ ที่ได้เห็นน้อง “อาฮยอน” กลับมา ไฮโน๊ตปังๆ แร็พสับๆ เติมเต็ม  BABYMONSTER ให้ครบ 7 คนอีกครั้ง หรือถ้าใครคิดถึงสองสาวแทกุกไลน์ “แคนนี่-ชิกิต้า” และ “แพร-ภริตา” ก็ต้องบอกเลยว่า ทั้งสองคนยังคงมาฟาดเสน่ห์แบบจึ้งจิตจึ้งใจให้แฟน ๆ ชาวไทยหายคิดถึงกันอย่างแน่นอน  สามารถรับฟังและรับชมเพลง “SHEESH” ได้แล้วที่ https://www.youtube.com/watch?v=2wA_b6YHjqQ

Summer Sonic Bangkok 2024

หลังจากไม่กี่วันก่อนมีการประกาศ Lineup ศิลปินบางส่วนที่จะมาแสดงในงาน Summer Sonic Bangkok 2024 ปรากฏว่ามี BODYSLAM วงร็อคระดับแถวหน้าของเมืองไทยเป็นหนึ่งในรายชื่อที่อยู่ในลิสต์ ทั้งยังประกบกับ special guests อย่าง BABYMETAL วงไอดอลชื่อดังแนวคาวาอีเมทัลสัญชาติญี่ปุ่น พร้อมด้วย  F.HERO แร็ปเปอร์เบอร์ต้นๆ ของบ้านเรา   โดยก่อนหน้านี้ ศิลปินทั้งสามรายนามได้ร่วมงานกันมาแล้วในเพลง LEAVE IT ALL BEHIND –  F.HERO x BODYSLAM x BABYMETAL https://www.youtube.com/watch?v=7rdc-QV6P6s…  ซิงเกิ้ลพิเศษที่ผสมผสานความเป็นไทยกับญี่ปุ่นเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งความดุเดือดในพาร์ทดนตรีที่เรียกได้ว่าซัดเต็มข้อในแบบที่ไม่ได้เห็นมานานแล้วจากวง BODYSLAM (ในไลน์กีต้าร์แอบมีกลิ่นไอพิณลูกทุ่ง-หมอลำอยู่ด้วยนะ) และการเรียงร้อยถ้อยคำภาษาไทยอย่างวิจิตรตามสไตล์ F.HERO รวมถึงความสดใสน่ารักคาวาอี้เดสก๊ะ จาก BABYMETAL วงไอดอลที่นำความเป็น j-rock มาผสานกันอย่างลงตัว เพลงนี้หลังจากปล่อยออกมาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน ก็ได้รับกระแสตอบรับและคำชื่นชมจากแฟนเพลงทั้งไทย ญี่ปุ่น และชาติอื่นๆ อยู่ไม่น้อย   โปรเจกต์นี้นับว่าเป็นการสานสัมพันธ์ทางดนตรีระหว่างไทยกับญี่ปุ่นอีกครั้ง และยังถือว่าต่อยอดความสำเร็จจากเพลง PA PA YA!! ผลงานของ BABYMETAL ที่ F.HERO ได้ไปร่วม featuring มาเมื่อปี 2019 โดยขณะนี้ยอดวิวใน YouTube ปาเข้าไป 45 ล้านวิวแล้ว https://youtu.be/oO7Y8NsnkRg?si=pHQ8xw9JGuHDR1EY และมากไปกว่านั้น F.HERO ยังได้เป็นแขกรับเชิญพิเศษในคอนเสิร์ตของ BABYMETAL เมื่อครั้งที่วงไอดอลคาวาอีเมทัลมาโชว์ฝีมือในประเทศไทย รวมถึงการแสดงของ BABYMETAL ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย   นอกจากนี้ งานดนตรี Summer Sonic Bangkok 2024 ที่กำลังจะถึงในอีกไม่นาน ยังเป็นครั้งแรกที่จัดนอกประเทศญี่ปุ่น อันเป็นมาตุภูมิของงานดนตรีดังกล่าว อีกทั้งยังเป็นการเชื่อมสัมพันธ์การจัด Festival ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นด้วย ฉะนั้นแล้ว โชว์ของ BODYSLAM ซึ่งมี F.HERO และ BABYMETAL เป็นแขกรับเชิญพิเศษ

เพลงเทคโนแห่งเบอร์ลิน – ร่องรอยซอฟต์ พาวเวอร์ในมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้

ส่วนใหญ่แล้ว มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้มักเป็นวัฒนธรรม ประเพณีหรือวิถีชีวิตที่ให้ความรู้สึกแบบดั้งเดิมมากกว่า ซึ่งผ่านการบ่มเพาะมาเป็นระยะเวลานาน จนสามารถเป็นตัวแทนให้แก่ประเทศนั้น ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นปี่สก็อตของสก็อตแลนด์ หรืออย่างล่าสุด “สงกรานต์ไทย” ที่ถูกรับรองไปเมื่อไม่นานนี้   ทว่า ไม่เพียงแต่วัฒนธรรมดั้งเดิมเท่านั้นที่จะสามารถเป็นตัวแทนของประเทศได้ แต่ในบางครั้ง วัฒนธรรมสมัยใหม่ก็สามารถทำหน้าที่นั้นได้ด้วยเช่นกัน เมื่อ 13 มี.ค. 2024 ที่ผ่านมา ยูเนสโก ประกาศยก แนวเพลงเทคโนในพื้นที่เบอร์ลิน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของประเทศเยอรมนี ซึ่งนับได้ว่าเป็นก้าวสำคัญของวงการเทคโนในเบอร์ลิน หลังรณรงค์กันมานานกว่าสิบปี   จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้อาจจะต้องย้อนกลับไป ตั้งแต่ช่วงสงครามเย็น ที่นอกจากการแบ่งแยกพื้นที่ประชาธิปไตยและคอมมิวนิสต์ในทางกายภาพแล้ว “ดนตรีป็อป” ยังเป็นอีกหนึ่งวัฒนธรรมสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการแบ่งแยกแนวความคิดเหล่านี้อย่างชัดเจนอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการพยายามต่อสู้กันผ่านซอฟต์พาวเวอร์ที่แต่ละฝ่ายมี แทนการใช้อาวุธสงครามโจมตีกันอย่างในช่วงสงครามโลก โดยครึ่งแรกของทศวรรษ “ดนตรีร็อก” เป็นแนวเพลงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการสื่อสารแนวคิดเหล่านี้ในพื้นที่ต่างๆ ประเทศเยอรมนี เองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เต็มไปด้วยร่องรอยของซอฟต์พาวเวอร์นี้ ทำให้เนื้อเพลงเยอรมนีสองฝั่งกำแพงเบอร์ลินในช่วงยุค 80 แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยที่ฝั่งตะวันตกมักจะมีเพลงที่สื่อถึงเสรีภาพและประธิปไตย ในขณะที่ฝั่งตะวันไม่เป็นเช่นนั้น แม้ฝั่งตะวันออกจะรับอิทธิพลทางดนตรีมาบ้าง แต่เนื้อเพลงก็จะพูดถึงเรื่องอื่นแทน   ก่อนที่ในช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ ดนตรีเทคโน เริ่มกลายเป็นแนวเพลงที่มีอิทธิพลกับเยอรมนีมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะหลังกำแพงเบอร์ลินพังทลายลงในปี 1989 เนื่องจาก ดนตรีเทคโนเป็นแนวเพลงที่เกิดจากการสังเคราะห์เสียงด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แถมยังไม่มีเนื้อร้อง มันจึงไม่มีทางสื่อความหมายหรือสอดแทรกแนวคิดทางการเมือง “มันจึงสื่อถึงอะไรก็ได้ ตามแต่ที่ผู้ฟังต้องการ เมื่อกำแพงที่ขวางกั้นสิ้นสุดลง พื้นที่อาคารร้างเมืองเบอร์ลินถูกจับจองจากเหล่าหนุ่มสาว ผู้โหยหาเสรีภาพจากทั้งสองฟากฝั่งที่มารวมตัวกัน เพื่อสังสรรค์และเพ้อฝันถึงชีวิตในอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น พร้อมเปิดเพลงแนวเทคโนที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงนั้น จนก่อเกิดคลับแนวเพลงเทคโนจำนวนมาก   ณ ห้างสรรพสินค้าร้างแห่งหนึ่งในเมืองฝั่งตะวันออก มีคลับเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ชื่อ Tresor เชื้อเชิญโปรดิวเซอร์แนวเพลงเทคโนจากเมืองดีทรอยต์  รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองต้นกำเนิดแนวเพลงเทคโนมาเล่นที่เบอร์ลิน ยิ่งทำให้เพลงแนวนี้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จนท้ายที่สุด ในขบวนเฉลิมฉลอง ‘Love Parade’ มีการเปิดเพลงเทคโนไปทุกหนแห่ง ส่งเสียงเปลี่ยนให้เบอร์ลินกลายเป็นเมืองแห่งเพลงเทคโนมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ไม่ว่าจะอยู่มุมไหน หรือจะเช้าตรู่ขนาดไหน เราก็สามารถฟังเพลงแนวเทคโนในเบอร์ลินได้เสมอ   การได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกจึงเป็นเหมือนการการันตีความปลอดภัยให้แนวเพลงเทคโนไปอีกขั้น เพราะ แนวเพลงเทคโนของเบอร์ลินจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากขึ้น หลังต้องเผชิญกับ “วิกฤตการเที่ยวคลับ” ในช่วงโควิด-19 ที่ส่งผลให้ค่าเช่าที่และค่าจ้างพุ่งสูงขึ้น สวนทางกับรายได้จากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาฟังเพลงเทคโนที่เบอร์ลิน รวมถึง คลับแนวเพลงเทคโนต่างๆ จะยังได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น ภายใต้กฎหมายการวางผังเมืองอีกด้วย   แม้ดนตรีเทคโนจะไม่มีเนื้อร้อง

#อากาเซติดCool ซ้อมกดพัดลมฮาตาริ สู้ความฮอตแบมแบม

กดบัตรคอน ไม่ กดพัดลมฮาตาริไปคอน ใช่   หลังครั้งก่อน “แบมแบม” เลือกประเดิมจัด “#BamBamAREA52inBKK” – คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งแรกในไทยที่ธันเดอร์โดม สเตเดียม ทำเอาความฮ็อตของสภาพอากาศไทยร้อนแรงมากกว่าเดิม   จนช่วงทอล์ค “BamBam” แอบบ่นปนเป็นห่วงปนสปอยล์กับ อากาเซ หรือ เหล่านกเขียว (ชื่อภาษาไทยของกลุ่มแฟนคลับวง GOT7) ไว้ว่า   “อยากจะย้ายไปจัดคอนที่อื่น แต่ถ้าย้ายไปราชมังก็คงร้อนเหมือนกัน งั้นเราติดแอร์ในราชมังดีมั้ย ว่าแต่ใครจะมาติดให้ครับเนี่ย”   นึกว่าจะพูดแซวเล่นกับแฟนคลับ แต่ต่อมาแบมแบมก็ประกาศ #BAMBAMENCOREAREA52INBKK ที่จะจัดขึ้นในราชมังจริง ๆ ในวันเสาร์ 4 พฤษภาคม 2024   เมื่อการจัดคอนในราชมังเกิดขึ้นแล้ว ลำดับต่อไปคงต้องมีสปอนเซอร์ใจดีมาติดแอร์ให้แล้ว   แต่ดูท่าว่า การติดแอร์อาจจะยากไปสักนิด   @Hatari เค้าเลยเอาใจเหล่านกเขียว ด้วยการออกพัดลมลิมิเต็ดลิมิใจ “HandyWind Max Limited Edition” สี Lime Green แบบเขียวตะโกนให้ #อากาเซติดCool ไว้เปิดดับร้อนตลอดจนจบคอนแทน   ตอนนี้ สามารถวอร์มนิ้วซ้อมกดจองพัดลมรุ่นนี้ ก่อนกดบัตรคอนแบมแบมได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2024 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ราคา 368 บาท ที่  https://ahgase.hatari.co.th    ถ้าใครอยากได้ ก็อาจจะต้องรีบนิดนึง เพราะขอแอบกระซิบว่า พลังของเหล่านกเขียวนั้นไม่ธรรมดา แค่ตอนเปิดจองช่วงแรก เว็บฮาตาริถึงกับล่มกันเลยทีเดียว   บรรยากาศแบบนี้ แทบจะเหมือนซ้อมกดบัตรคอนเลยนะเนี่ย

เอางี้จริงดิ KOCCA!!! เปิดมุมมอง “เกมท้าตาย” ท้าทายขนบ Soft Power

แม้ซีรีส์เรื่อง “เกมท้าตาย (Death’s Game)” จะจบไปตั้งแต่เมื่อต้นปีแล้ว แต่ซีรีส์เรื่องนี้ยังคงถูกพูดถึงอยู่ตลอด ซึ่งต้องยอมรับเลยว่าทางเราเพิ่งมีโอกาสได้ดูเมื่อไม่นานนี้ แต่ก็ต้องสะดุดตากับโลโก้องค์กรต่าง ๆ ตั้งแต่วินาทีแรก ไม่ว่าจะเป็น   Ministry of Culture, Sports and Tourism รวมถึง Korean Film Council (kofic) และ “Korea Creative Content Agency (KOCCA)” ซึ่งอยู่ภายใต้การสนับสนุนของกระทรวงวัฒฯ   จะเรียกว่าแปลกก็ไม่เชิง แต่จะว่าปกติก็ไม่ใช่ เพราะจากประสบการณ์การดูซีรีส์มาหลายเรื่อง ส่วนใหญ่แล้วตำแหน่งนี้มักจะเป็นโลโก้ค่ายผู้ผลิต หรือโลโก้แอพสตรีมมิง   ส่วนชื่อผู้สนับสนุนหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องอื่นๆ จะอยู่ในเครดิตส่วนท้ายเรื่อง และน้อยครั้งมากที่จะมีชื่อองค์กรปรากฎตั้งแต่วิแรกแบบนี้ (หรืออาจจะมีแล้วเราแค่ไม่รู้…)   การที่กระทรวงวัฒฯ ทำเช่นนี้จึงนับได้ว่าเป็นการประกาศตัวครั้งสำคัญที่น่าจับตามองเป็นอย่างมาก เพราะเราต่างก็ทราบกันดีว่ารัฐมีองค์กรที่อยู่เบื้องหลังกระแสฮันรยู หรือ K-Wave มาโดยตลอด   ต่างจากครั้งนี้ที่กระทรวงวัฒฯ ดูจะกำลังแสดงตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ KOCCA ที่เป็นคีย์หลักของการสนับสนุนคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของเกาหลีใต้มาเสมอ   ทว่า ในแต่ละปี เกาหลีก็ผลิตซีรีส์ออกมาตั้งเยอะ แต่ทำไม KOCCA ถึงเลือกซีรีส์เรื่องนี้ที่แค่เห็นชื่อก็รู้แล้วว่าไม่น่าอภิรมย์สักนิด แทนที่จะเลือกซีรีส์รักสดใสหรือส่งออกวัฒนธรรมเกาหลีบางอย่าง ดังที่องค์กรอื่นทำกันมา    เจ้าความไม่น่าอภิรมย์ของ Death’s Game นี่แหละที่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ KOCCA สนใจเรื่องนี้   โดย Death’s Game เป็นเรื่องราวของ “ชเวอีแจ” (รับบทโดยซออินกุก) หนุ่มชีวิตอาภัพที่พยายามบอกลาโลก เพื่อจบปัญหาล้านแปดที่รุมล้อมตัวเขา   “ยมทูตแห่งความตาย” (รับบทโดย พัคโซดัม) จึงลงโทษเขาด้วยการให้เขากลับชาติมาเกิดใหม่ในร่างของผู้คนที่ใกล้จะตาย 12 คน ไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐี นักเรียนที่ถูกบูลลี่ นักโทษในเรือนจำ นายแบบตัวท็อป หรือแม้กระทั่งเด็กทารก เพื่อหาทางหลีกเลี่ยงการตายของทั้ง 12 ครั้ง ซึ่งถ้าเขาทำได้ เขาก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในร่างนั้นได้จนสิ้นอายุขัยตามธรรมชาติ    ด้วยความคาดหวังจากการเปิดโลโก้

(CW: สัตว์เลื้อยคลาน ตัวเงินตัวทอง)

จาก พี่เงินพี่ทอง ที่คนไทยหลายคนไม่อยากเข้าใกล้ สู่ “อินฟลู” อันดับหนึ่งที่ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เดินทางมามีตติ้ง หรือนี่อาจจะเป็นอีกหนึ่ง “ซอฟต์พาวเวอร์” ที่คนมองข้าม!?   หลังจากอาทิตย์ที่แล้วน้องหนาว – วินเทอร์ AESPA มาถ่ายรูปคู่กับพี่เงินพี่ทองที่สวนลุมไปแล้ว พาเหล่ามาย (ชื่อแฟนคลับศิลปินวงแอสป้า AESPA) ปักหมุดตามรอยกันใหญ่   พอมาอาทิตย์นี้ ถึงตาน้องแทยง NCT ที่มีโอกาสได้แอบถ่ายพี่เงินพี่ทองเอามือไพล่หลังว่ายน้ำสบายใจเฉิบกับเขาบ้าง   ก่อนหน้านี้ เตนล์ NCT กับมินนี่ (G)-IDLE เองก็เคยแนะนำพี่เงินพี่ทองให้เด็กเกาหลีได้รู้จักกันไปแล้ว ในฐานะสัตว์อีกหนึ่งตัวที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในไทย ในรายการยูทูบ ช่อง ODG ตอนนี้ https://www.youtube.com/watch?v=-qiAmSozQTA   ไม่รู้ว่าตึกชมพูและแทกุกไลน์ เขาแอบไปคุยกันหลังบ้านมาหรือเปล่า ทำไมอยู่ดีๆ กิจกรรมตามล่า “พี่เงินพี่ทอง” ถึงกลายมาเป็นเช็คลิสต์ใหม่ที่ต้องมาโดน และถ่ายภาพเก็บเป็นประสบการณ์ดีย์ๆที่หาที่ไหนไม่ได้แบบนี้

อะจ๊ะเอ๋! ตัวเอง… ทำไมนะ เจ้านกน้อยทวีตตี้ ถึงไปโผล่ใน MV “ไอยู” ?!

ทวีตตี้ – นกน้อยตัวเหลือง จาก Looney Tunes แอนิเมชันซีรีส์วัยเด็กของใครหลายคนที่คอยเรียกเสียงฮาจากผู้ชมด้วยพฤติกรรมแปลกๆ มาแล้วเกือบ90ปี ตั้งแต่ช่วงยุคทองของแอนิเมชันอเมริกาที่ฝากตัวละครต่างๆ ไว้ให้เรามากมาย   เนื่องจาก สตูดิโอวอลต์ ดิสนีย์ ปฏิวัติวงการแอนิเมชันด้วยการใช้ “เทคนิคภาพเคลื่อนไหวและเสียง” ในแอนิเมชัน “มิกกี้ เมาส์” เรื่อง “Steamboat Willie” ตามมาด้วยการใช้”เทคนิคภาพสี”ในเรื่อง “Flowers and Trees” ทำให้วงการแอนิเมชันแตกต่างจากยุคก่อนหน้าที่เคยเป็นหนังเงียบภาพขาวดำ   ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง สตูดิโอวอเนอร์ บราเธอส์ จึงเริ่มเดินเกมเปิดประเดิมสตูดิโอด้วยการผลิตแอนิเมชันตอนสั้นเรื่อง Looney Tunes ให้กำเนิดเจ้ากระต่าย บักส์ บันนี่ ก่อนจะตามมาด้วยตัวละครที่เรารู้จักต่างๆ ตามมา   ทวีตตี้เข้ามายังซีรีส์นี้ในปี 1942 ภายใต้เรื่อง A Tale of Two Kitties ซึ่งในตอนแรกทางสตูดิโอ วางให้ทวีตตี้เป็นลูกนกป่าทั่วไป ตัวเปลือยสีมชมพูและมีนิสัยก้าวร้าว ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นนกน้อยน่ารักสีเหลืองสด ดวงตาเรียวยาวสีฟ้า ในปี 1946 ภายใต้เรื่อง Tweety and the cat (ซึ่งคือเจ้าแมวซิลเวสเตอร์ในเวลาต่อมา) อีกทั้ง ในตอนแรกของการปรากฏตัว ทวีตตี้ ยังเคยถูกวางให้เป็น ตัวผู้ ก่อนเพศของทวีตตี้จะคลุมเคลือมากขึ้นในตอนต่อๆ มา   หนึ่งปีให้หลังการเปลี่ยนแปลง ทวีตตี้ในแอนิเมชันซีรีส์ชุด “Tweetie Pie” ก็ได้รับรางวัลออสการ์ในสาขาเรื่องสั้นยอดเยี่ยม (การ์ตูน) เป็นครั้งแรก โดยชื่อ ทวีตตี้ มาจากการเล่นคำกับคำว่า “สวีทตี้ (sweetie)” และ “ทวีต (tweet)” ซึ่งเป็นเสียงนกร้องในภาษาอังกฤษ ประกอบกับผู้พากษ์เสียงคนแรก “Mel Blanc” ยังชอบพากษ์ให้ตัวละครต่างๆ ออกเสียงไม่ชัด ทำให้ทวีตตี้กลายเป็นนกเสียงแหลมที่ไม่สามารถออกเสียงตัว /s/, /k/ และ /g/ แต่จะออกเสียงเป็นตัว /t/, /d/ และ /θ/ (คล้ายๆ

Oppenheimer คว้า 7 รางวัล สรุปผลออสการ์ ในงาน Academy Awards ครั้งที่ 96

จบลงแล้วกับการประกาศรางวัลออสการ์ หรืองาน Academy Awards ครั้งที่ 96 ซึ่งถือได้ว่าเป็นการสรุปผลปิดฉากหนังประจำปี 2023 ได้อย่างดีเยี่ยมแบบไม่ค้านสายตา จนแทบจะไม่ต้องลุ้น เพราะแต่ละเรื่องที่ได้รับรางวัล ถือว่าสมมงกันสุดๆ แม้บางเรื่องจะได้รับกระแสตอบรับและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างหนักตลอดการฉายว่า “ดูยาก” อย่าง Oppenheimer, The Boy and the Heron แต่ก็ยังคงคว้ารางวัลกันไปตามสไตล์หนังรางวัล ปีนี้ Oppenheimer กวาดรางวัลออสการ์ไปถึง 7 รางวัล ซึ่งถือว่าเป็นหนังที่ได้รับรางวัลมากที่สุด ตามมาติดๆ ด้วย Poor Things ที่คว้าไปถึง 4 รางวัล รวมถึง หนังที่หลายคนจับตามองอย่าง Anatomy of a Fall, The Zone of Interest, ก็ถือรางวัลกลับบ้านติดไม้ติดมือไปกันคนละหนึ่งรางวัล   ใครคว้ารางวัลไหนบ้างไปดูกันเลยยย … รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) Oppenheimer   รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม (Best Director) คริสโตเฟอร์ โนแลน จาก Oppenheimer   รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยม (Best Actor) คิลเลียน เมอร์ฟีย์ จาก Oppenheimer   รางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress) เอ็มมา สโตน จาก Poor Things   รางวัลนักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม (Best Supporting Actor) โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ จาก Oppenheimer   รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม (Best Supporting Actress) เดไวน์ จอย แรนดอล์ฟ จาก The Holdovers  

โคราช ขอต้อนรับ งานมหกรรมพืชสวนโลก หรือ “โคราช เอ็กซ์โป 2029” – Korat Expo 2029

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (The International Association of Horticultural Producers – AIPH) ประกาศให้สิทธิ์ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก (International Horticultural Expo)  หรือ “โคราช เอ็กซ์โป 2029” หลังจากทางคณะกรรมการสมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ ได้ลงพื้นที่ติดตามรับฟังข้อมูลจากตัวแทนภาครัฐและเอกชน ณ ที่ดินป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา  ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อคณะกรรมการฯ  พิจารณาเห็นชอบตามองค์ประกอบ และเงื่อนไขที่กำหนด  จึงอนุมัติให้สิทธิ์แก่เมืองโคราชเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ด้วยวงเงินงบประมาณการดำเนินงาน 4,280 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรีของประเทศไทยชุดที่แล้วได้อนุมัติไป บนพื้นที่จัดงานกว่า 678 ไร่  ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมทั้งสิ้น 110 วัน โดยงานนี้ จัดภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติและพรรณพืชเขียวขจี อนาคตแห่งโลกสีเขียว” (Nature & Greenery: Envisioning the Green Future) โดยจุดมุ่งหวังของการจัดงานในทางตัวเลข มีดังนี้ คาดหวังผู้เข้าชมงานราวๆ 2.6 – 4 ล้านคน ประมาณการเงินสะพัดกว่า 18,942 ล้านบาท หวังเพิ่มมูลค่า GDP 9,163 ล้านบาท และอาจก่อให้เกิดรายได้จากการจัดเก็บภาษี 3,429 ล้านบาท รวมถึงอัตราสร้างงาน 36,003 อัตรา อีกทั้งอานิสงส์ดังกล่าว ยังแผ่ไปถึง 16 อำเภอใกล้เคียงด้วย   การคว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมระดับโลก อาจจะสามารถยกระดับจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นเมืองต้นแบบด้านนวัตกรรมสีเขียวในอนาคต ตามที่ สยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวในฐานะเมืองเจ้าภาพไว้ว่า ขอขอบคุณรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กรมวิชาการเกษตร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ

วธ.ล็อคมง “แอนโทเนียน โพซิ้ว” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์สงกรานต์ไทยปีนี้

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มอบมงล็อคตำแหน่ง “แอนโทเนีย โพซิ้ว” –  รองชนะเลิศมิสยูนิเวิร์ส 2023 ให้เป็น “นางมโหธรเทวี”  นางสงกรานต์ ประจำปี 2567 เนื่องในโอกาสที่องค์การยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เพื่อร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาประเพณีสงกรานต์ของประเทศไทยให้คงอยู่ต่อไป ภายใต้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ “สร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลก” ที่มุ่งหวังผลักดันให้ไทยเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับโลก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนและชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ในแต่ละปี ชื่อ ลักษณะการแต่งกายและลักษณะท่าทางของ นางสงกรานต์ จะแตกต่างกันตามวันและช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนสู่ราศีเมษ ซึ่งในปี 2567 วันสงกรานต์ ตรงกับ วันเสาร์ ที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ในช่วงค่ำ-เที่ยงคืน นางสงกรานต์ในปีนี้จึงชื่อว่า “นางมโหธรเทวี” โดยจะทรงพาหุรัด ทัดดอกสามหาว (ดอกผักตบชวา) สวมใส่แก้วนิลรัตน์ ทรงจักรที่พระหัตถ์ขวา ทรงตรีศูลที่พระหัตถ์ซ้าย นอนลืมตาเหนือหลังเทวราชพาหนะ คือ มยุรา (นกยูง)   ในเวลาต่อมา @ภูษาผ้าลายอย่าง ออกมากล่าวถึงแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ชุดนี้ผ่านเฟซบุ๊กเพจว่า “ครั้งนี้ ภูษาผ้าลายอย่าง ออกแบบอ้างอิงตามประติมากรรม “อับเฉาเรือ” ในสมัยอยุธยา  ซึ่งเป็นไปตามศิลปนิยม “งามอย่างเทวสตรี” ผสานเข้ากับจินตนิยมของผู้ออกแบบ และผู้สวมใส่  ที่ต้องการให้เห็นถึงความสง่างาม แสดงถึงพลังที่มีอยู่ภายในของสตรีเพศ   จึงได้นำความงามที่หลากหลายของการแต่งกายในสมัยอยุธยา มาร้อยเรียงขึ้นเป็นชุดนี้” “โดยสวมศิราภรณ์ อันเรียกว่า “เทริด” เครื่องประดับศรีษะของชนชั้นสูง พร้อมด้วยใส่อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ (เครื่องประดับอัญมณีสีดำหรือบางตำราว่าสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ) นุ่งผ้าลายอย่าง  “ลายสร้อยสามหาว”  สีม่วงดอกผักตบ ที่ออกแบบรังสรรค์ขึ้นใหม่ โดย อ.ธนิต พุ่มไสว (ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “ภูษาผ้าลายอย่าง”)  เพื่อให้เป็นลวดลายเฉพาะสำหรับนางสงกรานต์ประจำปีนี้” พร้อมห่มสไบแพรญวนสีม่วงดอกสามหาว ทับด้วยผ้า “สะพัก”ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งด้วยการปักดิ้นข้อถมดิ้นโปร่งประดับปีกแมลงทับ และตรึงโลหะชุบทองลงยาลายประจำยามใบเทศ ถือมาลัยครุยดอกรัก เพิ่มความอ่อนช้อยให้เทวสตรีผู้สวมใส่ ในส่วนของผ้านุ่งและเครื่องประดับที่ แอนโทเนีย สวมใส่ต่างเป็นส่วนที่ถูกรังสรรค์ด้วยช่างมากฝีมือ โดย ผ้านุ่ง “ลายสร้อยสามหาว“ ที่นำดอกสามหาว(ดอกผักตบ) ดอกไม้ประจำนางมโหธรเทวี มาผูกลายขึ้นใหม่