Skip links

Global Attraction

PIXELS เปลี่ยนฟังก์ชั่นเป็นแฟชั่น เปิดตัว “นนกุล” เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่

ผ่านไปเรียบร้อยสำหรับงาน PIXELS CARE DAY งานเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนล่าสุดของแบรนด์ PIXELS อย่าง ชานน สันตินธรกุล หรือ นนกุล ตอกย้ำความทันสมัยด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ และความเป็นแฟชั่นสุดคูล โดยทาง PIXELS ได้พัฒนา และเปิดมิติใหม่ของกล้องวงจรปิด ด้วยการนำ Virtual Technology เข้ามาใช้เป็นเจ้าแรกในไทย พร้อมแนวคิด ที่มุ่งเน้นการทำกล้องวงจรปิด ให้เป็นมากกว่ากล้องวงจรปิด ไม่ว่าจะเป็นการนำ AI  มาใช้ตรวจจับใบหน้า รถยนต์ หรือสิ่งของ ทำให้ต่อจากนี้ กล้องวงจรปิดจะไม่ได้แค่มองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเดียวเท่านั้น  ทว่ายังรู้จักด้วยว่าที่เห็นอยู่คืออะไร พร้อมกันนั้นยังมีการใช้ Wifi 6 ที่ช่วยเพิ่มความละเอียดคมชัดให้มากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงระบบ Target Wake Time ที่จะมาช่วยประหยัดพลังงาน และยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น แต่ก็นั่นแหละ การจะสื่อสารความล้ำและเทคโนโลยีอันทันสมัยให้ลูกค้าได้รับรู้ ก็อาจจะไม่ใช่จุดที่สร้างแรงดึงดูดใจได้เพียงพอ PIXELS  จึงได้จรดปากกาเซ็นสัญญา ดึง “นนกุล” เข้ามา ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของแบรนด์ เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเน้นสื่อสารความเป็นแฟชั่น ควบคู่ไปกับการปรับรูปลักษณ์ของสินค้าให้น่าดึงดูด อย่างการเปลี่ยนสี เปลี่ยนเคสของตัวกล้องได้อย่างหลากหลายคล้ายเปลี่ยนเคสมือถือ และในรุ่นพิเศษยังมีลูกเล่นหูกระต่ายบนตัวกล้องเพิ่มความคิวท์ให้ตัวกล้องดูน่ารักขึ้นอีกด้วย

จากรถไฟฟ้าถึงโซลาร์เซลล์ ไทยแลนด์อ้าแขนรับกระแสพลังงานสะอาดไวเกินคาด

ปี 2023 ที่กำลังจะผ่านไป ถือเป็นปีที่น่าจดจำสำหรับตลาดพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย จากยอดจองรถ EV งาน Motor EXPO 2023 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2023 ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2023 ที่ผ่านมา ยอดจองรถยนต์ในงาน รวม 54,323 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน +32.5% โดยที่ Toyota ยังคงรั้งอันดับ 1 ตามด้วย Honda อันดับ 2 ที่น่าสนใจคืออันดับ 3-7 เป็นแบรนด์สัญชาติจีนที่กวาดยอดจองได้เป็นปรากฏการณ์จากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในหลายรุ่น ทำให้แบรนด์ BYD / Aion / MG / GMW และ ChangAn ขึ้นมาแข่งขันในตลาดรถยนต์บ้านเราได้อย่างคึกคัก credit : AUTOLIFE THAILAND สะท้อนแนวโน้มของผู้บริโภคชาวไทยที่พร้อมอ้าแขนรับกระแสพลังงานสะอาด โดยที่ภาพลักษณ์ของ “แบรนด์ที่มาจากจีน” นั้นก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจากมุมมองของผู้บริโภคชาวไทย ส่งผลให้แบรนด์รถไฟฟ้าจากแดนมังกรตบเท้าเข้ามาปักหมุดวางประเทศไทยเป็นอีกฐานการผลิตในการเจาะตลาดรถไฟฟ้า EV ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หันมาดูเทรนด์การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในไทยบ้าง จากข้อมูลจาก IHS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลเศรษฐกิจ-การลงทุนระดับโลกพบว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ตลาดระดับกิกะวัตต์ (GW) ตั้งแต่ปี 2022 โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2GW ต่อปี ชี้ให้เห็นว่ามูลค่าตลาดโดยรวมมีเสถียรภาพ ทำให้มีบริษัทเซลล์แสงอาทิตย์ระดับโลกจำนวนมากสนใจ เข้ามาทำตลาดในประเทศ   หนึ่งในแบรนด์ที่น่าจับตาก็คือ “ทงเวย โซลาร์” (Tongwei Solar) บริษัทพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของโลกที่ติดอยู่ในลิสต์ Fortune Global 500 ที่ได้เข้ามาทำการตลาดในไทย ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2023 จากภาพรวมตลาดที่ผ่านมา ถือว่าตัวแบรนด์นั้นได้รับการตอบรับดีจากลูกค้าชาวไทย ทั้งลูกค้าในครัวเรือน, อุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้าภาคพื้นดินขนาดใหญ่ ทงเวยคาดว่าจะสามารถจำหน่ายโซลาร์เซลล์ได้ ไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ภายใน ปี 2024 และจะสร้างรายได้กว่า 5,000

QATAR AIRWAYS สายการบินที่ดีที่สุดในโลก เลือกเมนูอาหารไทยเสิร์ฟบนเครื่อง!

กาตาร์ แอร์เวย์ส สายการบินที่ได้รับการจัดอันดับจาก Skytrax ให้เป็นสายการบินที่ดีที่สุดในโลก พร้อมครองตำแหน่งสายการบินยอดเยี่ยมถึง 7 ปีซ้อน ได้จับมือกับเชฟชาวไทยระดับมิชลินสตาร์ รังสรรค์เมนูอาหารไทยเสิร์ฟผู้โดยสารบนเครื่อง  อาหารไทยนั้นถือเป็นอีกหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์ที่คนทั่วโลกให้การยอมรับมาอย่างยาวนาน และยังได้รับรางวัลอาหารที่อร่อยติดอันดับโลกในหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นแกงพะเเนงได้รับอันดับ 1 อาหารสตูว์ที่ดีที่สุดในโลก 2023 จากเว็บไซต์ TasteAtlas หรือจะเป็นแกงมัสมั่นได้รับอันดับ 1 อาหารที่ดีที่สุดในโลก 2021 จากเว็บไซต์ CNN Travel และเมนูอื่นๆ อีกมากมาย ทางกาตาร์ แอร์เวย์ส ได้จับมือกับ เชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เชฟไทยชื่อดังเจ้าของร้านอาหาร “ฤดู” (Le Du) ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ 1 ดาว ที่เพิ่งคว้ารางวัลร้านอาหารอันดับ 1 แห่งเอเชีย Asia’s 50 Best Restaurants 2023 มาหมาดๆ  มาร่วมครีเอตเมนูอาหารไทยสุดพิเศษ ผสานความคลาสสิกเข้ากับการสร้างสรรค์สมัยใหม่กลายเป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตามแบบฉบับของ Le Du อย่าง กุ้งเเม่น้ำ (Le Du River Prawn),​ ฉู่ฉี่กุ้งมังกร (Lobster Curry), แกงซี่โครงเนื้อ (Beef Short Rib Curry) และตบท้ายเป็นเมนูอาหารหวานอย่าง สาคูมะพร้าว (Coconut Sago)  โดยเมนูสุดพิเศษนี้จะเริ่มเสิร์ฟให้แก่ผู้โดยสารชั้นธุรกิจตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 เป็นต้นไป ภายใน 6 เส้นทางการบินในเอเชียแปซิฟิกเท่านั้น (ไทย-โดฮา, โดฮา-ไทย, ไทย-ฮ่องกง, ฮ่องกง-ไทย, ไทย-สิงคโปร์, สิงคโปร์-ไทย)
Tags

ดูฟรี 3 วันเต็ม จักรวาลแห่งดนตรี ฟรีคอนเสิร์ต Thai – Japan Iconic Music Fest 2023

วาสนาผู้ได๋น้อ…ที่จะมีโอกาสได้ชมคอนเสิร์ตจากทัพศิลปินระดับไอคอนของสองประเทศ ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 แล้ว ซึ่งงาน Thai-Japan Iconic Music Fest 2023 ในปีนี้ได้รวมเอาไลน์อัพศิลปินไทย-ญี่ปุ่นหลายร้อยชีวิตมาโชว์ดนตรี ทั้งร้อง ทั้งเต้น Delivery ความสนุกส่งตรงถึงไอคอนสยามโดยฝีมือบริษัท “จี-ยู ครีเอทีฟ” ถือเป็นวาสนาแฟนดนตรีชาวไทยโดยแท้ เหล่าแฟนเพลงเตรียมตัวกาปฏิทินรอไว้เลย วันศุกร์ที่ 22 – วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566 นี้ ที่ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ย้ำให้ฟังอีกครั้ง งานนี้ดูฟรี! โดยในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก คุณคาวามูระ มากิ ผู้อำนวยการสำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไท, คุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด, คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, คุณโทโมมิ โคบายาชิ รองกรรมการบริหาร บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด, คุณอัตสึชิ โอะคูโมริ กรรมการผู้จัดการห้างสรรพสินค้าสยามทาคาชิมายะ และ คุณยาสึยูกิ โทมินากะ ผู้อำนวยการสำนักงานสมาคมญี่ปุ่นในประเทศไทย รวมทั้งตัวแทนศิลปินทั้งญี่ปุ่น และประเทศไทย รวมทั้งเหล่า Influencer ที่จะมาช่วยกันสร้างสีสันให้งานนี้เป็นที่รู้จักมากยิ่ง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง  นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พูดถึงความพิเศษของการจัดงานในครั้งนี้ว่าเป็นวาระในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี แห่งมิตรภาพความร่วมมือของอาเซียนและญี่ปุ่น โดยใช้ Soft Power ทางด้านดนตรีเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่วัฒนธรรม อันจะเป็นการผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีให้เติบโต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างชื่อเสียงแก่ประเทศต่อไป ด้านยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานบริหาร จี-ยู ครีเอทีฟพูดถึงความยิ่งใหญ่ของงานในปีนี้ที่ยกทัพไลน์อัพศิลปินระดับแถวหน้าหลายร้อยคนมาโชว์ถึงที่ อาทิ ไลน์อัพศิลปินญี่ปุ่น BEYOOOOONDS ที่ประกอบไปด้วยสมาชิก Ichioka Reina, Shimakura Rika, Nishida Shiori,

บอกเลยของโคตรดี!  ONE PIECE เวอร์ชั่นคนแสดงใน Netflix

บ่อยครั้งที่อนิเมะขวัญใจวัยเด็กของเรา เมื่อถูกเอามาทำเป็นหนังหรือซีรีส์เวอร์ชั่นที่ใช้คนจริงแสดง มักจะถ่ายทอดออกมาได้ “ต่ำกว่าเส้นมาตรฐาน” ที่แฟนๆ คาดหวังเอาไว้   แต่สำหรับ One Piece ฉบับ Live Action ซีซั่นแรกนี้ ต่างได้รับเสียงชื่นชมว่า “ดี” แบบเหนือคาด โดยเฉพาะการให้เกียรติลงมาสิงหน้าจอมอนิเตอร์ แคสต์นักแสดง และดูภาพรวมที่ อาจารย์เออิจิโร โอดะ เข้ามามีส่วนร่วมในซีรีส์นี้ เพื่อให้แน่ใจว่าการถ่ายทอดโดยใช้คนแสดง จะทำออกมาได้ใกล้เคียงกับจินตนาการของคนวาดฉบับอนิเมะมากที่สุด โดยที่ทาง Netflix นั้นให้อำนาจกับอาจารย์โอดะศิลปินผู้วาดมังงะ One Piece อย่างเต็มที่ และรับปากว่าจะไม่ปล่อยซีรีส์เรื่องนี้ออกฉายจนกว่าอาจารย์โอดะจะพอใจ โดยเสียงชื่นชมอันดับแรกก็คือการแคสติ้งนักแสดง ที่มีคาแรกเตอร์หลากหลายเชื้อชาติสอดคล้องตามเนื้อเรื่องในมังงะ  1.โรโรโนอา โซโร – Mackenyu Maeda นักแสดงชาวญี่ปุ่นที่เคยเล่นหนัง Ruroni Kenshin เวอร์ชั่นคนแสดงจริงของ Netflix มาก่อน  2.นามิ – Emily Rudd นักแสดงสาวชาวอเมริกัน  3.มังกี้ ดี ลูฟี่ – Iñaki Godoy นักแสดงวัย 20 ปีชาวเม็กซิกัน  4.อุซบ – Jacob Romero Gibson นักแสดงชาวอเมริกัน 5.ซันจิ – Taz Skylar นักแสดงลูกครึ่งอาหรับ-อังกฤษ    อีกเรื่องที่แฟนๆ ยกนิ้วให้ก็คือเสียงพากย์ที่แม้จะเป็นคนละทีมกับฉบับอนิเมะ แต่เสียงพากย์ไทยฉบับ Live Action ในเน็ตฟลิกซ์นี้ก็ทำได้แบบไร้ที่ติ  “มังกี้ ดี ลูฟี่” ให้เสียงโดย “ม็อบ กิตติธร พันธ์โคกกรวด” เจ้าของเสียงตัวละคร “นาโอโตะ” จาก Tokyo Revengers, “เว่ยอิง” จาก ปรมาจารย์ลัทธิมาร  “โรโรโนอา โซโร” นั้น จะได้ “บอส อภิชิต ลิขิตลิ้มปรีชา” จาก โจโจ ล่าข้ามศตวรรษ “นามิ” จะพากย์โดย “ณ ปุญญ์ ขวัญกมล ขาวไพศาล” จากผลงานให้เสียงตัวละคร “เนเน่”
Tags

ทั้งเผ็ดทั้งชา “หม่าล่า ฟีเวอร์” กระแสนี้ดังในไทยเพราะอะไร?

สำหรับคนที่ชื่นชอบอาหารรสชาติจัดจ้าน เผ็ดซ่า ชาถึงปลายลิ้นคงต้องรู้จักกันดีถึงอาหารประเภทปิ้งย่าง ชาบู สุกี้ หม้อไฟ และอื่นๆ แล้ว เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จัก “หม่าล่า” ที่มีรสชาติเผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ก็มีผู้คนอีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่รู้จักและไม่ทราบว่า “หม่าล่า” คืออะไร? มาจากไหน? ยิ่งไปกว่านั้นบางคนอาจจะยังไม่เคยได้ลองลิ้มชิมรสชาติที่ว่านี้กันเลย    อันที่จริงแล้ว “หม่าล่า” ไม่ใช่ชื่ออาหาร แต่เป็นรสชาติอาหารของมณฑลเสฉวน ประเทศจีน โดยมาจากการประสมคำของอักษรจีนสองตัว คือ “หม่า” 麻(má)แปลว่า “ชา” กับ “ล่า” 辣 (là) แปลว่า “เผ็ด” สื่อถึงความรู้สึกเผ็ดชา โดยมีสาเหตุมาจากเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า “ฮวาเจียว” (花椒) หรือพริกไทยเสฉวน (Sichuan Pepper) ซึ่งมีลักษณะคล้ายพริกไทยดำ หรือมะแขว่นของบ้านเรา โดย “ฮวาเจียว” ยังถือเป็นเครื่องเทศที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในประเทศจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาหารเสฉวนแทบจะไม่มีอาหารจานไหนที่ไม่มี “ฮวาเจียว” เป็นส่วนประกอบในการปรุงรส ตั้งแต่อาหารจำพวกหม้อไฟ จนไปถึงผัด ต้ม ตุ๋น ซุป และยังสามารถนำมาโรยบนเนื้อสัตว์ เต้าหู้ หรือมันฝรั่งหลังจากที่ปรุงสุกแล้ว เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมได้อีกด้วย   “ฮวาเจียว” ที่นำมาใช้ประกอบอาหารหลักๆ มีสองสีคือ สีเขียวและสีแดง สีเขียวเหมาะกับการปรุงอาหารประเภทต้ม หรือนึ่ง ขณะที่สีแดงเหมาะกับการปรุงอาหารประเภทปิ้งย่าง สามารถใส่ทั้งเม็ด หรือนำไปบดให้ละเอียดก่อนนำมาปรุงอาหารก็ได้ โดยมีสารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นให้ปุ่มรับรสบนลิ้นเกิดอาการชาลิ้น ความร้อนมีผลทำให้รสเผ็ดและชาเพิ่มมากขึ้น และยังมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ทำให้อาหารจานนั้นมีรสชาติที่มีเสน่ห์มากขึ้น เพราะแท้ที่จริงแล้วลิ้นของเราสามารถรับรู้รสได้เพียง 4 รสคือ ขม เปรี้ยว เค็ม และหวาน โดยที่ลิ้นจะมีปุ่มรับรสเล็กๆ ที่เรียกว่า “ปาปิลา” (Papilla) ความเผ็ดจึงไม่ใช่รสชาติ แต่เป็นความรู้สึกที่เกิดจากสารชนิดหนึ่งที่มีชื่อเรียกว่า “แคปไซซิน” (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในพริก   สำหรับความฮอตฮิตของ “หม่าล่า”ในบ้านเรา ช่วงต้นๆ มีการแพร่หลายอย่างมากทางภาคเหนือของไทย โดยจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นจังหวัดแรกๆ ที่รับวัฒนธรรมการกิน “หม่าล่า” เข้ามาและมีจำนวนร้าน “หม่าล่า” มากที่สุดในประเทศไทย โดยส่วนใหญ่เป็นในรูปแบบของปิ้งย่างเสียมากกว่า จนในปัจจุบัน “หม่าล่า”

มีรถยนต์สันดาป ไม่มีกู! เมื่อทั่วโลกวางแผนบอกเลิกรถยนต์ใช้น้ำมัน หันมาดูดปากจ๊วบจ๊าบรถยนต์ EV

รถยนต์สันดาป ไม่ใช่รถยนต์ผาดโผนที่ขับเคลื่อนอยู่บนสันดาบหรือสันมีดอย่างที่บางคนเข้าใจ หากแต่เป็นคำนิยามของรถยนต์ที่ใช้พลังงานน้ำมันในการขับเคลื่อน แม้จะมีข้อดีในเรื่องของการดูแลรักษาที่สามารถทำได้ง่ายกว่า แต่เครื่องยนต์สันดาปนั้นถูกมองเป็น “แบ๊ดบอย” ในสายตาของสิ่งแวดล้อม ที่ปล่อยมลพิษออกมาแบบไม่เคยเกรงใจกันบ้างเลย ในขณะที่ผู้มาใหม่อย่างรถไฟฟ้า EV นั้น เมื่อลองพิจารณาถึงคุณสมบัติ เปรียบเทียบจุดดีจุดด้อย ไม่ว่าจะมองมุมไหน อนาคตใกล้ๆ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ยังไงก็ “มาแน่” ซึ่งหลายประเทศได้วางนโยบายไว้อย่างชัดเจนว่าจะคุมกำเนิดรถยนต์ที่สร้างมลพิษ หันมาสนับสนุนรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อเดินหน้าสู่นโยบายพลังงานอย่างยั่งยืนแบบเต็มตัวแทน  โดยประเทศที่ออกตัวเร็วและแรงหยั่งกะโดมินิค โทเร็ตโต้ ก็คือรัฐบาลไวกิ้ง ที่ประกาศกร้าวเลยว่าอีก 2 ปี (2025) “มีรถสันดาป ไม่มีกู” โดยรถใหม่ที่เปิดตัวและวิ่งในประเทศนอร์เวย์ทั้งหมดนั้นต้องเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแบบ 100%  ในขณะที่ประเทศยักษ์ใหญ่ด้านยนตรกรรมอย่าง เยอรมนี ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย ก็ขีดเส้นตายไว้ที่ปี 2030 ว่าจะหันมาใช้พลังงานที่ไม่ปล่อยมลพิษ พร้อมออกมาตรการทางภาษีทั้งบีบทั้งนวด เพื่อบังคับและจูงใจให้ค่ายรถยนต์ทั้งหลายเลิกขายรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนซะ ฝรั่งเศสและอังกฤษ ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่แพ้กัน แต่ขอเวลาทำใจอีกหน่อย ตั้งเป้าปี 2040 แทนสำหรับนโยบายห้ามการซื้อขายรถทุกประเภทที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและรถยนต์ที่ใช้ในประเทศทุกคันจะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงเท่านั้น ส่วนประเทศไทยเอง นโยบายด้านรถยนต์ไฟฟ้าน่าจะจัดอยู่ในเลเวล “งุ่มง่ามอย่างแยบยล”  คือน่าจะปล่อยให้ประเทศผู้นำของโลกเขาทำกันไปก่อน แบบ “ใครพร้อม ไปก่อนเลย” เราค่อยมาศึกษาพัฒนาข้อดีข้อเสียของประเทศต่างๆ แล้วค่อยมาปรับใช้แบบไทยสไตล์อีกทีนึง โดยนโยบายที่ทางรัฐบาลตั้งเป้าไว้ก็คือ “30@30” จะผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ (Zero Emission Vehicle) ให้ได้อย่างน้อย 30% ภายในปี 2030 เพื่อเข้าสู่การเป็นสังคมคาร์บอนต่ำ  โดยมีการกำหนดเป้าหมาย ผลิตรถยนต์นั่งและรถกระบะ 725,000 คัน รถจักรยานยนต์ 675,000 คัน รถบัสและรถบรรทุก 34,000 คัน พร้อมส่งเสริมการผลิตรถประเภทอื่นๆ ได้แก่ สามล้อ เรือโดยสาร และรถไฟระบบราง ด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะมารองรับ ก็ได้กำหนดสร้างสถานี Fast charge 12,000 หัวจ่าย และสถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าอีก 1,450 สถานี ซึ่งปัจจัยชี้วัดว่าประเทศเราจะสามารถทดแทนรถยนต์สันดาปมาเป็น ZEV แบบ 100% ได้เร็วขนาดไหนนั้น เรื่องของราคา-ความคุ้มค่า น่าจะเป็นปัจจัยแรกๆ ที่คนไทยให้ความสำคัญ

วิเคราะห์เหตุผล ทำไม 2 หนุ่ม เมสซี่-มาริโอ้ ถึงมารับหน้าที่โปรโมตแบรนด์ J&T EXPRESS 

J&T Express ให้บริการมาแล้วกว่า 8 ปี ครอบคลุม 13 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย, เวียดนาม, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย, กัมพูชา, สิงคโปร์, จีน, ซาอุดิอาระเบีย, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เม็กซิโก, บราซิล และอียิปต์ ซึ่งวันที่ 29 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมานี้ ก็เป็นวาระที่ J&T Express เข้ามาทำตลาดในไทยครบ 4 ปี มีการเปิดตัวลิโอเนลเมสซี่เป็นโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ และมาริโอเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ประจำประเทศไทย  “ราเชล หลิว” ผู้อำนวยการฝ่ายแบรนด์ของ เจแอนด์ที เอ็กซ์เพรส โกลบอล กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ ลิโอเนล เมสซี ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลก เมสซีถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในปัจจุบัน ที่มีทั้งจรรยาบรรณในการทำงาน ความอ่อนน้อมถ่อมตน และ ความทุ่มเท ซึ่งสอดคล้องกับแนวทาง และการให้คุณค่าของเราในการทำธุรกิจ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม รวมถึงใส่ใจด้านความยั่งยืน” กลยุทธ์ทางการตลาดของ J&T น่าจะคล้ายๆ กับตอนที่ Shopee เปิดตัวคริสเตียโน โรนัลโด้มาเป็น Global Brand Ambassador เมื่อปี 2019 และใช้ณเดชน์-ญาญ่า สำหรับดึงดูดกลุ่มเป้าหมายในประเทศไทย เนื่องด้วยการแข่งขันฟุตบอลนั้นเป็นกีฬาที่มีฐานแฟนคลับทั่วโลก เข้าถึงผู้คนได้ง่าย ทั้งเมสซี่ และโรนัลโด้นั้นเป็นนักเตะระดับตำนานที่มีชื่อเสียงในระดับโลก สามารถสร้างอิมแพ็ค สร้างการจดจำ ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง ควบคู่ไปกับการใช้ดาราระดับไอคอนอย่างมาริโอ้ ณเดชน์ ญาญ่าที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนในประเทศเพื่อเจาะฐานลูกค้าระดับโลคอลไปในตัว ทั้งเมสซี่และโรนัลโด้นั้น ถือเป็นสองนักเตะแห่งยุคที่ลงมาวาดลวดลายบนผืนหญ้าเมื่อไร ก็นับเป็นบุญตาของแฟนบอลที่ได้เห็นคนทั้งสองเตะบอลแบบเรียลไทม์  รางวัลทรงคุณค่าสำหรับชีวิตนักฟุตบอลอย่าง “บัลลงดอร์” 14 ครั้งหลังสุด ก็เป็นเมสซี่กับโรนัลโด้ที่สลับกันขึ้นโพเดียมรับรางวัล ไป 12 จาก 14 ครั้ง เป็นเมสซี่ 7 ครั้งโรนัลโด้ 5 ครั้งมีเพียงแค่ลูก้า โมดริซ กับ คาริม

10 อันดับประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดีที่สุดในทวีปเอเชีย

ตัวตึง SEA !!! ไทยแซงมาเลย์ขึ้นอันดับ 2 ประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานดีที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เทียบกันในภูมิภาคเอเชียใต่ขึ้นมาที่อันดับ 9 / รั้งอันดับ 25 ของโลก) จากรายงาน Logistics performance index 2023 ในหมวดโครงสร้างพื้นฐาน ที่จัดอันดับโดยธนาคารโลกนั้นพบว่าระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยได้รับการพัฒนาขึ้นจากการสำรวจครั้งล่าสุดในปี 2018 ที่อยู่อันดับ 41 ของโลก ได้ 3.14 คะแนน ปีนี้ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 25 ได้ 3.7 คะแนน จาก 139 ประเทศทั่วโลก ซึ่งถ้าเทียบกับประเทศที่ได้คะแนนใกล้เคียงกัน ไทยนั้นครองอันดับ 25 ร่วมกันกับประเทศอังกฤษ, กรีซ, อิสราเอล, และมอลต้า และทำอันดับแซงประเทศมาเลเซียได้เป็นครั้งแรก Thailand World Rank: 25 3.7United Kingdom World Rank: 25 3.7Greece World Rank: 25 3.7Israel World Rank: 25 3.7Malta World Rank: 25 3.7 ถ้านับแค่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประเทศไทยรั้งอันดับสองรองจากสิงคโปร์ (อันดับ 1 ของโลก) รั้งอันดับ 9 เมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศในทวีปเอเชีย และอยู่ในอันดับ 25 ของโลกจากทั้งหมด 139 ประเทศที่ทาง World Bank ทำการสำรวจ ประเทศอื่นๆ ที่น่าจับตาในทวีปเอเชีย India World Rank: 47 3.2Philippines World Rank: 47 3.2Oman World Rank: 47 3.2Vietnam World Rank: 47 3.2 ข้อมูลจาก : https://lpi.worldbank.org/international/global โครงสร้างพื้นฐานมีอะไรบ้างโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) หมายถึง สิ่งปลูกสร้างและระบบพื้นฐานที่รองรับการขยายตัวของชุมชน เป็นส่วนสำคัญของ

7 เรื่องราวเบื้องหลัง “ซือเจ๊ทะลุมัลติเวิร์ส” คว้า 7 รางวัลออสการ์ 2023

ซือเจ๊ทะลุมัลติเวิร์ส Everything Everywhere All at Once ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม Oscar 2023 ที่ใช้ทุนสร้างราว 500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับหนังแนวเดียวกันที่พูดถึงเรื่องพหุจักรวาลอย่าง Doctor Strange in the Multiverse of Madness ที่มีทุนสร้าง 7 พันล้านบาทแล้ว ผู้กำกับอย่าง แดเนียล ควาน และ แดเนียล ไชเนิร์ท ถึงกับพูดติดตลกว่า พวกเขาสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย “งบข้าวกล่อง” ตอนออกกองของค่ายหนังมาร์เวลเท่านั้น หนังเรื่องนี้แม้จะไม่ได้ใช้ทุนสร้างระดับหนังใหญ่ฟอร์มยักษ์ แต่กลับสร้างผลงานที่ประจักษ์เบ้าตาผู้ชมได้อย่างเหนือจินตนาการ แต่ละฉากนั้นดำเนินเรื่องได้ยากเกินการคาดเดา จากผลงานที่โดดเด่นจนเกินต้านนี้ ส่งผลให้ Everything Everywhere All at Once คว้ารางวัลพร้อมรับขนมจีบซาลาเปาได้แบบ 7-11 นั่นคือชนะเลิศ 7 รางวัล จาก 11 สาขาที่เข้าชิง ได้แก่ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม, ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (แดเนียล ควาน และแดเนียล ไชเนิร์ท), ดารานำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม (มิเชล โหย่ว), ดาราสมทบฝ่ายชายยอดเยี่ยม (คี ฮุย ควน), ดาราสมทบฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม (เจมี ลี เคอร์ติส), บทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม (Best Original Screenplay) และตัดต่อภาพยอดเยี่ยม (Best Editing) นอกจากเบื้องหน้าที่เปิดโลกความสนุกแบบมัลติเวิร์สแล้ว เบื้องหลังของหนังเรื่องนี้มีเรื่องราวที่น่าสนใจไม่แพ้กัน The Attraction จัดมาให้ 7 ข้อเน้นๆ หาอ่านที่ไหนไม่ได้อย่างแน่นอน (โม้) 1. การใช้ภาษาของแต่ละตัวละคร มีส่วนสำคัญในการดำเนินเรื่องเป็นอย่างมาก เอเวลิน (มิเชล โหย่ว) พูดกับพ่อของเธอ (James Hong) เป็นภาษาจีนกวางตุ้ง แต่เธอพูดกับเวย์มอนด์สามี (คี ฮุย ควน) เป็นภาษาจีนกลาง ในขณะที่พูดกับลูกสาวจอย (Stephanie Hsu)