Skip links

Editor’s Pick

เตรียมแพ็คกระเป๋าเที่ยวกันรึยัง! 1 มีนาคมนี้ เปิดฟรีวีซ่าถาวร ไทย-จีน แล้วนะ

หลังจีนทดลองฟรีวีซ่าชั่วคราว 6 ประเทศ ในวันที่ 24 พ.ย. 2566 ได้แก่  ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, เนเธอร์แลนด์, สเปน และมาเลเซีย เป็นที่น่าเสียดายที่ยังไม่มีประเทศไทย อยู่ในลิสต์ ณ ตอนนั้น ร้อนถึงรัฐบาลต้องเปิดโต๊ะเจรจากินเวลากว่า  3 เดือน จนนายกเศรษฐา ทวีสิน ก็ประกาศข่าวดีต้อนรับต้นปี 2567 เพื่อสานต่อการยกเว้นวีซ่าชั่วคราว ให้กับคนจีนที่เดินทางมาไทย ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งใกล้จะหมดเขตลง โดยทั้งนักท่องเที่ยวทั้ง  2 ประเทศสามารถเดินทางไป ไทย-จีน แบบไม่ต้องขอวีซ่าถาวรได้แล้ว เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2567 นี้! เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2567  จีนจะยกเลิกการขอวีซ่าสำหรับคนไทยถาวร   ทำให้ผู้ที่เดินทางทั้งสองประเทศ ไม่จำเป็นต้องขอวีซ่ากันอีกต่อไป   “สำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดา และหนังสือเดินทางกึ่งราชการ สามารถพำนักได้ไม่เกิน 30 วัน  รวมระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน  ภายในช่วงเวลา 180 วัน (ยกเว้นกรณีการพำนักถาวร การทำงาน การศึกษา กิจกรรมด้านสื่อ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้า)” นายเศรษฐากล่าวเสริมว่า การฟรีวีซ่าถาวรครั้งนี้ ถือเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศและยกระดับความสำคัญของพาสปอร์ตไทยให้สูงขึ้น จึงแจ้งไปยังกรมประชาสัมพันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ร่วมกันประชาสัมพันธ์ว่า  “เราพร้อมแล้วที่จะเปิดประเทศ และจะดูแลนักท่องเที่ยวของ 2 ประเทศให้ดีด้วย” หลังข่าวฟรีวีซ่าระหว่างไทย-จีน ปล่อยออกมาไม่นาน  “Trip.com”   บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ของจีน เผยว่า คำสืบค้นเกี่ยวกับ “ไทย” เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 90 รวมถึงคำค้นหาเกี่ยวกับ “เที่ยวบินเซี่ยงไฮ้-กรุงเทพฯ” “ปักกิ่ง-กรุงเทพฯ” และเที่ยวบินอื่นๆ เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ

Coldplay Concert เสิร์ฟดราม่าฉ่ำ พวกแกกำลังทำให้ฉันดูแย่!

เสาร์-อาทิตย์ ( 3 – 4 ก.พ.)  ที่ผ่านมา ใครได้ไปคอนเสิร์ต Coldplay Music Of The Spheres World Tour Bangkok 2024 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน คงอิ่มเอมกับบรรยากาศสุดอลัง และงานโปรดักชั่น แสง สี เสียง แบบฉ่ำๆ นับว่าเป็นคอนเสิร์ตคุณภาพของวงดนตรีฝีมือระดับโลก ที่มาแสดงโชว์ในไทยเป็นครั้งที่ 3 ได้อย่างน่าประทับใจ แน่นอนว่า เวลามีงานสเกลระดับโลกมาจัดที่บ้านเราเช่นนี้ ก็ย่อมสร้างความอิ่มอกอิ่มใจว่า ประเทศเราพร้อมรองรับงานระดับโลก และพร้อมเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะสมต่อการสร้างประสบการณ์อันสวยงาม และความทรงจำดีๆ ร่วมกันระหว่างแฟนคลับกับศิลปิน ทั้งนี้ การที่ศิลปินระดับโลกจะเลือกมาแสดงที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็ย่อมประเมินจากหลายๆ ปัจจัย อาทิเช่น ฐานแฟนคลับ กำลังซื้อของผู้คนในประเทศนั้น ค่าใช้จ่าย / ค่าแรงในการจัดงาน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ / การเมือง แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่การที่งานระดับโลกเลือกมาจัดงานที่ประเทศใดๆ ก็อาจจะสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจของชาตินั้นๆ ได้ไม่มากก็น้อย และถึงแม้ว่ารายได้หลักของงานลักษณะนี้จะอยู่ที่ตั๋วเข้าชม ซึ่งต่างชาติโกยหอบกลับไปเสียเยอะ ทว่าเม็ดเงินที่สะพัดในแต่ละครั้ง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากชาติอื่นๆ ที่อยากมาร่วมสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ดังกล่าว ก็ย่อมเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศผู้จัดงาน ซึ่งในบริบทนี้ก็คือ “ไทยแลนด์” ฟังดูแล้วอาจจะน่าภูมิใจอยู่ไม่น้อย แต่เมื่องานจบ… ความจริงก็ถูกเปิดเผย… เนื่องจากมวลชนที่ทะลักล้นออกมากจาก ราชมังฯ เมื่อคอนเสิร์ตเลิกหลักหลายหมื่นคน จนไม่สามารถเรียกหาขนส่งสาธารณะเพื่อเดินทางกลับที่พักได้ สำหรับคนเหล่านี้มีให้เลือกสองทางคือ หนึ่ง ยอมขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่มาเทียบรออยู่แล้วใกล้ๆ ซึ่งมีทั้งวินจริงบ้าง วินเถื่อนบ้าง แต่บอกก่อนว่า ค่าบริการนั้นแพงหูฉี่ คือคนขับกะเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว กับทางที่สอง คือเดินไปตายเอาดาบหน้า ไปหาเรียกรถไกลๆ เพื่อจะได้ค่าบริการที่ถูกลง แต่ในความรู้สึกก็ไม่ต่างอะไรจากการเดินไปโดยไม่รู้จุดหมาย ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะจะว่าไปแล้ว ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้จนชินตา แต่ครั้นจะบอกว่านี่เป็นความจริงที่ถูกเปิดเผยหลังเลิกงานก็คงไม่ถูกนัก เนื่องเพราะ “คนไทย” ที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตนี้ต่างได้แชร์ประสบการณ์ที่ได้พบเห็น “ของจริง” ตั้งแต่ในงานแล้ว เพราะแม้งานนี้จะขึ้นชื่อว่า Live in Bangkok ทว่าคงไม่เกินเลยนักหากจะกล่าวว่า ท่านผู้ชมทั้งหลาย “เกินครึ่ง” ในสองวันนั้น “ไม่ใช่คนไทย” ดั่งที่ผู้ใช้

จับตาไลน์อัพนักแสดง Genใหม่ใน Netflix กับภาพตัวแทนเด็กไทย ที่จะออกฉายไปสู่สายตาผู้ชม 190 ประเทศทั่วโลก!

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567   “Next on Netflix Thailand 2024 – ทีไทย ทีมันส์”  ประกาศไลน์อัพ 8 ซีรีส์และภาพยนตร์ไทยที่จะฉายภายในปี 2024 ที่รับรองได้ว่า  “มันส์ถึงใจ เล่นใหญ่กว่าเดิม!” ซึ่งหากเทียบกับไลน์อัพของปีที่แล้ว สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือ การเพิ่มสัดส่วนของนักแสดงเด็กและวัยรุ่นเข้ามามีบทบาท กับวงการซีรีส์และภาพยนตร์ไทย มากขึ้น อาทิ แตงกวา ชนันทิชา หรือ แตงกวา ไมค์ทองคำเด็ก ที่เคยฝากผลงานไว้ใน “เมอร์เด้อเหรอ ฆาตกรรมอิหยังวะ”  และ มินนา – วณิชน์ญา ที่เคยฝากผลงานไว้ใน “มาตาลดา”  ที่จะมารับบทเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ  เรื่อง  Tomorrow and I  ซีรีส์จบในตอนที่จะพาวัฒนธรรมไทยไปอยู่ในยุคเทคโนโลยีล้ำสมัยเหนือจินตนการ  พร้อมถกเถียงกับประเด็นความขัดแย้งทางศีลธรรมอันตึงเครียด เจแปน – พลอยปภัส ที่จะมารับบทเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ เรื่อง “Don’t  Come Home อย่ากลับบ้าน” เรื่องราวของสองแม่ลูกที่ต้องเข้าไปอาศัยอยู่ในบ้านร้างเก่าของครอบครัว แต่กลับต้องพบเจอกับเรื่องราวเหนือธรรมชาติ อันนำไปสู่การหายตัวไปของลูกสาวเธอ มากไปกว่านั้น ยังมี มายด์-อาทิตยา หรือ มายด์ (4EVE) สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปมาแรง จะมารับบทเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ เรื่อง “Bangkok Breaking: ฝ่านรกเมืองเทวดา (Bangkok Breaking: Heaven and Hell)” เรื่องราวของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ต้องเข้ามาช่วยเหลือลูกสาวของผู้ทรงอิทธิพลให้ปลอดภัยจากการลักพาตัวของแก๊งศัตรูที่ตามไล่ล่า เฌอปราง อารีย์กุล และ มิวสิค  แพรวา จะมารับบทเป็นหนึ่งในนักแสดงนำ เรื่อง Terror Tuesday: Extreme | อังคารคลุมโปง : เอ็กซ์ตรีม ซีรีส์จบในตอนรวมประสบการณ์หลอนที่ได้แรงบันดาลใจจากรายการวิทยุเรื่องเล่าเรื่องผีสุดฮิต “อังคารคลุมโปง” รวมถึง แอลลี่ (ALLY) – อชิรญา นิติพน นักร้องสาวเสียงใสที่พลิกบทบาทสู่การเป็นนักแสดงครั้งแรก จะมารับบท เดียร์

Netflix เปิดผังคอนเทนต์คุณภาพ 2024 ต้านคำครหา ระเบียบเยอะ! จ่ายรายเดือนแพง!

เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 67 Netflix Thailand ประกาศไลน์อัพนักแสดง และคอนเทนต์ประจำปี 2024 ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ ด้วยกองทัพนักแสดง และผู้กำกับมากหน้าหลายตา ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่ เรียกได้ว่าขนกันมาเพียบ อย่างไรก็ดี ในห้วงที่ผ่านมาสื่อสตรีมมิ่งฝั่งสีแดงเจ้านี้ต้องเผชิญกับข้อครหาในด้านราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่าย และกติกาที่เปลี่ยนใหม่ ทำให้เกิดกระแสพูดคุยกันในโลกออนไลน์กันอย่างกว้างขวาง ทั้งยังเกิดข้อเปรียบเทียบกับเจ้าอื่นๆ อีกด้วย กระนั้นก็ตาม เมื่อสาดสายตาส่องคอนเทนต์ประจำปี  2024  ของ Netflix ดูแล้ว  จะพบว่ามีคอนเทนต์ที่น่าติดตาม ทั้งในระดับโลกอย่าง   Squid Game ซีซั่น 2, Gyeongseong Creature ซีซั่น 2 , Avatar : The Last Airbender และอื่นๆ อีกมากมายเกินจะกล่าวได้หมด และที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือคอนเทนต์สัญชาติไทยของเรา ที่ในปีนี้มีมาถึง 8 เรื่อง โดยถ้าดูจากเนื้อเรื่องโดยย่อ จะเห็นได้ว่ามีอยู่สองเรื่องที่ถ้าทำออกมาได้ดีแล้วล่ะก็ อาจจะสามารถท้าทาย และใต่เพดานการวิพากษ์วิจารณ์สังคมได้เลยทีเดียว ทั้งซีรีส์เรื่อง “The Believers สาธุ” ของผู้กำกับ วรรธนพงศ์ วงศ์วรรณ ที่เป็นแม่ทัพนำนักแสดงอย่าง เจมส์-ธีรดนย์, พีช-พชร จิราธิวัฒน์ และ แอลลี่-อชิรญา มาร่วมกันเชิญชวนผู้ชมอย่างเราๆ  ขบคิดและตั้งคำถามไปถึงใจกลางปัญหาของพุทธศาสนาไทย ก็คือเรื่อง “พุทธพาณิชย์”  ที่หากินกับความเชื่อ ความศรัทธาของผู้คน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญ อันพบเห็นได้อย่างกลาดเกลื่อนเกินควบคุม ในสังคมไทย ทั้งนี้ แม้พล็อตเรื่องและนักแสดงนำในเรื่องจะน่าสนใจขนาดไหนก็ตาม แต่ตลกร้ายคือ ในช่วงที่ผ่านมา มีคอนเทนต์จำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ที่หยิบยกประเด็นทางพุทธศาสนา, พระสงฆ์, สามเณร มานำเสนอ แล้วถูกแบนหรือโดนสั่งให้ตัดฉากนั้นๆ ออกไป กระทั่งสั่งห้ามฉายในประเทศก็เคยมีมาแล้ว ทว่า ภายใต้รัฐบาลที่พยายามจะปลดล็อคกฎหมายอันเกี่ยวข้องกับการเซ็นเซอร์ และมุ่งขยายเสรีภาพในการนำเสนอ การจี้ไปยังหัวใจหลักของปัญหาพุทธศาสนาไทยผ่านซีรีส์เรื่องนี้ จะเป็นการยกระดับขอบเขตการวิพากษ์วิจารณ์ ได้หรือไม่? อย่างไร? ก็ต้องรอดู รอชม และไม่ใช่แค่เรื่องศาสนาเท่านั้นที่ถูกกล่าวถึง คอนเทนต์ไทยของ

ชี้เป้าเด็ด 4 ที่น่าเที่ยว งาน Bangkok Design Week 2024!

เริ่มขึ้นไปแล้วสำหรับงาน Bangkok Design Week 2024 หรือเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค – 4 ก.พ 67 โดยงานในปีนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” ซึ่งได้รวบรวบกิจกรรม นิทรรศการ งานจัดแสดง แสง สี และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งกระจายงานออกแบบสร้างสรรค์ไปย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ กว่า 15 ย่าน โดยงาน Bangkok Design Week 2024 ดำเนินการโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับผู้ร่วมจัดงานทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศกว่า 60 หน่วยงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งนำเสนองานสร้างสรรค์อันสะท้อนความเป็นสังคมเมืองในย่านต่างๆ ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อต่อยอดสินทร้พย์ทางวัฒนธรรม รวมถึงผสานแนวคิดในอดีตกับปัจจุบัน เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในอนาคต ด้วยกิจกรรมอันหลากหลายที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ให้มาสัมผัสประสบการณ์และเอกลักษณ์อันเป็นเสน่ห์ของย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กระตุ้นการแข่งขัน และขยายการเติบโตของธุรกิจออกแบบสร้งสรรค์ รวมถึงธุรกิจแวดล้อมใกล้เคียงด้วย อย่างไรก็ดี เทศกาลงานออกแบบครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 4 ก.พ. 67 สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปเยี่ยมชม หรือเลือกไม่ถูกว่าจะไปงานไหนจาก 500 กว่าโปรแกรมที่จัดขึ้น The Attraction จึงขอคัดสรรโปรแกรมที่น่าสนใจมา 4 แห่ง ดังนี้ Urban Studies Lab Journey: Entertainment in Everyday งานจัดแสดงที่จัดขึ้นโดย Urban Studies Lab หรือศูนย์วิจัยชุมชนเมือง ที่รวบรวมผลงานของศูนย์วิจัยชุมชนเมืองไว้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น PB Board Game  เกมการเรียนรู้เกี่ยวกับ Participatory Budgeting หรือการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเข้าใจในกระบวนการการจัดสรรงบประมาณ แบบมีส่วนร่วมสำหรับบุคลากรจากหน่วยงานรัฐและประชาชนทั่วไป Nang Leong Menu : ไพ่

Marry My Husband กับการขับเคลื่อนประเด็นสังคม Toxic ผ่านซีรีส์

เรียกได้ว่าเปิดประเดิมกระแสรับต้นปี 2024 ได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับซีรีส์เรื่อง “Marry My Husband สามีคนนี้แจกฟรีให้เธอ”  ที่ออกอากาศตอนแรกเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 67 โดย Nielsen Korea รายงานว่าสามารถทำเรตติ้งในเกาหลีไปได้กว่า 5.2% สำหรับกระแสในประเทศไทยก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน เห็นได้จากการพูดถึงตัวละครหรือบางฉากตอนในเรื่องกันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ ด้วยเนื้อเรื่องที่เปิดฉากมาจาก การที่นางเอกโดนคนรอบข้างเธอ ไม่ว่าจะเป็นสามี  แม่สามี  เพื่อนสนิท  หัวหน้า  และคนที่ทำงาน คอยกดขี่ รังแก ต่อว่า ดูหมิ่น ด้อยค่าและเอาเปรียบเธอสารพัด ทั้งจากคำพูดและการกระทำ พฤติกรรมเหล่านี้หรือที่เรียกรวม ๆ ว่า  “Gaslighting”  ศัพท์คำนี้เป็นที่พูดถึงอยู่มากในช่วงหลัง  หากแต่ยังไม่มีคำแปลภาษาไทยที่ตรงตัวนัก โดย Cambridge Dictionary ได้ให้คำนิยามความหมายของคำว่า “Gaslighting” ไว้โดยถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า “เป็นการกระทำที่หลอกลวงหรือบงการผู้อื่น โดยทำให้พวกเขาเชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นจริง โดยเฉพาะยิ่งกับการบอกเป็นนัยว่าพวกเขาอาจมีปัญหาทางความคิดจิตใจ” ทั้งนี้  พล็อตเรื่องได้เล่าถึงตัวละครหลัก ซึ่งย้อนเวลากลับไป และได้โอกาสแก้แค้นกลุ่มคนที่เคย Gaslight  และหักหลังเธอ จนเป็นที่น่าติดตามและเอาใจช่วย จากผู้ชมจำนวนมากว่านางเอกอย่าง “คังจีวอน” ที่แสดงโดย “พัคมินยอง” นั้นจะพลิกโชคชะตาและแก้ไขสถานการณ์ เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้หรือไม่? อย่างไร? การหยิบยกประเด็นทางสังคม ที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้ง ในช่วงหลังอย่าง   Gaslighting  มาสอดแทรก และนำเสนอผ่านซีรีส์เรื่องนี้  ในแง่หนึ่งจึงเสมือนการขัดเกลาความคิดของผู้คนในสังคม ส่วนในอีกแง่ก็เป็นการสื่อสารต่อชาวโลกถึงค่านิยมที่ผู้เขียนบทซีรีส์เรื่องนี้ต้องการนำเสนอ เพราะหากจะกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว เราจะเห็นได้ว่าซีรีส์เกาหลีในระยะหลัง ๆ มักจะหยิบแทรกประเด็นทางสังคม หรือขับเคลื่อนค่านิยมบางอย่างผ่าน  K-Drama จนประสบความสำเร็จได้ในระดับโลก ซึ่งผลงานชิ้นสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในทิศทางของเนื้อหาหนัง-ซีรีส์เกาหลี คงต้องยกให้ภาพยนต์ Parasite ที่ออกฉายเมื่อปี 2019 เนื้อหาว่าด้วยเรื่องความเหลื่อมล้ำ และชนชั้นอันแตกต่างกันของคนรวย-คนจน ซึ่งกวาดรางวัลในระดับสากลไปเป็นกอบเป็นกำ หรืออย่างซีรีส์เรื่อง Glory ที่ออกอากาศตอนแรกในปี 2022   ก็ได้แทรกประเด็นเรื่อง Bully การกลั่นแกล้ง รังแก ซึ่งเป็นดั่งหลุมดำชีวิตที่ดูดกลืนความปกติสุขของตัวละครหลักไปตั้งแต่วัยมัธยม จะเห็นได้ว่า  การนำเสนอเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความยุติธรรม  กระทั่งปัญหาความสัมพันธ์ระดับปัจเจก อย่างในเรื่อง Marry My

PIXELS เปลี่ยนฟังก์ชั่นเป็นแฟชั่น เปิดตัว “นนกุล” เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่

ผ่านไปเรียบร้อยสำหรับงาน PIXELS CARE DAY งานเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนล่าสุดของแบรนด์ PIXELS อย่าง ชานน สันตินธรกุล หรือ นนกุล ตอกย้ำความทันสมัยด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ และความเป็นแฟชั่นสุดคูล โดยทาง PIXELS ได้พัฒนา และเปิดมิติใหม่ของกล้องวงจรปิด ด้วยการนำ Virtual Technology เข้ามาใช้เป็นเจ้าแรกในไทย พร้อมแนวคิด ที่มุ่งเน้นการทำกล้องวงจรปิด ให้เป็นมากกว่ากล้องวงจรปิด ไม่ว่าจะเป็นการนำ AI  มาใช้ตรวจจับใบหน้า รถยนต์ หรือสิ่งของ ทำให้ต่อจากนี้ กล้องวงจรปิดจะไม่ได้แค่มองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเดียวเท่านั้น  ทว่ายังรู้จักด้วยว่าที่เห็นอยู่คืออะไร พร้อมกันนั้นยังมีการใช้ Wifi 6 ที่ช่วยเพิ่มความละเอียดคมชัดให้มากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงระบบ Target Wake Time ที่จะมาช่วยประหยัดพลังงาน และยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น แต่ก็นั่นแหละ การจะสื่อสารความล้ำและเทคโนโลยีอันทันสมัยให้ลูกค้าได้รับรู้ ก็อาจจะไม่ใช่จุดที่สร้างแรงดึงดูดใจได้เพียงพอ PIXELS  จึงได้จรดปากกาเซ็นสัญญา ดึง “นนกุล” เข้ามา ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของแบรนด์ เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเน้นสื่อสารความเป็นแฟชั่น ควบคู่ไปกับการปรับรูปลักษณ์ของสินค้าให้น่าดึงดูด อย่างการเปลี่ยนสี เปลี่ยนเคสของตัวกล้องได้อย่างหลากหลายคล้ายเปลี่ยนเคสมือถือ และในรุ่นพิเศษยังมีลูกเล่นหูกระต่ายบนตัวกล้องเพิ่มความคิวท์ให้ตัวกล้องดูน่ารักขึ้นอีกด้วย

“พี่จอง-คัลแลน เอฟเฟกต์” SOFT POWER ที่ดูแล้วใจฟู กับความน่ารักที่หาได้ยากในหมู่ชายไทย!

ปรากฎการณ์พี่จอง-คัลแลน youtuber สายท่องเที่ยวซึ่งกำลังเป็นที่นิยม จากช่อง 컬렌 Cullen HateBerry นับว่าเป็นกรณีที่น่าสนใจในรูปแบบของการนำเสนอที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องมีการปรุงแต่งอันใดมาก ทว่าด้วยเสน่ห์ของสองหนุ่มชาวเกาหลีนี้เองซึ่งเป็นที่ดึงดูดและชวนให้หลายคนกลายเป็นผู้ติดตามหรือแฟนคลับ “ด้อมใจฟู” ไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทั้งคู่ถูกทาบทามให้เป็นพรีเซนเตอร์จากหลายๆ ที่ กระนั้นก็ตาม ด้วยความเป็น “พี่จองกับคัลแลน” ก็ได้มีการเลือกรับงานตามความพึงพอใจของสองคนนี้ จนเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ณ ช่วงที่ผ่านมา ความเป็นธรรมชาติที่ไม่ได้มีโปรดักชั่นใหญ่โต ผนวกกับการเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่พยายามโปรโมทมากจนเกินไป รวมถึงการฝึกพูดภาษาไทยผิดๆ ถูกๆ ตามสไตล์สองหนุ่มชาวเกาหลี ได้สร้างปรากฏการณ์ และเอฟเฟกต์ต่อสังคมไทย ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยว อีกทั้งยังส่งผลต่อมุมมองของหนุ่มสาวชาวไทยไปโดยปริยาย แน่นอนว่า ด้วยความเป็น youtuber สาย Vlog / ท่องเที่ยว จึงทำให้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งกลายเป็นจุดเช็คอินที่หลายคนปักหมุดไว้แล้วว่า ถ้ามีโอกาสจะต้องไปตามรอย พี่จองกับคัลแลนให้ได้ โดยวันนี้เราได้คัดสรรจุดเช็คอิน หรือ สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ จากอีพีต่างๆ มาไว้ที่นี่แล้ว 5 สถานที่ เริ่มต้นจาก 1. ดอยหัวหมด จากคลิป “ถึงแม่สอด ต่อด้วยอุ้มผาง เพราะเราตามหาทีลอซู” เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2024 โดยดอยหัวหมดเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ใครมา อ.อุ้มผาง จ.ตาก ก็ต้องมาชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกในยามเช้าตั้งแต่เวลา 05.00น.-06.00น. อันเป็นจุดขายของดอยหัวหมดแห่งนี้ โดยที่มาของชื่อดอยหัวหมด จากข้อมูลระบุว่าเนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขาหินปูนเตี้ยๆ อีกทั้งยังไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคุม ชาวท้องถิ่นจึงเรียกว่า “ดอยหัวหมด” มาจนถึงทุกวันนี้ 2. ช้าง อารีน่า และ บุรีรัมย์ คาสเซิล จากคลิป “แวะมาสนุก 1 วันที่บุรีรัมย์ ก่อนเราจะมุ่งหน้าไปสุรินทร์” เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2023 สำหรับใครที่เป็นสายชอบทำกิจกรรมหลากหลาย ช้าง อารีน่า และ บุรีรัมย์ คาสเซิล นับว่าตอบโจทย์ เนื่องจากมีกิจกรรมกีฬาสนุกๆ ทั้งที่เกี่ยวกับฟุตบอลและแข่งรถ ของฝั่ง ช้าง อารีน่า และหากขยับมาหน่อยทางฝั่ง บุรีรัมย์

แพทองธาร โชว์วิสัยทัศน์ ในงานเสวนา Soft Power พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ

วันนี้ (24 ม.ค. 67) แพทองธาร ชินวัตร รองประธานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ มาร่วมขึ้นเวทีและแสดงวิสัยทัศน์ในงานเสวนา Soft Power Thailand’s Next Weapon | Thairath Forum จัดโดยไทยรัฐกรุ๊ป โดยเนื้อหาหลักที่ แพทองธาร กล่าวบนเวทีนั้น ได้เปรียบ นโยบาย Soft Power เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง คล้ายกับผู้หญิงที่ต้องทำให้หนุ่มๆ หลงรัก กล่าวคือทำอย่างไรให้ทั่วโลกหลงรักประเทศไทยผ่านการขับเคลื่อนและส่งออก โดยเราจะเน้นไปทางเศรษฐกิจ รวมถึงยกระดับความเป็นอยู่ครัวเรือน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเพิ่มศักยภาพ ไม่ว่าจะในสาขา ภาพยนต์, อาหาร, บันเทิง ฯลฯ แต่ปัญหาหลักคือ ความยุ่งยากของการทำกิจกรรมต่างๆ ที่บางครั้งต้องยื่นเอกสารต่อภาครัฐ เนื่องจากข้อติดขัดของกฎกระทรวงมากมายหลายหน่วยงาน เราจะเริ่มทำ One stop service โดยจะเริ่มทำ sandbox ในกรุงเทพฯ สำหรับสาขาภาพยนต์ ให้สามารถถ่ายทำในสถานที่ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เราต้องยกเลิกกฎกระทรวงที่ล้าสมัย อีกทั้ง ตอนนี้ยังมีการร่วมมือกันของภาครัฐกับภาคเอกชน เพราะเอกชนคือผู้รู้ตัวจริง เขามี know how เขารู้ว่าต้องทำอะไร ทำอย่างไร ใช้งบเท่าไหร่ รัฐเพียงแค่อำนวยความสะดวกให้ พัฒนาระบบให้มีความมั่นคงยั่งยืน มีความทันสมัย และการทำงานกับภาคเอกชนคือทุกคนอยากมีส่วนร่วม เนื่องจากเขาทราบถึงปัญหาและหวังดีกับสาขาอาชีพของเขาจริงๆ นอกจากนี้ แพทองธาร ยังกล่าวถึงเทศกาลสงกรานต์ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยจะมีการเพิ่มช่วงเทศกาลให้มีไปถึงวันที่ 20 กว่าๆ ได้ จากที่เดิมทีมีเพียง 13-14-15 เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่กับเรานานขึ้น ให้เม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศเรามากขึ้น แต่ไม่ใช่การเล่นน้ำทุกวัน เพราะสงกรานต์ไม่ได้มีแค่สาดน้ำ ยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น แต่งชุดไทย สรงน้ําพระ เข้าวัดทำบุญ และอื่นๆ โดยต่อจากนี้จะสร้าง THACCA หน่วยงานที่มอบประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ คาดว่า พ.ร.บ. THACCA น่าจะร่างเสร็จไม่เกินเดือนเมษายน ก่อนจะยื่นให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป โดยระบุว่างบประมาณกว่า 5 พันล้านบาทนั้น จะกระจายแบ่งไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น

MYSTIC VALLEY FESTIVAL 2024 ​เทศกาลดนตรี EDM กลางหุบเขาสุดล้ำ โยกกันแบบ Non stop 2-4 กุมภาพันธ์นี้

ใครกำลังมองหาประสบการณ์เทศกาลดนตรี EDM แบบล้ำๆ ท่ามกลางหุบเขา “MYSTIC VALLEY FESTIVAL 2024” กลับมาอีกครั้ง ให้ทุกคนเตรียมแพ็คกระเป๋า จองที่พัก มาฟิน มาอินกับศิลปิน และดนตรี EDM ในวันศุกร์ที่ 2 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ณ รีสอร์ต “Mountain Creek” จังหวัดนครราชสีมา  โดยภายในงานคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ EDM ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของเขาใหญ่ พร้อมด้วยการยกทัพศิลปินกว่า 70 คน จัดเต็มแนวดนตรี EDM หลากหลายสไตล์มาให้ชมกันถึง 10 เวทีในงานเดียว ไล่ตั้งแต่ 1. “Mustache” ที่เชี่ยวชาญในส่วนของดนตรี House และ Techno  2. “Hardstyle Thailand” เน้นแนวดนตรีฮาร์ดสไตล์ โดยเฉพาะ  3. “Trance Lovers Thailand” เน้นดนตรีแนวแทรนซ์  4. “EDM Addicts” ที่จัดขึ้นเพื่อเอาใจแฟนเพลงสาย EDM ไว้โยก ไว้ตื๊ด  5. “Urban Music Bar Stage” ที่ Represent แนวดนตรี Hip Hop และ Trap เอาใจแก๊ง Hip Hop Culture  6.  “Epic Stage” ประกอบไปด้วยแนวดนตรี Deep House Tech House และ Techno สุดไพเราะ 7. “Headbanger Stage” บ้านของ Dubstep และ Bass แห่งอนาคต  8. “Energy Stage”เน้นเฉพาะแนวเพลงที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน  9. “Unaharn stage”