Skip links

Editor’s Pick

ชี้เป้าเด็ด 4 ที่น่าเที่ยว งาน Bangkok Design Week 2024!

เริ่มขึ้นไปแล้วสำหรับงาน Bangkok Design Week 2024 หรือเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2567 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ม.ค – 4 ก.พ 67 โดยงานในปีนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Livable Scape คนยิ่งทำ เมืองยิ่งดี” ซึ่งได้รวบรวบกิจกรรม นิทรรศการ งานจัดแสดง แสง สี และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งกระจายงานออกแบบสร้างสรรค์ไปย่านต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ กว่า 15 ย่าน โดยงาน Bangkok Design Week 2024 ดำเนินการโดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ร่วมกับผู้ร่วมจัดงานทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรระหว่างประเทศกว่า 60 หน่วยงาน มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งนำเสนองานสร้างสรรค์อันสะท้อนความเป็นสังคมเมืองในย่านต่างๆ ประยุกต์ใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อต่อยอดสินทร้พย์ทางวัฒนธรรม รวมถึงผสานแนวคิดในอดีตกับปัจจุบัน เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์และความเป็นไปได้ใหม่ๆ ในอนาคต ด้วยกิจกรรมอันหลากหลายที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ให้มาสัมผัสประสบการณ์และเอกลักษณ์อันเป็นเสน่ห์ของย่านต่างๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กระตุ้นการแข่งขัน และขยายการเติบโตของธุรกิจออกแบบสร้งสรรค์ รวมถึงธุรกิจแวดล้อมใกล้เคียงด้วย อย่างไรก็ดี เทศกาลงานออกแบบครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 4 ก.พ. 67 สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปเยี่ยมชม หรือเลือกไม่ถูกว่าจะไปงานไหนจาก 500 กว่าโปรแกรมที่จัดขึ้น The Attraction จึงขอคัดสรรโปรแกรมที่น่าสนใจมา 4 แห่ง ดังนี้ Urban Studies Lab Journey: Entertainment in Everyday งานจัดแสดงที่จัดขึ้นโดย Urban Studies Lab หรือศูนย์วิจัยชุมชนเมือง ที่รวบรวมผลงานของศูนย์วิจัยชุมชนเมืองไว้ในกิจกรรมต่างๆ เช่น PB Board Game  เกมการเรียนรู้เกี่ยวกับ Participatory Budgeting หรือการจัดทำงบประมาณแบบมีส่วนร่วม เพื่อสร้างความเข้าใจในกระบวนการการจัดสรรงบประมาณ แบบมีส่วนร่วมสำหรับบุคลากรจากหน่วยงานรัฐและประชาชนทั่วไป Nang Leong Menu : ไพ่

Marry My Husband กับการขับเคลื่อนประเด็นสังคม Toxic ผ่านซีรีส์

เรียกได้ว่าเปิดประเดิมกระแสรับต้นปี 2024 ได้อย่างน่าประทับใจ สำหรับซีรีส์เรื่อง “Marry My Husband สามีคนนี้แจกฟรีให้เธอ”  ที่ออกอากาศตอนแรกเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 67 โดย Nielsen Korea รายงานว่าสามารถทำเรตติ้งในเกาหลีไปได้กว่า 5.2% สำหรับกระแสในประเทศไทยก็ฮอตฮิตไม่แพ้กัน เห็นได้จากการพูดถึงตัวละครหรือบางฉากตอนในเรื่องกันอย่างแพร่หลายในโลกออนไลน์ ด้วยเนื้อเรื่องที่เปิดฉากมาจาก การที่นางเอกโดนคนรอบข้างเธอ ไม่ว่าจะเป็นสามี  แม่สามี  เพื่อนสนิท  หัวหน้า  และคนที่ทำงาน คอยกดขี่ รังแก ต่อว่า ดูหมิ่น ด้อยค่าและเอาเปรียบเธอสารพัด ทั้งจากคำพูดและการกระทำ พฤติกรรมเหล่านี้หรือที่เรียกรวม ๆ ว่า  “Gaslighting”  ศัพท์คำนี้เป็นที่พูดถึงอยู่มากในช่วงหลัง  หากแต่ยังไม่มีคำแปลภาษาไทยที่ตรงตัวนัก โดย Cambridge Dictionary ได้ให้คำนิยามความหมายของคำว่า “Gaslighting” ไว้โดยถอดความเป็นภาษาไทยได้ว่า “เป็นการกระทำที่หลอกลวงหรือบงการผู้อื่น โดยทำให้พวกเขาเชื่อในสิ่งที่ไม่เป็นจริง โดยเฉพาะยิ่งกับการบอกเป็นนัยว่าพวกเขาอาจมีปัญหาทางความคิดจิตใจ” ทั้งนี้  พล็อตเรื่องได้เล่าถึงตัวละครหลัก ซึ่งย้อนเวลากลับไป และได้โอกาสแก้แค้นกลุ่มคนที่เคย Gaslight  และหักหลังเธอ จนเป็นที่น่าติดตามและเอาใจช่วย จากผู้ชมจำนวนมากว่านางเอกอย่าง “คังจีวอน” ที่แสดงโดย “พัคมินยอง” นั้นจะพลิกโชคชะตาและแก้ไขสถานการณ์ เพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยได้หรือไม่? อย่างไร? การหยิบยกประเด็นทางสังคม ที่ถูกกล่าวถึงบ่อยครั้ง ในช่วงหลังอย่าง   Gaslighting  มาสอดแทรก และนำเสนอผ่านซีรีส์เรื่องนี้  ในแง่หนึ่งจึงเสมือนการขัดเกลาความคิดของผู้คนในสังคม ส่วนในอีกแง่ก็เป็นการสื่อสารต่อชาวโลกถึงค่านิยมที่ผู้เขียนบทซีรีส์เรื่องนี้ต้องการนำเสนอ เพราะหากจะกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว เราจะเห็นได้ว่าซีรีส์เกาหลีในระยะหลัง ๆ มักจะหยิบแทรกประเด็นทางสังคม หรือขับเคลื่อนค่านิยมบางอย่างผ่าน  K-Drama จนประสบความสำเร็จได้ในระดับโลก ซึ่งผลงานชิ้นสำคัญที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในทิศทางของเนื้อหาหนัง-ซีรีส์เกาหลี คงต้องยกให้ภาพยนต์ Parasite ที่ออกฉายเมื่อปี 2019 เนื้อหาว่าด้วยเรื่องความเหลื่อมล้ำ และชนชั้นอันแตกต่างกันของคนรวย-คนจน ซึ่งกวาดรางวัลในระดับสากลไปเป็นกอบเป็นกำ หรืออย่างซีรีส์เรื่อง Glory ที่ออกอากาศตอนแรกในปี 2022   ก็ได้แทรกประเด็นเรื่อง Bully การกลั่นแกล้ง รังแก ซึ่งเป็นดั่งหลุมดำชีวิตที่ดูดกลืนความปกติสุขของตัวละครหลักไปตั้งแต่วัยมัธยม จะเห็นได้ว่า  การนำเสนอเรื่องความเหลื่อมล้ำ ความยุติธรรม  กระทั่งปัญหาความสัมพันธ์ระดับปัจเจก อย่างในเรื่อง Marry My

PIXELS เปลี่ยนฟังก์ชั่นเป็นแฟชั่น เปิดตัว “นนกุล” เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่

ผ่านไปเรียบร้อยสำหรับงาน PIXELS CARE DAY งานเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนล่าสุดของแบรนด์ PIXELS อย่าง ชานน สันตินธรกุล หรือ นนกุล ตอกย้ำความทันสมัยด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ และความเป็นแฟชั่นสุดคูล โดยทาง PIXELS ได้พัฒนา และเปิดมิติใหม่ของกล้องวงจรปิด ด้วยการนำ Virtual Technology เข้ามาใช้เป็นเจ้าแรกในไทย พร้อมแนวคิด ที่มุ่งเน้นการทำกล้องวงจรปิด ให้เป็นมากกว่ากล้องวงจรปิด ไม่ว่าจะเป็นการนำ AI  มาใช้ตรวจจับใบหน้า รถยนต์ หรือสิ่งของ ทำให้ต่อจากนี้ กล้องวงจรปิดจะไม่ได้แค่มองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างเดียวเท่านั้น  ทว่ายังรู้จักด้วยว่าที่เห็นอยู่คืออะไร พร้อมกันนั้นยังมีการใช้ Wifi 6 ที่ช่วยเพิ่มความละเอียดคมชัดให้มากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงระบบ Target Wake Time ที่จะมาช่วยประหยัดพลังงาน และยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น แต่ก็นั่นแหละ การจะสื่อสารความล้ำและเทคโนโลยีอันทันสมัยให้ลูกค้าได้รับรู้ ก็อาจจะไม่ใช่จุดที่สร้างแรงดึงดูดใจได้เพียงพอ PIXELS  จึงได้จรดปากกาเซ็นสัญญา ดึง “นนกุล” เข้ามา ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ทันสมัยของแบรนด์ เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยเน้นสื่อสารความเป็นแฟชั่น ควบคู่ไปกับการปรับรูปลักษณ์ของสินค้าให้น่าดึงดูด อย่างการเปลี่ยนสี เปลี่ยนเคสของตัวกล้องได้อย่างหลากหลายคล้ายเปลี่ยนเคสมือถือ และในรุ่นพิเศษยังมีลูกเล่นหูกระต่ายบนตัวกล้องเพิ่มความคิวท์ให้ตัวกล้องดูน่ารักขึ้นอีกด้วย

“พี่จอง-คัลแลน เอฟเฟกต์” SOFT POWER ที่ดูแล้วใจฟู กับความน่ารักที่หาได้ยากในหมู่ชายไทย!

ปรากฎการณ์พี่จอง-คัลแลน youtuber สายท่องเที่ยวซึ่งกำลังเป็นที่นิยม จากช่อง 컬렌 Cullen HateBerry นับว่าเป็นกรณีที่น่าสนใจในรูปแบบของการนำเสนอที่เป็นธรรมชาติ ไม่ต้องมีการปรุงแต่งอันใดมาก ทว่าด้วยเสน่ห์ของสองหนุ่มชาวเกาหลีนี้เองซึ่งเป็นที่ดึงดูดและชวนให้หลายคนกลายเป็นผู้ติดตามหรือแฟนคลับ “ด้อมใจฟู” ไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ทั้งคู่ถูกทาบทามให้เป็นพรีเซนเตอร์จากหลายๆ ที่ กระนั้นก็ตาม ด้วยความเป็น “พี่จองกับคัลแลน” ก็ได้มีการเลือกรับงานตามความพึงพอใจของสองคนนี้ จนเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ณ ช่วงที่ผ่านมา ความเป็นธรรมชาติที่ไม่ได้มีโปรดักชั่นใหญ่โต ผนวกกับการเดินทางท่องเที่ยวแบบไม่พยายามโปรโมทมากจนเกินไป รวมถึงการฝึกพูดภาษาไทยผิดๆ ถูกๆ ตามสไตล์สองหนุ่มชาวเกาหลี ได้สร้างปรากฏการณ์ และเอฟเฟกต์ต่อสังคมไทย ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยว อีกทั้งยังส่งผลต่อมุมมองของหนุ่มสาวชาวไทยไปโดยปริยาย แน่นอนว่า ด้วยความเป็น youtuber สาย Vlog / ท่องเที่ยว จึงทำให้สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งกลายเป็นจุดเช็คอินที่หลายคนปักหมุดไว้แล้วว่า ถ้ามีโอกาสจะต้องไปตามรอย พี่จองกับคัลแลนให้ได้ โดยวันนี้เราได้คัดสรรจุดเช็คอิน หรือ สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำ จากอีพีต่างๆ มาไว้ที่นี่แล้ว 5 สถานที่ เริ่มต้นจาก 1. ดอยหัวหมด จากคลิป “ถึงแม่สอด ต่อด้วยอุ้มผาง เพราะเราตามหาทีลอซู” เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2024 โดยดอยหัวหมดเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่ใครมา อ.อุ้มผาง จ.ตาก ก็ต้องมาชมพระอาทิตย์ขึ้น และทะเลหมอกในยามเช้าตั้งแต่เวลา 05.00น.-06.00น. อันเป็นจุดขายของดอยหัวหมดแห่งนี้ โดยที่มาของชื่อดอยหัวหมด จากข้อมูลระบุว่าเนื่องจากลักษณะภูมิประเทศที่เป็นภูเขาหินปูนเตี้ยๆ อีกทั้งยังไม่มีต้นไม้ใหญ่ปกคุม ชาวท้องถิ่นจึงเรียกว่า “ดอยหัวหมด” มาจนถึงทุกวันนี้ 2. ช้าง อารีน่า และ บุรีรัมย์ คาสเซิล จากคลิป “แวะมาสนุก 1 วันที่บุรีรัมย์ ก่อนเราจะมุ่งหน้าไปสุรินทร์” เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 2023 สำหรับใครที่เป็นสายชอบทำกิจกรรมหลากหลาย ช้าง อารีน่า และ บุรีรัมย์ คาสเซิล นับว่าตอบโจทย์ เนื่องจากมีกิจกรรมกีฬาสนุกๆ ทั้งที่เกี่ยวกับฟุตบอลและแข่งรถ ของฝั่ง ช้าง อารีน่า และหากขยับมาหน่อยทางฝั่ง บุรีรัมย์

แพทองธาร โชว์วิสัยทัศน์ ในงานเสวนา Soft Power พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ

วันนี้ (24 ม.ค. 67) แพทองธาร ชินวัตร รองประธานยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ มาร่วมขึ้นเวทีและแสดงวิสัยทัศน์ในงานเสวนา Soft Power Thailand’s Next Weapon | Thairath Forum จัดโดยไทยรัฐกรุ๊ป โดยเนื้อหาหลักที่ แพทองธาร กล่าวบนเวทีนั้น ได้เปรียบ นโยบาย Soft Power เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่ง คล้ายกับผู้หญิงที่ต้องทำให้หนุ่มๆ หลงรัก กล่าวคือทำอย่างไรให้ทั่วโลกหลงรักประเทศไทยผ่านการขับเคลื่อนและส่งออก โดยเราจะเน้นไปทางเศรษฐกิจ รวมถึงยกระดับความเป็นอยู่ครัวเรือน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเพิ่มศักยภาพ ไม่ว่าจะในสาขา ภาพยนต์, อาหาร, บันเทิง ฯลฯ แต่ปัญหาหลักคือ ความยุ่งยากของการทำกิจกรรมต่างๆ ที่บางครั้งต้องยื่นเอกสารต่อภาครัฐ เนื่องจากข้อติดขัดของกฎกระทรวงมากมายหลายหน่วยงาน เราจะเริ่มทำ One stop service โดยจะเริ่มทำ sandbox ในกรุงเทพฯ สำหรับสาขาภาพยนต์ ให้สามารถถ่ายทำในสถานที่ต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เราต้องยกเลิกกฎกระทรวงที่ล้าสมัย อีกทั้ง ตอนนี้ยังมีการร่วมมือกันของภาครัฐกับภาคเอกชน เพราะเอกชนคือผู้รู้ตัวจริง เขามี know how เขารู้ว่าต้องทำอะไร ทำอย่างไร ใช้งบเท่าไหร่ รัฐเพียงแค่อำนวยความสะดวกให้ พัฒนาระบบให้มีความมั่นคงยั่งยืน มีความทันสมัย และการทำงานกับภาคเอกชนคือทุกคนอยากมีส่วนร่วม เนื่องจากเขาทราบถึงปัญหาและหวังดีกับสาขาอาชีพของเขาจริงๆ นอกจากนี้ แพทองธาร ยังกล่าวถึงเทศกาลสงกรานต์ที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้ โดยจะมีการเพิ่มช่วงเทศกาลให้มีไปถึงวันที่ 20 กว่าๆ ได้ จากที่เดิมทีมีเพียง 13-14-15 เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่กับเรานานขึ้น ให้เม็ดเงินหมุนเวียนในประเทศเรามากขึ้น แต่ไม่ใช่การเล่นน้ำทุกวัน เพราะสงกรานต์ไม่ได้มีแค่สาดน้ำ ยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น แต่งชุดไทย สรงน้ําพระ เข้าวัดทำบุญ และอื่นๆ โดยต่อจากนี้จะสร้าง THACCA หน่วยงานที่มอบประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ คาดว่า พ.ร.บ. THACCA น่าจะร่างเสร็จไม่เกินเดือนเมษายน ก่อนจะยื่นให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป โดยระบุว่างบประมาณกว่า 5 พันล้านบาทนั้น จะกระจายแบ่งไปยังอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น

MYSTIC VALLEY FESTIVAL 2024 ​เทศกาลดนตรี EDM กลางหุบเขาสุดล้ำ โยกกันแบบ Non stop 2-4 กุมภาพันธ์นี้

ใครกำลังมองหาประสบการณ์เทศกาลดนตรี EDM แบบล้ำๆ ท่ามกลางหุบเขา “MYSTIC VALLEY FESTIVAL 2024” กลับมาอีกครั้ง ให้ทุกคนเตรียมแพ็คกระเป๋า จองที่พัก มาฟิน มาอินกับศิลปิน และดนตรี EDM ในวันศุกร์ที่ 2 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ณ รีสอร์ต “Mountain Creek” จังหวัดนครราชสีมา  โดยภายในงานคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ EDM ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของเขาใหญ่ พร้อมด้วยการยกทัพศิลปินกว่า 70 คน จัดเต็มแนวดนตรี EDM หลากหลายสไตล์มาให้ชมกันถึง 10 เวทีในงานเดียว ไล่ตั้งแต่ 1. “Mustache” ที่เชี่ยวชาญในส่วนของดนตรี House และ Techno  2. “Hardstyle Thailand” เน้นแนวดนตรีฮาร์ดสไตล์ โดยเฉพาะ  3. “Trance Lovers Thailand” เน้นดนตรีแนวแทรนซ์  4. “EDM Addicts” ที่จัดขึ้นเพื่อเอาใจแฟนเพลงสาย EDM ไว้โยก ไว้ตื๊ด  5. “Urban Music Bar Stage” ที่ Represent แนวดนตรี Hip Hop และ Trap เอาใจแก๊ง Hip Hop Culture  6.  “Epic Stage” ประกอบไปด้วยแนวดนตรี Deep House Tech House และ Techno สุดไพเราะ 7. “Headbanger Stage” บ้านของ Dubstep และ Bass แห่งอนาคต  8. “Energy Stage”เน้นเฉพาะแนวเพลงที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน  9. “Unaharn stage”

Prime Video จัดงานแถลงข่าวส่งท้ายปี พร้อมฉายรอบปฐมทัศน์ “The Adventures ผจญภัยล่าขุมทรัพย์หมื่นลี้”

Prime Video แท็กทีมนักแสดงนำ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, มัจฉา โมซิมันน์, เผือก-พงศธร จงวิลาส, คงคิด วิเศษศิริ พร้อมด้วยทีมผู้สร้าง จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์ผจญภัยแนวคอเมดี้-โรแมนติก “The Adventures ผจญภัยล่าขุมทรัพย์หมื่นลี้” อย่างเป็นทางการ เมื่อวันศุกร์ที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา พร้อมจัดฉายรอบปฐมทัศน์ ณ พารากอน ซีนีเพล็กซ์  ภายในงานแถลงข่าวจำลองบรรยากาศประเทศจีนมาไว้ในงาน เพื่อต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติทุกท่านเข้าสู่การผจญภัยไปด้วยกัน พร้อมด้วยการสัมภาษณ์พูดคุยระหว่างนักแสดงนำและทีมผู้สร้าง ที่มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์สนุกๆ ระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ซึ่งเนื้อหาเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นในประเทศจีน ขจรชัย วชิรพิศุทธ์โสภิณ ผู้อำนวยการสร้าง บอกเล่าถึงที่มาที่ของภาพยนตร์ผจญภัยเรื่องนี้ว่า “จุดเริ่มต้นของภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดจากการโจทย์ว่า เราอยากจะทำหนังโรแมนติก-คอเมดี้ที่เป็นมากกว่าหนังโรแมนติก-คอเมดี้ อยากให้ภาพยนตร์แนวนี้ได้อยู่บนโปรดักชั่นที่ดี เป็นหนังฟอร์มใหญ่ที่ถ่ายทำในสถานที่สวยงามแปลกใหม่ เพื่อให้ผู้ชมได้รับทั้งความบันเทิงและความตื่นตาตื่นใจอย่างเต็มอิ่ม เมื่อตัวละครในเรื่องไปพบกับสถานการณ์และโลเคชั่นใหม่ๆ ที่หลากหลาย” ขณะที่ พรชัย ว่องศรีอุดมพร ผู้อำนวยการสร้าง กล่าวเสริมว่า “การที่หนังได้ก้าวข้ามแนวเนื้อหาเดิมๆ ด้วยการผสมผสานภาพยนตร์แนวผจญภัยและแนวโรแมนติก-คอเมดี้เข้าด้วยกัน ทั้งยังได้ร่วมงานกับ Prime Video เป็นโอกาสดีที่ทีมผู้สร้างรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะภาพยนตร์ฝีมือคนไทยและเรื่องราวแบบไทยๆ จะมีโอกาสได้ออกสู่สายตาผู้ชมทั่วโลก ซึ่งจะช่วยยกระดับและสนับสนุนวงการบันเทิงไทย ทั้งบุคลากรเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ให้ก้าวเข้าสู่ระดับโลกไปอีกขั้น” ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ นักแสดงนำของเรื่องได้เล่าถึงความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “ปกติผมจะรับงานการแสดงที่อ่านบทแล้วรู้สึกว่าผมเหมาะและเห็นตัวเองว่าถ้าแสดงในคาแรคเตอร์นั้นจะออกมาเป็นภาพแบบไหน เรื่องนี้พี่นิว (ผู้กำกับ) ส่งบทมาให้ผมอ่าน พอผมอ่านบทจบแล้วรู้สึกสนใจและอยากเล่นทันที เพราะแค่ตัวบทก็สนุกมากๆ โดยเฉพาะเป็นภาพยนตร์แนวผจญภัยที่ยังไม่ค่อยเห็นแนวนี้ในหนังไทยสักเท่าไหร่ รู้สึกว่าแปลกใหม่ ทั้งในแง่ของผู้ชมที่จะได้ชมอะไรที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงแง่ของนักแสดงเองที่จะได้มีประสบการณ์การทำงานที่แตกต่างไปจากเดิม การถ่ายทำที่ประเทศจีนนับเป็นสุดยอดประสบการณ์ของผมเลยครับ ทั้งสนุกและท้าทาย ทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังทุกคนกลมเกลียวกันดีมาก ทำให้ได้ภาพสวยๆและความสนุกมาฝากผู้ชมแน่นอน ถ้ายังไงฝากติดตามชมภาพยนตร์ The Adventures ผจญภัยล่าขุมทรัพย์หมื่นลี้  ใน Prime Video กันเยอะๆนะครับ” ส่วน มัจฉา โมซิมันน์ นางเอกของเรื่องกล่าวเสริมว่า “ประสบการณ์การถ่ายทำที่จีนนับว่าเป็นการผจญภัยสำหรับฉาสมชื่อเรื่องเลยค่ะ ปกติฉาจะไม่ค่อยได้เที่ยวแบบลุยๆเท่าไหร่ พอมาถ่ายทำเรื่องนี้เลยประทับใจมาก เป็นประสบการณ์ที่ไม่มีวันลืมเลย ถึงฉาจะเล่นหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก แต่อุ่นใจมากค่ะ เพราะพี่ๆทุกคนช่วยเหลือและให้คำแนะนำได้ดีมากๆ เบื้องหลังกองสนุกมาก การที่ฉาได้ร่วมงานและเรียนรู้จากพี่ๆ นักแสดงมากประสบการณ์ทุกคนในครั้งนี้ เป็นโอกาสที่ดีมากๆ เลยค่ะ และอยากขอบคุณทาง Prime

จากรถไฟฟ้าถึงโซลาร์เซลล์ ไทยแลนด์อ้าแขนรับกระแสพลังงานสะอาดไวเกินคาด

ปี 2023 ที่กำลังจะผ่านไป ถือเป็นปีที่น่าจดจำสำหรับตลาดพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย จากยอดจองรถ EV งาน Motor EXPO 2023 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2023 ถึงวันที่ 11 ธันวาคม 2023 ที่ผ่านมา ยอดจองรถยนต์ในงาน รวม 54,323 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน +32.5% โดยที่ Toyota ยังคงรั้งอันดับ 1 ตามด้วย Honda อันดับ 2 ที่น่าสนใจคืออันดับ 3-7 เป็นแบรนด์สัญชาติจีนที่กวาดยอดจองได้เป็นปรากฏการณ์จากการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าในหลายรุ่น ทำให้แบรนด์ BYD / Aion / MG / GMW และ ChangAn ขึ้นมาแข่งขันในตลาดรถยนต์บ้านเราได้อย่างคึกคัก credit : AUTOLIFE THAILAND สะท้อนแนวโน้มของผู้บริโภคชาวไทยที่พร้อมอ้าแขนรับกระแสพลังงานสะอาด โดยที่ภาพลักษณ์ของ “แบรนด์ที่มาจากจีน” นั้นก็เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นจากมุมมองของผู้บริโภคชาวไทย ส่งผลให้แบรนด์รถไฟฟ้าจากแดนมังกรตบเท้าเข้ามาปักหมุดวางประเทศไทยเป็นอีกฐานการผลิตในการเจาะตลาดรถไฟฟ้า EV ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หันมาดูเทรนด์การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ในไทยบ้าง จากข้อมูลจาก IHS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลเศรษฐกิจ-การลงทุนระดับโลกพบว่า ประเทศไทยได้เข้าสู่ตลาดระดับกิกะวัตต์ (GW) ตั้งแต่ปี 2022 โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 2GW ต่อปี ชี้ให้เห็นว่ามูลค่าตลาดโดยรวมมีเสถียรภาพ ทำให้มีบริษัทเซลล์แสงอาทิตย์ระดับโลกจำนวนมากสนใจ เข้ามาทำตลาดในประเทศ   หนึ่งในแบรนด์ที่น่าจับตาก็คือ “ทงเวย โซลาร์” (Tongwei Solar) บริษัทพลังงานแสงอาทิตย์แห่งแรกของโลกที่ติดอยู่ในลิสต์ Fortune Global 500 ที่ได้เข้ามาทำการตลาดในไทย ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ของปี 2023 จากภาพรวมตลาดที่ผ่านมา ถือว่าตัวแบรนด์นั้นได้รับการตอบรับดีจากลูกค้าชาวไทย ทั้งลูกค้าในครัวเรือน, อุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้าภาคพื้นดินขนาดใหญ่ ทงเวยคาดว่าจะสามารถจำหน่ายโซลาร์เซลล์ได้ ไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ภายใน ปี 2024 และจะสร้างรายได้กว่า 5,000

The Attraction เผยผลสำรวจ คนไทย 70% เข้าใจ SOFT POWER แต่ “งงมากแม่” กับนโยบายของ THACCA

จากคำถามที่หลายคนสงสัยว่า “Soft Power” คืออะไรกันแน่? เอาแค่นิยามภาษาไทยที่มีคนมาอธิบายความหมายไว้มากมาย  ทั้ง “อำนาจละมุน”, “พลังเย็น”, “พลังนุ่มนิ่ม”, “มานานุภาพ”, “ภูมิพลังวัฒนธรรม” ฯลฯ ก็ทำเอาหลายคนที่เคยคิดว่าเข้าใจความหมายของคำนี้ กลายเป็นสับสนกับสิ่งอยู่ในหัวว่าสิ่งที่คิดมันยังถูกต้องอยู่มั้ย ถ้าประชาชนชาวเน็ตทั่วไปอย่างเราๆ จะทั้งงงทั้งหลงทาง ไม่ต่างจาก “คนตาบอดคลำช้าง” มันก็พอเข้าใจได้ แต่ไม่น่าเชื่อว่าคนจากฝั่งสื่อมวลชน สื่อออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์ หรือแม้กระทั่งภาครัฐเอง ก็ดันมายืนคลำช้างตัวเดียวกันอย่างพร้อมเพรียงด้วยนี่สิ ประเด็นนี้เลยกลายเป็นความสับสนระดับประเทศ ที่เราควรหันมาโฟกัสกันอย่างจริงจังได้แล้ว ในฐานะที่ The Attraction (ดิ แอทแทรคชั่น) ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับซอฟต์พาวเวอร์ ผ่านการเล่าถึงมุมมองสำคัญทางด้านอาหาร วัฒนธรรม ความบันเทิง เศรษฐกิจ การเมือง และอื่นๆ โดยตั้งใจที่จะเป็นอีกหนึ่งเสียงที่ช่วยสะท้อนภาพของซอฟต์พาวเวอร์จากภาคประชาชน เราจึงได้จัดทำ “แบบสำรวจความคิดเห็นของประชาชนไทยที่มีต่อซอฟต์พาวเวอร์” กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้ติดตามในเพจและประชาชนทั่วไปในโลกออนไลน์ โดยคาดหวังว่าข้อมูลและสถิติที่ได้จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมและองค์กรต่างๆ จากแบบสอบถามพบว่า • ประชาชนกว่า 70% ให้คะแนนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ Soft Power ของตัวเองในระดับสูง และมองว่าซอฟต์พาวเวอร์เป็นเรื่องสำคัญและอยู่รอบตัว • ท่ามกลางคำนิยาม Soft Power ที่ถูกแปลเป็นภาษาไทย คำที่คนคิดว่าเหมาะสมที่สุด 3 อันดับแรก คือ “ภูมิพลังวัฒนธรรม” “พลังโน้มนำ” และ “พลังเย็น” • แม้ว่าคนที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่จะเข้าใจในเรื่อง Soft Power แต่เมื่อเจาะถึงโนบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ (OFOS) ที่รัฐบาลได้ดำเนินการอยู่ในขณะนี้ เสียงของประชาชนเกินกว่า 60% เทไปในฝั่งเดียวกันคือ ยังไม่ค่อยเข้าใจและ “งงมากแม่” • ที่สำคัญองค์กรที่ถูกตั้งมาให้เป็นหัวเรือในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ของชาติอย่าง THACCA นั้น กลับไม่ติดโผ 5 อันดับแรก ที่ประชาชนคิดว่ามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศอีกด้วย นอกจากนี้ยังพบผลสำรวจที่น่าสนใจอีกมากมาย ดังนี้ บุคคลผู้ทรงอิทธิพลในการสร้างและผลักดัน Soft Power เป็นไปตามคาดอันดับที่ 1 คือ “ลิซ่า ลลิษา มโนบาล” ไม่ว่าจะหยิบจับอะไรก็กระตุ้นพลัง Soft Power ของไทยไปหมด ล่าสุดสวมชุดแบรนด์ไทย Asava รับพระราชทานเครื่องราชฯ จาก คิงชาร์ลส์ที่

ยินดีกับ MEGA PERK ผู้ชนะ THE NEXT HYPE AUDITION 2023

จบลงไปแล้วสำหรับ รายการ THE NEXT HYPE AUDITION 2023 ! ที่มีผู้ที่สนใจส่งคลิปเข้ามาสมัครกว่า 1,000 คน ก่อนที่จะคัดเลือกเหลือ 8 คนสุดท้ายเข้ามาในรอบ Finalist พร้อมเปิดประสบการณ์เตรียมพร้อมสู่ศิลปินฮิปฮอปคลื่นลูกใหม่ของค่าย HYPE TRAIN ด้วยการแสดงโชว์มินิคอนเสิร์ตต่อหน้าฝูงชน ผู้ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะกลายเป็นแชมป์คนแรกของรายการนี้ทันที  “THE NEXT HYPE CONCERT” Hip-Hop Festival สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ที่รวมแรปสตาร์ชื่อดังของประเทศไทย มาร่วมแสดงบนเวทีเดียวกัน เดือดจัดจนเวทีลุกเป็นไฟ!! และยังเป็นการกลับมาแสดงร่วมกันบนเวทีอีกครั้งในรอบ 3 ปี ของ FIIXD, 1MILL, DIAMOND MQT, ทีม PD และศิลปินจากค่าย “HYPE TRAIN” ได้แก่ NINO, BEN BIZZY, SIRPOPPA, SPRITE, OG BOBBY, DON KIDS, HUMBLEP คู่หูแรปเปอร์เจ้าของเพลงฮิต ZENTYARB, K.AGLET และแรปเปอร์มาแรงอย่าง “DHAVISION” ได้แก่ PERCY, 4ouryou, YUNGTARR, CHXID! พร้อมเปิดตัว 8 Finalists จากโปรเจกต์ “THE NEXT HYPE AUDITION” ได้แก่ BABY ROCKY (เบบี้ ร็อคกี้), ARTRILLA (อาร์ตทริลล่า),nakkinpak (นักกินผัก), FUTXRE (ฟิวเจอร์), 1ST (วันเอสที), Shotty J (ช็อทตี้ เจ), YOUNGCHIANG (ยังเชียง) และ Mega Perk (เมก้า เพิร์ค) เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ณ SPACEPLUS