Skip links

PR

โคราช ขอต้อนรับ งานมหกรรมพืชสวนโลก หรือ “โคราช เอ็กซ์โป 2029” – Korat Expo 2029

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2567 ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ สมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (The International Association of Horticultural Producers – AIPH) ประกาศให้สิทธิ์ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก (International Horticultural Expo)  หรือ “โคราช เอ็กซ์โป 2029” หลังจากทางคณะกรรมการสมาคมพืชสวนโลกระหว่างประเทศ ได้ลงพื้นที่ติดตามรับฟังข้อมูลจากตัวแทนภาครัฐและเอกชน ณ ที่ดินป่าสาธารณประโยชน์โคกหนองรังกา  ตำบลเทพาลัย อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา เมื่อคณะกรรมการฯ  พิจารณาเห็นชอบตามองค์ประกอบ และเงื่อนไขที่กำหนด  จึงอนุมัติให้สิทธิ์แก่เมืองโคราชเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ด้วยวงเงินงบประมาณการดำเนินงาน 4,280 ล้านบาท ตามที่คณะรัฐมนตรีของประเทศไทยชุดที่แล้วได้อนุมัติไป บนพื้นที่จัดงานกว่า 678 ไร่  ระหว่างวันที่ 10 พฤศจิกายน 2572 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2573 รวมทั้งสิ้น 110 วัน โดยงานนี้ จัดภายใต้แนวคิด “ธรรมชาติและพรรณพืชเขียวขจี อนาคตแห่งโลกสีเขียว” (Nature & Greenery: Envisioning the Green Future) โดยจุดมุ่งหวังของการจัดงานในทางตัวเลข มีดังนี้ คาดหวังผู้เข้าชมงานราวๆ 2.6 – 4 ล้านคน ประมาณการเงินสะพัดกว่า 18,942 ล้านบาท หวังเพิ่มมูลค่า GDP 9,163 ล้านบาท และอาจก่อให้เกิดรายได้จากการจัดเก็บภาษี 3,429 ล้านบาท รวมถึงอัตราสร้างงาน 36,003 อัตรา อีกทั้งอานิสงส์ดังกล่าว ยังแผ่ไปถึง 16 อำเภอใกล้เคียงด้วย   การคว้าสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมระดับโลก อาจจะสามารถยกระดับจังหวัดนครราชสีมาให้เป็นเมืองต้นแบบด้านนวัตกรรมสีเขียวในอนาคต ตามที่ สยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กล่าวในฐานะเมืองเจ้าภาพไว้ว่า ขอขอบคุณรัฐบาล นายกรัฐมนตรี กรมวิชาการเกษตร สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ

วธ.ล็อคมง “แอนโทเนียน โพซิ้ว” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์สงกรานต์ไทยปีนี้

กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) มอบมงล็อคตำแหน่ง “แอนโทเนีย โพซิ้ว” –  รองชนะเลิศมิสยูนิเวิร์ส 2023 ให้เป็น “นางมโหธรเทวี”  นางสงกรานต์ ประจำปี 2567 เนื่องในโอกาสที่องค์การยูเนสโก ประกาศขึ้นทะเบียน “สงกรานต์ในประเทศไทย” เป็นมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ เพื่อร่วมสืบสาน รักษา และต่อยอดมรดกภูมิปัญญาประเพณีสงกรานต์ของประเทศไทยให้คงอยู่ต่อไป ภายใต้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ “สร้างเสน่ห์วิถีไทย ครองใจคนทั้งโลก” ที่มุ่งหวังผลักดันให้ไทยเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในระดับโลก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้แก่ประชาชนและชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ ในแต่ละปี ชื่อ ลักษณะการแต่งกายและลักษณะท่าทางของ นางสงกรานต์ จะแตกต่างกันตามวันและช่วงเวลาที่พระอาทิตย์เคลื่อนสู่ราศีเมษ ซึ่งในปี 2567 วันสงกรานต์ ตรงกับ วันเสาร์ ที่พระอาทิตย์เคลื่อนเข้าสู่ราศีเมษ ในช่วงค่ำ-เที่ยงคืน นางสงกรานต์ในปีนี้จึงชื่อว่า “นางมโหธรเทวี” โดยจะทรงพาหุรัด ทัดดอกสามหาว (ดอกผักตบชวา) สวมใส่แก้วนิลรัตน์ ทรงจักรที่พระหัตถ์ขวา ทรงตรีศูลที่พระหัตถ์ซ้าย นอนลืมตาเหนือหลังเทวราชพาหนะ คือ มยุรา (นกยูง)   ในเวลาต่อมา @ภูษาผ้าลายอย่าง ออกมากล่าวถึงแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ชุดนี้ผ่านเฟซบุ๊กเพจว่า “ครั้งนี้ ภูษาผ้าลายอย่าง ออกแบบอ้างอิงตามประติมากรรม “อับเฉาเรือ” ในสมัยอยุธยา  ซึ่งเป็นไปตามศิลปนิยม “งามอย่างเทวสตรี” ผสานเข้ากับจินตนิยมของผู้ออกแบบ และผู้สวมใส่  ที่ต้องการให้เห็นถึงความสง่างาม แสดงถึงพลังที่มีอยู่ภายในของสตรีเพศ   จึงได้นำความงามที่หลากหลายของการแต่งกายในสมัยอยุธยา มาร้อยเรียงขึ้นเป็นชุดนี้” “โดยสวมศิราภรณ์ อันเรียกว่า “เทริด” เครื่องประดับศรีษะของชนชั้นสูง พร้อมด้วยใส่อาภรณ์แก้วนิลรัตน์ (เครื่องประดับอัญมณีสีดำหรือบางตำราว่าสีน้ำเงินเข้มเกือบดำ) นุ่งผ้าลายอย่าง  “ลายสร้อยสามหาว”  สีม่วงดอกผักตบ ที่ออกแบบรังสรรค์ขึ้นใหม่ โดย อ.ธนิต พุ่มไสว (ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “ภูษาผ้าลายอย่าง”)  เพื่อให้เป็นลวดลายเฉพาะสำหรับนางสงกรานต์ประจำปีนี้” พร้อมห่มสไบแพรญวนสีม่วงดอกสามหาว ทับด้วยผ้า “สะพัก”ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ก้านแย่งด้วยการปักดิ้นข้อถมดิ้นโปร่งประดับปีกแมลงทับ และตรึงโลหะชุบทองลงยาลายประจำยามใบเทศ ถือมาลัยครุยดอกรัก เพิ่มความอ่อนช้อยให้เทวสตรีผู้สวมใส่ ในส่วนของผ้านุ่งและเครื่องประดับที่ แอนโทเนีย สวมใส่ต่างเป็นส่วนที่ถูกรังสรรค์ด้วยช่างมากฝีมือ โดย ผ้านุ่ง “ลายสร้อยสามหาว“ ที่นำดอกสามหาว(ดอกผักตบ) ดอกไม้ประจำนางมโหธรเทวี มาผูกลายขึ้นใหม่ 

สยาม พารากอน ปักหมุดเวทีแฟชั่นโลก ยกขบวนแบรนด์หรูสู่รันเวย์ “World Fashion Trend Spring/Summer 2024”

ก่อนหน้านี้ เราเห็นเหล่าเซเลบริตี้คนดังไปร่วมงานแฟชันระดับโลก ทั้งยังได้เป็นเฟรนด์ ออฟ แบรนด์ และแบรนด์แอมบาสเดอร์ของลักชูรี่แฟชั่นระดับโลกแล้ว  วันนี้ ถึงคิวของเหล่าเซเลบริตี้ไทยได้กลับมาเดินเฉิดฉายอวดลุคลักชูรี่แฟชั่นไทยกันแล้ว สยามพารากอน ผนึกกำลัง สยามเซ็นเตอร์ และ สยามดิสคัฟเวอรี่ พร้อมด้วย ธนาคารกสิกรไทย จัดงานแฟชั่นอีเว้นท์สุดอลังการ “World Fashion Trend Spring/Summer 2024” ยกขบวนเหล่านางแบบนายแบบ และเซเลบริตี้ร่วมอัพเดทคอลเลคชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนใหม่ล่าสุดแห่งปี 2024 จากลักชูรี่แบรนด์ระดับโลก ณ พาร์ค พารากอน สยามพารากอน เพื่อตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางแห่งลักชูรี่แฟชั่นระดับโลกที่ครบครันที่สุด เซเลบริตี้แนวหน้าของวงการยกขบวนมาร่วมเป็นแขกคนสำคัญ และร่วมเดินแบบอวดแฟชั่นลุคสุดล้ำ จากแบรนด์แฟชั่นทั้งไทยและเทศ ในสยามเซ็นเตอร์และสยามดิสคัฟเวอรี่ ไม่ว่าจะเป็น ไบรท์-วชิรวิชญ์ ชีวอารี ในลุคจาก Burberry, ริว-วชิรวิชญ์ วัฒนภักดีไพศาล ในลุคจาก Fendi, บลู-พงศ์ทิวัตถ์ ตั้งวันเจริญ ในลุคจาก Prada, ฟรีน สโรชา ในลุคจาก Givenchy, จูเน่ เพลินพิชญา ในลุคจาก Miu Miu, หนุ่มๆ วง BUS อย่าง ภีม-วสุพล พรพนานุรักษ์ ในลุคจาก Saint Laurent , ขุนพล-ปองพล ปัญญามิตร ในลุคจาก Off-White และ ภู-ธัชชัย ลิ้มปัญญากุล ในลุคจาก Coach และอื่น ๆ อีกคับคั่ง พร้อมด้วย แรปเปอร์ชื่อดัง โต้ง TWOPEE – พิทวัส พฤกษกิจ ในลุคจาก Balenciaga ที่มาร่วมสร้างบรรยากาศเติมสีสันด้วยเสียงเพลง ให้การอัพเดทลุคใหม่ประจำฤดูกาลนี้สนุกสนานน่าประทับใจยิ่งกว่าที่เคย   เทรนด์แฟชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2024 นี้ ทางฝั่งแฟชั่นหญิง นำเสนอสไตล์ “Transparency” ด้วยเนื้อผ้าโปร่ง บาง ใส เผยให้เห็นความงามของสรีระด้านในแบบ

Mida แท็กทีมพาร์ทเนอร์ เปิดตัวสู่อุตสาหกรรมเพลงครบวงจร

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2567 ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง มีงานเปิดตัว MIDA Entertainment Group ซึ่งเป็นการขยายตัวทางธุรกิจ โดยผนึกกำลังกับพัธมิตรรอบด้าน อาทิเช่น ค่ายเพลงอย่าง ไทบ้าน, เซิ้ง มิวสิก, ค่าย พาราฮัท มิวสิก, ค่าย บ้านสิงห์ มิวสิก และอื่นๆ รวมถึง บริษัทอุปกรณ์เครื่องเสียง และบริษัทจัดเก็บหรือถือครองลิขสิทธิ์เพลงในเครืออีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์เพลงลูกทุ่ง เพื่อชีวิต อินดี้ สตริง ฯลฯ จำนวนทั้งหมดกว่าสองล้านเพลง อีกทั้งยังมีการป้อนผลงานใหม่ๆ จากศิลปินในสังกัดภายใต้ยูนิตที่ชื่อ Uparty MIDA Entertainment Group ภายใต้การบริหารงานโดย อำนาจ ตันกุริมาน ซึ่งมุ่งหวังให้เกิดระบบการดูแลลิขสิทธิ์ที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งสถานประกอบการ บริษัทจัดเก็บและผู้ถือครองลิขสิทธิ์ รวมถึงผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง โดย อำนาจ ตันกุริมาน ได้กล่าวไว้ในงานเปิดตัวว่า เรามีประสบการณ์ในหลายๆ ด้าน เราทำงานบนพื้นฐานของความถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย “เราจะไม่มีศัตรู” และในอนาคตเมื่อเราแข็งแรง เราก็จะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ยังมีการสนธิกำลังกับ ไทบ้านสตูดิโอ และ เซิ้ง มิวสิก รวมถึงบริษัท บ้านสิงห์แฟมิลี่ ซึ่งเป็นตัวแทนของค่ายเพลงฝั่งอีสานอินดี้ ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MIDA Entertainment Group   นอกจากนี้ ยังมีบริษัท พาราฮัท มิวสิก ซึ่งมี ทิวากร แก้วบุญส่ง เป็นกรรมการผู้บริหาร และเป็นตัวแทนจากแดนปักษ์ใต้ โดย ทิวากร ได้กล่าวถึงการร่วมงานกับ MIDA Entertainment Group ไว้ว่า ผมเป็นตัวแทนพี่น้องจากปักษ์ใต้ ผมร่วมงานกับ MIDA มาสองปีกว่า ทั้งเรื่องการดูแลผลงานเพลง และการจัดกิจกรรม เพราะตอนนี้ที่ปักษ์ใต้มีปัญหาเรื่องการจับลิขสิทธิ์ มีน้องๆ หลายคนที่โดนทำลายความฝันไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งเราสามารถให้ความรู้ที่ถูกต้อง ทั้งยังเป็นการเอื้อเฟื้อแก่พี่น้องชาวปักษ์ใต้ด้วย มากไปกว่านั้น

1 มิถุนา มาแน่ Bangkok Pride Festival 2024: Celebration of Love เตรียมฉลองสมรสเท่าเทียมให้กระหึ่มกรุงเทพ

ภาพความประทับใจของฝูงชนนับหลายหมื่นที่ร่วมเดินขบวนในงาน Bangkok Pride Parade  2023 กำลังจะกลับมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้จะเป็นการกลับมาในแบบที่รับรองได้ว่าสุดปังอลังการกว่าที่เคย นับถอยหลังเตรียมตัวให้พร้อมกับ “Bangkok Pride Festival 2024: Celebration of Love” เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ที่ผ่านมา “Bangkok Pride Festival 2024” จัดงานแถลงข่าวสปอยล์ความน่าตื่นเต้นที่เราจะได้เห็นในปีนี้ ซึ่งจะเกิดจากความร่วมมือของ นฤมิตไพรด์และกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคประชาสังคมและภาคเอกชน ร่วมกันเนรมิตถนนพระราม 1 ให้กลายเป็น “ถนนสีรุ้ง” – พื้นที่สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรมแห่งความเท่าเทียมสำหรับ LGBTQIAN+ ทั่วทุกมุมโลก  ภายใต้แนวคิด “Celebration of Love” เพื่อนับถอยหลังสู่การเฉลิมฉลองการใช้กฎหมายสมรสเท่าเทียมที่กำลังจะเกิดขึ้นภายในปี 2024 และขับเคลื่อนให้เยาวชน LGBTQIAN+ เป็นตัวแทนนำเสนอภาพความพร้อมและคุณสมบัติของประเทศไทยที่พร้อมจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok World Pride ปี 2030 “วาดดาว – อรรณว์ ชุมาพร” – ประธานและผู้ก่อตั้ง นฤมิตไพรด์ กล่าวว่า บางกอก ไพรด์ เฟสติวัล 2024 (Bangkok Pride Festival 2024)” จะยังคงยึดเจตนารมณ์การเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็ง ความหลากหลายและความรักที่ไม่มีข้อจำกัด เพื่อสร้างความเข้าใจและการยอมรับในสังคม  “การจัดงาน Bangkok Pride Festival 2024 มีแกนหลัก คือ การสนับสนุนและผลักดันให้มีการยอมรับสมรสเท่าเทียมในสังคมไทย หากกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ก่อนสิ้นปี 2567 นี้ ไทยจะเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อนุญาตให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศแต่งงานกันอย่างถูกกฎหมาย เสริมสร้างความเข้มแข็งของครอบครัวที่มีความหลากหลายทางเพศและสอดคล้องกับสภาพสังคมปัจจุบัน”  “ปีนี้ (นฤมิตไพรด์) จึงจัดในธีม Celebration of Love : นับถอยหลังพร้อมกันเพื่อสมรสเท่าเทียมด้วย อยากให้เคาท์ดาวน์ไปพร้อมๆ กัน ด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่สื่อความหมาย ความหวัง ความพยายาม สนับสนุนและผลักดันให้กฎหมายสมรสเท่าเทียมกลายเป็นความจริง และเกิดการยอมรับในสังคมไทย” “พร้อมตั้งเป้าเข้าร่วมเป็นเครือข่าย Rainbow Cities

#ดูลิเกเท่จะตาย ชวนดูลิเกแบบจอสระอึ้ง จึ้งเกิ๊น!

2-3 มีนาที่ผ่านมา “สยามเซ็นเตอร์” ยกโรงลิเกมาไว้ใจกลางสยาม ปลุกกระแส #ดูลิเกเท่จะตาย พร้อมพานักแสดงนำจากซีรีส์ “ขอเป็นพระเอกในหัวใจพระเอก?”  ซาเล้ง พิชญ์ธีร์ คล้ายมงคล, อิน อินทัช กูรมะสุวรรณ และแขกรับเชิญพิเศษ จิรัฎฐ์ คล้ายมงคล (เบิร์ดเดย์ ศรทอง), และ ธนัชชา ต่ายคำ (น้องปอย ลูกท่าเรือ) มาตั้งวงแสดงลิเกให้แม่ยก พ่อยกส่งเสียงเชียร์ทั่วเอเทรี่ยม 1 สยามเซ็นเตอร์  นับเป็นมิติใหม่แห่งวงการซีรีส์ที่เริ่มนำ “การแสดงลิเก” มาถ่ายทอดในมิติที่เปิดกว้างมากขึ้น โดยซีรีส์ “ขอเป็นพระเอกในหัวใจพระเอก” ดัดแปลงมาจากนวนิยายในชื่อเดียวกัน ของ P.PICHA บอกเล่าเรื่องราวของพระเอกหนุ่ม “แจ็ค ธีรดนย์” (รับบทโดย อิน อินทัช) ที่ต้องมาเรียนลิเกจากพระเอกลิเกชื่อดัง “จา จมากร” (รับบทโดย ซาเล้ง พิชญ์ธีร์ )  แค่หน้าปกก็เรียกได้ตรงปกสุดๆ เพราะในชีวิตจริง ซาเล้ง เองก็เป็นหนึ่งในพระเอกลิเกเสียงใสขวัญใจแม่ยกที่เป็นที่รู้จักกันในชื่อ หยกขาว ศรทอง เข้ามาเพิ่มความน่าติดตามให้เรื่องนี้ไปอีกขั้น    สามารถรับชมการแสดงลิเกสดย้อนหลัง ได้ที่  https://www.facebook.com/YimyaiStudio  https://www.facebook.com/SiamCenter/posts/pfbid0nUQv7gfh2nHZFmN5qN7VSwjcztBjbgxidGypE6bLNHyLxHFfUfSmKe3xZ5KfsK7fl

Adidas x Bob Marley รองเท้ารุ่นพิเศษ จากผู้เป็นมะเร็งนิ้วเท้า กล้าซื้อใส่กันไหม!?

สายเขียวว่าไงงง หลังจากมีข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า Adidas เตรียมเปิดตัวรองเท้าวิ่งตัวใหม่ในรุ่น SL 72 ด้วยคอนเซ็ปต์แบบย้อนยุค และที่สำคัญยังเป็นการคอลแลบกับ Bob Marley ตำนานเร็กเก้ราชันย์สัญชาติจาไมก้า โดยภาพตัวอย่างรองเท้ารุ่นพิเศษนี้ถูกเปิดเผยจาก Zuri Marley ผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวของตำนานผู้ล่วงลับ ผ่านช่องทาง TikTok ส่วนตัว    สำหรับความโดดเด่นของ Adidas SL 72 x Bob Marley รุ่นนี้คือ มีการประทับรูปของ Bob Marley ไว้ที่ลิ้นของรองเท้า ส่วนพื้นรองเท้าก็มีสีเขียว, เหลือง และแดง อันเป็นสีประจำชาติของชาวเร็กเก้ อีกทั้งยังมีลายเซ็นสีเหลืองทองของตำนานสันติภาพสลักไว้บริเวณส้นรองเท้าด้านนอก แม้จะยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากค่ายสามแถบอย่างเป็นทางการ รวมถึงราคาก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ทว่าทาง Complex สื่อบันเทิงและไลฟ์สไตล์ชื่อดัง คาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวให้เหล่าผู้ศรัทธาศาสดาเอกแห่งแนวเพลงอันรื่นรมย์ ได้ครอบครองบูชาในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง   ทั้งนี้ Bob Marley นับว่าเป็นศิลปินที่ชื่นชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งในระยะสุดท้ายของชีวิต Bob Marley ป่วยเป็นมะเร็งผิวหนังบริเวณนิ้วเท้า ต่อมา เขาประสบอุบัติเหตุอย่างหนักจากการเล่นฟุตบอล แม้จะมีเรื่องที่ถกเถียงกันว่า เขาเป็นมะเร็งก่อนหรือหลังประสบอุบัติเหตุ ทว่าการปฏิเสธการรักษา โดยมุ่งหน้าแสดงดนตรีและเล่นฟุตบอลต่อไปของเขา ยิ่งส่งผลร้ายต่อร่างกายก็เป็นสิ่งที่มีมูลต่อวาระแห่งชะตากรรม การจะผลิตรองเท้ารุ่น Bob Marley ผู้เป็นมะเร็งนิ้วเท้าออกมา ต่างชาติอาจจะไม่ติดใจอะไร แต่เรื่องแบบนี้คนไทยเขาค่อนข้างถือกัน แต่ก็ไม่แน่นะ สาวก Bob Marley ในบ้านเรา อาจจะมีศรัทธาที่อยู่เหนือธรรมเนียมใดๆ    แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ กล้าซื้อมาใส่ไหม!?

สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ การ์ตูนธรรมะเคลือบช็อกโกแลต จากคำสอนพระเมธีวชิโรดม – ว.วชิรเมธี

ในยุคที่คนเสพติดโซเชียล ลืมตาตื่นขึ้นมาทุกเช้าก็คว้ามือถือไถหน้าจอเสพคอนเทนต์ที่ AI ยกมาเสิร์ฟได้แบบรู้ใจ จึงกลายเป็นงานท้าทายของพระสงฆ์ผู้มีหน้าที่โดยตรงในการเผยแผ่พระธรรมคำสอน และส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืนถาวรสืบไป เพราะความสนใจของคนในยุคนี้ถูกดึงดูดจากโซเชียลมีเดียจนแทบไม่มีเวลาเหลือให้สิ่งอื่น ทำให้ธรรมะแบบเดิมๆ  เมื่อเอามาเทียบกับคอนเทนต์ที่เน้นความบันเทิงแล้ว กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและถูกมองว่าน่าเบื่อจนต้องรีบเลื่อนผ่านกันเลยทีเดียว นั่นจึงกลายเป็นที่มาของ  “สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ”  แอนิเมชั่นที่จะมาช่วยดึงสติและเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อธรรมะของผู้คน  โดยความร่วมมือของ  มูลนิธิวิมุตตยาลัย,  มูลนิธิพุทธรักษา,  มูลนิธิอริยวรารมย์,  เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์,  ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล  และ ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น  ซึ่งเนื้อเรื่องในแอนิเมชั่นนั้นสร้างจากแรงบันดาลใจและหลักธรรมคําสอนของ  “พระเมธีวชิโรดม – ว.วชิรเมธี”  ผ่านตัวละครเณรน้อย “สติมา”  เพื่อหวังให้เกิด Global Mindset  ที่ว่า  “We are One โลกทั้งผองเป็นพี่น้องกัน”  ที่จะทำให้ประชาคมโลกอยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นและเป็นสุข พระเมธีวชิโรดม – ว.วชิรเมธี ประธานกรรมการมูลนิธิวิมุตตยาลัย กล่าวว่า “แอนิเมชันเรื่องนี้เป็นนวัตกรรมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่เป้าหมายคือการส่งต่อไปยังประชาคมโลก เป็นการทำแพ็คเกจจิ้งให้น่าชื่นชม และกลายเป็น ‘ธรรมะเคลือบช็อกโกแลต’ ที่เข้าใจง่าย สบายๆ ทุกคนสามารถนำมาใช้ได้ในการดำเนินชีวิตจริง ทุกวันนี้เราอยู่กับสื่อโซเชียลมีเดีย พระอาจารย์อยากให้ทุกคนลองถามใจตัวเองดู เราแต่ละคนเข้าไปจ่อมจมในโลกโซเชียลมีเดียกันนานแค่ไหน สื่อเหล่านั้นหากพิจารณาให้ดีย่อมมีทั้งคุณและโทษ ถ้าเราเลือกเสพให้เป็น เราก็จะได้เนื้อหาสาระที่ดี อย่างเรื่อง “สติมา” นี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งสื่อที่จะช่วยเรียกสติของผู้คน เป็นความสนุกสนานที่ผสานเข้ากับธรรมะ ช่วยให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างมีสติ ดั่งคำที่ว่า “เมื่อสติมา ปัญญาเกิด” นั่นเอง” ดร.ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด, บริษัท ที แอนด์ บี มีเดีย โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด  และบริษัทในเครือ และประธานมูลนิธิอริยวรารมย์ กล่าวว่า “สติมา เณรน้อยอัจฉริยะ เป็นแอนิเมชันที่ตั้งใจสร้างสรรค์เรื่องราวดีๆ ให้เกิดขึ้นบนสังคมไทยและสังคมโลก ซึ่งภายในแอนิเมชันซีรีส์จะมีเณรน้อยที่ชื่อว่า สติมา เป็นผู้ดำเนินเรื่องคอยให้ความรู้แก่น้องๆ เยาวชน และครอบครัวยุคใหม่ได้รับชมกันแบบเต็มอิ่ม ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่เคยสร้าง “เชลล์ดอน” ให้กลายเป็นตัวละครที่อยู่ในความทรงจำของเด็กๆ ทุกคนและโด่งดังไปมากกว่า 180 ประเทศทั่วโลกมาแล้ว ซึ่งโปรเจกต์นี้ไม่ใช่แค่ทำแล้วจบไป แต่เป็นโปรเจกต์ที่ทำต่อเนื่องแบบยั่งยืน

พาไปอัพเดต พรบ.สมรสเท่าเทียม เราจะเริ่มเท่าเทียมได้ตอนกี่โมง!

“รัก..แลก..แจก..แถม”   วาเลนไทน์ปีนี้   กทม.  เตรียมความพร้อมสำหรับการจดทะเบียนสมรส และ “จดแจ้งชีวิตคู่”  สำหรับกลุ่ม  LGBTQI+  ที่ 50  สำนักงานเขตทั่วกรุงเทพ มหานคร ด้วยชื่อแคมเปญ “รัก..แลก..แจก..แถม”  โดยผู้ที่เข้าจดทะเบียน / จดแจ้ง ในวันที่ 14 ก.พ. นี้ จะได้รับสิทธิตรวจสุขภาพคู่รักฟรี ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข และโรงพยาบาลในสังกัดกทม. ระยะเวลาในการใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. – 15 ส.ค. 2567 กรณีตั้งครรภ์ภายใน 6 เดือน สามารถรับบริการตรวจครรภ์ฟรี อย่างไรก็ดี กิจกรรม  “จดแจ้งชีวิตคู่”  สำหรับกลุ่ม LGBTQI+  นี้  มิได้มีผลทางกฏหมาย เนื่องจากกฎหมายแม่ หรือ พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียมยังไม่มีผลประกาศใช้ หากแต่เป็นการแสดงเจตนารมย์ที่ให้ความสำคัญแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าอย่างเท่าเทียมกัน  รวมถึงแสดงความพร้อมสำหรับการดำเนินการ เพราะหาก พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม ประกาศใช้เมื่อไหร่ กทม. พร้อมจัดการให้ทันที   สามารถลงทะเบียนจดแจ้ง / จดทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScRQiLXPXbyJZp3-17WjjukAfVg1j3ERFMjEqCELyCtfSHQag/viewform   แล้วตอนนี้ “พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม” อยู่ในขั้นตอนไหน? หลังจากที่ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมซึ่งมีผู้เสนอทั้งหมด 4 ฉบับ (ฉบับประชาชน, ฉบับพรรคก้าวไกล, ฉบับพรรคประชาธิปัตย์ และฉบับ ครม.)  ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาในวาระแรก และมีมติแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติทั้ง 4 ฉบับ  จากนั้น คณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณารายละเอียดของทั้ง 4 ร่าง หรือปรับปรุงแก้ไข (ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนนี้) ก่อนจะเสนอกลับให้ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ และยื่นเสนอต่อวุฒิสภาในลำดับถัดไป ทั้งนี้ หาก พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม มีการประกาศใช้เมื่อไหร่ จะทำให้คู่รัก LGBTQI+ ได้รับสิทธิในการจัดการทรัพย์สินร่วมกัน สิทธิในการรับบุตรบุญธรรมร่วมกัน สิทธิในการรับมรดกจากคู่สมรส รวมไปถึงการตัดสินใจแทนกันทางการแพทย์ โดยทั้งหมดนี้คือ สิทธิในการเป็นคู่รักกันอย่างเท่าเทียม กระนั้นก็ตาม ในทางกฏหมายก็ยังมีการถกเถียงกันอยู่ในหลายประเด็น ทั้งเกณฑ์อายุที่จะแต่งงานกันได้ การหย่าร้าง หรือการเปลี่ยนคำจาก “บิดา-มารดา” เป็น

‘หลินอี’ ร่วมฉลองตรุษจีน “รวย รวย ปัง ปัง” กับ ‘‘8 มหัศจรรย์ปีมะโรง” ที่ Siam Paragon

สยามพารากอน จับมือธนาคารกสิกรไทย ร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนต้อนรับ ปีมะโรงอย่างยิ่งใหญ่ กับงาน  “Siam Paragon Golden Prosperous Chinese New Year 2024: The Greatest Year of The Dragon” ระหว่างวันที่ 8-11 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สยามพารากอน  โดย ‘หลิน อี’ เปิดตัวอย่างสุดอลังการมาพร้อมกับการเชิดมังกรสองกษัตริย์มิ่งมงคล เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นจากเหล่าแฟนๆ หรือเหล่า ‘เว่ยอี้’  พร้อมกล่าวว่ารู้สึกยินดีอย่างมาก ที่ได้บินตรงมาร่วมฉลองเทศกาลตรุษจีนที่ประเทศไทยในปีมังกรนี้  นอกจากนี้ เทศกาลฉลองตรุษจีนปีมะโรงที่สยามพารากอนปีนี้ ยังจะได้สัมผัสความตระการตากับ ‘8 มหัศจรรย์เบิกศักราชปีมะโรง’ เบิกฤกษ์รับเทศกาลตรุษจีนด้วย มหัศจรรย์หมายเลข 1:  เต็มอิ่มกับความบันเทิงเต็มพิกัด  ซึ่งนอกจากการปรากฏตัวของ หลินอี แล้ว ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2567  ยังจะได้พบกับ ใหม่ – ดาวิกา โฮร์เน่  ที่จะมาพร้อมกับ เครื่องประดับไฮจิวเวอรี คอลเลคชั่น  “Serpenti”  จาก Bulgari  (บุลการี) ควงคู่ กลัฟ –   คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์  และพบกับ 10 ตัวแทนเด็กฝึกสาว จากรายการ  CHUANG ASIA (ช่วง เอเชีย)  รายการไอดอลเซอร์ไววัลระดับเอเชีย มหัศจรรย์หมายเลข 2:   ‘Tranquil Serenity Dragon’ ผลงานอาร์ต อินสตอลเลชั่นมังกรสีพาสเทลยักษ์สูง 6 เมตร ออกแบบโดยศิลปินระดับโลกชาวอเมริกัน Anchorball (แองเคอร์บอล) หรือ Ken Kelleher (เคน เคลเลอร์) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการรังสรรค์อาร์ต อินสตอลเลชั่นขนาดยักษ์  ที่ได้จัดแสดงผลงานมาแล้วทั้งในนิวยอร์ค, การ์ตาร์, จีน และ อินโดนีเซีย