Skip links

Music

วงการ T-POP ไทยร้อนไฟลุก หลังช่อง 3 เปิด BEC MUSIC เข้ามารันวงการแล้วหนึ่ง!!!

วงการละครกับวงการเพลงในบ้านเรานั้นถือเป็น 2 อุตสาหกรรมที่มีส่วนเชื่อมโยงถึงกันโดยมิอาจแยกออก ที่ผ่านมาเราจึงได้เห็นขาใหญ่วงการเพลงย่านอโศกโดดเข้ามาทำ GMMTV, เราได้เห็น RS เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพให้รับชมผ่านทางหน้าจอช่อง 8 แล้วขาใหญ่วงการทีวีอย่างช่อง 3 ถ้าจะโดดข้ามมาชิมลางวงการเพลงบ้าง มันก็ไม่น่าใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด…จริงใหม https://theattraction.co/wp-content/uploads/2024/05/การเดินทางครั้งใหม่ของเสียงดนตรี-เริ่มต้นที่นี่-พบกับ-BEC-Music.mp4#t=0.02 ตัวอย่างการอัพคลาส อัพเลเวล จากนักแสดงไปสู่ศิลปินที่สร้างฐานแฟนคลับอันเหนียวแน่นในวงกว้าง เคสที่เห็นได้ชัดก็มาจากนักแสดงซีรีส์วายหลายๆ เรื่องในบ้านเรา ที่ค่อยๆ สร้างชื่อเสียง จนตอนนี้โด่งดังไปถึงระดับนานาชาติแล้ว ไม่ว่าจะเป็น พีพี-บิวกิ้น, เจมิไนน์-โฟร์ท, กลัฟ คณาวุฒิ และอีกหลายคน ถ้าใครนึกชื่อออกก็ช่วยคอมเมนต์เพิ่มเติมใต้โพสต์ให้หน่อยน้าาา ด้านช่อง 3 เอง ด้วยคุณภาพของทรัพยากรนักแสดงที่มีอยู่ หลายคนก็ฉายออร่าศิลปิน T-POP มาให้เห็นบ้างแล้วก่อนหน้า การเทิร์นโปรจาก “นักแสดง” ก้าวสู่คำว่า “ศิลปิน” จึงเป็นอีกหนึ่ง Potential ที่ผู้บริหารช่อง 3 นั้นตั้งเป้าเอาไว้ โดย “คุณดิว” ปิ่นกมล มาลีนนท์ ผู้บริหาร บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าค่ายเพลง BEC MUSIC ถึงจะเป็นค่ายเพลงน้องใหม่ แต่ก็มีศิลปินที่ได้เปิดตัวและมีงานเพลงไปแล้วก่อนหน้าถึง 3 คน การันตีด้วย 5 ซิงเกิ้ลยอดนิยมที่ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากแฟนเพลง   เริ่มตั้งแต่ ปี 2022 “แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์” มาพลิกบทบาทครั้งสำคัญ สวมวิญญาณ “ศิลปิน” ปล่อยซิงเกิล “BABYBOO” และ “100%” ปี 2023 “โบว์ เมลดา สุศรี ได้ปล่อยผลงานเพลง “แฟนผมน่ารัก” และเพลง “แนะนำให้เป็นแฟนเรา” ออกมาขยี้ใจคนมีความรักจนกลายเป็นเพลงฮอตฮิตติดชาร์ตในทุกคลื่นวิทยุ และคว้ารางวัลจากเวทีประกาศผลงานเพลงหลากหลายเวที  ปี 2024 ค่ายเพลง BEC MUSIC ได้ตอกย้ำความปังอีกครั้ง โดยนำยูทูบเบอร์สาวที่ควบตำแหน่งนางเอกป้ายแดง “เก๋ไก๋ สไลเดอร์” มาจับไมค์ปล่อยเพลงรัก

บางกอกคณิกา โสเภณีสู้ชีวิต ผู้ผลิตสู้กองเซ็นเซอร์

บางกอกคณิกา ซีรีส์เรื่องใหม่ล่าสุดจากช่อง one31 บอกเล่าเรื่องราว การสู้ชีวิตแต่ชีวิตสู้กลับของอาชีพหญิงโสเภณีย่านสำเพ็งที่ต้องการจะโบกมือลาอาชีพ เพื่อไปทำตามความฝันของตนเอง แต่การจะทำเช่นนั้นกลับไม่ง่าย เพราะสถานะทางสังคมที่ผูกพวกเธอไว้ พวกเธอจึงจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อชีวิตของพวกเธอ   “สายตาทุกคู่จงมองมา นี่คือดอกไม้งามที่ราคาแพงที่สุดแห่งหอบุปผาชาติ See for yourself!” เปิดเรื่องมาแม่ราตรี เจ้าของสำนักโสเภณีบุปผาชาติ ก็สปีคอิงลิช ทำให้เราสงสัยว่า โสเภณีไทย ในมุมมองต่างชาติสมัยนั้นเป็นอย่างไร ? การจะตอบคำถามนั้น อาจต้องย้อนไปตั้งแต่ช่วงการก่อตั้ง สำเพ็ง หรือ สามเพ็ง เป็นย่านการค้าของชุมชนชาวจีนที่ย้ายถิ่นฐานมาจากบริเวณคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดพื้นที่สำหรับสร้างพระบรมมหาราชวัง ในปีในปีพ.ศ.2325 นับแต่นั้นมา สำเพ็งจึงเต็มไปด้วยชาวจีนหลากหลายเชื้อชาติ แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้ชาย ย่านการค้าโสเภณีจึงถือกำเนิดขึ้น และกลายเป็นย่านที่มีชื่อเสียง   การค้าที่ใหญ่ที่สุดในสยามในช่วงเวลานั้น เกิดการหลั่งไหลเข้ามาของชาวต่างชาติมากมาย จึงเกิดโรงโสเภณีฝาหรั่งตามมา เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนในแต่ละพื้นที่ จึงไม่ปรากฏแน่ชัดนักว่ามุมมองชาวต่างชาติที่มีต่อโสเภณีไทยเป็นอย่างไร แต่ก็มีบันทึกไว้ว่าอัตรา “ค่าคอร์ส” ของชาวไทยหรือจีนที่ต้องจ่ายคือ 2 สลึง-1 บาท หรือหากเป็นหญิงโสเภณีชั้นสูงจะต้องจ่ายในราคาถึง 5 บาท หากฝรั่งหรือญี่ปุ่นจะใช้บริการต้องจ่าย 2-4 บาท ซึ่งสูงกว่าชาวไทยหรือจีน แต่ถ้ามีการกำหนดไว้เช่นนี้ อาจหมายถึงโสเภณีไทยก็มีชื่อเสียงเลื่องลือมานานแล้ว   แม้ในสมัยนั้น อาชีพโสเภณีย่านสำเพ็งดูจะเป็นอาชีพที่เปิดเผย มีการจัดเก็บภาษีและพรบ.ป้องกันสัญจรโรค แต่อาชีพนี้ก็ยังคงเป็นอาชีพที่มีสถานะทางสังคมอยู่ล่างสุด เป็นที่รังเกียจของสังคมถึงขั้นที่ว่าห้ามชายแต่งเอาเป็นภรรยา “เมื่อโสเภณีถูกตีตราให้ต่ำยิ่งกว่าทาส พวกเธอจึงมิอาจได้รับสิทธิ์ความเป็นคน”   ละครเรื่องนี้นับได้ว่าเป็นการกลับมาดูละครไทยในรอบหลายปี เนื่องด้วยพล็อตเรื่องที่น่าสนใจที่นำเสนอเรื่องราวอีกมุมหนึ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านานอย่าง “นางคณิกา” หรือโสเภณี มาถ่ายทอดในมิติการต่อสู้เพื่อสิทธิในชีวิตของตนเอง พร้อมสอดแทรกวิถีชีวิตของชาวไทยสมัยนั้นได้อย่างลงตัว ทั้งชุดไทย อาหารไทย หรือที่พีคที่สุดก็คงจะเป็นการนำเพลง แสงสุดท้าย ของบอดี้สแลมมา re-arrange ผสานกับดนตรีไทย สำหรับใช้แสดงในโชว์แรกของพวกเธอ เพื่อสื่อถึงการดิ้นรนต่อสู้เพื่อสิทธิในชีวิตของตัวเอง จึงนับได้ว่าเป็นการถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครได้ดีทีเดียว แม้ในจังหวะแรกจะรู้สึกประดักประเดิดในแง่ของช่วงเวลาเล็กน้อยที่เซ็ตติ้งเรื่องราวไว้ใน พ.ศ.2435 จนแอบสงสัยว่าพี่ตูนแมสมาตั้งนานแล้วเหรอเนี่ยยยย   ในแง่ของเนื้อหาละครจึงมีความดาร์กพอสมควร เพราะนำเสนอเรื่องราวของหญิงโสเภณีในสมัยนั้น ซึ่งถือว่าค่อนข้างเปิดกว้าง และหลุดจากกรอบละครประวัติศาสตร์เดิมที่มักจะถ่ายทอดเรื่องราวหญิงไทยตามขนบ แต่จะกว้างขนาดไหนก็ยังต้องผ่านกองเซ็นเซอร์ แม้เรื่องนี้จะเป็นเรื่องของ “กะหรี่” แต่คำว่า “กะหรี่” กลับถูกเซ็นเซอร์ซะงั้น งานนี้ นอกจากกะหรี่ในเรื่องต้องสู้เพื่อตัวเองแล้ว ช่อง

LOSO Original ในรอบ 23 ปี คอนเสิร์ตใหญ่ คอนเสิร์ตกลาง คอนเสิร์ตเสก

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับแฟนๆ วงร็อครุ่นใหญ่ขวัญใจมหาชนอย่าง “วงโลโซ” ที่ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า สมาชิกยุคแรกเริ่มทั้งสามคน ประกอบไปด้วย เสก-เสกสรรค์ ศุขพิมาย (ร้องนำ, กีตาร์), ใหญ่-กิตติศักดิ์ โคตรคำ (กลอง) และ กลาง-ณัฐพล สุนทราณู (เบส) จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 23 ปี “28 YRS LOSO WE ARE THE ROCK & ROLL CONCERT”    หลังจากที่เดิมที สมาชิกรุ่นแรกเริ่มวงโลโซแยกทางกันไปเมื่อปี พ.ศ.2546 หรือ 20 กว่าปีก่อน ท่ามกลางเสียงเรียกร้องจากแฟนๆ ที่ยังอยากเห็นไลน์อัพในตำนานกลับมารวมตัวบรรเลงความเป็นร็อคแอนด์โรลให้แฟนๆ หายคิดถึง จนเมื่อไม่กี่ปีก่อนเราจึงได้เห็นภาพของสมาชิกยุคแรกเริ่มได้กลับมาพบปะกันในฐานะ “เพื่อน” กันอีกครั้ง โดยในประเด็นนี้ “เสก โลโซ” ได้กล่าวเอาไว้ว่า “ผมไม่ได้เจอใหญ่กับพี่กลางนานแล้ว มีความคิดถึงกัน นัดเจอกัน ปรับความเข้าใจในเรื่องเก่าๆ ที่ผ่านมา พอได้กอดกันน้ำตาซึม ก็รู้สึกว่าต้องมีคอนเสิร์ตใหญ่ ผ่านมา 2 ปี ก็คนติดต่อมาว่าจะทำคอนเสิร์ต ก็รับปากตกลง … ตอนนี้เรียกว่าตกผลึกแล้ว อายุก็ 50 กันแล้ว ผ่านอะไรมาเยอะ กลับมารวมตัวกันก็ดีใจและรักกันมากกว่าเดิม”   ส่วนทาง “ใหญ่-กิตติศักดิ์ โคตรคำ” มือกลองคู่บุญของ “พี่เสก” ก็เล่าถึงเรื่องนี้ไว้ว่า “ตอนโน้นเราทะเลาะกัน มันไม่ใช่เรื่องอื่น ส่วนมากจะมีปัญหากันเรื่องเงิน แต่เราไม่มีเรื่องพวกนั้น คือเราเป็นวงที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย งานทั้งหมดเราเป็นคนทำเองหมด จะมีอีโก้ว่าไม่กลัวใครแค่นั้นเลย พอวันนึงเรากลับมาเคลียร์กันนิดเดียว นั่งคุยกัน ตอนนั้นพวกเรายังเด็ก”   และหากจะกล่าวถึง “วงโลโซ” ก็นับว่าเป็นวงดนตรีที่ก้าวไปสู่จุดสูงสุดในวงการเพลงไทย และยังเป็นตำนานจนถึงทุกวันนี้ โดยเฉพาะฟรอนต์แมนที่ทุกคนเรียกว่า “พี่เสก” ก็เป็นผู้ที่อยู่ในฐานะ “ร็อคแอนด์โรลสตาร์” ซึ่งยากจะหาใครมาเปรียบ นอกจากนี้ ในทางดนตรี ก็มีการยกย่องว่า แนวทางของโลโซนี่เองก็เป็นการบรรจบกันระหว่างความเป็น “ร็อค” กับ “เพื่อชีวิต”

MCT Presents Songwriter Thailand Showcase 2024

งานนี้เพื่อนพ้องนักแต่งเพลงมารวมตัวกันอย่างคึกคัก ทั้ง ศิลปิน นักดนตรี โปรดิวเซอร์ โดยในการเปิดงาน มี ‘คุณวิเชียร ฤกษ์ไพศาล’ ประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติด้านดนตรี กล่าวเปิดงาน ประกาศผลักดันให้อุตสาหกรรมดนตรีให้เป็นวาระแห่งชาติ พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีของไทยและยกระดับคนทำงานในอุตสาหกรรม   การเสวนาช่วงแรกมี ‘คุณณฐพล ศรีจอมขวัญ’ (ก้อ) ‘คุณธารณ ลิปตพัลลภ’ (แทน ลิปตา) และ ‘คุณดนุภพ กมล’ (บอม Muzik Move) ผู้แทนจาก MCT ขึ้นมาพูดถึง ภาพรวมอุตสาหกรรมดนตรี และทำความรู้จัก MCT ช่วงที่สองเป็น Songwriter Inspiration Talk : Story behind the Song ได้นักแต่งเพลงแห่งยุค ซึ่งเป็นสมาชิกนักแต่งเพลงของ MCT ‘คุณปณิธิ เลิศอุดมธนา’ (ข้าว Fellow Fellow) และ ‘คุณอัจฉริยา ดุลยไพบูลย์’ (แอ้ม) QUEEN OF T-POP มาร่วมแชร์เบื้องหลังและที่มาของเพลงฮิตติดหูกันอย่างเป็นกันเอง ช่วงถัดมา เป็น Songwriter Trick & Tips ที่ได้ ‘คุณปิยวัฒน์ มีเครือ’ (ปู๋ นักร้องนำวง HENS) มาแนะนำวิธีหาแรงบันดาลใจ เพื่อช่วยปลดล็อกเมื่อแต่งเพลงแล้วถึงทางตันให้กับนักแต่งเพลงมือใหม่   จากนั้น การเสวนาช่วงสุดท้าย ‘คุณธารณ ลิปตพัลลภ’ ขึ้นมาพูดคุยบนเวทีอีกครั้ง ร่วมกับ ‘ผศ. ดร.ศักดิ์สิทธิ์ ราชรักษ์’ ประธานหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาอุตสาหกรรมบันเทิง มหาวิทยาลัยศิลปากร และ ‘คุณวรภัทร วงศ์สุคนธ์’ (พัด วง Mean) ผู้บริหารบริษัท marr ในเครือค่ายเพลง LOVEiS Entertainment ในหัวข้อ เส้นทางและอนาคตของอาชีพนักแต่งเพลง แชร์ประสบการณ์ตลอดระยะเวลาการทำงาน

สาวก T-POP เตรียมเฮ “Thailand Music Countdown” เวทีโชว์ของใหม่ล่าสุด แล้วทำไม “ไทย” ต้องมีรายการเพลง?

เปิดตัวพิธีกร “Thailand Music Countdown” รายการเพลงรายการใหม่ของวงการเพลงไทยแบบครบเซ็ต ได้แก่ “มาเบล PiXXiE / ต้าห์อู๋ / มิเคลล่า MXFRUIT / นุนิว” พร้อมพาเหล่าศิลปิน T-POP เฉิดฉายบนเวที Music Countdown หรือ M Countdown เป็นหนึ่งในรายการเพลงเบอร์ต้นๆ ของเกาหลีที่ออกอากาศทางช่อง Mnet มาตั้งแต่ปี 2004 รวมระยะเวลาออกอากาศจนถึงวันนี้ก็ปาไปกว่า 20 ปี ซึ่งในปีนี้ True CJ Creations ได้ฤกษ์ซื้อลิขสิทธิ์มาทำเป็นเวอร์ชันไทย   ในฐานะ ติ่งเกาหลีเกือบ 10 ปี และติดตามวงการที-ป็อบมาตลอด ความต่างหนึ่งของวงการเพลงเกาหลีและไทย คือ จำนวนรายการเพลงสำหรับแสดงบนเวที (แบบที่ไม่ใช่แข่งร้องเพลงชิงเงิน) ทางฝั่งเกาหลี มีรายการเพลงที่เปิดโอกาสให้ศิลปินทั้งเบอร์เล็ก เบอร์ใหญ่มาแสดงเดบิวต์หรือคัมแบ็ค “ไม่ต่ำกว่า 5 รายการ” (เรียกได้ว่าแต่ละช่องมีรายการเพลงเป็นของตัวเองทำนองนั้นก็ได้) ทำให้ทุกๆ การเดบิวต์หรือคัมแบ็คของศิลปินที่เราชื่นชอบ เราก็จะมานั่งไล่ดู การแสดงทุกๆ เวที ทุกๆ รายการเพลง เพราะ ในแต่ละรายการเพลง เราจะได้เห็นเสื้อผ้าหน้าผมของศิลปินในลุคใหม่ที่ต่างกัน รวมถึงการตกแต่งสเตจ การแสดงและมุมกล้องก็จะแตกต่างกันตามไปด้วย ซึ่งในบางครั้งก็จะมีโมเมนต์น่ารักเล็กๆ น้อยๆ ของศิลปินให้เราอมยิ้ม อาจจะมีเต้นผิดตรงนี้ แกล้งเพื่อนตรงนั้น ไปจนถึงต้องเจอสถานการณ์คับขัน เช่น ไวร์เลสหลุด เพราะเต้นแรงใส่สุดเกินให้เราได้เห็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของศิลปิน   อีกทั้ง เราจะยังได้เห็นโมเมนต์ข้ามวงของศิลปินร่วมวงการที่เราน่าจะไม่ได้เห็นจากที่อื่น อย่างตอนประกาศรางวัลช่วงท้ายรายการ ศิลปินรุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นเพื่อน ทั้งต่างค่ายและค่ายเดียวกันก็จะมายืนรวมตัวกัน เพื่อรอประกาศผลและร่วมยินดีไปกับศิลปินชนะรางวัล แถมตอนนี้ยังมีกระแสชาเลนจ์เต้นข้ามวงที่แต่ละวงจะเอาเพลงของตัวเองมาเต้นกับศิลปินคนอื่น ๆ  รายการเพลงจึงเป็นเหมือนจุดนัดพบให้ศิลปินต่างวงมาทำชาเลนจ์ของกันและกันอย่างสนุกสนาน แบ่งปันฐานแฟนคลับกันไปในตัว และนอกจากเราจะเห็นศิลปินทำกิจกรรมต่างๆ แล้ว แฟนคลับเองก็มีกิจกรรมที่ต้องทำเหมือนกัน โดยชาร์ตเพลงส่วนใหญ่ของรายการเพลงมักจะอิงกับยอดขายอัลบั้มและยอดขายเพลงดิจิทัล บวกกับยอดอื่นๆ ตามที่รายการกำหนดอีกจำนวนหนึ่ง ทำให้แฟนคลับทั้งในและนอกต่างทุ่มแรง ทุ่มเงิน ทุ่มใจสนับสนุนศิลปินตัวเองให้ไต่ชาร์ต คว้าที่หนึ่งมาไว้ในมือ หรือถ้าพิเศษหน่อย แฟนคลับเองก็มีสิทธิ์เข้าอัดรายการเพลงร่วมกับศิลปินที่ชอบด้วยเช่นกัน ซึ่งกติกาจะเป็นไปตามที่แต่ละรายการกำหนด

HOLA SHAKA 2024  เทศกาลดนตรี ที่พาคนเทสดีมารวมกัน!!!

The Attraction มีโอกาสได้เดินทางไป “มั่วบ้านงาน” สัมผัสบรรยากาศเทศกาลดนตรีส่งท้ายซัมเมอร์ Rip Curl – HOLA SHAKA 2024 ที่ไฮไลต์ของหน้าร้อนไทยในปีนี้ เราขอยกให้พระอาทิตย์ยืนหนึ่งแบบทิ้งตัวเลือกอื่นไม่เห็นฝุ่น เพราะคุณพรี่เล่นสาดแสงกันแบบไม่พัก หยั่งกะเป็นญาติพรศักดิ์ ส่องแสงยังไงยังงั้น นั่นเลยทำให้ไลน์อัพวงดนตรีที่มีคิวต้องเล่นก่อน 6 โมงเย็นนั้น ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนเพลงกันอย่างบางตา เราเองแม้ตั้งใจแน่วแน่มาจากบ้านว่ายังไงช่วง 4 โมงเย็นก็ต้องไปดู “ZWEED N’ROLL” รึว่า “SLUR” ขึ้นเพอร์ฟอร์มบนเวทีให้ได้ พอจอดรถปุ๊บเปิดประตูปั๊บเท่านั้นแหละ เรียบร้อยยยยยยยยยย แต่ถึงอย่างนั้น ความร้อนแรงของแดด ก็ไม่อาจสกัดความร้อนแรงของแฟนเพลงสายแฟชั่นท่านอื่นๆ ได้ เพราะทุกคนต่างพากันจัดเต็ม Outfit ในลุค Summer on the Beach ตะลุยเล่นกิจกรรม WATER SPORTS ไม่ว่าจะเป็น WAKESKATE, WAKEBOARD, SUP Fun, SUP Yoga และ SKIMBOARD แถมยังมีกิจกรรมเพิ่มความชิล ด้วยการพายนั่งเรือเล่นแม่น้ำเจ้าพระยากับ Jonny Boat อีกทั้งในงานรายล้อมไปด้วยบูธแฟชั่นไอคอนสุดเก๋ รวมถึงบูธอาหารที่ปีนี้มีให้เลือกสรรเพียบ เข้าสู่พาร์ทโชว์ด้วย “RAINECLOUD” สองคู่หูศิลปินดูโอ้จากค่าย “WAYFER RECORDS” เจ้าของเพลงดังที่ใครหลายคนรู้จักอย่างเพลง “โรแมนติกเสมือนจริง” ที่แม้จะเพอร์ฟอร์มเป็นวงแรก แต่เรียกว่าเจ๋งไม่น้อย ตามมาด้วยศิลปินชื่อเก๋ชวนจำ “MINDFREAKKK” หรือ “มายด์—กษิรา พรนภดล” ศิลปินสาวที่แปลงเรื่องราวหม่นๆ ในชีวิตให้ออกมาเป็นเพลงป็อป มีเพลงฮิตอย่าง “Pluto Bay” และ “Have You Ever?”  ปรับเปลี่ยนฟิลลิ่ง มาโจ๊ะกับดนตรีสไตล์หมอลำ ผสมกลิ่นอายอิเล็กทรอนิกส์ชวนม่วนจาก “TONTRAKUL” อีกหนึ่งศิลปินไทยแท้มากความสามารถ ผู้ที่พาเอาเพลงพื้นบ้านมา match เข้ากับดนตรีสากลประเภทต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นร็อกแอนด์โรล โซล แจ๊ส บลูส์ เร็กเก้ และล่าสุดคือดนตรีอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง ต่อกันด้วย “SOLITUDE IS

หมอลำกลางกรุง ถูกร้องเรียนเสียงดัง ปัญหาคนเมือง กับ คอนเสิร์ตกลางแจ้ง

เมื่อวานนี้ (28 ก.พ. 67) บริเวณลานหมอชิต 2 เขตจตุจักร กทม. มีการแสดงคอนเสิร์ตจากหมอลำคณะใหญ่ ตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงกลางดึก โดยระหว่างนั้นมีรายงานว่าชาวบ้านละแวกใกล้เคียงได้มีการร้องเรียนเรื่องเสียงดังรบกวนจากคอนเสิร์ตดังกล่าว ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการร้องเรียนในพื้นที่แห่งนี้ เพราะที่ผ่านมาไม่นานก็เคยมีในกรณีเดียวกันมาแล้ว ทั้งนี้ ปัญหาข้างต้นนับได้ว่า เป็นความท้าทายแห่งเมืองหลวงของประเทศที่ประกาศกร้าวตั้งเป้าเป็น ‘กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต’ แต่ทว่าพื้นที่กลางแจ้งอันสามารถตอบสนองเจตนารมณ์ดังกล่าวดูจะมีจำกัด และถึงแม้ว่า ที่ผ่านมากรุงเทพฯ เองก็มีโอกาสต้อนรับศิลปินระดับโลกหลายรายนามที่ข้ามน้ำข้ามฟ้ามาเล่นคอนเสิร์ตในเมืองกรุง แต่ก็อีกนั่นแหละ สถานที่ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นฮอลล์ หรือไม่ก็สนามกีฬา ซึ่งควบคู่มากับราคาบัตรที่แพงหูฉี่ เพียงแค่นี้ก็คัดคนที่ไม่มีกำลังซื้อซึ่งเป็นชนหมู่มากของเมืองแห่งนี้ออกไปได้เลย เห็นแต่จะมีเพียงชนชั้นกลางค่อนบนขึ้นไป ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้นที่เข้าถึงคอนเซ็ปต์นี้ ส่วนคนธรรมดาเดินดินกินข้าวแกง โอกาสที่จะเข้าถึงคำว่า ‘กรุงเทพฯ เมืองคอนเสิร์ต’ ก็คงจะยากหน่อย เหตุเพราะสถานที่จัดคอนเสิร์ตที่คนเดินถนนจะสามารถเข้าถึง ไม่ได้มีอยู่ใกล้ตัวเท่าใดนัก รวมถึงการจัดระเบียบผังเมืองที่ไม่ได้สร้างไว้ให้มีลานกลางแจ้งที่สามารถใช้เสียงดังได้มาตั้งแต่แรก ผลที่ออกมาก็คือการร้องเรียนเรื่องเสียงตามงานคอนเสิร์ตกลางแจ้งดังที่ผ่านๆ มา   ฉะนั้นแล้ว การไปสู่จุดมุ่งหมายแห่งการเป็น ‘เมืองคอนเสิร์ต’ นั้น ยังมีปัญหาที่ควรพิจารณา มากกว่าแค่การนำศิลปินจากต่างชาติมาแสดงอย่างเดียว แต่ยังมีเรื่องจัดการเชิงพื้นที่ จัดโซนนิ่งสำหรับพื้นที่กิจกรรมกับที่พักอาศัย ตลอดจนปรับปรุงพื้นที่สาธารณะให้เหมาะสมแก่การจัดแสดงและรับชมดนตรี เช่น ลานกิจกรรมในชุมชน ใต้ทางด่วน ดาดฟ้า ฯลฯ รวมไปถึงการสนับสนุน live house ให้การจัดแสดงดนตรีเข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันคนทุกหมู่เหล่ามากขึ้น ทั้งหมดนี้เพื่อให้กรุงเทพฯ กลายเป็น ‘เมืองคอนเสิร์ต’ อย่างที่มุ่งหวังต่อไป … อ้างอิง : https://www.amarintv.com/news/detail/216053 https://mgronline.com/onlinesection/detail/9660000110726 https://urbancreature.co/city-of-concerts/  

FLOW DAY PATTAYA WATER FESTIVAL 2024 เทศกาลวันไหลแห่งชาติ ที่พร้อมก้าวสู่งานอีเวนต์ระดับโลก!

ผ่านไปแล้วสำหรับงานสงกรานต์วันไหลพัทยา ที่ปักหมุดงานมิวสิก เฟสติวัล ระดับเอลิสต์ ไว้ในปฏิทินของคนรักเทศกาลดนตรีได้อย่างสวยงาม งานนี้ได้ “ลอตเตอรี่พลัส” เข้ามาสนับสนุนทำให้งาน FLOW DAY PATTAYA WATER FESTIVAL 2024 ที่จัดโดย อาร์เอส มัลติเอ็กซ์ (ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป) ปีนี้ สามารถจัดเต็มได้ตั้งแต่ไลน์อัพศิลปินและดีเจมากกว่า 20 ชีวิตมาร่วมสร้างปรากฎการณ์แห่งความสนุก  ร่วมปลุกพลัง Soft Power สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทย มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว และส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณีไทย สร้างความประทับใจให้เหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาร่วมงานนับหมื่นคน ทิ้งทวนในวันไหลสงกรานต์ช่วงสุดท้ายของ ปี 2024  ณ เลเจนด์ สยาม พัทยา (Legend Siam Pattaya) เมื่อวันที่ 19 – 20 เมษายนที่ผ่านมา เริ่มต้นวันแรก ปลุกทุก Energy ด้วยเสียงสุดจี๊ด ตื๊ดสุดกำลัง จาก DJ RED BEAT ชื่อดัง DJ TEEN จากนั้นเริ่ม Countdown to Flow Day Party Day 1 นับถอยหลังก้าวสู่มิติโลก วันไหลพัทยา  ความสนุกแห่งชาติแบบน็อน-สต็อป จาก  DJ JOELONG และ DJ H3NRI  ก่อนส่งต่อเพลงฟีลกู้ด อารมณ์ดีด้วยดนตรีเพลงป๊อบยอดฮิต จาก ศิลปินชื่อดังวงแรก LIPTA(ลิปตา)  และส่งไม้ต่อไปที่นักร้องเพลงฮิตติดลมบน  SINGTO NUMCHOK (สิงโต นำโชค)  โชว์เสียงละมุน อบอุ่นใจ และความสุข ต่อด้วยเอาใจชาวเพลงร็อกกันบ้าง ในจังหวะครึกครื้นLOMOSONIC (โลโมโซนิก) การกระโดดทิ้งตัวของบอย จากเวทีให้แฟนๆ ได้โอบอุ้มสัมผัสพลังร็อค โยกย้ายกอดคอความเพลินไปกับพ้องเพื่อน เบรกความมันส์ เสริมทัพกิจกรรม Flow Lucky by

ต่างชาติคอมเมนต์รัว ‘มินนี่’ สวยขยี้ใจ ในลุคนางมโหธรเทวี

มินนี่ (G)I-DLE อวดลุคชุดไทยสุดสง่า “นางมโหธรเทวี” นางสงกรานต์ประจำปี 2567 ให้เราได้เห็นกันแบบชัดๆ ในไอจีส่วนตัว หลังปรากฎตัวในงาน ไอคอนสยามมหัศจรรย์เจ้าพระยามหาสงกรานต์ 2567 เมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา กวาดใจแฟนคลับทั้งไทยและต่างชาติไปมากมายที่พากันชื่นชมความสวยของมินนี่ในชุดไทย ไม่ว่าจะเป็น   – วัฒนธรรมไทยสวยมาก ฉันชอบเวลาเห็นไอดอลโอบรับวัฒนธรรมของพวกเขา – ช่างเป็นเจ้าหญิงที่ล้ำค่า ฉันดีใจที่ได้เห็นคุณเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของคุณและมีส่วนร่วมในนั้นเป็นเกียรติที่ได้เห็นคุณแต่งตัวเป็นเจ้าหญิง ฉันรักคุณ เจ้าหญิง – ถึงจะไม่ได้เป็นแฟนคลับ (G)I-DLE แต่ต้องยอมรับเลยว่าเธอสวยมาก ชุดไทยโบราณสวยมากจริงๆ – เธอดูน่าทึ่งมากในชุดไทย  – มินนี่เรียบหรูและเลอค่ามาก… – วัฒนธรรมไทยเจ๋งจริงๆ มินนี่เหมือนเทพเจ้าเลย!! … ความคิดเห็นบางส่วนจากทวิต https://twitter.com/iconsiam/status/1779482111759851845 https://twitter.com/hou…/status/1779448964040802414/quotes และ IG: min.nicha https://www.instagram.com/p/C5yCRcNSsC0/?img_index=8  

Tomorrowland ดินแดนวันพรุ่งนี้ โอกาสของไทย หรือฝันที่ไกลเกิน?

“Tomorrowland” – เทศกาลดนตรี EDM สุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่รวบรวมศิลปินชื่อดังนับร้อยชีวิตมาแสดงบนเวทีที่ประดับประดาด้วยธีมแฟนตาซีสุดอลังการกว่า 16 เวที พร้อมเฉลิมฉลองด้วยพลุหลากสีสุดตื่นตาที่จะมาแต่งเติมท้องฟ้ายามกลางคืนให้สดใส แถมผู้เข้าร่วมงานยังได้พบเจอคนคอดนตรีเดียวกันอีกนับหมื่น จนคว้ารางวัล “งานดนตรีที่ดีที่สุดแห่งปี” 5 ครั้งติดต่อกันตั้งแต่ปี 2012-2016 ในงาน International Dance Music Awards   จุดเริ่มต้นของความยิ่งใหญ่นี้ต้องย้อนไปในปี 2005 สองพี่น้อง Manu และ Michiel Beers ร่วมกับบริษัท ID&T เนรมิตลานกว้างในสวนสาธารณะ De Schorre ที่เมือง Boom ประเทศเบลเยียมให้กลายเป็นงานเทศกาลดนตรี EDM ที่ผู้คนนับล้านอยากไปเยือนสักครั้งในชีวิต แม้จะต้องแย่งชิงและจ่ายค่าบัตรราคาแพงขนาดไหน ทำให้ในปีที่แล้ว Tomorrowland มีผู้เข้าร่วมกว่า 400,000 คน เมื่อไม่นานมานี้ มีผู้ใช้งาน Reddit รายหนึ่งที่ชื่อ “ilcowy” ทดลองคำนวณขนาดพื้นที่การจัดงานเทศกาลดนตรีที่มีชื่อเสียงกว่า 13 แห่ง โดยใช้ Google Earth Pro บันทึกภาพเทศกาลต่างๆ จากนั้นนำไปร่างในโปรแกรมออกแบบที่ชื่อว่า “CAD” เพื่อเปรียบเทียบขนาดของแต่ละเทศกาล ผลปรากฏว่า Tomorrowland มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 4 โดยมีพื้นที่ประมาณ 537 เอเคอร์ หรือประมาณ 1,358 ไร่ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 1 ใน 3 ของเมืองบูม หรือถ้าใครนึกภาพไม่ออก ก็เหมือนเอางาน Big moutain มาต่อกัน 2.5 งาน หรือเอางาน Maya มาต่อกันถึง 4 งานเลยทีเดียว !   แน่นอนว่าเมื่อจัดงานใหญ่ขนาดนี้ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจย่อมมากขึ้นตามไปด้วย  แม้ในช่วงแรกของการจัดงานย่อมเป็นธรรมดาที่จะไม่ได้กำไร แถมยังขาดทุนบ้างในบางครั้ง แต่ในปี 2013 มีการเปิดเผยว่า Tomorrowland สามารถสร้างรายได้กว่า 70 ล้านยูโร ให้แก่เบลเยียมได้