Skip links

Music

Tags

อบอุ่นฟีลกู๊ดทุกนาที กับงาน Fujii Kaze – Prema Album Listening Party in Bangkok

แฟน ๆ ร่วมฟัง-ร้องเพลง ฝากข้อความถึงศิลปิน กลับบ้านพร้อมรอยยิ้ม บรรยากาศอบอุ่นและเต็มไปด้วยพลังบวกเกิดขึ้นตลอดทั้งงาน Fujii Kaze – Prema Album Listening Party in Bangkok ที่จัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568 ณ SCBX Next Tech ชั้น 4 สยามพารากอน งานนี้ถือเป็นการรวมตัวแฟนเพลงของ Fujii Kaze ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ เพราะทั้งแฟนชาวไทยและต่างชาติต่างพากันมาจับจองพื้นที่กันจนแน่นเต็มห้อง ทุกคนต่างพกพาความตื่นเต้นและรอยยิ้มมาร่วมสร้างช่วงเวลาพิเศษร่วมกัน เริ่มต้นงานด้วยพิธีกรสุดเป็นกันเองอย่าง พัทโตะ ที่มาสร้างสีสันและเชื่อมต่อบรรยากาศทั้งภาษาไทยและภาษาญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว ก่อนจะเข้าสู่ช่วงไฮไลต์ที่แฟน ๆ รอคอย นั่นคือการนั่งฟังอัลบั้มภาษาอังกฤษชุดแรกของ Fujii Kaze ในชื่อ Prema ไปพร้อมกันแบบเต็มอิ่ม เสียงเพลงถูกเปิดควบคู่กับการฉายมิวสิกวิดีโอสุดประทับใจทั้งสามเพลง ได้แก่ “Hachikō” ที่ศิลปินเคยทำเซอร์ไพรส์เปิดให้ฟังที่ลานพาร์คพารากอนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา, “Love Like This” เพลงโรแมนติกอบอุ่นหัวใจ และ “Prema” เพลงโฟกัสของอัลบั้ม ที่ถ่ายทำมิวสิกวิดีโอท่ามกลางวิวสวย ๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ การได้ชมพร้อมกันบนจอใหญ่ ทำให้ทุกความรู้สึกยิ่งทวีคูณกว่าการฟังคนเดียวบนหน้าจอเล็ก ๆ หลายเท่า ไม่เพียงแค่การฟังเพลง แฟน ๆ ยังได้ร่วมสนุกไปกับกิจกรรม Speedy Quiz เกมตอบคำถามวัดความเป็นแฟนพันธุ์แท้ของ Fujii Kaze ที่ทั้งสนุกและเรียกเสียงหัวเราะไปตลอด รวมถึงช่วงร้องเพลงฮิตของ Fujii Kaze ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ทุกคนต่างส่งเสียงร้องประสานกันก้องห้อง เสมือนเป็นคอนเสิร์ตย่อม ๆ ที่เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่น อีกหนึ่งกิจกรรมที่เรียกได้ว่าเป็นโมเมนต์สุดพิเศษ คือการที่แฟน ๆ ได้ฝากภาพวาดและเขียนข้อความจากใจถึง Fujii Kaze ด้วยลายมือของตัวเอง แต่ละข้อความและภาพเต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย และแรงบันดาลใจที่ศิลปินมอบให้ตลอดมา เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าบทเพลงของ Fujii Kaze ไม่ได้เพียงแค่ไพเราะ แต่ยังกลายเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงหัวใจของผู้คนเข้าไว้ด้วยกัน ตลอดงาน ทุกคนต่างแลกเปลี่ยนรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความรู้สึกดี ๆ
Tags

Music Exchange เปิดก้าวใหม่วงการดนตรีไทย สู่เบอร์ใหญ่ของเอเชีย

มูลค่าอุตสาหกรรมดนตรีในประเทศไทย อยู่อันดับ 5 ของเอเชีย และถึงแม้จะเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน แต่คำถามที่สำคัญคือ  “เราจะโตกว่านี้ได้อย่างไร?”  โดยเฉพาะในยุคที่วงการดนตรีบ้านเราพึ่งพารายได้จาก Showbiz เป็นหลัก และอัตราการเติบโตของตลาดในประเทศก็มีขอบเขตอันจำกัด หนึ่งในคำตอบที่ต้องไปให้ถึงก็คือ “ตลาดต่างประเทศ” และใช่หรือไม่ว่า เรามีบุคลากรที่เพียบพร้อมด้วยความสามารถ แต่สิ่งที่ยังขาดคือ “การสนับสนุนจากภาครัฐ” เมื่อวันที่ 2 ก.ย 68 วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ในฐานะอดีตประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านดนตรี พร้อมกับ ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) ได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนเกี่ยวกับแผนการผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีไทยให้ก้าวไปสู่ระดับโลก โดยมีโครงการที่ดำเนินมาเป็นปีที่ 2 และคาดว่าจะดำเนินอย่างต่อเนื่อง ก็คือ “Music Exchange” วิเชียร ฤกษ์ไพศาล ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านดนตรี และ ชาคริต พิชญางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) โครงการส่งเสริมศิลปินและธุรกิจเทศกาลดนตรีไทยไปสู่ตลาดสากล ซึ่งมีกลวิธีหลักๆ อยู่ 2 ประการคือ Push กับ Pull (1.) Push คือการผลักดันให้ศิลปินไทยได้มีโอกาสแสดงผลงานในเวทีระดับโลก เริ่มต้นจากการเปิดรับสมัครศิลปิน เพื่อคัดเลือกไปเพอร์ฟอร์มบนเวทีเฟสติวัลระดับนานาชาติ เบื้องต้นในปีที่ผ่านมา มีการสนับสนุนค่าเดินทาง ที่พัก ให้แก่ศิลปินที่ถูกคัดเลือก  ทั้งนี้ ศิลปินที่ได้รับการสนับสนุน มีตั้งแต่เบอร์เล็ก-เบอร์ใหญ่ เนื่องจากการผลักดันวงการดนตรีในระยะยาว ไม่สามารถอาศัยวงที่ดังใน พ.ศ. นี้ได้เพียงอย่างเดียว หากต้องพึ่งพาคลื่นลูกใหม่ในอนาคตด้วย  พร้อมกันนั้น ยังต้องพิจารณาให้มีการส่งศิลปินบางรายชื่อซ้ำๆ เพื่อต่อยอดผลลัพธ์จากปีก่อนหน้าให้สืบเนื่องต่อไป (2.) Pull การดึงดูดเครือข่ายธุรกิจต่างชาติ นับตั้งแต่สตูดิโอ ค่ายเพลง ผู้จัดเทศกาลดนตรี ให้เข้ามาเยี่ยมชมงานเทศกาลดนตรีในประเทศไทย และสัมผัสถึงศักยภาพของวงการเพลงในบ้านเรา โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการทำงานร่วมกันในอนาคต เพื่อสร้างการเติบโตในตลาดต่างประเทศต่อไป ซึ่งกระบวนการตรงนี้ ยังต้องการแรงผลักดันจากภาครัฐ ทั้งการสนับสนุนทางการเงิน และช่องทางสานสัมพันธ์กับเครือข่ายต่างประเทศ เพื่อโอกาสในการขยายตลาดเพลงไทยสู่สากล ทั้งหมดทั้งมวลนี้ จำต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลากันหลายปี จึงจะเห็นผลลัพธ์เชิงประจักษ์ และถึงแม้โครงการ Music Exchange จะพึ่งดำเนินมาเป็นปีที่ 2 แต่ก็คาดว่าจะมีโอกาสเพิ่มขึ้นตามลำดับในปีถัดไป อย่างไรก็ดี
Tags

“วันปล่อยเสือ ปี 5” เทศกาลดนตรีรักษ์โลกที่แรกของไทย! มันส์แบบยั่งยืนไปพร้อมกัน 25-26 ตุลาคมนี้

ชาวร็อก ชาวอินดี้ และชาวป่าเตรียมตัวให้พร้อม! “วันปล่อยเสือ ปี 5” เทศกาลดนตรีสไตล์ลูกเสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะกลับมาแล้ว โดยปีนี้มาพร้อมคอนเซปต์ใหม่ที่แหวกแนวและน่าสนใจสุดๆ กับการเป็น เทศกาลดนตรี Eco-Friendly อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกของเมืองไทย! จัดโดย HEAVY ORGANIZER ผู้จัดเจ้าเดิมที่บ้าคลั่งและคร่ำหวอดในวงการ นำทีมโดย เฮง โคตรอินดี้ หรือคุณบุรินทร์ทร แซ่ล้อ ปีนี้พวกเขาพร้อมชวนทุกคนมา “มันส์” ไปพร้อมๆ กับการสร้าง “ความยั่งยืน” ในงาน “LEO presents วันปล่อยเสือ ปี 5 ตอน จงมันส์ดี” งานนี้จัดหนักจัดเต็ม 2 วัน 5 เวทีธรรมชาติ ที่ค่ายลูกเสือภูริทัต อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ในวันที่ 25-26 ตุลาคม 2568 พบกับทัพศิลปินไทยกว่า 70 วง พร้อม 20 วัฒนธรรมร่วมสมัย และ 10 ฐานกิจกรรมสุดมันส์ ที่จะสร้างประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและดีต่อโลกไปพร้อมๆ กัน ความมันส์ที่มาพร้อมกับความยั่งยืน วันปล่อยเสือปี 5 นี้จะเป็นต้นแบบของเทศกาลดนตรีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ลงมือทำจริงทุกขั้นตอน ทั้งระบบ Zero Waste (ถังปุ๋ยจากเศษอาหาร), Refill Zone (จุดเติมเครื่องดื่มด้วยแก้วและขวดที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้), การใช้ พลังงานสะอาด จากโซลาร์เซลล์บนเวที, การใช้ รถไฟฟ้า/จักรยานไฟฟ้า ในงาน, การ ปลูกต้นไม้ เพื่อชดเชยคาร์บอน ไปจนถึงการ ลด-คัดแยก-รีไซเคิลขยะ 100% เรียกได้ว่าทุกรายละเอียดใส่ใจเพื่อโลกของเรา ความตั้งใจจริงนี้ทำให้งานได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งแฟนเพลงขาประจำและพาร์ทเนอร์สายกรีนที่พร้อมจะมาร่วมกันสร้างสรรค์เทศกาลดนตรีแห่งความยั่งยืนนี้ งานแถลงข่าวที่อัดแน่นไปด้วยความมันส์ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา งานแถลงข่าวจัดขึ้นอย่างเป็นกันเองในสไตล์วันปล่อยเสือ ณ Hard Rock Cafe Bangkok เริ่มต้นความสนุกด้วยการแสดงจาก โหน่ง หัสดี และ หนู มิดด้าม
Tags

HYBE × Plan B ระเบิดปรากฏการณ์ ENHYPEN EXPERIENCE ต้อนรับคอนเสิร์ต WALK THE LINE

ได้เวลา ENHYPEN EXPERIENCE จัดเต็มทั่วกรุงเทพฯ! HYBE จับมือ PlanB เนรมิตกิจกรรมสุดพิเศษต้อนรับคอนเสิร์ตใหญ่ เตรียมตัวให้พร้อม! หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับแคมเปญของ SEVENTEEN เมื่อปีที่แล้ว HYBE ค่ายเพลงเคป็อประดับโลก และ PlanB บริษัทสื่อโฆษณาชั้นนำของไทย กลับมาร่วมมือกันอีกครั้งเป็นปีที่สอง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ วง ENHYPEN ในกิจกรรม ENHYPEN EXPERIENCE ต้อนรับคอนเสิร์ต ENHYPEN WORLD TOUR ‘WALK THE LINE’ IN BANGKOK ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ENHYPEN EXPERIENCE: จัดเต็มประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อ ENGENEs กิจกรรม ENHYPEN EXPERIENCE ครั้งนี้ ออกแบบมาเพื่อให้ ENGENEs (ชื่อแฟนคลับวง ENHYPEN) ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับหนุ่มๆ ENHYPEN แบบเหนือความคาดหมาย ทั่วกรุงเทพฯ กับกิจกรรมที่ใครเห็นเป็นต้องอยากชิม อยากแชร์ และบอกต่อ! พบกับ ENHYPEN ทั่วกรุงฯ และไอเทมสุดลิมิเต็ด! สื่อ OOH เต็มระบบ: ENHYPEN ปรากฏตัวบนสื่อ Out of Home (OOH) ของ PLANB ทั่วกรุงเทพฯ ให้แฟนๆ ได้พบปะกับหนุ่มๆ ได้ทุกที่! บัตร Rabbit Card ลิมิเต็ด อิดิชั่น: พลาดไม่ได้กับ บัตร Rabbit Card รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพียง 3,000 ใบ สำหรับแฟนคลับโดยเฉพาะ! Photo Booth สุดชิค: ไปเก็บภาพสวยๆ กับ Photo Booth ณ สถานีรถไฟฟ้า
Tags

Thunder Rock Festival 2025: ร็อกสายฟ้าฟาด! ระเบิดความมันส์สนั่นกาญจน์!

ชาวร็อกทั้งหลายเตรียมตัวให้พร้อม! CI ShowBiz กำลังจะเขย่าวงการดนตรีด้วย Thunder Rock Festival 2025 เทศกาลดนตรีร็อกสายฟ้าฟาดที่เดือดที่สุด ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตก และเป็นปรากฏการณ์ทางดนตรีหนึ่งเดียวในจังหวัดกาญจนบุรี! ปักหมุดไว้เลย วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 ได้เวลาไปโดดให้สุดเหวี่ยง ปลดปล่อยความร็อกในตัวคุณ ณ Thunder Ground ใจกลางเมืองกาญจนบุรี! เตรียมเปิดทุกประสาทสัมผัสให้ลุกเป็นไฟกับบรรยากาศสุดเดือดดุดันที่ไม่มีวันแผ่วบน 2 เวที! พบกับการแสดงสดจาก 19 ศิลปินร็อกระดับตำนานและร็อกคลื่นลูกใหม่สุดร้อนแรง! พวกเขาจะมาบรรเลงเพลงร็อกแบบมาราธอน เล่นยาวไปจนวงสุดท้ายแบบไม่มีพัก! ตั้งแต่บ่ายยันดึก คุณจะไม่มีช่วงให้พักหายใจกันแน่นอน! ไลน์อัพสุดโหดที่การันตีความเดือดแบบไม่เกรงใจใคร นำทัพโดยพี่ใหญ่ตลอดกาลอย่าง BODYSLAM, BIG ASS, SLOT MACHINE, SILLY FOOLS, RETROSPECT, SWEET MULLET, EBOLA, PAPER PLANES, BOMB AT TRACK งานนี้ยังรวมเอาคลื่นลูกใหม่และร็อกสายแข็งอีกเพียบมาเสริมทัพความมัน ทั้ง FREEHAND, THE DARKEST ROMANCE, OBLIVIOUS, TORRAYOT, HARD BOY, LITTLE JOHN, SLEEPING SHEEP, MAD PACK IT, KUAYTHAI, SLUR บอกเลยว่าทุกวงพร้อมจะมาปลุกทุกโสตประสาทของคุณให้สั่นสะเทือนแบบไม่มียั้ง! โปรเดือด “คน 1000 Rock!” ห้ามพลาด! ชาวร็อกคนไหนที่ไม่อยากพลาดความมันระดับมหากาพย์นี้ รีบพุ่งตัวไปจัด บัตรราคาพิเศษเพียง 1,000 บาท ด่วนๆ (จากราคาปกติ 1,500 บาท) โปรนี้มีเวลาจำกัด! เปิดขายตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น! ซื้อบัตรได้ง่ายๆ ที่ Counter Service ALL TICKET ในร้าน

สุกี้-บอย-สมเกียรติ แถลงจัดใหญ่ปลายปี “B.DAY Forever Concert” ฉลอง 20 ปีเบเกอรี่ มิวสิค

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ที่แฟนเพลงรอคอย! “สุกี้” กมล สุโกศล แคลร์, “บอย” ชีพชนก ศรียามาตย์ และ “สมเกียรติ” อริยะ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งค่ายเพลงในตำนาน Bakery Music และ Dojo City ได้แท็กทีมศิลปินจากทั้งสองค่าย มาร่วมแถลงข่าวงาน Heineken Experience Presents “B.DAY Forever Concert” ที่เตรียมมอบความสุขให้ชาว Bakerian ทุกคนได้ย้อนวันวานไปกับบทเพลงอันเป็นประวัติศาสตร์ที่อยู่ในใจมาตลอด 20 ปี คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี สร้างสรรค์โดย CI Showbiz โดยแบ่งเป็น: รอบการกุศล: วันที่ 5 ธันวาคม 2568 (บัตรราคา 8,500 / 7,800 / 6,500 / 5,800 / 4,600 / 4,000 / 3,300 / 2,600 บาท) พิเศษ! สามารถออกใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รอบทั่วไป: วันที่ 6-7 ธันวาคม 2568 (บัตรราคา 6,500 / 6,000 / 5,000 / 4,500 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 บาท) นี่คือการรวมตัวของศิลปินจากค่าย Bakery Music และ Dojo City ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่จัดเต็มและยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น:
Tags

“ALREADY DEADD TO HELL AND BACK” คอนเสิร์ตโคตรเดือดนรกแตก!

ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 ณ MCC HALL THE MALL BANGKAPI กลายเป็นสนามเพลิงแห่งเสียงดนตรี กับคอนเสิร์ต “ALREADY DEADD TO HELL AND BACK” ที่รวม 6 แรปสตาร์ตัวพ่ออย่าง YOUNGOHM, GAVIN D, FIIXD, YOUNGGU, DIAMOND MQT และ NGAZ มาเดือดด้วยกัน พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษมากมาย ทั้ง DABOYWAY, SPRITE, SARAN, 1MILL, NAMEMT, GUNNER, SONOFO, 4BANG, BEN BIZZY, Blackheart และ Birdman 🎤 เปิดเวทีแบบไม่ให้พัก! ประตูฮอลล์เปิดปุ๊บ เหล่าแฟนฮิปฮอปแห่เข้าจับจองพื้นที่แน่น ก่อนระเบิดความมันส์ด้วยเซ็ตเปิดตัวจากแก๊ง “ALREADY DEADD” แบบ Non-Stop 8 เพลงรวด ตามด้วยการแสดง DUO & TRIO SET ที่พาอุณหภูมิความมันส์พุ่งไม่หยุด 🎤 YOUNGGU SET – เปิดตัว Hidden Guest แบบไม่ให้พัก เริ่มด้วยเพลง “วิ่งแบบพี่ตูน” พร้อมเปิดตัว NAMEMT มาร่วมแจมใน “SONG A” ต่อด้วยการเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่จาก DABOYWAY ในเพลง “KALUM (กะหล่ำ)” ปิดเซ็ตด้วยการร่วมเวทีกับ GUNNER ใน “MOUTH 2 MOUTH” และ “CHI MI” 🎤 FIIXD & DIAMOND MQT SET – ฮิปฮอปในเวอร์ชันอคูสติก
Tags

Elliot James Reay โชว์เสียงละมุนใกล้ชิดแฟนๆ ชาวไทย กับ Fansign & Showcase ครั้งแรก!

ใครที่เป็นแฟนเพลงของหนุ่มหล่อเสียงละมุน Elliot James Reay ต้องยิ้มแก้มปริ เพราะหนุ่มอังกฤษวัย 22 ปี เจ้าของเพลงไวรัลสุดฮิต “I Think They Call This Love” ได้บินลัดฟ้ามาใกล้ชิดแฟนๆ ชาวไทยแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ในงาน Fansign & Showcase ครั้งแรกในประเทศไทย! 22 มกราคม 2025: Fansign สุดอบอุ่นที่ SCBX NEXT TECH วันแรกของกิจกรรมเริ่มต้นที่สยามพารากอน ชั้น 4 กับงาน “Elliot James Reay 1st Fansign in Thailand” ที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักจากแฟนๆ กว่า 100 คน หนุ่ม Elliot จัดเต็มกับการร้องเพลงสด 3 เพลง ทั้งเพลงฮิตอย่าง “I Think They Call This Love,” “Boy In Love” และเพลงใหม่ที่ยังไม่ปล่อยอย่าง “Daydreaming” เสียงร้องนุ่มๆ ทำเอาแฟนๆ เคลิ้มกันทั้งฮอลล์ งานนี้ยังมีช่วงพูดคุย ขอลายเซ็น และถ่ายรูปเซลฟี่อย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าแฟนคลับได้ทั้งความประทับใจและโมเมนต์ดีๆ กลับบ้านไปเต็มเปี่ยม ใครได้มาเจอตัวจริงของ Elliot บอกเลยว่าหลงรักขึ้นอีกสิบเท่า! 23 มกราคม 2025: สัมภาษณ์สุดชิล และโมเมนต์ไทยๆ ของ Elliot วันที่สอง Elliot ได้พูดคุยให้สัมภาษณ์กับคลื่นวิทยุชื่อดัง MET 107 และ Eazy FM 102.5 ถึงแรงบันดาลใจการทำเพลงแนวเรโทร ’50s-’60s ที่สะท้อนความรักในดนตรีเก่าของเขาตั้งแต่เด็ก พร้อมเล่าความประทับใจที่มีต่อ “7-Eleven เมืองไทย” ที่เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากว่าแวะทุกครั้งที่มา! Elliot ยังบอกอีกว่าประเทศไทยคือที่ที่เขาอยากแนะนำเพื่อนๆ ให้มาสัมผัส พร้อมฝากคำขอบคุณถึงแฟนๆ
Tags

ครั้งแรกในชีวิต fellow fellow เตรียมขึ้นคอนเสิร์ต I’ll make you proud Concert 30 พ.ย. นี้ ที่ Lido Connect

อยู่ในวงการเพลงมานานถึง 11 ปีแล้ว สำหรับ 2 หนุ่มสุดป๊อป fellow fellow ‘ข้าว-ปณิธิ เลิศอุดมธนา’ (ร้องนำ) และ ‘ที-พิษณุ หทัยพันธลักษณ์’ (ร้อง, กีต้าร์) สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) พร้อมปล่อยอัลบั้มแรกในชีวิตของทั้งคู่แล้วมีชื่อว่า ‘PROUD’ วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งในอัลบั้มได้รวมทุกซิงเกิลที่ปล่อยออกมา ฮิตติดชาร์ทมากมาย อาทิ ดาวหางฮัลเลย์ (Halley’s Comet) , ไม่เปลี่ยนเลย (Best Luck) , proud รวมถึงเพลงใหม่ที่ยังไม่ได้ปล่อยอีกด้วย โดยการปล่อยอัลบั้ม ‘PROUD’ ครั้งนี้ ได้มาพร้อมกับคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มด้วยเช่นกันในชื่องาน “I’ll make you proud Concert” มีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ณ Lido Connect Hall 2 จำนวน 2 รอบการแสดงด้วยกัน ได้แก่ เวลา 14.00 น. และ เวลา 19.00 น. ราคาบัตร 950 บาท จำกัดรอบละ 500 ที่เท่านั้น เปิดจำหน่ายในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ทาง Thaiticketmajor เวลา 10.00น. เป็นต้นไป พิเศษสุดสำหรับ 300 ท่านแรกที่ซื้อ Limited Vinyl ภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ signed และถ่ายรูปกับศิลปินแบบ 1:1 (ศิลปินเซ็นหลังจบคอนเสิร์ตรอบ 19.00 เท่านั้น) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจและอินสตาแกรม fellow fellow #IWillMakeYouProudConcert #fellowfellow

สรุป 10 บทเรียน ‘ลิขสิทธิ์’ ต้องรู้! จากช่วงเสวนางาน GeneLabCon

GeneLabCon นอกจากจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ประจำปีของค่าย GeneLab แล้ว งานนี้ยังมีช่วง Hard Talk ที่น่าสนใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมดนตรี โดยช่วงเสวนาทั้งสองวัน มีการแบ่งหัวข้อดังนี้ วันแรกหัวข้อหลักคือเรื่อง “ลิขสิทธิ์เพลงเป็นของใคร?” ส่วนหัวข้อหลักวันที่สองคือ “ค่ายเพลงยังจำเป็นอยู่ไหม?” ทั้งนี้ เนื่องจากสองหัวข้อดังกล่าวมีเนื้อหาบางส่วนที่คาบเกี่ยวกัน เราจึงขอสรุปรวมประเด็นทั้งสองวันเลยแล้วกัน 1. ลิขสิทธิ์ = ทรัพย์สิน ในยุคนี้ แม้ซีดีอาจไม่ได้ขายเป็นกอบเป็นกำเหมือนสมัยก่อน แต่ข้อดีของสตรีมมิ่งก็คือ มีการจัดเก็บที่เป็นระบบระเบียบมากขึ้นผ่านองค์กรตัวแทนต่างๆ ซึ่งกระบวนการนี้สามารถนำ return มาสู่ผู้สร้างสรรค์ได้เรื่อยๆ เป็นทรัพย์สินที่สร้าง passive income และความมั่นคงในระยะยาวแก่นักแต่งเพลงได้ เพื่อไม่ให้ผู้ผลิตผลงานจำต้องปล่อยเงินหลุดมือ เหตุเพราะเสียรู้เรื่องกฎหมายอีกต่อไป ในส่วนของแฟนคลับ เพียงสนับสนุนผลงานของศิลปินที่รักผ่านช่องทาง official แค่นี้ก็เป็นแฟนด้อมที่น่ารักแล้ว 2. เกณฑ์มาตรฐาน กี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะแฟร์? ​ เรื่องนี้คงต้องกล่าวว่า แม้แต่ระดับโลกก็ไม่มีสัดส่วนตายตัว ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ใครทุ่มกำลังเยอะก็ควรได้เยอะ แต่คนที่ได้น้อยกว่าก็อย่าให้น้อยจนเกินไป แต่ในเบื้องต้น สำหรับศิลปิน/นักแต่งเพลง การเซ็นสัญญา ทำข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ ทุกฝ่ายบนโต๊ะเจรจาต้องรู้เท่ากัน แต่การตัดสินใจก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนตัว การเซ็นสัญญามันคือดีล ถ้าสมประโยชน์กัน ตกลงกันได้ก็จบ ต่อให้ตัวลิขสิทธิ์เป็นของค่ายก็ตามที เพราะบางคนทำเอง โปรโมทเอง จัดเก็บเอง อาจจะได้น้อยกว่ายกให้ค่ายจัดการด้วยซ้ำ นานาจิตตัง (เรื่องการเซ็นสัญญาศิลปิน เดี๋ยวค่อยว่ากันยาวๆ ครึ่งหลัง) ในปัจจุบันนี้ มีการพยายามผลักดันให้นักแต่งเพลง ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 15 % แต่ก็นั่นแหละ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย เฉพาะยิ่งในบริบทสังคมไทย ซึ่งยังไม่มี ‘สหภาพนักดนตรี’ เป็นกลุ่มก้อน ที่รวมตัวกันเพื่อผลักดันเรียกร้องให้มี ‘มาตรฐานกลาง’ ในเรื่องนี้ อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายภาครัฐ และนโยบายเอกชนหลายฝ่าย จึงต้องใช้ความร่วมมือกันระดับมหภาคทีเดียว 3. จ้างศิลปินไปเล่น ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์อีก? หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่จ้างศิลปินไปเล่น นอกจากต้องจ่ายค่าจ้างแล้ว ค่าลิขสิทธิ์ก็ต้องจ่ายด้วยเหมือนกัน และที่สำคัญ ในกรณีที่ค่ายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ตัวศิลปินเองก็ต้องขออนุญาตค่ายก่อนใช้เพลงทุกครั้ง แม้จะเป็นเพลงที่เขียนเอง/ทำเองก็เถอะ คือค่ายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เมื่อค่ายได้ค่าจัดเก็บลิขสิทธิ์มาแล้ว ก็จะนำมาแจกจ่ายให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเงินก็จะวนมาถึงศิลปินเอง เพราะว่าเพลงมันคืองานกลุ่มอะเนอะ ทางที่ดีจึงควรได้กันอย่างทั่วถึงทุกฝ่าย แต่เวลาจ้างศิลปินไปเล่น เงินส่วนนี้มักจะรวมมากับค่าจ้างแล้ว