Skip links

Music

Tags

“วันปล่อยเสือ ปี 5” เทศกาลดนตรีรักษ์โลกที่แรกของไทย! มันส์แบบยั่งยืนไปพร้อมกัน 25-26 ตุลาคมนี้

ชาวร็อก ชาวอินดี้ และชาวป่าเตรียมตัวให้พร้อม! “วันปล่อยเสือ ปี 5” เทศกาลดนตรีสไตล์ลูกเสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะกลับมาแล้ว โดยปีนี้มาพร้อมคอนเซปต์ใหม่ที่แหวกแนวและน่าสนใจสุดๆ กับการเป็น เทศกาลดนตรี Eco-Friendly อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกของเมืองไทย! จัดโดย HEAVY ORGANIZER ผู้จัดเจ้าเดิมที่บ้าคลั่งและคร่ำหวอดในวงการ นำทีมโดย เฮง โคตรอินดี้ หรือคุณบุรินทร์ทร แซ่ล้อ ปีนี้พวกเขาพร้อมชวนทุกคนมา “มันส์” ไปพร้อมๆ กับการสร้าง “ความยั่งยืน” ในงาน “LEO presents วันปล่อยเสือ ปี 5 ตอน จงมันส์ดี” งานนี้จัดหนักจัดเต็ม 2 วัน 5 เวทีธรรมชาติ ที่ค่ายลูกเสือภูริทัต อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ในวันที่ 25-26 ตุลาคม 2568 พบกับทัพศิลปินไทยกว่า 70 วง พร้อม 20 วัฒนธรรมร่วมสมัย และ 10 ฐานกิจกรรมสุดมันส์ ที่จะสร้างประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและดีต่อโลกไปพร้อมๆ กัน ความมันส์ที่มาพร้อมกับความยั่งยืน วันปล่อยเสือปี 5 นี้จะเป็นต้นแบบของเทศกาลดนตรีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ลงมือทำจริงทุกขั้นตอน ทั้งระบบ Zero Waste (ถังปุ๋ยจากเศษอาหาร), Refill Zone (จุดเติมเครื่องดื่มด้วยแก้วและขวดที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้), การใช้ พลังงานสะอาด จากโซลาร์เซลล์บนเวที, การใช้ รถไฟฟ้า/จักรยานไฟฟ้า ในงาน, การ ปลูกต้นไม้ เพื่อชดเชยคาร์บอน ไปจนถึงการ ลด-คัดแยก-รีไซเคิลขยะ 100% เรียกได้ว่าทุกรายละเอียดใส่ใจเพื่อโลกของเรา ความตั้งใจจริงนี้ทำให้งานได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งแฟนเพลงขาประจำและพาร์ทเนอร์สายกรีนที่พร้อมจะมาร่วมกันสร้างสรรค์เทศกาลดนตรีแห่งความยั่งยืนนี้ งานแถลงข่าวที่อัดแน่นไปด้วยความมันส์ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา งานแถลงข่าวจัดขึ้นอย่างเป็นกันเองในสไตล์วันปล่อยเสือ ณ Hard Rock Cafe Bangkok เริ่มต้นความสนุกด้วยการแสดงจาก โหน่ง หัสดี และ หนู มิดด้าม
Tags

HYBE × Plan B ระเบิดปรากฏการณ์ ENHYPEN EXPERIENCE ต้อนรับคอนเสิร์ต WALK THE LINE

ได้เวลา ENHYPEN EXPERIENCE จัดเต็มทั่วกรุงเทพฯ! HYBE จับมือ PlanB เนรมิตกิจกรรมสุดพิเศษต้อนรับคอนเสิร์ตใหญ่ เตรียมตัวให้พร้อม! หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับแคมเปญของ SEVENTEEN เมื่อปีที่แล้ว HYBE ค่ายเพลงเคป็อประดับโลก และ PlanB บริษัทสื่อโฆษณาชั้นนำของไทย กลับมาร่วมมือกันอีกครั้งเป็นปีที่สอง เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับแฟนๆ วง ENHYPEN ในกิจกรรม ENHYPEN EXPERIENCE ต้อนรับคอนเสิร์ต ENHYPEN WORLD TOUR ‘WALK THE LINE’ IN BANGKOK ที่กำลังจะจัดขึ้นในวันที่ 21 มิถุนายน ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ENHYPEN EXPERIENCE: จัดเต็มประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อ ENGENEs กิจกรรม ENHYPEN EXPERIENCE ครั้งนี้ ออกแบบมาเพื่อให้ ENGENEs (ชื่อแฟนคลับวง ENHYPEN) ได้สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับหนุ่มๆ ENHYPEN แบบเหนือความคาดหมาย ทั่วกรุงเทพฯ กับกิจกรรมที่ใครเห็นเป็นต้องอยากชิม อยากแชร์ และบอกต่อ! พบกับ ENHYPEN ทั่วกรุงฯ และไอเทมสุดลิมิเต็ด! สื่อ OOH เต็มระบบ: ENHYPEN ปรากฏตัวบนสื่อ Out of Home (OOH) ของ PLANB ทั่วกรุงเทพฯ ให้แฟนๆ ได้พบปะกับหนุ่มๆ ได้ทุกที่! บัตร Rabbit Card ลิมิเต็ด อิดิชั่น: พลาดไม่ได้กับ บัตร Rabbit Card รุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น เพียง 3,000 ใบ สำหรับแฟนคลับโดยเฉพาะ! Photo Booth สุดชิค: ไปเก็บภาพสวยๆ กับ Photo Booth ณ สถานีรถไฟฟ้า
Tags

Thunder Rock Festival 2025: ร็อกสายฟ้าฟาด! ระเบิดความมันส์สนั่นกาญจน์!

ชาวร็อกทั้งหลายเตรียมตัวให้พร้อม! CI ShowBiz กำลังจะเขย่าวงการดนตรีด้วย Thunder Rock Festival 2025 เทศกาลดนตรีร็อกสายฟ้าฟาดที่เดือดที่สุด ใหญ่ที่สุดในภาคตะวันตก และเป็นปรากฏการณ์ทางดนตรีหนึ่งเดียวในจังหวัดกาญจนบุรี! ปักหมุดไว้เลย วันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 ได้เวลาไปโดดให้สุดเหวี่ยง ปลดปล่อยความร็อกในตัวคุณ ณ Thunder Ground ใจกลางเมืองกาญจนบุรี! เตรียมเปิดทุกประสาทสัมผัสให้ลุกเป็นไฟกับบรรยากาศสุดเดือดดุดันที่ไม่มีวันแผ่วบน 2 เวที! พบกับการแสดงสดจาก 19 ศิลปินร็อกระดับตำนานและร็อกคลื่นลูกใหม่สุดร้อนแรง! พวกเขาจะมาบรรเลงเพลงร็อกแบบมาราธอน เล่นยาวไปจนวงสุดท้ายแบบไม่มีพัก! ตั้งแต่บ่ายยันดึก คุณจะไม่มีช่วงให้พักหายใจกันแน่นอน! ไลน์อัพสุดโหดที่การันตีความเดือดแบบไม่เกรงใจใคร นำทัพโดยพี่ใหญ่ตลอดกาลอย่าง BODYSLAM, BIG ASS, SLOT MACHINE, SILLY FOOLS, RETROSPECT, SWEET MULLET, EBOLA, PAPER PLANES, BOMB AT TRACK งานนี้ยังรวมเอาคลื่นลูกใหม่และร็อกสายแข็งอีกเพียบมาเสริมทัพความมัน ทั้ง FREEHAND, THE DARKEST ROMANCE, OBLIVIOUS, TORRAYOT, HARD BOY, LITTLE JOHN, SLEEPING SHEEP, MAD PACK IT, KUAYTHAI, SLUR บอกเลยว่าทุกวงพร้อมจะมาปลุกทุกโสตประสาทของคุณให้สั่นสะเทือนแบบไม่มียั้ง! โปรเดือด “คน 1000 Rock!” ห้ามพลาด! ชาวร็อกคนไหนที่ไม่อยากพลาดความมันระดับมหากาพย์นี้ รีบพุ่งตัวไปจัด บัตรราคาพิเศษเพียง 1,000 บาท ด่วนๆ (จากราคาปกติ 1,500 บาท) โปรนี้มีเวลาจำกัด! เปิดขายตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น! ซื้อบัตรได้ง่ายๆ ที่ Counter Service ALL TICKET ในร้าน

สุกี้-บอย-สมเกียรติ แถลงจัดใหญ่ปลายปี “B.DAY Forever Concert” ฉลอง 20 ปีเบเกอรี่ มิวสิค

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ที่แฟนเพลงรอคอย! “สุกี้” กมล สุโกศล แคลร์, “บอย” ชีพชนก ศรียามาตย์ และ “สมเกียรติ” อริยะ ชินวัตร ผู้ก่อตั้งค่ายเพลงในตำนาน Bakery Music และ Dojo City ได้แท็กทีมศิลปินจากทั้งสองค่าย มาร่วมแถลงข่าวงาน Heineken Experience Presents “B.DAY Forever Concert” ที่เตรียมมอบความสุขให้ชาว Bakerian ทุกคนได้ย้อนวันวานไปกับบทเพลงอันเป็นประวัติศาสตร์ที่อยู่ในใจมาตลอด 20 ปี คอนเสิร์ตสุดยิ่งใหญ่ครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี สร้างสรรค์โดย CI Showbiz โดยแบ่งเป็น: รอบการกุศล: วันที่ 5 ธันวาคม 2568 (บัตรราคา 8,500 / 7,800 / 6,500 / 5,800 / 4,600 / 4,000 / 3,300 / 2,600 บาท) พิเศษ! สามารถออกใบเสร็จเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า รอบทั่วไป: วันที่ 6-7 ธันวาคม 2568 (บัตรราคา 6,500 / 6,000 / 5,000 / 4,500 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 บาท) นี่คือการรวมตัวของศิลปินจากค่าย Bakery Music และ Dojo City ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่จัดเต็มและยิ่งใหญ่กว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น:
Tags

“ALREADY DEADD TO HELL AND BACK” คอนเสิร์ตโคตรเดือดนรกแตก!

ค่ำคืนวันเสาร์ที่ 29 มีนาคม 2568 ณ MCC HALL THE MALL BANGKAPI กลายเป็นสนามเพลิงแห่งเสียงดนตรี กับคอนเสิร์ต “ALREADY DEADD TO HELL AND BACK” ที่รวม 6 แรปสตาร์ตัวพ่ออย่าง YOUNGOHM, GAVIN D, FIIXD, YOUNGGU, DIAMOND MQT และ NGAZ มาเดือดด้วยกัน พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษมากมาย ทั้ง DABOYWAY, SPRITE, SARAN, 1MILL, NAMEMT, GUNNER, SONOFO, 4BANG, BEN BIZZY, Blackheart และ Birdman 🎤 เปิดเวทีแบบไม่ให้พัก! ประตูฮอลล์เปิดปุ๊บ เหล่าแฟนฮิปฮอปแห่เข้าจับจองพื้นที่แน่น ก่อนระเบิดความมันส์ด้วยเซ็ตเปิดตัวจากแก๊ง “ALREADY DEADD” แบบ Non-Stop 8 เพลงรวด ตามด้วยการแสดง DUO & TRIO SET ที่พาอุณหภูมิความมันส์พุ่งไม่หยุด 🎤 YOUNGGU SET – เปิดตัว Hidden Guest แบบไม่ให้พัก เริ่มด้วยเพลง “วิ่งแบบพี่ตูน” พร้อมเปิดตัว NAMEMT มาร่วมแจมใน “SONG A” ต่อด้วยการเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่จาก DABOYWAY ในเพลง “KALUM (กะหล่ำ)” ปิดเซ็ตด้วยการร่วมเวทีกับ GUNNER ใน “MOUTH 2 MOUTH” และ “CHI MI” 🎤 FIIXD & DIAMOND MQT SET – ฮิปฮอปในเวอร์ชันอคูสติก
Tags

Elliot James Reay โชว์เสียงละมุนใกล้ชิดแฟนๆ ชาวไทย กับ Fansign & Showcase ครั้งแรก!

ใครที่เป็นแฟนเพลงของหนุ่มหล่อเสียงละมุน Elliot James Reay ต้องยิ้มแก้มปริ เพราะหนุ่มอังกฤษวัย 22 ปี เจ้าของเพลงไวรัลสุดฮิต “I Think They Call This Love” ได้บินลัดฟ้ามาใกล้ชิดแฟนๆ ชาวไทยแบบเอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ ในงาน Fansign & Showcase ครั้งแรกในประเทศไทย! 22 มกราคม 2025: Fansign สุดอบอุ่นที่ SCBX NEXT TECH วันแรกของกิจกรรมเริ่มต้นที่สยามพารากอน ชั้น 4 กับงาน “Elliot James Reay 1st Fansign in Thailand” ที่บรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักจากแฟนๆ กว่า 100 คน หนุ่ม Elliot จัดเต็มกับการร้องเพลงสด 3 เพลง ทั้งเพลงฮิตอย่าง “I Think They Call This Love,” “Boy In Love” และเพลงใหม่ที่ยังไม่ปล่อยอย่าง “Daydreaming” เสียงร้องนุ่มๆ ทำเอาแฟนๆ เคลิ้มกันทั้งฮอลล์ งานนี้ยังมีช่วงพูดคุย ขอลายเซ็น และถ่ายรูปเซลฟี่อย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าแฟนคลับได้ทั้งความประทับใจและโมเมนต์ดีๆ กลับบ้านไปเต็มเปี่ยม ใครได้มาเจอตัวจริงของ Elliot บอกเลยว่าหลงรักขึ้นอีกสิบเท่า! 23 มกราคม 2025: สัมภาษณ์สุดชิล และโมเมนต์ไทยๆ ของ Elliot วันที่สอง Elliot ได้พูดคุยให้สัมภาษณ์กับคลื่นวิทยุชื่อดัง MET 107 และ Eazy FM 102.5 ถึงแรงบันดาลใจการทำเพลงแนวเรโทร ’50s-’60s ที่สะท้อนความรักในดนตรีเก่าของเขาตั้งแต่เด็ก พร้อมเล่าความประทับใจที่มีต่อ “7-Eleven เมืองไทย” ที่เจ้าตัวถึงกับเอ่ยปากว่าแวะทุกครั้งที่มา! Elliot ยังบอกอีกว่าประเทศไทยคือที่ที่เขาอยากแนะนำเพื่อนๆ ให้มาสัมผัส พร้อมฝากคำขอบคุณถึงแฟนๆ
Tags

ครั้งแรกในชีวิต fellow fellow เตรียมขึ้นคอนเสิร์ต I’ll make you proud Concert 30 พ.ย. นี้ ที่ Lido Connect

อยู่ในวงการเพลงมานานถึง 11 ปีแล้ว สำหรับ 2 หนุ่มสุดป๊อป fellow fellow ‘ข้าว-ปณิธิ เลิศอุดมธนา’ (ร้องนำ) และ ‘ที-พิษณุ หทัยพันธลักษณ์’ (ร้อง, กีต้าร์) สังกัด Kicks Records (คิกส์ เรคคอร์ดส) พร้อมปล่อยอัลบั้มแรกในชีวิตของทั้งคู่แล้วมีชื่อว่า ‘PROUD’ วันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งในอัลบั้มได้รวมทุกซิงเกิลที่ปล่อยออกมา ฮิตติดชาร์ทมากมาย อาทิ ดาวหางฮัลเลย์ (Halley’s Comet) , ไม่เปลี่ยนเลย (Best Luck) , proud รวมถึงเพลงใหม่ที่ยังไม่ได้ปล่อยอีกด้วย โดยการปล่อยอัลบั้ม ‘PROUD’ ครั้งนี้ ได้มาพร้อมกับคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้มด้วยเช่นกันในชื่องาน “I’ll make you proud Concert” มีกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2567 ณ Lido Connect Hall 2 จำนวน 2 รอบการแสดงด้วยกัน ได้แก่ เวลา 14.00 น. และ เวลา 19.00 น. ราคาบัตร 950 บาท จำกัดรอบละ 500 ที่เท่านั้น เปิดจำหน่ายในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ ทาง Thaiticketmajor เวลา 10.00น. เป็นต้นไป พิเศษสุดสำหรับ 300 ท่านแรกที่ซื้อ Limited Vinyl ภายในงาน จะได้รับสิทธิ์ signed และถ่ายรูปกับศิลปินแบบ 1:1 (ศิลปินเซ็นหลังจบคอนเสิร์ตรอบ 19.00 เท่านั้น) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจและอินสตาแกรม fellow fellow #IWillMakeYouProudConcert #fellowfellow

สรุป 10 บทเรียน ‘ลิขสิทธิ์’ ต้องรู้! จากช่วงเสวนางาน GeneLabCon

GeneLabCon นอกจากจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ประจำปีของค่าย GeneLab แล้ว งานนี้ยังมีช่วง Hard Talk ที่น่าสนใจเกี่ยวกับอุตสาหกรรมดนตรี โดยช่วงเสวนาทั้งสองวัน มีการแบ่งหัวข้อดังนี้ วันแรกหัวข้อหลักคือเรื่อง “ลิขสิทธิ์เพลงเป็นของใคร?” ส่วนหัวข้อหลักวันที่สองคือ “ค่ายเพลงยังจำเป็นอยู่ไหม?” ทั้งนี้ เนื่องจากสองหัวข้อดังกล่าวมีเนื้อหาบางส่วนที่คาบเกี่ยวกัน เราจึงขอสรุปรวมประเด็นทั้งสองวันเลยแล้วกัน 1. ลิขสิทธิ์ = ทรัพย์สิน ในยุคนี้ แม้ซีดีอาจไม่ได้ขายเป็นกอบเป็นกำเหมือนสมัยก่อน แต่ข้อดีของสตรีมมิ่งก็คือ มีการจัดเก็บที่เป็นระบบระเบียบมากขึ้นผ่านองค์กรตัวแทนต่างๆ ซึ่งกระบวนการนี้สามารถนำ return มาสู่ผู้สร้างสรรค์ได้เรื่อยๆ เป็นทรัพย์สินที่สร้าง passive income และความมั่นคงในระยะยาวแก่นักแต่งเพลงได้ เพื่อไม่ให้ผู้ผลิตผลงานจำต้องปล่อยเงินหลุดมือ เหตุเพราะเสียรู้เรื่องกฎหมายอีกต่อไป ในส่วนของแฟนคลับ เพียงสนับสนุนผลงานของศิลปินที่รักผ่านช่องทาง official แค่นี้ก็เป็นแฟนด้อมที่น่ารักแล้ว 2. เกณฑ์มาตรฐาน กี่เปอร์เซ็นต์ถึงจะแฟร์? ​ เรื่องนี้คงต้องกล่าวว่า แม้แต่ระดับโลกก็ไม่มีสัดส่วนตายตัว ขึ้นอยู่กับข้อตกลง ใครทุ่มกำลังเยอะก็ควรได้เยอะ แต่คนที่ได้น้อยกว่าก็อย่าให้น้อยจนเกินไป แต่ในเบื้องต้น สำหรับศิลปิน/นักแต่งเพลง การเซ็นสัญญา ทำข้อตกลงเรื่องลิขสิทธิ์ ทุกฝ่ายบนโต๊ะเจรจาต้องรู้เท่ากัน แต่การตัดสินใจก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนตัว การเซ็นสัญญามันคือดีล ถ้าสมประโยชน์กัน ตกลงกันได้ก็จบ ต่อให้ตัวลิขสิทธิ์เป็นของค่ายก็ตามที เพราะบางคนทำเอง โปรโมทเอง จัดเก็บเอง อาจจะได้น้อยกว่ายกให้ค่ายจัดการด้วยซ้ำ นานาจิตตัง (เรื่องการเซ็นสัญญาศิลปิน เดี๋ยวค่อยว่ากันยาวๆ ครึ่งหลัง) ในปัจจุบันนี้ มีการพยายามผลักดันให้นักแต่งเพลง ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 15 % แต่ก็นั่นแหละ เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับหลายฝ่าย เฉพาะยิ่งในบริบทสังคมไทย ซึ่งยังไม่มี ‘สหภาพนักดนตรี’ เป็นกลุ่มก้อน ที่รวมตัวกันเพื่อผลักดันเรียกร้องให้มี ‘มาตรฐานกลาง’ ในเรื่องนี้ อีกทั้งยังเกี่ยวข้องกับกฎหมายภาครัฐ และนโยบายเอกชนหลายฝ่าย จึงต้องใช้ความร่วมมือกันระดับมหภาคทีเดียว 3. จ้างศิลปินไปเล่น ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์อีก? หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่จ้างศิลปินไปเล่น นอกจากต้องจ่ายค่าจ้างแล้ว ค่าลิขสิทธิ์ก็ต้องจ่ายด้วยเหมือนกัน และที่สำคัญ ในกรณีที่ค่ายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ตัวศิลปินเองก็ต้องขออนุญาตค่ายก่อนใช้เพลงทุกครั้ง แม้จะเป็นเพลงที่เขียนเอง/ทำเองก็เถอะ คือค่ายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ เมื่อค่ายได้ค่าจัดเก็บลิขสิทธิ์มาแล้ว ก็จะนำมาแจกจ่ายให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งเงินก็จะวนมาถึงศิลปินเอง เพราะว่าเพลงมันคืองานกลุ่มอะเนอะ ทางที่ดีจึงควรได้กันอย่างทั่วถึงทุกฝ่าย แต่เวลาจ้างศิลปินไปเล่น เงินส่วนนี้มักจะรวมมากับค่าจ้างแล้ว

เปิดประวัติ Wonderkid วงหัวควาย “ดั๊ม คาราบาว” หนุ่ม 18 ตัวแทน “ป๋าดุก”

ดั๊ม คาราบาว ชายหนุ่มผู้เข้ามาเป็นสมาชิกคณะควายเฒ่าสุดยอดตำนาน ตั้งแต่อายุ 18 ปี หลังจากที่ลือชัย งามสม หรือ ‘ป๋าดุก’ มือคีย์บอร์ดประจำวงคาราบาว จากไปเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2567 หลังจากนั้นแฟนๆ ก็ได้รู้จักกับสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี วงเพื่อชีวิตระดับนี้จะเอาใครมาเล่นคีย์บอร์ดตำแหน่งนั้นก็ได้ และเชื่อว่ามีผู้แก่กล้าหลายรายซึ่งพร้อมด้วยฝีมือ แต่คาราบาวกลับเซอร์ไพรส์แฟนๆ อย่างไม่คาดคิด เพราะหวยดันมาออกที่หนุ่มคะนองวัย 18 ปี ผู้ได้รับการขนานนามจาก ‘น้าแอ๊ด’ ว่า “เด็กอัจฉริยะ” ด้วยความสามารถที่ล้นเหลือ เล่นได้ทุกเครื่องในวง เสียบแทนใครตำแหน่งไหนก็ได้หมดอย่างไม่บกพร่อง หนุ่มดั๊มจึงได้รับความไว้วางใจจากลุงๆ ให้รับผิดชอบในตำแหน่งที่ขาดหาย อย่างล่าสุด คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสุดท้ายของเล็ก-คาราบาว ที่จัดขึ้นกับปู-พงษ์สิทธิ์ ดั๊มเองก็ได้มาเป็นหนึ่งในสมาชิกวงส้นตีน วงแบ็คอัพคอนเสิร์ตใหญ่ตลอด 3 ชั่วโมงที่อิมแพค อารีนา  แต่กว่าจะมีวันนี้ได้ คงต้องกล่าวว่าไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ เพราะดั๊มไม่ได้รู้จักใครในวงเป็นการส่วนตัว ไม่ได้เป็นญาติกับใครทั้งนั้น ไม่รู้จะเอาตัวเองไปอยู่ในวงโคจรรอบข้างของสมาชิกคาราบาวได้อย่างไร ในเมื่อโอกาสไม่ได้วิ่งเข้าหาเรา ก็ต้องเป็นเราที่วิ่งหาโอกาส ซึ่งทั้งหมดนี้จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลย หากปราศจากความพร้อม โอกาส และจังหวะเวลา ทว่ากว่าจะมาเป็น ‘ดั๊ม คาราบาว’ เราคงต้องย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น (ภาพจาก facebook: Drum Aekkaman Solo) เด็กชายดั๊ม จากพนัสนิคม เด็กชาย เอกมันต์ พิเศษ เกิดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2548 เติบโตขึ้นที่อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ในครอบครัวที่ชื่นชอบเสียงเพลง และมีเครื่องดนตรีอยู่ใกล้ตัว ทำให้เด็กชายดั๊มเริ่มสนใจดนตรีตั้งแต่ 3 ขวบ และมีความคิดอยากจะเล่นกับวงคาราบาวตั้งแต่ตอนนั้น “ความคิดที่อยากจะเล่นกับคาราบาว มีมาตั้งแต่ 3 ขวบเลย” ดั๊มย้อนความหลังถึงวัยเด็กให้เราฟัง จนเมื่ออายุ 6 ขวบ ดั้มจึงได้เริ่มหัดเล่นดนตรี ในตอนแรกดั๊มอยากเป็นมือกลอง แต่ทว่าคุณพ่อดันบังคับให้เล่นกีต้าร์ เด็กน้อยจึงต้องหัดกีต้าร์เป็นอันดับแรก ทั้งฝึกเองบ้าง เรียนรู้จากคนใกล้ตัวบ้าง ต่อมาเมื่อน้องดั๊มอยู่ ป.4 ก็ได้รับโอกาสได้เล่นดนตรีกับผู้ใหญ่มากขึ้น ได้เล่นร่วมกับวงดนตรีรุ่นพี่ และวงรุ่นพ่อ ได้รับหน้าที่เป็นมือโซโล่ รวมถึงได้แสดงดนตรีตามงานต่างๆ อยู่ตลอด และถึงแม้ว่าต่อมา

ไทยแลนด์แดนคอนเสิร์ต เริ่ดทุกอย่าง ยกเว้น…

นอกจากสยามเมืองยิ้มแล้ว ‘ไทยแลนด์แดนคอนเสิร์ต’ ยังเป็น a.k.a.ใหม่ของประเทศไทยที่ได้ยินบ่อยในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เพราะในแต่ละปีมีคอนเสิร์ตกว่าหลายร้อยครั้ง ด้วยระบบแสง สี เสียงก็เป็นแถวหน้าในระดับโลก ศิลปินมาจัดคอนเสิร์ตแต่ละทีก็มีที่เที่ยว พร้อมด้วยอาหารมากมายรอต้อนรับ แถมวัฒนธรรมการดูคอนเสิร์ตที่ไม่ได้ซื้อบัตรมานั่งเฉย ๆ แต่ซื้อบัตรมาร้องเพลงแทนศิลปิน ยังสร้างความประทับใจ ชวนให้ศิลปินกลับมาซ้ำ โดยเฉพาะฝั่ง K-pop ที่ไม่ว่าจะประกาศเวิล์ดทัวร์กี่ครั้งก็ต้องมีประเทศไทย แต่ทว่า… ทั้งๆ ที่ไทยมีคอนเสิร์ตเกาหลีให้ผู้จัดและเว็บกดบัตรได้ซ้อมมือปีละหลายสิบคอน แต่แฟนคลับก็ยังต้องเจอกับปัญหาแปดล้านสิ่งที่ยังแก้ไม่ได้สักที แต่จะไปบอกศิลปินว่าอย่าเพิ่งมา มันก็ยังไงอยู่ ก็เลยรวบรวมปัญหาต่างๆ มาไว้ให้ได้ลองอ่านกันดู  กลยุทธ์การตลาด เล่นกับใจแฟนคลับ​ ศิลปินวงโปรดมาหาถึงที่ทั้งที แต่กลับประกาศว่าจะจัดคอนแค่วันเดียวให้แฟนคลับทุกสารทิศมาเป็นผู้ท้าชิงบัตรกัน ทำเอานอนไม่หลับกันเป็นวันว่าจะได้บัตรไหม แต่หลังศึกชิงบัตรจบลงได้ไม่นาน ก็จะมีผู้จัดบางเจ้าทำทีท่าว่าแอ๊บแอ้มาสะไพร้ส์ประกาศ ‘เพิ่มรอบ’ หวังเอาใจแฟนคลับ ซึ่งในครั้งแรกกลยุทธ์นี้อาจได้ผล อาจทำให้ผู้จัดได้รับเสียงชื่นชมและหยิบกลยุทธ์นี้มาใช้อีกในครั้งถัดๆ ไป  จนเมื่อแฟนคลับเริ่มจับทางได้ เมื่อนั้นเสียงชื่นชมจะเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจว่าทำไมไม่ประกาศว่ามีสองรอบตั้งแต่แรก!  ถึงจะบอกว่าเป็นกลยุทธ์ที่ทั้งผู้จัดและค่ายตกลงกันแล้ว แต่นี่อาจเป็นกลยุทธ์กระตุ้นยอดขายที่กำลังทำลายยอดขายในเวลาเดียวกัน เพราะไม่มีทางเป็นไปได้ที่ผู้จัดและค่ายจะจับมือเพิ่มดีลกะทันหันกันตรงนั้น การจัดคอนเสิร์ตแต่ละครั้งต้องเป็นข้อตกลงกันมาก่อนอยู่แล้วว่าจะจัดทั้งหมดกี่วัน  ในฐานะคนที่ติดอยู่ในวงจรกลยุทธ์นี้ ก็แอบรู้สึกว่าหรือนี่ตัวเองกำลังอยู่ในการทดลองทางจิตวิทยาบางงอย่าง เพราะ พอคอนเสิร์ตครั้งถัดไป ผู้จัดประกาศว่าจะมีคอนเสิร์ตรอบเดียวแฟนคลับก็ต้องกลับเข้าวังวนศึกชิงบัตร พอบัตรหมดก็ต้องมานั่งลุ้นว่าจะมีเพิ่มรอบหรือไม่ หรือจะหมดเพียงเท่านี้จริงๆ สูญเสียทั้งเวลา และสุขภาพใจที่ต้องมารอหวังลม ๆ แล้ง ๆ หมดความน่าเชื่อถือของผู้จัดไปอีก ร้านกดบัตรสีเทา ‘ร้านกดบัตร’ ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่รุ่งโรจน์ตามไปกับจำนวนคอนเสิร์ตที่เพิ่มมากขึ้น เพราะบางครั้งสงครามดุเดือดเกินกว่าจะสู้คนเดียว ชวนเพื่อนแล้วหนึ่ง ยังต้องจ้างร้านกดบัตรมาช่วยอีกหนึ่ง แถมบางครั้งยังกดบัตรคอนเสิร์ตวันธรรมดา งานก็ต้องทำ คอนเสิร์ตก็ต้องไป ร้านรับจ้างกดบัตรจึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ยังคงอยู่กับทุกคอนเสิร์ต ร้านกดบัตรแต่ละร้านก็จะบวกราคาเพิ่มแตกต่างกันไปตามาความดุเดือด ตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน อีกทั้งยังมีมิจที่จริงใจมีบัตรจริงฉวยโอกาสใช้ความรักของแฟนคลับกดบัตรมาอัพราคา และมิจแท้แบบ100% ที่ไม่มีบัตร แต่ใช้แคปชันเดียวกันว่า “รอใส่ชื่อ บวกค่ากด 500” ให้แฟนคลับเจ็บใจเล่น ตั้งคำถามว่าเมื่อเช้าลืมทำบุญหรือเปล่า ทำไมคนที่กดได้ดันไม่ใช่แฟนคลับแต่เป็นร้าน(หลอก)รับกดบัตร ฉันอยากให้เว็บกดบัตรสู้ “บอท” แต่คนแรกที่เว็บกดบัตรสู้กลับคือ “ฉัน” กว่าจะเข้าคิวได้ ต้องเสียเวลา รับคิวกว่า 1 ชั่วโมง แล้วยังต้องรอคิวให้น้องเขียววิ่งต่ออีกตั้งแต่ 10 นาทีไปจนถึงครึ่งชม. กว่าจะถึงหน้ากดบัตร เวลาชีวิตก็เหลือแค่ 23 ชม./วัน และใช่ว่าถึงหน้ากดบัตรแล้วจะดีใจได้ เพราะบางทีมองจากหน้าปากซอยบ้านยังเห็นว่าที่นั่งที่หายวับไปต่อต่อตา แถมมันยังเรียงคิว เรียงแถวแบบผิดสังเกต จนต้องอุทานกับตัวเองว่า ‘บอทลงอีกแล้วหรอวะะะ’