Skip links

Music

คนไทยเสียดายแทน Taylor Swift พลาดแล้ว ไม่ยอมมาเล่นคอนเสิร์ตดีย์ๆ ในไทย 🥹🥲

เป็นประเด็นร้อนอย่างต่อเนื่อง สำหรับคอนเสิร์ต ‘The Eras Tour’ ของศิลปินสาวเบอร์หนึ่งจากแผ่นดินสหรัฐฯ อย่าง “Taylor Swift” ที่ล่าสุดบินลัดแผ่นฟ้ามาหาแฟนๆ ชาว ‘Swifties’ ณ ประเทศสิงคโปร์ ด้วยการแสดงคอนเสิร์ตกว่า 6 รอบ ตั้งแต่วันที่ 2 – 4 และ 7 – 9 มีนาคม 2567 เดิมที การทัวร์คอนเสิร์ตของนักร้องสาวเจ้าของรางวัลแกรมมี่อวอร์ดกว่า 14 รางวัล ดูเหมือนจะไม่มีประเด็นเผ็ดร้อนอะไร กระทั่งเมื่อ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยว่า สิงคโปร์จ่ายเงินให้กับผู้จัดคอนเสิร์ตราวๆ 500 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไข ห้ามมิให้ยอดศิลปินหญิงผู้นี้จัดแสดงคอนเสิร์ตที่อื่นใดในเอเชีย ซึ่งนายกเศรษฐา ได้แสดงทัศนะไว้ว่า “…ถ้ารู้งี้ผมว่าผมดีลมาประเทศไทย ต่อโชว์ต่ำกว่า 2 ล้านเหรียญอีก ผมมั่นใจว่าเขาสามารถดึงดูดสปอนเซอร์ได้ เขาสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาได้ที่เมืองไทยเยอะกว่า…”   ทั้งนี้ ตัวแทนจากทางการสิงคโปร์ ได้ออกมาตอบโต้ว่า มีการจ่าย ‘เงินสนับสนุน’ จริง แต่ไม่ได้เยอะขนาดนั้น ส่วนตัวเลขที่แท้จริงก็ยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจน ประเด็นดังกล่าวนี้ก็เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง กระทั่งทำให้หลายฝ่ายห่วงว่า ‘ศึกชิงนาง’ ในครั้งนี้ อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนหรือไม่? อย่างไรก็ดี งานนี้ดูเหมือนว่า นอกจากพระศุกร์เข้า แล้วยังจะมีพระเสาร์แทรกอีกด้วย เมื่อ ‘ศึกชิงนาง’ ยังไม่ทันวาย ซ้ำร้าย ‘ศึกชิงตั๋ว’ ก็เข้ามาสมทบ เมื่อมีชาวเน็ตกลุ่มหนึ่งติดแฮชแท็ก #buybybei ซึ่งพูดถึงกรณีของผู้บริโภคบางรายที่ซื้อตั๋วกับร้านรับกดบัตรในโซเชียล แต่ปรากฎว่า เมื่อสแกนตั๋วก่อนจะเข้างาน พบว่า มีบุคคลอื่นได้สแกนเลขที่นั่งของตั๋วดังกล่าวไปแล้ว มิหนำซ้ำ บางเลขที่ของตั๋วยังมีผู้มาแสดงความเป็นเจ้าของกว่า 8 ราย   กระนั้นก็ตาม ในมิติทางเศรษฐกิจก็คงต้องบอกว่า สิงคโปร์รับประโยชน์ไปเต็มๆ โดยสำนักข่าว CNBC ได้รายงานว่า ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของ Maybank วิเคราะห์ว่าคอนเสิร์ต Taylor Swift สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวแก่สิงคโปร์ได้ราวๆ 260.3 –

ศิลปินมรดก(ข้น)อีสาน ใครควรเป็นคนต่อไป?

ขอแสดงความยินดีแก่บรรดาศิลปินมรดกอีสาน เนื่องในโอกาสที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. มอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน ประจำปี พ.ศ. 2567  ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบแด่ศิลปินถิ่นอีกสาน ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ ด้วยการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมสู่ระดับประเทศ  โดยในปีนี้ รายชื่อที่จุดกระแสความสนใจจากสังคมได้ไม่น้อยเลยคือ ‘สุเทพ โพธิ์งาม’ หรือ “ป๋าเทพ” นักแสดงตลกรุ่นใหญ่ผู้คร่ำหวอดในวงการแสงสีมาหลายสิบปี จนเปรียบดังครูตลกที่คอมเมดี้ยุคหลังต้องศึกษาเรียนรู้ อีกหนึ่งรายชื่อซึ่งเป็นพูดถึงไม่แพ้กันคือ เจ้าของสมญานาม ‘ตำนานเพลงเพื่อชีวิตรุ่นที่ 3’ อย่าง “พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” นักร้อง / นักแต่งเพลง ผู้มีเพลงฮิตมากมาย ทั้งยังครองใจแฟนเพลงมาทุกยุคทุกสมัย   นอกจากนี้ ยังมีรายนามที่หลายคนคุ้นเคย อาทิ ศรชัย เมฆวิเชียร (นักร้องลูกทุ่ง), ธงชัย ประสงค์สันติ (ผู้จัดละคร)  และรายชื่ออื่นๆ ที่สร้างคุณูปการแก่แวดวงต่างๆ อาทิเช่น บุญจัน ชูชีพ (หมอลำกลอนทำนองพุทไธสง), บุญชื่น บุญเกิดรัมย์ (การแสดง), ภัฎ พลชัย (ประติมากรรม), ไชยา วรรณศรี (วรรณกรรมร่วมสมัย) ฯลฯ    แน่นอนว่า รางวัล ‘ศิลปินมรดกอีสาน’ ย่อมเป็นการยกย่องเกียรติคุณแด่ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางมานานหลายสิบปี ทว่าหากลองพิจารณาถึงวงการศิลปวัฒนธรรมแห่งดินแดนที่ราบสูง จะพบว่า ‘pop culture’ จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือครองส่วนแบ่งทางการตลาดระดับประเทศอยู่พอสมควร จากการทำงานของศิลปินหลากหลายแขนง  และหากจะกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว มีจำนวนมากที่อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ผลักดัน soft power จากฝั่งอีกสานให้ก้าวขึ้นสู่ระดับชาติ และอาจเป็นตัวแทนทีมชาติไปโปรยเสน่หาในระดับสากล ไม่ว่าเป็นสิงโต นำโชค หรือ โจอี้ ภูวศิษฐ์ ศิลปินที่ผสานกลิ่นไอความเป็นไทย-ลาว เข้ากับดนตรีร่วมสมัย จนโด่งดังไปทั่วราชอาณาจักร หรือแม้แต่ ก้อง ห้วยไร่ ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้จัดเฟสติวัลสร้างความคึกคักในระดับภูมิภาค ทั้งยังเป็นการยกระดับชาติตระกูลเทศกาลรื่นเริงสำเนียงม่วนจอยไปสู่สเกลมาตรฐาน   ในวงการภาพยนตร์ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะ ‘จักรวาลไทบ้าน’ ที่ตอนนี้คงต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ระดับประเทศแล้ว หากแต่กำลังดีดตัวสู่เวทีระดับนานาชาติ ด้วยผลงาน “สัปเหร่อ” ที่ยกธงนำขบวนภาพยนตร์ไทยสู่สายตาชาวโลก ยังมีอีกหลายรายนามเกินจะกล่าวอย่างทั่วถึง ทั้งศิลปินอีสานที่เผยแพร่ศิลปะบ้านเกิดสู่คนทั้งประเทศ รวมถึงสู่ทั้งโลก ฉะนั้น

Coldplay Concert เสิร์ฟดราม่าฉ่ำ พวกแกกำลังทำให้ฉันดูแย่!

เสาร์-อาทิตย์ ( 3 – 4 ก.พ.)  ที่ผ่านมา ใครได้ไปคอนเสิร์ต Coldplay Music Of The Spheres World Tour Bangkok 2024 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน คงอิ่มเอมกับบรรยากาศสุดอลัง และงานโปรดักชั่น แสง สี เสียง แบบฉ่ำๆ นับว่าเป็นคอนเสิร์ตคุณภาพของวงดนตรีฝีมือระดับโลก ที่มาแสดงโชว์ในไทยเป็นครั้งที่ 3 ได้อย่างน่าประทับใจ แน่นอนว่า เวลามีงานสเกลระดับโลกมาจัดที่บ้านเราเช่นนี้ ก็ย่อมสร้างความอิ่มอกอิ่มใจว่า ประเทศเราพร้อมรองรับงานระดับโลก และพร้อมเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะสมต่อการสร้างประสบการณ์อันสวยงาม และความทรงจำดีๆ ร่วมกันระหว่างแฟนคลับกับศิลปิน ทั้งนี้ การที่ศิลปินระดับโลกจะเลือกมาแสดงที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็ย่อมประเมินจากหลายๆ ปัจจัย อาทิเช่น ฐานแฟนคลับ กำลังซื้อของผู้คนในประเทศนั้น ค่าใช้จ่าย / ค่าแรงในการจัดงาน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ / การเมือง แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่การที่งานระดับโลกเลือกมาจัดงานที่ประเทศใดๆ ก็อาจจะสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจของชาตินั้นๆ ได้ไม่มากก็น้อย และถึงแม้ว่ารายได้หลักของงานลักษณะนี้จะอยู่ที่ตั๋วเข้าชม ซึ่งต่างชาติโกยหอบกลับไปเสียเยอะ ทว่าเม็ดเงินที่สะพัดในแต่ละครั้ง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากชาติอื่นๆ ที่อยากมาร่วมสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ดังกล่าว ก็ย่อมเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศผู้จัดงาน ซึ่งในบริบทนี้ก็คือ “ไทยแลนด์” ฟังดูแล้วอาจจะน่าภูมิใจอยู่ไม่น้อย แต่เมื่องานจบ… ความจริงก็ถูกเปิดเผย… เนื่องจากมวลชนที่ทะลักล้นออกมากจาก ราชมังฯ เมื่อคอนเสิร์ตเลิกหลักหลายหมื่นคน จนไม่สามารถเรียกหาขนส่งสาธารณะเพื่อเดินทางกลับที่พักได้ สำหรับคนเหล่านี้มีให้เลือกสองทางคือ หนึ่ง ยอมขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่มาเทียบรออยู่แล้วใกล้ๆ ซึ่งมีทั้งวินจริงบ้าง วินเถื่อนบ้าง แต่บอกก่อนว่า ค่าบริการนั้นแพงหูฉี่ คือคนขับกะเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว กับทางที่สอง คือเดินไปตายเอาดาบหน้า ไปหาเรียกรถไกลๆ เพื่อจะได้ค่าบริการที่ถูกลง แต่ในความรู้สึกก็ไม่ต่างอะไรจากการเดินไปโดยไม่รู้จุดหมาย ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะจะว่าไปแล้ว ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้จนชินตา แต่ครั้นจะบอกว่านี่เป็นความจริงที่ถูกเปิดเผยหลังเลิกงานก็คงไม่ถูกนัก เนื่องเพราะ “คนไทย” ที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตนี้ต่างได้แชร์ประสบการณ์ที่ได้พบเห็น “ของจริง” ตั้งแต่ในงานแล้ว เพราะแม้งานนี้จะขึ้นชื่อว่า Live in Bangkok ทว่าคงไม่เกินเลยนักหากจะกล่าวว่า ท่านผู้ชมทั้งหลาย “เกินครึ่ง” ในสองวันนั้น “ไม่ใช่คนไทย” ดั่งที่ผู้ใช้

MYSTIC VALLEY FESTIVAL 2024 ​เทศกาลดนตรี EDM กลางหุบเขาสุดล้ำ โยกกันแบบ Non stop 2-4 กุมภาพันธ์นี้

ใครกำลังมองหาประสบการณ์เทศกาลดนตรี EDM แบบล้ำๆ ท่ามกลางหุบเขา “MYSTIC VALLEY FESTIVAL 2024” กลับมาอีกครั้ง ให้ทุกคนเตรียมแพ็คกระเป๋า จองที่พัก มาฟิน มาอินกับศิลปิน และดนตรี EDM ในวันศุกร์ที่ 2 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ณ รีสอร์ต “Mountain Creek” จังหวัดนครราชสีมา  โดยภายในงานคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ EDM ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของเขาใหญ่ พร้อมด้วยการยกทัพศิลปินกว่า 70 คน จัดเต็มแนวดนตรี EDM หลากหลายสไตล์มาให้ชมกันถึง 10 เวทีในงานเดียว ไล่ตั้งแต่ 1. “Mustache” ที่เชี่ยวชาญในส่วนของดนตรี House และ Techno  2. “Hardstyle Thailand” เน้นแนวดนตรีฮาร์ดสไตล์ โดยเฉพาะ  3. “Trance Lovers Thailand” เน้นดนตรีแนวแทรนซ์  4. “EDM Addicts” ที่จัดขึ้นเพื่อเอาใจแฟนเพลงสาย EDM ไว้โยก ไว้ตื๊ด  5. “Urban Music Bar Stage” ที่ Represent แนวดนตรี Hip Hop และ Trap เอาใจแก๊ง Hip Hop Culture  6.  “Epic Stage” ประกอบไปด้วยแนวดนตรี Deep House Tech House และ Techno สุดไพเราะ 7. “Headbanger Stage” บ้านของ Dubstep และ Bass แห่งอนาคต  8. “Energy Stage”เน้นเฉพาะแนวเพลงที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน  9. “Unaharn stage”

ยินดีกับ MEGA PERK ผู้ชนะ THE NEXT HYPE AUDITION 2023

จบลงไปแล้วสำหรับ รายการ THE NEXT HYPE AUDITION 2023 ! ที่มีผู้ที่สนใจส่งคลิปเข้ามาสมัครกว่า 1,000 คน ก่อนที่จะคัดเลือกเหลือ 8 คนสุดท้ายเข้ามาในรอบ Finalist พร้อมเปิดประสบการณ์เตรียมพร้อมสู่ศิลปินฮิปฮอปคลื่นลูกใหม่ของค่าย HYPE TRAIN ด้วยการแสดงโชว์มินิคอนเสิร์ตต่อหน้าฝูงชน ผู้ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะกลายเป็นแชมป์คนแรกของรายการนี้ทันที  “THE NEXT HYPE CONCERT” Hip-Hop Festival สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ที่รวมแรปสตาร์ชื่อดังของประเทศไทย มาร่วมแสดงบนเวทีเดียวกัน เดือดจัดจนเวทีลุกเป็นไฟ!! และยังเป็นการกลับมาแสดงร่วมกันบนเวทีอีกครั้งในรอบ 3 ปี ของ FIIXD, 1MILL, DIAMOND MQT, ทีม PD และศิลปินจากค่าย “HYPE TRAIN” ได้แก่ NINO, BEN BIZZY, SIRPOPPA, SPRITE, OG BOBBY, DON KIDS, HUMBLEP คู่หูแรปเปอร์เจ้าของเพลงฮิต ZENTYARB, K.AGLET และแรปเปอร์มาแรงอย่าง “DHAVISION” ได้แก่ PERCY, 4ouryou, YUNGTARR, CHXID! พร้อมเปิดตัว 8 Finalists จากโปรเจกต์ “THE NEXT HYPE AUDITION” ได้แก่ BABY ROCKY (เบบี้ ร็อคกี้), ARTRILLA (อาร์ตทริลล่า),nakkinpak (นักกินผัก), FUTXRE (ฟิวเจอร์), 1ST (วันเอสที), Shotty J (ช็อทตี้ เจ), YOUNGCHIANG (ยังเชียง) และ Mega Perk (เมก้า เพิร์ค) เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ณ SPACEPLUS
Tags

29 ตุลา 66 ชมคอนเสิร์ตสุดท้ายของ “เฌอปราง” ในฐานะเมมเบอร์ BNK48

แม้จะไม่ใช่แฟนเพลงพันธุ์แท้ของวง BNK48 แต่พอได้ยินว่า “เฌอปราง” ประกาศจบการศึกษา อำลาบทบาทของวงในฐานะเมมเบอร์ก็อดรู้สึกใจหายไม่ได้ ซึ่งตัวเฌอปรางเอง ก็ได้โพสต์เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ว่า    “ได้ประกาศออกไปอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วนะคะ สำหรับการที่เฌอจะจบการศึกษาจากวง #BNK48 วงที่ทำให้เฌอได้ก้าวเข้ามาสู่สิ่งใหม่ๆ โอกาสใหม่ๆ ได้เรียนรู้อะไรมากมาย ได้เจอเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่น่ารัก ได้เติมเต็มสิ่งที่ยิ่งกว่าความฝันในหลายๆ เรื่อง ได้เจอผู้คนที่พร้อมสนับสนุน และเต็มที่ไปกับเฌอในทุกๆ เรื่อง  ขอบคุณทุกๆ ส่วนจริงๆ ที่ทำให้เฌอได้เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ก็หวังว่าทั้งพี่ๆ น้องๆ เมมเบอร์ และแฟนๆ จะมีความสุข สนุกสนานไปด้วยกันกับเฌอนะคะ มาสร้างความทรงจำดีๆ ไปด้วยกันนะคะ  งานอีเวนต์หลักๆ ที่เฌอจะยังเข้าร่วม ก็มีตั้งแต่งานจับมือซิงเกิลที่ 14 ในช่วงเดือน มิ.ย. งานถ่ายรูปคู่ 2-shot ในอัลบั้มที่ 4 รวมถึงคอนเสิร์ตส่งท้าย ในวันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. ปีนี้ ที่ Thunder dome ฝากด้วยนะคะ~ #CherprangBNK48″   ไปเก็บโมเมนต์ความประทับใจในคอนเสิร์ตส่งท้าย “เฌอปราง อารีย์กุล” “คอนแกรดพิเฌอ” Depart’Cher Cherprang BNK48’s Graduation Concert ในฐานะเมมเบอร์ของวง BNK48 ที่ครั้งนี้จะพาทุกคนมาร่วมสร้างความทรงจำ และความสุขสนุกสนานไปกับพี่ๆ น้องๆ เมมเบอร์ 48Group วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป ผ่านช่องทาง www.eventpop.me ราคาเริ่มต้น 720 / 1,200 / 1,800 / 2,000 / 2,200 / 2,800
Tags

ดูฟรี 3 วันเต็ม จักรวาลแห่งดนตรี ฟรีคอนเสิร์ต Thai – Japan Iconic Music Fest 2023

วาสนาผู้ได๋น้อ…ที่จะมีโอกาสได้ชมคอนเสิร์ตจากทัพศิลปินระดับไอคอนของสองประเทศ ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 แล้ว ซึ่งงาน Thai-Japan Iconic Music Fest 2023 ในปีนี้ได้รวมเอาไลน์อัพศิลปินไทย-ญี่ปุ่นหลายร้อยชีวิตมาโชว์ดนตรี ทั้งร้อง ทั้งเต้น Delivery ความสนุกส่งตรงถึงไอคอนสยามโดยฝีมือบริษัท “จี-ยู ครีเอทีฟ” ถือเป็นวาสนาแฟนดนตรีชาวไทยโดยแท้ เหล่าแฟนเพลงเตรียมตัวกาปฏิทินรอไว้เลย วันศุกร์ที่ 22 – วันอาทิตย์ที่ 24 กันยายน 2566 นี้ ที่ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ย้ำให้ฟังอีกครั้ง งานนี้ดูฟรี! โดยในงานแถลงข่าวได้รับเกียรติจาก คุณคาวามูระ มากิ ผู้อำนวยการสำนักข่าวสารญี่ปุ่น สถานเอกอัครราชฑูตญี่ปุ่นประจำประเทศไท, คุณยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด, คุณสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด, คุณโทโมมิ โคบายาชิ รองกรรมการบริหาร บริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด, คุณอัตสึชิ โอะคูโมริ กรรมการผู้จัดการห้างสรรพสินค้าสยามทาคาชิมายะ และ คุณยาสึยูกิ โทมินากะ ผู้อำนวยการสำนักงานสมาคมญี่ปุ่นในประเทศไทย รวมทั้งตัวแทนศิลปินทั้งญี่ปุ่น และประเทศไทย รวมทั้งเหล่า Influencer ที่จะมาช่วยกันสร้างสีสันให้งานนี้เป็นที่รู้จักมากยิ่ง เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง  นายสุพจน์ ชัยวัฒน์ศิริกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด พูดถึงความพิเศษของการจัดงานในครั้งนี้ว่าเป็นวาระในการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ครบรอบ 50 ปี แห่งมิตรภาพความร่วมมือของอาเซียนและญี่ปุ่น โดยใช้ Soft Power ทางด้านดนตรีเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนและเผยแพร่วัฒนธรรม อันจะเป็นการผลักดันอุตสาหกรรมดนตรีให้เติบโต ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างชื่อเสียงแก่ประเทศต่อไป ด้านยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานบริหาร จี-ยู ครีเอทีฟพูดถึงความยิ่งใหญ่ของงานในปีนี้ที่ยกทัพไลน์อัพศิลปินระดับแถวหน้าหลายร้อยคนมาโชว์ถึงที่ อาทิ ไลน์อัพศิลปินญี่ปุ่น BEYOOOOONDS ที่ประกอบไปด้วยสมาชิก Ichioka Reina, Shimakura Rika, Nishida Shiori,
Tags

ตามรอย MV Haegeum เวิ้งนาครเขษม – ฟีฮาแล็บ โลเคชั่นถ่ายทำเพลง Haegeum จาก ชูก้า BTS

หลังจากปล่อย MV เพลง Haegeum ไป 3 วัน ดันยอดวิวขึ้นไปถึง 19 ล้าน อาร์มี่ชาวไทยที่ได้เห็นผลงานเดี่ยวในอัลบั้มชุดล่าสุดของ Suga ที่ปล่อยออกมาเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา ก็เกิดอาการ “เอ๊ะ!” ไปตามๆ กัน เพราะโลเคชั่นที่ปรากฏ ทำไมมันช่างดูคุ้นตาเสียเหลือเกิน มินยุนกิ หรือ SUGA บีทีเอส ได้เดินทางมาถ่ายทำ MV เพลงในอัลบั้มเดบิวต์ศิลปินเดี่ยวอย่างเป็นทางการในนามของ Agust D ที่ประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสถานที่ที่ปรากฏในมิวสิกวิดีโอนั้นก็ได้ชาวเน็ตมาเฉลยว่าเป็น “เวิ้งนาครเขษม” และตึก ‘ฟีฮาแล็บ’ นั่นเอง เวิ้งนาครเขษมในปัจจุบันนั้น ไม่มีผู้อยู่อาศัยแล้ว เหลือเพียงตัวอาคารเก่าที่เคยเป็นร้านค้า และที่อยู่อาศัยของชาวชุมชน โดยผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ใหม่ได้เปิดให้มีการเช่าสถานที่ถ่ายทำ MV แต่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่ระหว่างรอการปรับปรุง เช่นเดียวกับตึกฟีฮาแล็บ ที่เคยเป็นสำนักงานและโรงงานผลิตยาแอนตี้ไบโอติกแห่งแรกของไทยก่อตั้งเมื่อราวๆ 60 ปีที่แล้ว ก่อนจะปิดกิจการและกลายมาเป็นที่จอดรถติดสถานีปุณณวิถีในปัจจุบัน นอกจากสถานที่ถ่ายทำแล้ว เรายังได้เห็น iconic ที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย อย่างรถตุ๊กตุ๊ก, กระสอบทราย, พวงเครื่องปรุง, รถขายผลไม้, ชามตราไก่ ฯลฯ สอดแทรกอยู่ใน MV เพลงนี้ด้วย บทบาทเด่นสุดของซอฟต์พาวเวอร์ไทยในครั้งนี้ ต้องยกให้เมนู “ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กน้ำตก” ที่เข้าฉากกับชูก้าในระยะใกล้ชิดแบบ 4K สำหรับแฟนอาร์มี่ที่อยากจะตามรอย MV นี้ The Attraction แนะนำว่าเริ่มต้นง่ายๆ จากก๋วยเตี๋ยวน้ำตกในชามตราไก่นี่แหละ ออกไปกินเป็นมื้อเที่ยง ตอนแดดเปรี้ยงๆ น่าจะได้ฟีลแบดบอยแบบเดือดๆ ตามรอย MV นี้ได้อย่างแน่นอน รับชม MV ได้ที่ https://youtu.be/iy9qZR_OGa0

ธาตุทองซาว = ธาตุทองยี่สิบ 20 เรื่องราว ABOUT ธาตุทองซาวด์ YOU NEED TO KNOW!

จั่วหัวมาแค่ชื่อเพลง หลายคนก็ฮัมเนื้อร้องคลอทำนองอยู่ในใจกันได้อย่างพร้อมเพรียง โย่ววว! และนี่คือเสียง…รถด่วนขบวนสุดท้าย แว่วดังฟังแล้วใจหาย หัวใจน้องนี้แทบ ฮ่วย! คนละเพลง! แอบแวะเล่นมุกสามบาทห้าบาทก็อย่าเพิ่งกดโกรธให้ The Attraction เลยน้า แฮร่ๆ เอาน่า ..เพื่อให้การฟังเพลงนี้สนุกยิ่งขึ้นในคราถัดไป เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ 20 ข้อที่เรานำมาเสนอ อาจจะช่วยให้คุณฟังเพลงนี้ได้เต็มอรรถรสมากกว่าเดิมก็ได้นะ Martial arts figure prominently in many Asian cultures, and the first known traces. 1. แรงบันดาลใจของอัลบั้มนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนวัดธาตุทอง โรงเรียนของ YOUNGOHM 2. YOUNGOHM ซึมซับฟีลลิ่งเด็กวัดตั้งแต่ประถมยันมัธยมที่วัดธาตุทอง 12 ปีเต็มๆ 3. ธาตุทองซาวด์ ก็คือ “เสียงจากเด็กวัด” ถ่ายทอดความเป็นยังโอมให้ทุกคนได้รู้จัก 4. โดยอัลบั้ม ‘ธาตุทองซาวด์’ เป็นการเล่าเรื่องราวในความทรงจำของยังโอม ในวันที่เขาและเพื่อนๆ ใช้ชีวิตด้วยกันที่โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง 5. ใช้เวลากว่า 2 ปี ในการเรียบเรียงทั้ง 19 แทร็คในอัลบั้มนี้ 6. YOUNGOHM โพสต์ไอจีตอนปล่อยอัลบั้มนี้ไว้ว่า “เป็นเวลา 2 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่ผมได้เริ่มทำอัลบั้ม #ธาตุทองซาวด์ และตอนนี้ผมอยากประกาศว่าอัลบั้มนี้ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมจะให้ทุกๆคนได้รับฟังกันในวันที่พุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566 ขอบคุณทุกๆ คนที่รอฟังอัลบั้มนี้นะครับ แล้วเจอกัญญญ” 7. แก๊งธาตุทอง เป็นการรวมตัวของแร๊ปเปอร์ในย่านเดียวกัน มีความหลังผูกพันกับสถานที่นี้ในหลายช่วงวัย ได้ SONOFO กับ DOPER มาร่วม feat. 8. SONOFO ชื่อนี้หลายคนในวงการเพลงฮิปฮอปไทยอาจจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็เป็นคนที่ทำเพลงร่วมกับ YOUNGOHM ตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ จริงๆ แล้ว SONOFO ก็มีผลงานเพลงของตัวเองปล่อยออกมาเรื่อยๆ แต่กลับไม่ได้รับความนิยมมากสักเท่าไหร่ 9. DOPER เริ่มซึมซับวัฒนธรรมฮิปฮอปตอน ม.3 และคิดอยากทำเพลงจริงจัง โดยเพื่อนอีกสองคนก็มีจุดเริ่มต้นมาพร้อมๆ กันคือ YOUNGOHM กับ SONOFO นั่นเอง 10. เสียงแอมเบียนต์ “สถานีต่อไปเอกมัย”
Tags

โดนัทยังมีรู๊ววว! T-POP กลิ่นอายลูกทุ่งไทย บันเทิงไกลเข้าหูแฟนคลับระดับสากล

ส่องความแรงเพลง “Stand by หล่อ” จากวงนิวคันทรี่ ที่หลอนหูคนเล่นติ๊กต่อกมาหลายเดือน ทั้งยังสร้างกระแสไวรัลด้วยท่าเต้นกวักมือ “อะมาสิมาล๊าลาลันหล่า” ที่เข้ามาฝังแน่นในสมองและสองตา ทั้งที่แค่เปิดฟังผ่านๆ ไม่ถึงนาที สมาชิกวง New Country มาจากรายการ “ลูกทุ่งไอดอล” ที่ออกอากาศทางช่อง 7HD เป็นรายการเรียลิตี้ประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง เพื่อค้นหาศิลปินหน้าใหม่ของวงการ แม้รายการจะมีการจัดประกวดแข่งขันมาหลายปี แต่ก็ยังไม่มีดาวรุ่งคนไหนที่สามารถแจ้งเกิดสู่วงการลูกทุ่งได้อย่างเต็มตัวสักที สมาชิกวง New Country (เอ็มโบ, ติณติณ, กีตาร์ และนุ) ก๊อต-จักรพันธ์ ครบุรีธีรโชติ เจ้าของฉายา “เจ้าชายลูกทุ่ง” เองนั้นมีโอกาสได้เป็นพิธีกรดำเนินรายการลูกทุ่งไอดอลในซีซั่น 2-3 นั้น มองเห็นความสามารถของน้องๆ ที่เข้าแข่งขัน จึงได้พยายามผลักดันโปรเจกต์ New Country ขึ้นมา เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กๆ เหล่านี้ มีเวทีได้เฉิดฉาย ให้ได้แสดงศักยภาพที่มีอย่างเต็มความสามารถ โปรเจกต์นิวคันทรี่นี้ ผ่านการระดมความคิดและได้รับการเจียระไนอย่างใกล้ชิดจาก “เจ้าชายลูกทุ่ง” ที่คร่ำหวอดในวงการนี้มาเกือบทั้งชีวิต ทำให้สามารถถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ของความเป็นลูกทุ่ง ผสานเข้ากับแนวเพลง T-POP ได้ออกมาอย่างมีเอกลักษณ์ ที่เห็นได้ชัดก็คือลูกเอื้อนและลูกคอที่ใส่เข้ามาสร้างความละมุนให้แก่เนื้อร้องของเพลง ประกอบกับการออกเสียงอักขระที่ชัดเจน ผลักดันให้ผลงานเพลง “สแตนด์บายหล่อ” ได้รับความนิยมไม่ใช่แค่ภายในประเทศ แต่แฟนเพลงต่างชาติก็มาคอมเมนต์ชื่นชมใต้คลิปอยู่ไม่น้อย ตัวอย่างคอมเมนต์ต่างชาติ Desde hace una semana que estoy con esta canción en bucle y no puedo sacarmela de la cabeza, me gusta mucho “ฉันเล่นเพลงนี้วนลูปไปมาเป็นอาทิตย์แล้ว ไม่สามารถเอาทำนองเพลงนี้ออกจากหัวได้เลย” Saber que la conocí por TikTok gracias a los actores Thai del BL la canción es muy adictiva mucho éxito “เจอเพลงนี้ใน TikTok