Skip links

Music

“เพื่อนมีไว้ทำไม?” คอนเสิร์ตส่ง “เมฆ วินัย” ครั้งสุดท้าย

เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 มีนาคม) คนวงการบันเทิงกว่า 50 ชีวิตรวมตัวกัน ณ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง รามอินทรา ในงานคอนเสิร์ตการกุศล “เพื่อนมีไว้ทำไม?” ที่จัดขึ้นเพื่อระลึกถึง “เมฆ วินัย ไกรบุตร” ที่ลาลับไป และมีพิธีฌาปนกิจในคืนก่อนหน้า โดยคอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นเพื่อส่งกำลังใจ และระดมทุนช่วยเหลือแก่ครอบครัว “เมฆ วินัย ไกรบุตร” ซึ่งต้องร่วมกันต่อสู้กับอาการป่วยของผู้เป็นพ่อและสามีมานานกว่า 5 ปี   โดยทางด้าน เอ๋ อรชัญญาช์ ไกรบุตร ภรรยาของ “เมฆ วินัย” ได้เปิดเผยว่าครอบครัวมีหนี้สินอยู่ราวๆ 7 – 8 ล้านบาท ซึ่งหยิบยืมมาเพื่อรักษาสามีตลอดระยะเวลาที่มีอาการป่วย อย่างไรก็ดี ตนตั้งเป้าหมายไว้ว่าปีนี้จะเคลียร์หนี้สินให้หมด พร้อมกับหาเงินส่งลูกๆ ทั้งสามคนเรียนให้สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ทั้งนี้ บรรยากาศในภายงานคอนเสิร์ตเมื่อคืนที่ผ่านมา นับว่าเป็นการรวมตัวกันของศิลปิน ดารา นักแสดง จากยุค 90 ไว้อย่างคับคั่ง ไม่ว่าจะเป็น เจมส์ เรืองศักดิ์, มอส ปฏิภาณ, เต๋า สมชาย, ไท ธนาวุฒิ, กบ ทรงสิทธิ์, อู๋ ธรรพ์ณธร, โป่ง ปฐมพงศ์, เท่ห์ อุเทน, แคทรียา อิงลิช, พลพล พลกองเส็ง, มัม ลาโคนิค, หนุ่มเสก, จิ๊บ วสุ และอื่นๆ อีกมามายเกินบรรยาย   รวมไปถึงศิลปินยุคใหม่ๆ อย่าง เก่ง ธชย, โตโน่ ภาคิน, บอย พิษณุ ฯลฯ ก็มาร่วมให้กำลังใจแก่ศิลปินรุ่นพี่ และครอบครัว “เมฆ วินัย”   เรียกได้ว่าเป็นบรรยากาศที่อบอุ่นและครื้นเครง ตามวัตถุประสงค์ของทีมผู้จัดงาน โดยมี “หนุ่ม คงกระพัน” เป็นหนึ่งในแม่งานคนสำคัญที่ได้กล่าวไว้บนเวทีว่า

อะจ๊ะเอ๋! ตัวเอง… ทำไมนะ เจ้านกน้อยทวีตตี้ ถึงไปโผล่ใน MV “ไอยู” ?!

ทวีตตี้ – นกน้อยตัวเหลือง จาก Looney Tunes แอนิเมชันซีรีส์วัยเด็กของใครหลายคนที่คอยเรียกเสียงฮาจากผู้ชมด้วยพฤติกรรมแปลกๆ มาแล้วเกือบ90ปี ตั้งแต่ช่วงยุคทองของแอนิเมชันอเมริกาที่ฝากตัวละครต่างๆ ไว้ให้เรามากมาย   เนื่องจาก สตูดิโอวอลต์ ดิสนีย์ ปฏิวัติวงการแอนิเมชันด้วยการใช้ “เทคนิคภาพเคลื่อนไหวและเสียง” ในแอนิเมชัน “มิกกี้ เมาส์” เรื่อง “Steamboat Willie” ตามมาด้วยการใช้”เทคนิคภาพสี”ในเรื่อง “Flowers and Trees” ทำให้วงการแอนิเมชันแตกต่างจากยุคก่อนหน้าที่เคยเป็นหนังเงียบภาพขาวดำ   ช่วงเวลาเดียวกันนั้นเอง สตูดิโอวอเนอร์ บราเธอส์ จึงเริ่มเดินเกมเปิดประเดิมสตูดิโอด้วยการผลิตแอนิเมชันตอนสั้นเรื่อง Looney Tunes ให้กำเนิดเจ้ากระต่าย บักส์ บันนี่ ก่อนจะตามมาด้วยตัวละครที่เรารู้จักต่างๆ ตามมา   ทวีตตี้เข้ามายังซีรีส์นี้ในปี 1942 ภายใต้เรื่อง A Tale of Two Kitties ซึ่งในตอนแรกทางสตูดิโอ วางให้ทวีตตี้เป็นลูกนกป่าทั่วไป ตัวเปลือยสีมชมพูและมีนิสัยก้าวร้าว ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นนกน้อยน่ารักสีเหลืองสด ดวงตาเรียวยาวสีฟ้า ในปี 1946 ภายใต้เรื่อง Tweety and the cat (ซึ่งคือเจ้าแมวซิลเวสเตอร์ในเวลาต่อมา) อีกทั้ง ในตอนแรกของการปรากฏตัว ทวีตตี้ ยังเคยถูกวางให้เป็น ตัวผู้ ก่อนเพศของทวีตตี้จะคลุมเคลือมากขึ้นในตอนต่อๆ มา   หนึ่งปีให้หลังการเปลี่ยนแปลง ทวีตตี้ในแอนิเมชันซีรีส์ชุด “Tweetie Pie” ก็ได้รับรางวัลออสการ์ในสาขาเรื่องสั้นยอดเยี่ยม (การ์ตูน) เป็นครั้งแรก โดยชื่อ ทวีตตี้ มาจากการเล่นคำกับคำว่า “สวีทตี้ (sweetie)” และ “ทวีต (tweet)” ซึ่งเป็นเสียงนกร้องในภาษาอังกฤษ ประกอบกับผู้พากษ์เสียงคนแรก “Mel Blanc” ยังชอบพากษ์ให้ตัวละครต่างๆ ออกเสียงไม่ชัด ทำให้ทวีตตี้กลายเป็นนกเสียงแหลมที่ไม่สามารถออกเสียงตัว /s/, /k/ และ /g/ แต่จะออกเสียงเป็นตัว /t/, /d/ และ /θ/ (คล้ายๆ

The Guitar Mag Awards 2024 งานประกาศรางวัลแห่งปี สำหรับคนวงการดนตรีตัวจริง

ผ่านพ้นไปแล้ว สำหรับงานประกาศรางวัลทางดนตรีที่ขึ้นชื่อว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย “THE GUITAR MAG AWARDS 2024” ที่ปีนี้จัดภายใต้ธีม “MUSIC MOUNAMENT : อนุสาวรีย์แห่งเสียงเพลง” เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 ณ TRUE ICON HALL ชั้น 7 @ ICONSIAM โดยปีนี้เป็นปีที่ 13 ของ “THE GUITAR MAG AWARDS” ที่ได้จัดงานประกาศรางวัลมอบให้แก่ศิลปินในวงการดนตรีที่สร้างสรรค์งานคุณภาพสู่อุตสาหกรรมดนตรีไทยในรอบปีที่ผ่านมา ซึ่งภายในงานได้รวบรวมคนวงการดนตรีทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังเอาไว้อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ไม่ว่าจะเป็นศิลปินรุ่นใหม่ไปจนถึงรุ่นใหญ่ ในหลากหลายประเภทแนวดนตรี ซึ่งในปีนี้ “THE GUITAR MAG AWARDS 2024” มีการมอบทั้งหมด 18 รางวัล ประกอบไปด้วย Lifetime Achievement รางวัลพิเศษ ได้แก่ เสกสรรค์ ศุขพิมาย และ วง LOSO      2 . Recording Best Recording Of The Year ได้แก่ อัลบั้ม MOOD3 ศิลปิน VARITDA สังกัด Melodic Corner      3 . The Guitar Man Of The Year ได้แก่ เทพวิพัฒน์ ประชุมชนเจริญ จากเพลง Chalawan Funk ศิลปิน H3F      4 . Best Producer Of The Year ได้แก่

Mida แท็กทีมพาร์ทเนอร์ เปิดตัวสู่อุตสาหกรรมเพลงครบวงจร

เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2567 ณ โรงแรมไมด้า ดอนเมือง มีงานเปิดตัว MIDA Entertainment Group ซึ่งเป็นการขยายตัวทางธุรกิจ โดยผนึกกำลังกับพัธมิตรรอบด้าน อาทิเช่น ค่ายเพลงอย่าง ไทบ้าน, เซิ้ง มิวสิก, ค่าย พาราฮัท มิวสิก, ค่าย บ้านสิงห์ มิวสิก และอื่นๆ รวมถึง บริษัทอุปกรณ์เครื่องเสียง และบริษัทจัดเก็บหรือถือครองลิขสิทธิ์เพลงในเครืออีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์เพลงลูกทุ่ง เพื่อชีวิต อินดี้ สตริง ฯลฯ จำนวนทั้งหมดกว่าสองล้านเพลง อีกทั้งยังมีการป้อนผลงานใหม่ๆ จากศิลปินในสังกัดภายใต้ยูนิตที่ชื่อ Uparty MIDA Entertainment Group ภายใต้การบริหารงานโดย อำนาจ ตันกุริมาน ซึ่งมุ่งหวังให้เกิดระบบการดูแลลิขสิทธิ์ที่มีมาตรฐาน เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ทั้งสถานประกอบการ บริษัทจัดเก็บและผู้ถือครองลิขสิทธิ์ รวมถึงผู้สร้างสรรค์ผลงานเพลง โดย อำนาจ ตันกุริมาน ได้กล่าวไว้ในงานเปิดตัวว่า เรามีประสบการณ์ในหลายๆ ด้าน เราทำงานบนพื้นฐานของความถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย “เราจะไม่มีศัตรู” และในอนาคตเมื่อเราแข็งแรง เราก็จะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ยังมีการสนธิกำลังกับ ไทบ้านสตูดิโอ และ เซิ้ง มิวสิก รวมถึงบริษัท บ้านสิงห์แฟมิลี่ ซึ่งเป็นตัวแทนของค่ายเพลงฝั่งอีสานอินดี้ ที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ MIDA Entertainment Group   นอกจากนี้ ยังมีบริษัท พาราฮัท มิวสิก ซึ่งมี ทิวากร แก้วบุญส่ง เป็นกรรมการผู้บริหาร และเป็นตัวแทนจากแดนปักษ์ใต้ โดย ทิวากร ได้กล่าวถึงการร่วมงานกับ MIDA Entertainment Group ไว้ว่า ผมเป็นตัวแทนพี่น้องจากปักษ์ใต้ ผมร่วมงานกับ MIDA มาสองปีกว่า ทั้งเรื่องการดูแลผลงานเพลง และการจัดกิจกรรม เพราะตอนนี้ที่ปักษ์ใต้มีปัญหาเรื่องการจับลิขสิทธิ์ มีน้องๆ หลายคนที่โดนทำลายความฝันไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งเราสามารถให้ความรู้ที่ถูกต้อง ทั้งยังเป็นการเอื้อเฟื้อแก่พี่น้องชาวปักษ์ใต้ด้วย มากไปกว่านั้น

คนไทยเสียดายแทน Taylor Swift พลาดแล้ว ไม่ยอมมาเล่นคอนเสิร์ตดีย์ๆ ในไทย 🥹🥲

เป็นประเด็นร้อนอย่างต่อเนื่อง สำหรับคอนเสิร์ต ‘The Eras Tour’ ของศิลปินสาวเบอร์หนึ่งจากแผ่นดินสหรัฐฯ อย่าง “Taylor Swift” ที่ล่าสุดบินลัดแผ่นฟ้ามาหาแฟนๆ ชาว ‘Swifties’ ณ ประเทศสิงคโปร์ ด้วยการแสดงคอนเสิร์ตกว่า 6 รอบ ตั้งแต่วันที่ 2 – 4 และ 7 – 9 มีนาคม 2567 เดิมที การทัวร์คอนเสิร์ตของนักร้องสาวเจ้าของรางวัลแกรมมี่อวอร์ดกว่า 14 รางวัล ดูเหมือนจะไม่มีประเด็นเผ็ดร้อนอะไร กระทั่งเมื่อ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งประเทศไทย ออกมาเปิดเผยว่า สิงคโปร์จ่ายเงินให้กับผู้จัดคอนเสิร์ตราวๆ 500 ล้านบาท พร้อมเงื่อนไข ห้ามมิให้ยอดศิลปินหญิงผู้นี้จัดแสดงคอนเสิร์ตที่อื่นใดในเอเชีย ซึ่งนายกเศรษฐา ได้แสดงทัศนะไว้ว่า “…ถ้ารู้งี้ผมว่าผมดีลมาประเทศไทย ต่อโชว์ต่ำกว่า 2 ล้านเหรียญอีก ผมมั่นใจว่าเขาสามารถดึงดูดสปอนเซอร์ได้ เขาสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมาได้ที่เมืองไทยเยอะกว่า…”   ทั้งนี้ ตัวแทนจากทางการสิงคโปร์ ได้ออกมาตอบโต้ว่า มีการจ่าย ‘เงินสนับสนุน’ จริง แต่ไม่ได้เยอะขนาดนั้น ส่วนตัวเลขที่แท้จริงก็ยังไม่มีการระบุไว้อย่างชัดเจน ประเด็นดังกล่าวนี้ก็เป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง กระทั่งทำให้หลายฝ่ายห่วงว่า ‘ศึกชิงนาง’ ในครั้งนี้ อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนหรือไม่? อย่างไรก็ดี งานนี้ดูเหมือนว่า นอกจากพระศุกร์เข้า แล้วยังจะมีพระเสาร์แทรกอีกด้วย เมื่อ ‘ศึกชิงนาง’ ยังไม่ทันวาย ซ้ำร้าย ‘ศึกชิงตั๋ว’ ก็เข้ามาสมทบ เมื่อมีชาวเน็ตกลุ่มหนึ่งติดแฮชแท็ก #buybybei ซึ่งพูดถึงกรณีของผู้บริโภคบางรายที่ซื้อตั๋วกับร้านรับกดบัตรในโซเชียล แต่ปรากฎว่า เมื่อสแกนตั๋วก่อนจะเข้างาน พบว่า มีบุคคลอื่นได้สแกนเลขที่นั่งของตั๋วดังกล่าวไปแล้ว มิหนำซ้ำ บางเลขที่ของตั๋วยังมีผู้มาแสดงความเป็นเจ้าของกว่า 8 ราย   กระนั้นก็ตาม ในมิติทางเศรษฐกิจก็คงต้องบอกว่า สิงคโปร์รับประโยชน์ไปเต็มๆ โดยสำนักข่าว CNBC ได้รายงานว่า ฝ่ายวิจัยเศรษฐกิจมหภาคของ Maybank วิเคราะห์ว่าคอนเสิร์ต Taylor Swift สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวแก่สิงคโปร์ได้ราวๆ 260.3 –

ศิลปินมรดก(ข้น)อีสาน ใครควรเป็นคนต่อไป?

ขอแสดงความยินดีแก่บรรดาศิลปินมรดกอีสาน เนื่องในโอกาสที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. มอบรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน ประจำปี พ.ศ. 2567  ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบแด่ศิลปินถิ่นอีกสาน ผู้มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณะ ด้วยการเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมสู่ระดับประเทศ  โดยในปีนี้ รายชื่อที่จุดกระแสความสนใจจากสังคมได้ไม่น้อยเลยคือ ‘สุเทพ โพธิ์งาม’ หรือ “ป๋าเทพ” นักแสดงตลกรุ่นใหญ่ผู้คร่ำหวอดในวงการแสงสีมาหลายสิบปี จนเปรียบดังครูตลกที่คอมเมดี้ยุคหลังต้องศึกษาเรียนรู้ อีกหนึ่งรายชื่อซึ่งเป็นพูดถึงไม่แพ้กันคือ เจ้าของสมญานาม ‘ตำนานเพลงเพื่อชีวิตรุ่นที่ 3’ อย่าง “พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” นักร้อง / นักแต่งเพลง ผู้มีเพลงฮิตมากมาย ทั้งยังครองใจแฟนเพลงมาทุกยุคทุกสมัย   นอกจากนี้ ยังมีรายนามที่หลายคนคุ้นเคย อาทิ ศรชัย เมฆวิเชียร (นักร้องลูกทุ่ง), ธงชัย ประสงค์สันติ (ผู้จัดละคร)  และรายชื่ออื่นๆ ที่สร้างคุณูปการแก่แวดวงต่างๆ อาทิเช่น บุญจัน ชูชีพ (หมอลำกลอนทำนองพุทไธสง), บุญชื่น บุญเกิดรัมย์ (การแสดง), ภัฎ พลชัย (ประติมากรรม), ไชยา วรรณศรี (วรรณกรรมร่วมสมัย) ฯลฯ    แน่นอนว่า รางวัล ‘ศิลปินมรดกอีสาน’ ย่อมเป็นการยกย่องเกียรติคุณแด่ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานเป็นที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางมานานหลายสิบปี ทว่าหากลองพิจารณาถึงวงการศิลปวัฒนธรรมแห่งดินแดนที่ราบสูง จะพบว่า ‘pop culture’ จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือถือครองส่วนแบ่งทางการตลาดระดับประเทศอยู่พอสมควร จากการทำงานของศิลปินหลากหลายแขนง  และหากจะกล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว มีจำนวนมากที่อาจเรียกได้ว่าเป็นผู้ผลักดัน soft power จากฝั่งอีกสานให้ก้าวขึ้นสู่ระดับชาติ และอาจเป็นตัวแทนทีมชาติไปโปรยเสน่หาในระดับสากล ไม่ว่าเป็นสิงโต นำโชค หรือ โจอี้ ภูวศิษฐ์ ศิลปินที่ผสานกลิ่นไอความเป็นไทย-ลาว เข้ากับดนตรีร่วมสมัย จนโด่งดังไปทั่วราชอาณาจักร หรือแม้แต่ ก้อง ห้วยไร่ ที่ผันตัวเองมาเป็นผู้จัดเฟสติวัลสร้างความคึกคักในระดับภูมิภาค ทั้งยังเป็นการยกระดับชาติตระกูลเทศกาลรื่นเริงสำเนียงม่วนจอยไปสู่สเกลมาตรฐาน   ในวงการภาพยนตร์ก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน เพราะ ‘จักรวาลไทบ้าน’ ที่ตอนนี้คงต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ระดับประเทศแล้ว หากแต่กำลังดีดตัวสู่เวทีระดับนานาชาติ ด้วยผลงาน “สัปเหร่อ” ที่ยกธงนำขบวนภาพยนตร์ไทยสู่สายตาชาวโลก ยังมีอีกหลายรายนามเกินจะกล่าวอย่างทั่วถึง ทั้งศิลปินอีสานที่เผยแพร่ศิลปะบ้านเกิดสู่คนทั้งประเทศ รวมถึงสู่ทั้งโลก ฉะนั้น

Coldplay Concert เสิร์ฟดราม่าฉ่ำ พวกแกกำลังทำให้ฉันดูแย่!

เสาร์-อาทิตย์ ( 3 – 4 ก.พ.)  ที่ผ่านมา ใครได้ไปคอนเสิร์ต Coldplay Music Of The Spheres World Tour Bangkok 2024 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน คงอิ่มเอมกับบรรยากาศสุดอลัง และงานโปรดักชั่น แสง สี เสียง แบบฉ่ำๆ นับว่าเป็นคอนเสิร์ตคุณภาพของวงดนตรีฝีมือระดับโลก ที่มาแสดงโชว์ในไทยเป็นครั้งที่ 3 ได้อย่างน่าประทับใจ แน่นอนว่า เวลามีงานสเกลระดับโลกมาจัดที่บ้านเราเช่นนี้ ก็ย่อมสร้างความอิ่มอกอิ่มใจว่า ประเทศเราพร้อมรองรับงานระดับโลก และพร้อมเป็นสถานที่ซึ่งเหมาะสมต่อการสร้างประสบการณ์อันสวยงาม และความทรงจำดีๆ ร่วมกันระหว่างแฟนคลับกับศิลปิน ทั้งนี้ การที่ศิลปินระดับโลกจะเลือกมาแสดงที่ประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็ย่อมประเมินจากหลายๆ ปัจจัย อาทิเช่น ฐานแฟนคลับ กำลังซื้อของผู้คนในประเทศนั้น ค่าใช้จ่าย / ค่าแรงในการจัดงาน เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ / การเมือง แม้จะไม่ใช่ทั้งหมด แต่การที่งานระดับโลกเลือกมาจัดงานที่ประเทศใดๆ ก็อาจจะสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจของชาตินั้นๆ ได้ไม่มากก็น้อย และถึงแม้ว่ารายได้หลักของงานลักษณะนี้จะอยู่ที่ตั๋วเข้าชม ซึ่งต่างชาติโกยหอบกลับไปเสียเยอะ ทว่าเม็ดเงินที่สะพัดในแต่ละครั้ง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากชาติอื่นๆ ที่อยากมาร่วมสัมผัสและเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ดังกล่าว ก็ย่อมเกิดผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศผู้จัดงาน ซึ่งในบริบทนี้ก็คือ “ไทยแลนด์” ฟังดูแล้วอาจจะน่าภูมิใจอยู่ไม่น้อย แต่เมื่องานจบ… ความจริงก็ถูกเปิดเผย… เนื่องจากมวลชนที่ทะลักล้นออกมากจาก ราชมังฯ เมื่อคอนเสิร์ตเลิกหลักหลายหมื่นคน จนไม่สามารถเรียกหาขนส่งสาธารณะเพื่อเดินทางกลับที่พักได้ สำหรับคนเหล่านี้มีให้เลือกสองทางคือ หนึ่ง ยอมขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่มาเทียบรออยู่แล้วใกล้ๆ ซึ่งมีทั้งวินจริงบ้าง วินเถื่อนบ้าง แต่บอกก่อนว่า ค่าบริการนั้นแพงหูฉี่ คือคนขับกะเป็นเศรษฐีในชั่วข้ามคืนกันเลยทีเดียว กับทางที่สอง คือเดินไปตายเอาดาบหน้า ไปหาเรียกรถไกลๆ เพื่อจะได้ค่าบริการที่ถูกลง แต่ในความรู้สึกก็ไม่ต่างอะไรจากการเดินไปโดยไม่รู้จุดหมาย ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะจะว่าไปแล้ว ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้จนชินตา แต่ครั้นจะบอกว่านี่เป็นความจริงที่ถูกเปิดเผยหลังเลิกงานก็คงไม่ถูกนัก เนื่องเพราะ “คนไทย” ที่เข้าร่วมคอนเสิร์ตนี้ต่างได้แชร์ประสบการณ์ที่ได้พบเห็น “ของจริง” ตั้งแต่ในงานแล้ว เพราะแม้งานนี้จะขึ้นชื่อว่า Live in Bangkok ทว่าคงไม่เกินเลยนักหากจะกล่าวว่า ท่านผู้ชมทั้งหลาย “เกินครึ่ง” ในสองวันนั้น “ไม่ใช่คนไทย” ดั่งที่ผู้ใช้

MYSTIC VALLEY FESTIVAL 2024 ​เทศกาลดนตรี EDM กลางหุบเขาสุดล้ำ โยกกันแบบ Non stop 2-4 กุมภาพันธ์นี้

ใครกำลังมองหาประสบการณ์เทศกาลดนตรี EDM แบบล้ำๆ ท่ามกลางหุบเขา “MYSTIC VALLEY FESTIVAL 2024” กลับมาอีกครั้ง ให้ทุกคนเตรียมแพ็คกระเป๋า จองที่พัก มาฟิน มาอินกับศิลปิน และดนตรี EDM ในวันศุกร์ที่ 2 จนถึงวันอาทิตย์ที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 ณ รีสอร์ต “Mountain Creek” จังหวัดนครราชสีมา  โดยภายในงานคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์ EDM ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของเขาใหญ่ พร้อมด้วยการยกทัพศิลปินกว่า 70 คน จัดเต็มแนวดนตรี EDM หลากหลายสไตล์มาให้ชมกันถึง 10 เวทีในงานเดียว ไล่ตั้งแต่ 1. “Mustache” ที่เชี่ยวชาญในส่วนของดนตรี House และ Techno  2. “Hardstyle Thailand” เน้นแนวดนตรีฮาร์ดสไตล์ โดยเฉพาะ  3. “Trance Lovers Thailand” เน้นดนตรีแนวแทรนซ์  4. “EDM Addicts” ที่จัดขึ้นเพื่อเอาใจแฟนเพลงสาย EDM ไว้โยก ไว้ตื๊ด  5. “Urban Music Bar Stage” ที่ Represent แนวดนตรี Hip Hop และ Trap เอาใจแก๊ง Hip Hop Culture  6.  “Epic Stage” ประกอบไปด้วยแนวดนตรี Deep House Tech House และ Techno สุดไพเราะ 7. “Headbanger Stage” บ้านของ Dubstep และ Bass แห่งอนาคต  8. “Energy Stage”เน้นเฉพาะแนวเพลงที่ยังไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน  9. “Unaharn stage”

ยินดีกับ MEGA PERK ผู้ชนะ THE NEXT HYPE AUDITION 2023

จบลงไปแล้วสำหรับ รายการ THE NEXT HYPE AUDITION 2023 ! ที่มีผู้ที่สนใจส่งคลิปเข้ามาสมัครกว่า 1,000 คน ก่อนที่จะคัดเลือกเหลือ 8 คนสุดท้ายเข้ามาในรอบ Finalist พร้อมเปิดประสบการณ์เตรียมพร้อมสู่ศิลปินฮิปฮอปคลื่นลูกใหม่ของค่าย HYPE TRAIN ด้วยการแสดงโชว์มินิคอนเสิร์ตต่อหน้าฝูงชน ผู้ที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดจะกลายเป็นแชมป์คนแรกของรายการนี้ทันที  “THE NEXT HYPE CONCERT” Hip-Hop Festival สุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี ที่รวมแรปสตาร์ชื่อดังของประเทศไทย มาร่วมแสดงบนเวทีเดียวกัน เดือดจัดจนเวทีลุกเป็นไฟ!! และยังเป็นการกลับมาแสดงร่วมกันบนเวทีอีกครั้งในรอบ 3 ปี ของ FIIXD, 1MILL, DIAMOND MQT, ทีม PD และศิลปินจากค่าย “HYPE TRAIN” ได้แก่ NINO, BEN BIZZY, SIRPOPPA, SPRITE, OG BOBBY, DON KIDS, HUMBLEP คู่หูแรปเปอร์เจ้าของเพลงฮิต ZENTYARB, K.AGLET และแรปเปอร์มาแรงอย่าง “DHAVISION” ได้แก่ PERCY, 4ouryou, YUNGTARR, CHXID! พร้อมเปิดตัว 8 Finalists จากโปรเจกต์ “THE NEXT HYPE AUDITION” ได้แก่ BABY ROCKY (เบบี้ ร็อคกี้), ARTRILLA (อาร์ตทริลล่า),nakkinpak (นักกินผัก), FUTXRE (ฟิวเจอร์), 1ST (วันเอสที), Shotty J (ช็อทตี้ เจ), YOUNGCHIANG (ยังเชียง) และ Mega Perk (เมก้า เพิร์ค) เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ณ SPACEPLUS
Tags

29 ตุลา 66 ชมคอนเสิร์ตสุดท้ายของ “เฌอปราง” ในฐานะเมมเบอร์ BNK48

แม้จะไม่ใช่แฟนเพลงพันธุ์แท้ของวง BNK48 แต่พอได้ยินว่า “เฌอปราง” ประกาศจบการศึกษา อำลาบทบาทของวงในฐานะเมมเบอร์ก็อดรู้สึกใจหายไม่ได้ ซึ่งตัวเฌอปรางเอง ก็ได้โพสต์เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ว่า    “ได้ประกาศออกไปอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วนะคะ สำหรับการที่เฌอจะจบการศึกษาจากวง #BNK48 วงที่ทำให้เฌอได้ก้าวเข้ามาสู่สิ่งใหม่ๆ โอกาสใหม่ๆ ได้เรียนรู้อะไรมากมาย ได้เจอเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่น่ารัก ได้เติมเต็มสิ่งที่ยิ่งกว่าความฝันในหลายๆ เรื่อง ได้เจอผู้คนที่พร้อมสนับสนุน และเต็มที่ไปกับเฌอในทุกๆ เรื่อง  ขอบคุณทุกๆ ส่วนจริงๆ ที่ทำให้เฌอได้เติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ ก็หวังว่าทั้งพี่ๆ น้องๆ เมมเบอร์ และแฟนๆ จะมีความสุข สนุกสนานไปด้วยกันกับเฌอนะคะ มาสร้างความทรงจำดีๆ ไปด้วยกันนะคะ  งานอีเวนต์หลักๆ ที่เฌอจะยังเข้าร่วม ก็มีตั้งแต่งานจับมือซิงเกิลที่ 14 ในช่วงเดือน มิ.ย. งานถ่ายรูปคู่ 2-shot ในอัลบั้มที่ 4 รวมถึงคอนเสิร์ตส่งท้าย ในวันอาทิตย์ที่ 29 ต.ค. ปีนี้ ที่ Thunder dome ฝากด้วยนะคะ~ #CherprangBNK48″   ไปเก็บโมเมนต์ความประทับใจในคอนเสิร์ตส่งท้าย “เฌอปราง อารีย์กุล” “คอนแกรดพิเฌอ” Depart’Cher Cherprang BNK48’s Graduation Concert ในฐานะเมมเบอร์ของวง BNK48 ที่ครั้งนี้จะพาทุกคนมาร่วมสร้างความทรงจำ และความสุขสนุกสนานไปกับพี่ๆ น้องๆ เมมเบอร์ 48Group วันอาทิตย์ที่ 29 ตุลาคม 2566 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เปิดจำหน่ายบัตรวันที่ 7 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.เป็นต้นไป ผ่านช่องทาง www.eventpop.me ราคาเริ่มต้น 720 / 1,200 / 1,800 / 2,000 / 2,200 / 2,800