Skip links

Music

ปิดจบแบบเรียบง่าย คอนเสิร์ตสุดท้ายในชีวิต “ปู พงษ์สิทธิ์ – เล็ก คาราบาว” พี่น้องส้นตีน!

จบลงอย่างประทับใจกับงาน ‘ลีโอ พรีเซนต์ คอนเสิร์ต พี่น้องส้นตีน ไลฟ์’ คอนเสิร์ตอะคูสติกสุดเอ็กซ์คลูซีฟของสองพี่น้องตำนานเพลงเพื่อชีวิต “ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ และ เล็ก คาราบาว (ปรีชา ชนะภัย)” ที่จัดขึ้น ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5 ถือเป็นคอนเสิร์ตในรอบหลายสิบปีที่ทั้งคู่ขึ้นโชว์ร่วมกัน และพี่เล็กก็ได้พูดในช่วงท้ายของโชว์ว่าคอนเสิร์ตนี้ จะเป็นคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของเล็ก-ปู ที่จะได้ขึ้นแสดงร่วมกัน  สำหรับงาน ‘ลีโอ พรีเซนต์ คอนเสิร์ต พี่น้องส้นตีน ไลฟ์’ ถือเป็นการแสดงคอนเสิร์ตอะคูสติก ครั้งที่ 3 ของทั้งคู่ นับตั้งแต่ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2536 ที่ทั้งคู่ได้ทำอัลบั้มบันทึกการแสดงสดอะคูสติกในห้องบันทึกเสียง ‘ปลั๊กหลุด’ ได้รับการต้อนรับที่ดีจากแฟนเพลง ทำยอดขายได้ถึงล้านตลับ และมีคอนเสิร์ตในปีเดียวกันที่ศาลาเฉลิมกรุง จากนั้นอีก 20 ปีต่อมา ในปี พ.ศ. 2556 ทั้งคู่ได้กลับมาร่วมแสดงดนตรีด้วยกันอีกครั้งกับคอนเสิร์ต ปลั๊กหลุด 2 ตอน เสียบปลั๊ก (สดใส… ไม่อึกทึก) ที่ยังคงความอบอุ่น เป็นกันเอง และอีก 11 ปีต่อมา จากคอนเสิร์ต ’ปลั๊กหลุด’ สู่ ‘พี่น้องส้นตีน’ ในปี พ.ศ. 2567 อีกหนึ่งคอนเสิร์ตอะคูสติกแห่งปีที่ให้แฟนๆ ได้ดื่มด่ำกับบทเพลงที่คุ้นเคย ในบรรยากาศที่ใกล้ชิด เต็มอิ่มทั้งโปรดักชั่น แสง สี เสียง แล้วก็ได้เวลาที่สองพี่น้องส้นตีนบรรเลง ทั้งคู่เดินขึ้นมาบนเวทีพร้อมกับกีตาร์โชว์หลากหลายบทเพลงดังของทั้งคู่มาเล่นให้ฟังแบบอะคูสติก อาทิ มาตามสัญญา, วันต่อวัน, ฉันเลือกเอง, สุดใจ, โยโกฮาม่า, ดอกแก้ว และเพลง แม่ จากนั้นก็ถึงช่วงแลกกันร้อง โดย เล็ก คาราบาว หยิบเพลง “ไถ่เธอคืนมา” มาร้องใหม่ในสไตล์ของพี่เล็กเอง ส่วน ปู พงษ์สิทธิ์ ก็นำเพลง ‘คนเก็บฟืน’ มาบรรเลงในรูปแบบที่แตกต่างจากที่เคยฟัง ต่อด้วยอีกหนึ่งความพิเศษของงาน ‘ลีโอ

ตกหลุม “LUSS” ปั้น-เบน 2 นักวิทย์เนิร์ดคลั่งดนตรี เจ้าของ-เบื้องหลัง ไวรัลเพลงดังวงการ T-POP

  ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ ต่อให้ไม่ได้ติดตามวงการเพลงไทย หรือ T-POP ก็ต้องเคยได้ยินได้เห็นเพลงฮิตของศิลปินวงหนึ่งผ่านหู ผ่านตากันมาบ้าง ไม่ว่าจะด้วยเสียงร้อง การเลือกใช้คำ หรือท่วงทำนองอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่ว่าจะได้ยินเมื่อไหร่ ก็เป็นอันรู้กันทันทีว่าเป็นเพลงของ “LUSS” อย่างเพลง “เตลิด” , “ไข่พะโล้” , “หยอก หยอก” ฯลฯ . สไตล์เฉพาะตัวแบบ LUSS ไม่เพียงแต่ทำให้ LUSS โดดเด่นเท่านั้น แต่ผลงานเบื้องหลังในฐานะนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และมิวสิค ไดเรคเตอร์ ของ ‘ปั้น–นลพรรณ อัมพุช’ หรือ COCOBUNNY และ ‘เบน–ศิรสิทธิ์ ตั้งบุญดวงจิตต์’ หรือ  BENLUSSBOY ยังโดดเด่นไม่แพ้กัน ทำให้ทั้งสองคนกลายเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพลงดังมาแล้วนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น จำเลยรัก – F.HERO Ft. Txrbo BOOTY BOMB – 4EVE LOLAY – ATLAS It’s Okay Not To Be Alright – PP Krit ฟ้ารักพ่อ – Badmixy feat. ยุ้ย ญาติเยอะ ฯลฯ . The Attraction เลยชวน ปั้น และ เบน สองคู่หูแห่งวงการเพลงไทยที่น่าจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ มาพูดคุยถึงความเป็น LUSS และการอยู่เบื้องหลัง T-POP ไปจนถึงอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะปล่อยในปี 2024 นี้ … 「 LUSS แท้ มันคืออะไร 」 ปั้น: ถ้าเปรียบเทียบ “LUSS” ก็คงเหมือน “นักวิทยาศาสตร์” แต่เป็นสายดนตรี

OneRepublic มาไทยอีกแล้ว FC แซว มาซื้อบ้านที่ไทยเถอะพี่

  เป็นไปตามคาด หลังจากเทศกาลดนตรี Summer Sonic Bangkok 2024 ประกาศไลน์อัพเซ็ตที่ 2 ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ปรากฏว่าวงดนตรีสัญชาติอเมริกาอย่าง onerepublic ติดโผตามคาด หลังจากที่ไม่กี่เดือนก่อน ทางวงแอบเปรยๆ มาว่ากำลังจะมีประกาศใหญ่เพื่อแฟนๆ ชาวไทยโดยเฉพาะ ทำให้หลายฝ่ายเดากันไปต่างๆ นาๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในแดนสยาม . โดยเฉพาะยิ่ง Ryan Tedder นักร้องนำของวง ที่แฟนๆ ชาวไทยมักจะเรียกขานว่า “พี่อั้น” ก็เพราะว่าฟอนต์แมนวัย 45 กะรัตผู้นี้ บินมาที่ประเทศไทยบ่อยเสียจนนับครั้งไม่ถ้วน ถึงขนาดที่มีการสงสัยกันว่า แกแอบมาติดใจสาวไทยแล้วแน่ๆ 🤣🤣เพราะแม้แต่ 1 Day Trip ในประเทศไทย พี่ท่านก็เคยทำมาแล้ว คือมีเวลาแค่ 24 ชั่วโมง ก็ยังบินมาใช้เวลาที่บ้านเราอะคิดดู มันจะไม่ให้สงสัยได้ยังไงกันเล่า ฮ่าๆ . อย่างไรก็ดี พี่อั้นก็ไม่ได้มาเที่ยวเตร่อย่างเดียว เนื่องเพราะล่าสุด ในผลงานเพลง Rockstar ของ Lisa ยังปรากฎชื่อ Ryan Tedder เป็นหนึ่งในทีมโปรดิวเซอร์ ที่มีส่วนร่วมในการแต่งเพลงด้วย ก็นับว่าเหมาะสมกับเพลงนี้เป็นอย่างดี . การมาเล่นคอนเสิร์ตที่ไทยครั้งที่จะถึงนี้ก็นับว่าเป็นครั้งที่ 3 ของวง onerepublic หลังจากที่เคยมาแสดงสดเมื่อปีที่ผ่านมา 2023 และเมื่อปี 2017 . แน่นอนว่าความรักที่สมาชิกวงมีต่อประเทศไทย คงไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะตัวนักร้องนำ ที่ควรจะซื้อบ้านในไทยให้มันจบๆ ไปนะพี่นะ 🤣🤣  

วอร์นเนอร์ มิวสิค ประเทศไทย เปิดตัวที่เสพคอนเสิร์ตแบบฉ่ำๆ “Chang Cold Brew Cool Club presents Volume Livehouse”

วอร์นเนอร์ มิวสิค ประเทศไทย หนึ่งใน Warner Music Group ค่ายเพลงชั้นนำระดับโลก จับมือกับศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา ไลฟ์สไตล์มอลล์ ศูนย์การค้าที่ตอบสนองการใช้ชีวิตประจำวัน ของคนรุ่นใหม่ในทุกช่วงเวลาได้อย่างครบวงจร เปิดตัว “VOLUME LIVEHOUSE” ไลฟ์เฮาส์ กลางใจเมือง เพื่อสร้างแหล่งคอมมูนิตี้ทางดนตรีที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ การเสพย์ดนตรีและดื่มด่ำไปกับบรรยากาศการฟังเพลงแบบสดๆ จัดเต็ม 50 สัปดาห์ พร้อม LINEUP กองทัพศิลปินกว่า 100 ศิลปิน “VOLUME LIVEHOUSE” มีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะเป็นศูนย์กลางคอมมูนิตี้ทางดนตรีที่ใหญ่ ที่สุดของไทย ให้เหล่าศิลปินได้ใช้เป็นพื้นที่เพื่อแสดงออกทางตัวตนและความสามารถและ ให้ผู้ฟังได้ใช้พื้นที่นี้ ในการแสดงออกถึงรสนิยมทางดนตรีที่หลากหลายไร้ขีดจำกัด อย่างที่เราได้เห็น ตัวอย่างจาก LIVEHOUSE ในต่างประเทศ ที่เข้าถึงได้ง่ายและมีเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้ ศิลปิน และผู้ฟังได้มีปฏิสัมพันธ์กัน และเกิดเป็นประโยชน์ในการช่วยสร้างฐานแฟนเพลง รวมถึงสร้างการค้นพบให้กับศิลปินหน้าใหม่ที่ยังไม่ได้มีโอกาสหรือมีพื้นที่ในการแสดงตัวตนและนำเสนอผลงานมากนัก    LIVEHOUSE จึงเป็นกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเสริมสร้าง และผลักดัน อุตสาหกรรมดนตรีในหลายๆ ประเทศ วอร์นเนอร์ มิวสิค ประเทศไทย และ Warner Music Group ที่มีค่านิยมหลักขององค์กร ในการให้ศิลปินได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนของตนเองอย่างเต็มที่ (originality) ได้เล็งเห็นแล้วว่า อุตสาหกรรมดนตรีในประเทศไทย เป็นประเทศที่มีศิลปินที่มีศักยภาพอยู่เป็นจำนวนมาก  การมี LIVEHOUSE  ในประเทศไทย จึงเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งศิลปินหน้าใหม่ ได้มีพื้นที่ในการโชว์ของ และ ขยายฐานผู้ฟัง ส่วนผู้ฟังเองก็ยังได้เปิดโอกาสตัวเองให้ได้รู้จักกับศิลปินใหม่ๆ ซึ่งอาจจะกลาย เป็นศิลปินโปรดก็เป็นได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนันวงการดนตรีในประเทศไทย ให้เดินหน้าต่อไปได้ และในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านอุตสาหกรรมเพลง “วอร์นเนอร์ มิวสิค” จึงอยากที่จะสร้าง ประสบการณ์ใหม่ให้กับ LIVEHOUSE ในประเทศไทยให้เป็น LIVEHOUSE ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้  โดยมีจุดเด่นคือการจัด LINEUP ของศิลปินให้มีความหลากหลายในทุกสัปดาห์ ครบทุกแนวเพลง ซึ่งจะมีตั้งแต่ศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็น YOUNG BLOOD รวมไปถึงศิลปินชั้นแนวหน้าระดับ HEADLINER ที่จะมาพบปะกับแฟนเพลงแบบที่ไม่ต้องรอจนถึงคอนเสิร์ตใหญ่ ประกอบกับสถานที่ตั้งของ LIVEHOUSE

ROCKSTAR กันทั้งแผ่นดิน บอกเลยว่า “โคตรไทย”

  เป็นเอ็มวีที่ต้องบอกเลยว่า “โคตรไทย”   และทำออกมาได้ว้าวมาก ตั้งแต่การเล่นกับป้ายไฟที่เป็นจุดเด่นของ “เยาวราช” ตอกย้ำความงามของการเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหลของกรุงเทพ ไปจนถึงการฉีกกฎการเป็นไอดอลเกาหลีจนไม่เหลือชิ้นดี ทั้งสีผิวและการชวน พี่ชาย-พี่สาวนักบิด ยกล้อฮาร์เลย์กลางเยาวราช นักเต้นและพี่ๆ LGBT มาร่วมแสดงเอ็มวี นำเสนอภาพความเป็นไทยแบบที่เราเห็นกันอยู่ทุกวัน เปิดพื้นที่ให้พี่ๆ เหล่านี้ได้ประกาศความโคตรไทยไปพร้อมกัน เพราะหากยังอยู่ในค่ายเกาหลีหรือยังคงเดินทางเฉพาะการเป็นไอดอล นึกภาพไม่ออกเลยว่าเราจะได้เห็นลิซ่าในมุมนี้หรือไม่ ไม่เพียงเฉพาะแต่สีผิวที่เปลี่ยนไปจากตอนยังอยู่ในค่าย YG แต่ยังรวมถึงการให้พื้นที่พี่นักเต้นได้ใส่ชุดที่ออกแบบมาแล้ว หรือการมีพี่สาว LGBT ในเอ็มวี ล้วนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยาก แถมในบางซีน ไม่รู้ว่าทางทีมตั้งใจมั้ย แต่รู้สึกว่าภาพ-สีในบางซีนจะวาง สีแดงสลับขาวและน้ำเงิน ชวนให้นึกถึงธงชาติไทยไว้ด้วย เก็บทุกซีนจริงๆ ไม่บ่อยครั้งนักที่ไทยจะมีซูเปอร์สตาร์ระดับโลก แต่พอมีทั้งทีก็ต้องเรียกว่า ลิซ่าทำถึงมากจริงๆ ตอนนี้ก็ถึงคราวคนไทยที่ต้องสนับสนุนเอ็มวีนี้ให้ได้ตีตลาดเพลงโลกให้ได้ ใจหนึ่งก็เลยอยากวางลิงค์ให้กดไปฟังกันง่ายๆ แต่เหมือนว่าลิซ่าจะเป็น Rockstar เกินไป จนขัดใจเฟซบุ๊ก ทำให้ตอนนี้ผู้ใช้งานที่ใส่ลิงค์เพลง ถูกระงับบัญชีไปแล้ว แต่ยังไงก็ตาม ตอนนี้สามารถรับชม LISA – ROCKSTAR (Official Music Video) ในช่อง LLOUD Official กันได้แล้ว  

ร้อง-เต้นโคตรดี ดนตรีก็สุด แต่แฟนคลับเริ่มท้อ 4MIX จะแมสกี่โมง!

4MIX ได้ฤกษ์ปล่อย MV ใหม่ “Walk Walk” เพลงแนว POP, Hip Hop แบบดุดันสไตล์ของ 4Mix ที่ทุกคนคุ้นเคย พร้อมความพิเศษที่ได้ Real-Fantasy, KINDA จากประเทศเกาหลีใต้มาโปรดิวซ์เพลงนี้ให้ . 4MIXที่มีสมาชิก ได้แก่ นินจา-จารุกิตต์ คำหงษา, แมกก้า-ณัฐภัทร ดีเลิศตระกูล, โฟล์คซอง-ชนินทร บุญรอด และ จอร์จ-ราเมศวร์ เกียรติสุขอุดม ได้ย้ายเข้ามาเป็นศิลปินภายใต้สังกัด 411Records ของเจ้าพ่อเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ “กึ้ง–เฉลิมชัย มหากิจศิริ” และยังคงมาตรฐานการร้อง,เต้น และเพอร์ฟอร์แมนซ์เอาไว้ในระดับเบอร์ต้นๆ ของประเทศ . โดยกระแสความดังของ 4MIX นั้นได้รับความนิยมไปถึงระดับอินเตอร์และเคยบินไปทำการแสดงมาแล้วในหลายประเทศ ฐานแฟนคลับในไทยก็มีจำนวนไม่น้อย . แต่ด้วยคุณภาพที่มี แฟนเพลงหลายคนก็เริ่มตัดพ้อแบบเหนื่อยๆ ว่า เพราะอะไรทำไมวงดีๆ แบบนี้ถึงยังไม่แมสซะที!    

ลิซ่า = ตัวแทน Soft Power ไทยที่แท้ทรู ยกทีมถ่ายเอ็มวีย่านเยาวราช ชาวเยาวราชต้องแจงปิดข่าวเงียบขนาดนี้ได้ยังไง!!!

  ลิซ่า คัมแบ็คโซโล่ Rockstar อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในฐานะศิลปินเดี่ยวจากค่าย LLOUD ครั้งแรก ด้วยการยกกองปิดถนนถ่ายเอ็มวีกลางย่านเยาวราช สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตที่ขึ้นชื่อเรื่องคนพลุกพล่านตลอดเวลา แต่ลิซ่าก็ทำให้ถนนเส้นนี้ไม่มีผู้คนได้ แถมยังมีข่าวแว่วมาว่าเอ็มวีนี้ยังใช้ทีมนักเต้นและนักแสดงคนไทยทั้งหมด เรียกว่า นำเสนอความเป็นไทยในทุกส่วนของเอ็มวีได้ดีทีเดียว . แม้เยาวราชจะมีชื่อเสียงอยู่แล้ว แต่ไม่แน่ว่าการคัมแบ็คครั้งนี้ อาจจะเป็นอีกครั้งที่ลิซ่าจะสร้างอิมแพ็คให้กับระบบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวไทยได้อย่างมหาศาล . เพราะหากย้อนไปตั้งแต่โซโล่ครั้งแรกของลิซ่าในเพลง Lalisa ลิซ่าก็แต่งชุดไทยจัดเต็ม พร้อมด้วยเซตฉากที่ดูคับคล้ายคับคลากับปราสาทหินพนมรุ้ง สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อในเมืองบ้านเกิดของลิซ่า สร้างปรากฎการณ์ส่งความเป็นไทยสู่สายตาชาวโลกกว่า 700 ล้านวิว . หรืออย่างปีที่แล้วที่ลิซ่าใส่ชุดผ้าไหมจากจ.อุดรธานีไปไหว้พระวัดมหาธาตุ จ.อยุธยา ก็ทำให้ทั้งผ้าไหมจากจ.อุดรธานีกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วอินเทอร์เน็ต และทำให้วัดมหาธาตุกลายเป็นแลนด์มาร์กอีกแห่งที่ต้องใส่ชุดไทยไปถ่ายรูปเช็คอินแบบลิซ่า . รวมถึง ล่าสุด ใน Monaco F1 Grand Prix 2024 ลิซ่าก็ยังสวมใส่ชุดรีไซเคิลจากขยะพลาสติกของแบรนด์ PIPATCHARA’ ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าฝีมือคนไทยอวดลุคสุดปังในไอจีก็ถูกพูดถึงไปทั่วโลกโซเชียล ดังนั้น หากพูดคร่าวๆว่า ซอฟต์พาวเวอร์ หมายถึง อำนาจในการดึงดูดให้ผู้คนสนใจ ยอมรับและทำตามอย่างเต็มใจ โดยไม่ใช้อำนาจบีบบังคับหรือยัดเยียดให้ผู้อื่นรับรู้ . สิ่งต่างเหล่านี้ที่ลิซ่าทำถือว่าเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความภูมิใจในความเป็นไทยของลิซ่าแล้ว ยังถือว่าเป็นการสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมไทยในสายตาชาวโลก เพราะถึงลิซ่าจะไม่บอกโต้งๆ แต่ทุกการกระทำก็ล้วนแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการส่งความเป็นไทยสู่สายตาโลกอย่างแนบเนียนทุกครั้ง … LISA – ROCKSTAR (MV Teaser) https://www.youtube.com/watch?v=iKsT8HXSfPA  

Everybodyslam 2024 คอนเสิร์ตที่ Bodyslam ดูหนุ่มขึ้นมา 10 ปี

  “กลับมาเล่นในแอร์บ้าง หลังจากลุยราชมังฯ มา อายุเยอะกันแล้ว” พี่ตูนกล่าวแบบหยิกแกมหยอก แซวทั้งสมาชิกวงและแฟนๆ บอดี้สแลมระหว่างโชว์ . แต่เอาเข้าจริงๆ แม้พี่ๆ บอดี้สแลมในปีนี้อายุอานามก็ไม่ใช่น้อยๆ กันแล้ว แต่คอนเสิร์ต Everybodyslam 2024 ก็เหมือนชุบชีวิตให้วงดนตรีที่อยู่มานานกว่าสองทศวรรษ กลายเป็นวงร็อคที่ดู ‘หนุ่มขึ้น’ สดใสขึ้นราว 10 ปี . นับตั้งแต่ปล่อยอัลบั้มใหม่อย่าง Sunny Side Up ก็ทำให้เราได้เห็นมิติใหม่ๆ ของวงบอดี้สแลมที่ไม่จำเป็นต้องแต่งตัวสีดำๆ เสมอไป หรือไม่จำเป็นต้องฟังพี่ตูนร้องเพลงปรัชญาชีวิตอะไรขนาดนั้นก็ได้ แต่มันคือความสุขของศิลปินวัยกลางคน ที่มีนักร้องนำเป็นคุณพ่อลูกอ่อนแล้วต่างหาก . เพราะคอนเสิร์ตนี้ออกแบบมาค่อนข้างจะสร้างสรรค์ ตั้งแต่ตำแหน่งการยืนของสมาชิกวงแต่ละคนที่กระจายหันกันไปคนละมุม ทั้งฉากเวทีที่ยกขึ้น-ยกลงได้ มีทางวิ่งให้พี่ยอด-พี่ปิ๊ด-พี่ตูน วิ่งมาเซอร์วิสแฟนๆ ตลอดโชว์ พร้อมด้วยจอไฟที่เปลี่ยนสลับไปแบบเพลงต่อเพลง และยังมีเวทีหมุน 360 องศา โคจรสมาชิกวงให้คนดูได้เห็นกันอย่างทั่วถึง Playlist ที่พยายามลำดับเพลงให้แตกต่าง หรือแม้แต่นักมายากลที่เข้ามาร่วมโชว์ในเพลง จนราวกับเป็นละครเพลงแบบกลายๆ . แขกรับเชิญอย่าง โจอี้-ภูวศิษฐ์, F.HERO, DABOYWAY, Jeff Satur เหล่านี้ก็เข้ามาเติมเต็มในแต่ละเพลงได้อย่างดี . สรุปคือ ครั้งแรกที่บอดี้สแลมเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ในอิมแพค คือเมื่อ 16 ปีก่อน แต่มาเทียบกับปีนี้ เหมือนได้มาฟัง “วงดนตรีหน้าใหม่ไฟแรง” อีกครั้งในวัย 45 ปีบวกๆ  

เข้าถึงซอฟต์พาวเวอร์โคราชแบบลูกหลานย่าโมตัวจริง ก็ใส่กางเกงแมวโคราชซ้อมเต้นไปเลยสิคะ!

หลัง BABYMONSTER ปล่อยเบื้องหลังการซ้อมเต้นออกมา ก็มีแฟนๆ สะดุดกับลุคซ้อมเต้นของ แคนนี่ หรือ ชิกิต้า BABYMONSTER ที่ใส่ กางเกงแมวโคราช ซ้อมเต้นเพลง SHEESH เวอร์ชันแบนด์ครั้งแรก ทำเอาแฟนๆ ตามหา สั่งจอง สั่งซื้อกันจนยอดจองล้นทะลัก . เรียกว่านอกจากจะเป็นไอดอลแล้ว ยังไม่ทิ้งตำแหน่งลูกหลานย่าโม ช่วยพาซอฟพาว์เวอร์โคราชสู่สายตาแฟนๆ ทั่วโลกในเวลาเดียวกันไปเลย … BABYMONSTER – ‘SHEESH’ The LAST MUSIC SHOW BEHIND: https://www.youtube.com/watch?v=WFkulBriLnY  

จากเกาหลีสู่ลาตินอเมริกา ก้าวต่อไปของซอฟต์พาวเวอร์เกาหลี?

  การพัดพามาถึงของกระแสฮันรยู (Hallyu: 한류) ในพื้นที่เอเชียเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ทั้งในแง่ของระยะทางและสภาพสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเติบโต โดยส่วนใหญ่แล้ว การศึกษาเชิงวิชาการและบทความต่างๆ จะมุ่งเน้นไปในพื้นที่เอเชียอย่างจีน ญี่ปุ่น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทย อินโด มาเล . ทว่า ในช่วงระยะหลังมานี้เราเริ่มเห็นได้ชัดขึ้นว่า กระแสฮันรยู ไม่ได้หยุดอยู่แค่เอเชีย แต่ยังเดินทางข้ามน้ำ ข้ามทะเล ข้ามมหาสมุทร ข้ามวัฒนธรรม ไปถึง “ลาตินอเมริกา” . จากสถิติของทวิตเตอร์ ในปี 2021 เปิดเผยว่าสถิติประเทศที่ทวีตเกี่ยวกับ เค-ป๊อปมากที่สุด 20 อันดับ กว่า 7 ประเทศล้วนเป็นประเทศที่อยู่ในพื้นที่ลาตินอเมริกา ได้แก่ อันดับ6 เม็กซิโก / อันดับ8 บราซิล / อันดับ11 เปรู / อันดับ12 อาร์เจนตินา / อันดับ15 ชิลี / อันดับ16 โคลอมเบียและอันดับ19 เอกวาดอร์  . ส่วนในปี 2022 ประเทศที่ทวีตเกี่ยวกับ เค-คอนเทนต์มากที่สุด 20 อันดับ ก็มีประเทศที่อยู่ในพื้นที่ลาตินอเมริกาถึง 4 ประเทศ  ได้แก่ อันดับ8 บราซิล / อันดับ11 เม็กซิโก / อันดับ18 ตุรเคียและอันดับ20 เปรู … แล้วกระแสนี้พัดไปไกลขนาดนั้นได้ยังไง ? … ถ้าเป็นในไทยหากพูดถึงเทคโนโลยี ญี่ปุ่น แต่ถ้าในแถบอเมริกาใต้ เกาหลีใต้ เนื่องจากในช่วง 1905 ชาวเกาหลีพลัดถิ่น ทำให้หลังจากนั้น มีสินค้าเกาหลีเข้าสู่ตลาดลาตินอเมริกาจำนวนมาก สร้างภาพลักษณ์ให้เกาหลีใต้กลายเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีปูพื้น . อีกทั้งในมุมมองของผู้คนในพื้นที่ ยังมองว่าเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ไม่ใช่ชาติตะวันตก และยังเป็นประเทศในช่วงหลังอาณานิคมที่มีประวัติการต่อสู้ทางการเมืองโชกโชน ซึ่งช่วยประกอบร่างความเป็นสมัยให้เกาหลีใต้ได้เป็นอย่างดี   . อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหลักทีทำให้กระแสฮันรยูประสบความสำเร็จทุกพื้นที่ในโลก รวมถึงลาตินอเมริกา