
เขียนด้วยมือ ลบด้วยทรัมป์ : เมื่ออเมริกาไม่ยี่หระ Soft Power อีกต่อไป
การดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครั้งที่ 2 ของโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่ออำนาจนำทาง Soft Power ของสหรัฐฯ เนื่องเพราะเจ้าของวลี “America First” ผู้นี้ มิได้สมาทานแนวทางการทูตที่ละมุนละม่อม อ่อนโยน และดูเหมือนทรัมป์จะไม่นิยม ‘ถุงมือกำมะหยี่’ แต่ที่มีในมือคือ ‘กำปั้นเหล็ก’ เป็นส่วนใหญ่ เพราะว่า เพียงไม่กี่สัปดาห์ของการเป็นประธานาธิบดีสมัยนี้ เขาได้นำพาประเทศไปสู่วิธีการที่แข็งกร้าวต่อประชากรตนเอง และต่อนานาประเทศ ซึ่งเนื้อหาต่อไปนี้ ‘เป็นข้อสังเกตที่เราสรุปได้โดยสังเขป’ ตัดงบ USAID องค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา หรือที่เรียกว่า USAID เป็นหน่วยงานให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในประเทศต่างๆ ซึ่งให้ความช่วยเหลือในหลากหลายด้าน อาทิ ความมั่นคงทางอาหาร ภัยพิบัติ ผลกระทบจากสงคราม โรคภัย และสิทธิมนุษยชนในรูปแบบอื่นๆ กระนั้นก็ตาม USAID ก็เผชิญกับข้อครหาเรื่อง ‘วาระซ่อนเร้น’ เกี่ยวกับการแทรกแซงทางการเมือง หรือบางคนตีความว่าปฏิบัติการนี้เป็นเครื่องมือ ‘โฆษณาชวนเชื่อ’ ของสหรัฐฯ เพื่อชิงจุดยุทธศาสตร์ในเกมการเมืองโลก พูดตรงๆ ได้ว่า เป็นเรื่อง ‘ผลประโยชน์ของอเมริกา’ นั่นแหละ ในเบื้องลึกเบื้องหลังก็มีอะไรทำนองนั้นอยู่ แต่ในเบื้องหน้าคงต้องกล่าวว่า หลายโครงการได้ช่วยให้เพื่อนร่วมโลกของเรามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจริงๆ เพราะที่ผ่านมา USAID ให้การช่วยเหลือหลายชีวิตทั่วโลกจนนับไม่ถ้วน กระทั่งสิ่งนี้กลายเป็นกลไกทาง Soft Power ชนิดที่ทรงพลังเป็นพิเศษ เพราะสามารถสร้างภาพลักษณ์เชิงบวก และผูกสัมพันธไมตรีต่อประเทศปลายทางได้เป็นอย่างดี ทำให้อาณาเขตอิทธิพลของสหรัฐแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วโลก จนกระทั่งวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา มีประกาศระงับความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศ ลดสัญญาความช่วยเหลือต่างประเทศลง 92% และลดจำนวนพนักงานจากหลัก 10,000 คน เหลือเพียง 290 คนชั่วคราว นี่เป็นคำสั่งที่ออกมาฉับพลันทันด่วน ชนิดที่ไม่ให้เหล่าพนักงานตั้งตัวมาก่อนเลย ประมาณว่า วันนี้ยังมาทำงานกันอยู่ดีๆ พรุ่งนี้ก็ไม่ต้องมาแล้ว ส่วนบรรดาผู้ลี้ภัยตามที่ต่างๆ จากที่ได้รับการสนับสนุนอยู่ ก็ถูกตัดช่องทางโดยปริยาย ปล่อยไปตามยถากรรม ตัวใครตัวมัน ราวกับทรัมป์ไม่ต้องการให้อเมริกาเล่นบท ‘ลูกพี่ใหญ่ใจดี’ อีกต่อไปแล้ว มันจบแล้ว เพราะว่า ‘อเมริกาต้องมาก่อน’ อย่างที่บอก ประเด็นนี้สร้างความหวั่นเกรงให้คนจำนวนไม่น้อย เพราะหลายประเทศยังต้องอาศัยความช่วยเหลือจากชาติมหาอำนาจอยู่ และหากไม่ใช่สหรัฐฯ แล้วจะเป็นใคร? ใช่หรือไม่ว่า มีเพียงแค่









