Skip links

Events

สารทเดือนสิบเมืองคอน : “หลบบ้าน” ปีนี้ ห้ามพลาดของดีเมนูอาหารสีดำ

“เดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัว” คือ ถ้อยคำที่ปู่ย่าตายายชาวใต้พูดสืบต่อกันมา เป็นเหมือนนาฬิกาหัวใจที่นับวันรอให้ลูกหลานกลับบ้านมาพร้อมหน้า เพราะสารทเดือนสิบไม่ใช่เพียงงานบุญ แต่คือสัญญาใจเพื่อสานสายใยในครอบครัว ว่าอย่างน้อยปีละครั้ง ทุกคนจะได้กลับมากินข้าวด้วยกัน ทำบุญอุทิศเพื่อบรรพบุรุษ และเติมเต็มความคิดถึงที่เก็บไว้นาน ในปีนี้ ความหมายของคำว่า “หลบบ้าน” หรือ “กลับบ้าน” ยิ่งลึกซึ้งไปกว่าเดิม เมื่อเทศกาลสารทเดือนสิบที่สืบสานกันมานับพันปี ถูกต่อยอดสู่ เมนูอาหารสีดำ ที่ทั้งน่าลิ้มลองและเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ เป็นบทพิสูจน์ว่าประเพณีเก่าแก่ก็สามารถก้าวข้ามกาลเวลาได้ โดยยังคงรักษาแก่นแท้ของความกตัญญูเอาไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ “เทสใต้ Tasty เมนูอาหารสีดำ” ที่มีแนวคิดจะยกระดับ ไม่ใช่เพียงแค่ดึงดูดลูกหลานให้กลับมาสัมผัสเสน่ห์ใหม่ๆ ของเมือง แต่ยังรวมถึงการดึงดูดนักเดินทางใหม่ๆ ให้เข้ามาในจังหวัดมากขึ้นเช่นกัน  ในเดือนกันยายนนี้ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้การขับเคลื่อนของ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ หรือ ทีเส็บ ชักชวนร้านอาหารกว่า 30 ร้าน ใน 7 อำเภอ ได้แก่ เมือง พรหมคีรี ขนอม สิชล ท่าศาลา ทุ่งสง และ ปากพนัง เพื่อร่วมกันรังสรรค์เมนูอาหารสีดำขึ้นมาเป็นพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาล โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อเรื่อง “ความขลัง” และ “ความมู” ของจังหวัด  “สีดำ” จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ที่สอดคล้องกับความเชื่อเรื่องการเดินทางของวิญญาณบรรพบุรุษในช่วงสารทเดือนสิบ หัวใจหลักของโครงการคือการใช้ “อาหาร” เป็น Soft Power เพื่อเล่าเรื่องราวของประเพณีนี้ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างง่ายดาย หัวใจของงาน: “หมฺรับ” สำรับแห่งความกตัญญู หากพูดถึงประเพณีสารทเดือนสิบ คำแรกที่คนใต้ทุกคนต้องนึกถึงคือ “หมฺรับ” หรือ “มฺรับ” ในภาษาใต้ ซึ่งหมายถึง “สำรับ” ศักดิ์สิทธิ์ที่ลูกหลานจัดทำขึ้นอย่างประณีตเพื่อนำไปถวายพระสงฆ์และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับที่เชื่อกันว่าได้เดินทางกลับมาเยี่ยมโลกมนุษย์ หมฺรับจึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อ ความผูกพัน และหัวใจของความเป็นคนใต้ที่ให้ความสำคัญกับความกตัญญูเป็นอย่างยิ่ง   ภาพจำในอดีตของหมฺรับคือ กระบุงไม้ไผ่สานขนาดใหญ่ ที่บรรจุสิ่งของนานาชนิดจนเต็มเปี่ยม แม้ปัจจุบันจะเปลี่ยน เป็นถาดหรือกระเชอที่ทันสมัยขึ้น แต่แก่นสารและความหมายไม่เคยจางหายไป สิ่งของที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบภายในหมฺรับแต่ละชั้นล้วนมีนัยยะสำคัญซ่อนอยู่ และเชื่อกันว่าเป็นของใช้จำเป็นสำหรับการเดินทางของดวงวิญญาณในโลกหน้า เปรียบเสมือนการจัดเตรียม “สัมภาระ” ให้บรรพบุรุษได้เดินทางอย่างสะดวกสบายและมีความสุข   ชั้นล่างสุด: มักบรรจุ
Tags

“วันปล่อยเสือ ปี 5” เทศกาลดนตรีรักษ์โลกที่แรกของไทย! มันส์แบบยั่งยืนไปพร้อมกัน 25-26 ตุลาคมนี้

ชาวร็อก ชาวอินดี้ และชาวป่าเตรียมตัวให้พร้อม! “วันปล่อยเสือ ปี 5” เทศกาลดนตรีสไตล์ลูกเสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะกลับมาแล้ว โดยปีนี้มาพร้อมคอนเซปต์ใหม่ที่แหวกแนวและน่าสนใจสุดๆ กับการเป็น เทศกาลดนตรี Eco-Friendly อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกของเมืองไทย! จัดโดย HEAVY ORGANIZER ผู้จัดเจ้าเดิมที่บ้าคลั่งและคร่ำหวอดในวงการ นำทีมโดย เฮง โคตรอินดี้ หรือคุณบุรินทร์ทร แซ่ล้อ ปีนี้พวกเขาพร้อมชวนทุกคนมา “มันส์” ไปพร้อมๆ กับการสร้าง “ความยั่งยืน” ในงาน “LEO presents วันปล่อยเสือ ปี 5 ตอน จงมันส์ดี” งานนี้จัดหนักจัดเต็ม 2 วัน 5 เวทีธรรมชาติ ที่ค่ายลูกเสือภูริทัต อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ในวันที่ 25-26 ตุลาคม 2568 พบกับทัพศิลปินไทยกว่า 70 วง พร้อม 20 วัฒนธรรมร่วมสมัย และ 10 ฐานกิจกรรมสุดมันส์ ที่จะสร้างประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและดีต่อโลกไปพร้อมๆ กัน ความมันส์ที่มาพร้อมกับความยั่งยืน วันปล่อยเสือปี 5 นี้จะเป็นต้นแบบของเทศกาลดนตรีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ลงมือทำจริงทุกขั้นตอน ทั้งระบบ Zero Waste (ถังปุ๋ยจากเศษอาหาร), Refill Zone (จุดเติมเครื่องดื่มด้วยแก้วและขวดที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้), การใช้ พลังงานสะอาด จากโซลาร์เซลล์บนเวที, การใช้ รถไฟฟ้า/จักรยานไฟฟ้า ในงาน, การ ปลูกต้นไม้ เพื่อชดเชยคาร์บอน ไปจนถึงการ ลด-คัดแยก-รีไซเคิลขยะ 100% เรียกได้ว่าทุกรายละเอียดใส่ใจเพื่อโลกของเรา ความตั้งใจจริงนี้ทำให้งานได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งแฟนเพลงขาประจำและพาร์ทเนอร์สายกรีนที่พร้อมจะมาร่วมกันสร้างสรรค์เทศกาลดนตรีแห่งความยั่งยืนนี้ งานแถลงข่าวที่อัดแน่นไปด้วยความมันส์ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา งานแถลงข่าวจัดขึ้นอย่างเป็นกันเองในสไตล์วันปล่อยเสือ ณ Hard Rock Cafe Bangkok เริ่มต้นความสนุกด้วยการแสดงจาก โหน่ง หัสดี และ หนู มิดด้าม
Tags

“หลิง–ออม” แท็กทีมสะกดแฟนด้อมกลางเซ็นทรัลเวิลด์ ในงาน “DO DAY DREAM: Innovate for a Better Future”

บรรยากาศที่เซ็นทรัลเวิลด์ร้อนแรงขึ้นทันที! เมื่อสองสาวไอคอนแห่งปี “หลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง” และ “ออม – กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” ควงคู่ขึ้นเวทีในงาน “DO DAY DREAM: Innovate for a Better Future” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของสองแบรนด์ดัง SPARKLE และ LESASHA งานนี้แฟนคลับทั้งไทยและต่างชาติ ต่างมาให้กำลังใจกันแน่นพื้นที่ พร้อมเสียงกรี๊ดสนั่นตั้งแต่ทั้งคู่ปรากฏตัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังแฟนด้อมที่ผลักดันให้ทั้งสองแบรนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา บนเวที “หลิงหลิง” เผยว่า SPARKLE คือ Must-Have ไอเทมที่ใช้ทุกวันเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ส่วน “ออม” ก็ย้ำว่า LESASHA ไม่ใช่แค่เครื่องทำผม แต่คือไอเทมเสริมลุคที่ช่วยให้มั่นใจได้ทุกวัน ทั้งคู่ยังไม่ลืมขอบคุณแฟน ๆ ที่คอยอยู่เคียงข้างและส่งพลังบวกเสมอมา เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นพลัง Fandom Marketing ที่ Do Day Dream ใช้เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง สมฐานะคู่จิ้นแห่งยุค ที่ทรงอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมบันเทิงในสาย Girl’s love ในช่วงปีที่ผ่านมา

คิง เพาเวอร์ เฉลิมฉลองวันมหาสงกรานต์สุดคึกคัก ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ มโหฬาร มหาสนุก” ยกทุก BEACH! สนุกสุดขีดให้โลกจำ

พบกับขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-รางน้ำ นำโดย อาโป-ณัฐวิญญ์, วิน-เมธวิน, ต้าห์อู๋-พิทยา และออฟโรด-กันตภณ
Tags

คิง เพาเวอร์ “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ มโหฬาร มหาสนุก” จัดเต็มกับอภิมหาความบันเทิงตลอด 6 วันเต็ม เริ่มวันนี้ – 15 เม.ย. นี้

(10 เมษายน 2568) กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย – กทม. – ททท. และ ชุมชนย่านรางน้ำ ยกระดับความสนุกสุดขีด ชวนปักหมุดเทศกาลสงกรานต์ ที่งาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ มโหฬาร มหาสนุก” ยกทุก BEACH! สนุกสุดขีดให้โลกจำ คิกออฟเทศกาลสงกรานต์กับพิธีเปิดงานสุดยิ่งใหญ่ โดยได้รับเกียรติจาก คุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน  พร้อมร่วมชมขบวนพาเหรด จากศิลปินและนักแสดงสุดฮอตแห่งปี เจฟ-วรกมล ซาเตอร์, หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง, ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ และ เอม-สรรเพชญ์ คุณากร นำทัพขบวนความสนุกสุดหรรษาท่ามกลางกิจกรรมไฮไลต์ ที่ต้องมา “สาด เต้น เล่น กิน ช้อป สนุกสุดขีดให้โลกจำ” ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ พบกับ โปรโมชันจัดเต็ม และกิจกรรมอัดแน่นตลอด 6 วัน เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 15 เม.ย. 2568 ที่ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ  เริ่มแล้วงาน “อภิมหาสงกรานต์ รางน้ำ มโหฬาร มหาสนุก” ยกทุก BEACH! สนุกสุดขีดให้โลกจำ โดยความร่วมมือของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ กระทรวงมหาดไทย, กรุงเทพมหานคร, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และชุมชนย่านรางน้ำ กำหนดจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 – 15 เม.ย. 2568 ณ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมทั้งสร้างสีสันความสนุกให้กับช่วงเทศกาลของไทยให้ยิ่งใหญ่คึกคักสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมผลักดันให้ย่านรางน้ำก้าวสู่การเป็น GLOBAL FESTIVALISATION เดสติเนชั่นแห่งการเฉลิมฉลองในทุกเทศกาล ตอกย้ำย่านรางน้ำเป็นแลนด์มาร์กสำหรับการเล่นน้ำสงกรานต์  โดยในพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก คุณแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย คุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ ร่วมด้วยคุณอนุทิน ชาญวีรกูล  รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, คุณอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย, คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่ง ประเทศไทย และคุณวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมชมความยิ่งใหญ่ของขบวนพาเหรดอภิมหาสงกรานต์ รางน้ำ มโหฬาร มหาสนุก จากทัพศิลปินและนักแสดงสุดฮอตแห่งปี เจฟ-วรกมล ซาเตอร์, หลิงหลิง-ศิริลักษณ์ คอง, ออม-กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์ และ เอม-สรรเพชญ์ คุณากร เดสติเนชั่นแห่งการเฉลิมฉลองในทุกเทศกาล ตอกย้ำย่านรางน้ำเป็นแลนด์มาร์กสำหรับการเล่นน้ำสงกรานต์ 
Tags

งานหนังสือ 68 มีอะไร? งานไม่ใหญ่แน่นะวิ

1) เพิ่มฮอลล์ ขยายพื้นที่ให้ใหญ่ขึ้น จากเดิม 15,000 ตารางเมตร เป็น 20,000 ตารางเมตร 2) ขยายบูธเพิ่มเป็น 1,200 บูธ จาก 400 สำนักพิมพ์ 3) หนังสือที่งานกว่า 2,000,000 เล่ม 4) เพิ่มกิจกรรมพบปะระหว่างนักเขียนกับนักอ่าน ตามโซนต่างๆ ให้มากขึ้น รวมไปถึงนักเขียนต่างชาติ ที่จะได้เจอกับนักอ่านไทยมากขึ้นด้วย 5) ต่อยอด Bangkok Right Fair หรืองานซื้อขายลิขสิทธิ์ในลักษณะ B2B ให้สำนักพิมพ์ต่างชาติร่วมเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์กันภายในงานหนังสือ ซึ่งประสบผลสำเร็จมาจากปีก่อนหน้า และในปีนี้ มีสำนักพิมพ์ต่างชาติเดินทางมาร่วมกว่า 14 ประเทศ และทางผู้จัดคาดการณ์ตัวเลขซื้อขายสูงถึง 65 ล้านบาท 6) บูธตัวแทนจากต่างประเทศ อาทิ จีน ไต้หวัน อิหร่าน ยูเครน ฯลฯ ที่มาร่วมสมทบความเป็นงานหนังสือนานาชาติให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ในส่วนของเราเองก็มี 7) นิทรรศการหนังสือแปล ที่ได้รับทุนการแปลเพื่อส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนงานของ Soft Power สาขาหนังสือ ที่ต้องการนำผลงานไทยไปบุกตลาดโลกให้มากขึ้นกว่าเดิม 8) นิทรรศการหนังสือที่ผู้จัดคัดเลือกมา ในที่นี้ทางเราขอใช้คำว่า “หนังสือแนะนำที่คนยังไม่ค่อยได้อ่าน” โดยมีกรรมการคัดสรรเพื่อการนี้โดยเฉพาะ เพราะว่ากันตามตรง วงการหนังสือก็ไม่ต่างจากวงการสร้างสรรค์อื่นๆ ที่ยิ่งนานวัน ก็ยิ่งมีฐานผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มของตนเองมากขึ้น กล่าวคือ niche market เติบโตและแข็งแรงมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งต่อให้เป็นนักอ่านที่ท่องทะยานโลกอักษรมากขนาดไหน ก็ยากที่จะมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในกลุ่มอื่น หรือในภาพรวม นิทรรศการลักษณะนี้ก็สามารถชี้เป้า “ของดีที่เราอาจตกหล่นไป” ได้เช่นกัน 9) โซนพิเศษ “นวดเพื่อสุขภาพ” ใครเดินจนปวดเมื่อยก็เข้าไปใช้บริการได้ (แว่วๆ มาว่าราคาย่อมเยาว์ซะด้วยนะ) ทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า “จะทำยังไงให้งานหนังสือไม่ใช่แค่แหล่งขายหนังสือ” “งานหนังสือต้องไม่ใช่มหกรรมลดราคาหนังสือ” “และต้องไม่ใช่พื้นที่เอื้ออาทรระหว่างผู้ซื้อ-ผู้ขาย” เอาเข้าจริง ปัญหาวงการหนังสือบ้านเรายังมีให้สาธยายอีกมาก แต่หากจำกัดวงแคบมาเฉพาะที่งานหนังสือ คงต้องบอกว่า มีอีกมากมายที่เราสามารถยกระดับขึ้นได้อีก ทั้งการเป็นตัวแทนของคนวงการหนังสือทั้งประเทศ และความเป็นอีเวนต์ระดับนานาชาติของอาเซียน ยังไม่นับรวมถึงรายละเอียดปลีกย่อย อาทิ ไม่มีเก้าอี้-ที่นั่ง
Tags

Key Success ของคนทำ Festival ปั้นเทศกาลให้ปัง พร้อมดัน Soft Power

งานเทศกาล นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว และดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติได้จำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นงานเทศกาลดั้งเดิม หรือ งานเทศกาลสมัยใหม่ ก็ล้วนแต่เป็นที่สนใจในระดับสากล  ด้วยเหตุนี้ จึงนำมาสู่แนวคิดที่จะยกระดับและผลักดันงานเทศกาลของไทยให้มีหน้ามีตาทัดเทียมเทศกาลระดับโลก ด้วยความร่วมมือจาก TCEB, THACCA, OFOS และ EMA ซึ่งได้จัดการอบรมพิเศษในโครงการ Event Think Tank เป็นเวลา 2 วัน สำหรับทุกฝ่ายที่สนใจ Festival ยิ่งไปกว่านั้น ภายในงานยังได้รวมเอาคนในวงการที่ประสบความสำเร็จ มาร่วมแบ่งปันความรู้ และแชร์วิธีคิดที่น่าสนใจ แต่ละคนที่มาเรียกได้ว่ารุ่นใหญ่ทั้งนั้น โดยในวันที่ 2 ของการอบรม มีประเด็นที่เราเก็บมาฝากได้ดังนี้ 1. นิมิตร พิพิธกุล เจ้าของงาน puppet festival / อุปนายกสมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติ “ทุกอย่างเป็นเทศกาลได้ แต่เทศกาลจะสร้างให้มีทุกอย่างไม่ได้” ประโยคง่ายๆ ที่สรุปใจความได้อย่างครบถ้วน คือคุณนิมิตรกำลังบอกว่า เราสามารถจัดเทศกาลได้จากทุกอย่างนี่แหละ ตัวคุณนิมิตรเองก็จัดงานจากสิ่งเล็กๆ อย่าง “หุ่น” จนกลายมาเป็น “เทศกาลหุ่นโลก” ซึ่งจัดมาแล้วกว่า 28 ครั้ง โดยรวบรวมเอาหุ่นมาจากทั่วมุมโลก อันเป็นภูมิปัญญา วัฒนธรรม และสินค้าของแต่ละแห่ง  แต่กระนั้นก็ตาม ใช่ว่าเทศกาลจำเป็นต้องมีทุกอย่าง เพราะบางครั้งการทำให้มีทุกอย่าง เช่น อาหาร เสื้อผ้า ดนตรี กีฬา ฯลฯ อาจทำให้ตัวงานไม่เป็นที่จดจำ สุดท้ายแล้วคนก็ลืมว่ามันคืองานอะไร เพราะฉะนั้น ควรเลือกแก่นให้ชัดเจนว่าจะทำอะไร ต่อให้สิ่งนั้นจะเป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มแค่ไหนก็ตาม “เมื่อเราทำเทศกาล ไม่ใช่ว่าเรา(คนไทย)รู้จักไหม แต่คือโลกรู้จักไหม เพราะทั่วโลกมี 193 ประเทศ และทุกประเทศมีหุ่น ซึ่งมันไม่ใช่แค่ของสำหรับเด็กเล่น แต่คือวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และสินค้าของแต่ละชาติ” ในบริบทนี้ คุณนิมิตรยังกล่าวเสริมอีกว่า สำหรับการทำงานเทศกาล โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมต่างชาติ “ความเคารพ” เป็นเรื่องสำคัญ ในที่นี้ไม่ใช่แค่การให้พื้นที่ ให้โอกาส หรือให้เวลาโดยเท่าเทียมกัน แต่เป็นการเคารพตัวตนและอัตลักษณ์ของแต่ละกลุ่มชน  “อย่าเอาเขามาเปลี่ยน เราไม่แปร art เขามาเป็น product
Tags

Design Up+Rising ปลุกชีวิตใหม่ให้ย่านเก่า เยาวราช-ทรงวาด, หัวลำโพง

เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ bangkok design week ปีนี้ ดำเนินมาเป็นปีที่ 8 ด้วยแนวคิด “Design Up+Rising: ออกแบบพร้อมบวก+” เพื่อสร้างพลังบวกผ่านงานออกแบบและความคิดสร้างสรรค์ พร้อมต่อยอดศักยภาพทางสังคม เศรษฐกิจ ขับเคลื่อนเมืองและเปิดโอกาสใหม่ๆ แด่คุณภาพชีวิตของผู้คนในย่านต่างๆ ทั้งนี้ จากเส้นทางที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA ได้นำชมในช่วงเปิดตัว บนเส้นทางเยาวราช-ทรงวาด และหัวลำโพง ซึ่งมีงานออกแบบจัดแสดงเรียงรายตามจุดต่างๆ โดยประสานมุมมองในชุมชนนั้นๆ ไว้อย่างน่าสนใจ 1. เริ่มต้นกันที่ย่าน เยาวราช-ทรงวาด พื้นที่ชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงเสน่ห์แห่งอดีตเอาไว้ตามที่อยู่อาศัย ซอกมุมอาคาร รวมไปถึงวิถีชีวิตที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น แม้บางอย่างจะเลือนจางไปตามเวลา แต่หลายอย่างยังเข้มข้นอยู่ในบรรยากาศระหว่างสองข้างทาง โดยแต่เก่าก่อน ย่านเยาวราช-ทรงวาด ถือเป็นพื้นที่ค้าขายอันหลอมรวมวัฒนธรรมทั้งชาวไทย จีน และอินเดีย อยู่ร่วมกัน โดยเรายังสามารถพบเห็นสิ่งหลงเหลือทางประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตตลอดเส้นทางชุมชนแห่งนี้ โดยไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดในย่านเยาวราช-ทรงวาด ได้แก่ 1.1 ตู้โทรสุข by V&FS & Heartsell & Do Itt Now ตู้โทรศัพท์ที่ให้เราเลือกยกหูหาคนอายุตั้งแต่ 1-100 ปี โดยปลายสายจะบอกเล่าถึง “เคล็ดลับคิดบวก” ในช่วงอายุของตนให้เราฟัง เพื่อส่งต่อพลังบวกแก่กันและกัน นับว่าเป็นคอนเซ็ปต์ที่ดีทีเดียว ซึ่งตู้สีเหลืองเด่นนี้ ตั้งอยู่ระแวกตึกเก่าของถนนทรงวาดพอดี บรรยากาศให้สุดๆ ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.bangkokdesignweek.com/bkkdw2025/program/105321 1.2 Spice Road by vice versa ที่นี่ไม่ได้มีแค่ตึกเก่า ไม่ได้มีแค่โกดังสินค้า แต่ยังมีกลิ่นที่ลอยมาแตะปลายจมูกอยู่เนืองๆ เป็นกลิ่นที่บอกเล่าว่า ณ จุดนี้ เคยเป็นศูนย์กลางการค้าของกรุงเทพฯ มาก่อน โดยเฉพาะกลิ่นเครื่องเทศที่อบอวลตามร้านค้า ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนถึงชุมชนชาวอินเดียเคยมาตั้งรกรากค้าขายที่นี่ และกลิ่นที่เคยอบอวลในตลาดหรือในโกดังสินค้า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หายไปไหน ทว่ามันซึมลึกอยู่ในอิฐเก่าๆ ตามซอกซอย อยู่ในจานอาหาร และบางทีอาจอยู่ในความทรงจำของใครบางคน นิทรรศการ Spice Road คือการปลุกกลิ่นเก่าให้กลับมามีชีวิต ผ่านเรื่องราวของสามยุคตั้งแต่ยุคที่เครื่องเทศเดินทางข้ามแผ่นดินมาสู่ย่านนี้ ยุคที่กลิ่นเหล่านั้นหลอมรวมเข้ากับอาหารไทย และยุคที่กลิ่นต่างๆ ถูกแปรเปลี่ยนเป็นน้ำมันหอมระเหย พร้อมส่งผ่านความผ่อนคลายไปสู่วันพรุ่งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติม

KING POWER ลุยจัดงานใหญ่รับตรุษจีน ต๊อบ-อัยยวัฒน์ พร้อมแถลงร่วมด้วย ชัชชาติ, ตูน-อาทิวราห์, ใหม่-ดาวิกา ฯลฯ

คิง เพาเวอร์ ประกาศจัดงานใหญ่รับตรุษจีน 2025 กับงาน “KING POWER CHINESE NEW YEAR 2025 ช้อป ดวง ปัง SHOP THE LUCKIEST FORTUNES”  เพื่อย้ำภาพการเป็นเดสติเนชั่นแห่งการเฉลิมฉลองในทุกเทศกาล ให้ประเทศไทยเป็นจุดมุ่งหมายสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลของชาติใดก็ร่วมเฉลิมฉลองไปด้วยกันได้  โดยงานนี้ นอกจาก ต๊อบ-อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จะมาประกาศความมุ่งมั่นด้วยตัวเองแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธี และตัวแทนความร่วมมือจากภาครัฐ เพื่อร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นแลนด์มาร์คสำคัญระดับโลก และความพิเศษของปีนี้ แน่นอนว่าต้องยิ่งใหญ่กว่าเดิม! เตรียมพบกับไฮไลท์สุดอลังการ: • ขบวนพาเหรด 12 นักษัตรสุดตระการตา • พญานาคยักษ์ลอยฟ้า ยาว 36 เมตร ผสานความอลังการของมังกรจีน และเสน่ห์แห่งมนต์ขลังของสิงห์โบราณ • โชว์สุดพิเศษ “THE GUARDIANS OF HARMONY: RISE OF SERPENT”  นำโดย ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่, รีเบคก้า แพทรีเซีย อาร์มสตรอง, เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ และ ไบเบิ้ล-วิชญ์ภาส สุเมตติกุล และเซอร์ไพรส์พิเศษ! พบกับโชว์สุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก “ตูน-อาทิวราห์” ที่จะมามอบความสนุกสนานด้วยการประสานเพลงร็อคให้เข้ากับดนตรีที่มีกลิ่นไอความเป็นจีน เพื่อต้อนรับเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึง  อีกทั้งยังมี จุดสักการะ 3 มหาเทพมงคลจากวัดทิพยวารีวิหาร เสริมดวง แก้ชง เปิดรับความปังในศักราชใหม่ รวมถึงของอร่อยจากร้านเด็ด 17 ร้านดัง ที่พร้อมเสิร์ฟทั่วทั้งงาน ส่วนสายช้อปก็ห้ามพลาด มีโปรโมชั่นดีๆ และกิจกรรมเฮงๆ อีกมากมาย  มาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความเฮง เฮง เฮง ได้ที่ ฟาวน์เท่น สแควร์ คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

เที่ยวคริสต์มาสสไตล์เยอรมัน จิบเบา เคล้าไส้กรอก ชมบอลสดบาเยิร์นแบบฟินๆ

เชิญสัมผัสบรรยากาศสุดฟิน กับตลาดคริสต์มาสสไตล์เยอรมัน ซึ่งปีนี้ สถาบันเกอเธ่ ประเทศไทย ได้ร่วมกับมูลนิธิวัฒนธรรมไทย-เยอรมัน (Thai-German Cultural Foundation: TDKS) ร่วมส่งมอบความความสุขและความบันเทิงภายในงานคริสต์มาสแสนอบอุ่น ผสานวัฒนธรรมแบบคูลๆ ให้เข้ากับเมืองร้อน ด้วยกิจกรรมสุดพิเศษและบูธต่างๆ กว่า 50 บูธ 🍽️🥂ลิ้มรสอาหารสุดพิเศษ 🍖🍷 เพลิดเพลินไปกับเมนูตามฤดูกาล อาทิ ไวน์อุ่น คุกกี้ขนมขิง อัลมอนด์อบ หมูอบสไตล์บาวาเรีย เคบับเบอร์ลิน ไส้กรอก ขนมอบแบบเยอรมัน ไอศกรีม และเมนูอาหารในเทศกาลคริสต์มาสจากยุโรปอีกมากมาย ที่รังสรรค์โดยร้านอาหารเยอรมันและไทย ทั้งหมดนี้สามารถรับประทานและดื่มด่ำไปพร้อมกับเบียร์พอลลาเนอร์ ไวน์ หรือแอปเปิ้ลสปริตเซอร์ อันเป็นเครื่องดื่มขึ้นชื่อของเยอรมัน 🎁🎈ลุ้นรับของรางวัล🎊🎉 อีกหนึ่งไฮไลท์ของงานคือการจับฉลากของรางวัลประจำปี 2567 ด้วยของรางวัลมากมายสำหรับผู้เข้าร่วมงานทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่ระลึกจากสโมสรฟุตบอล FC Bayern Munich คอร์สเรียนภาษาเยอรมันฟรี สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า และของรางวัลใหญ่คือตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-มิวนิก จำนวน 2 ที่นั่ง สนับสนุนโดยสายการบินลุฟท์ฮันซ่า 👨‍👩‍👧‍👦🥳ความสนุกสำหรับทั้งครอบครัว🕺🪇 งานนี้มีกิจกรรมหลากหลายเพื่อความเพลิดเพลินของผู้เข้าร่วมงาน ทั้งการแสดงดนตรีสดจากคณะนักร้องประสานเสียงและวงดนตรี รวมถึงกิจกรรมสำหรับทุกคนในครอบครัว ผู้เข้าร่วมงานสามารถเรียนรู้วิธีประดิษฐ์ของตกแต่งคริสต์มาสและงานฝีมือต่างๆ นอกจากนี้ยังมีไอเดียของขวัญสุดพิเศษ เครื่องประดับ บอร์ดเกม และสินค้าหัตถกรรมอื่นๆ โดยปีนี้ สำหรับคอบอลสามารถรับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันระหว่างสโมสรฟุตบอล FC Bayern Munich กับ FC Heidenheim จากการสนับสนุนของ FC Bayern Munich ส่วนบูธของยาหม่องตราเสือ ก็มาพร้อมให้ความผ่อนคลายด้วยบริการนวดสั้นๆ รวมถึงทาง Audi ยังนำรถรุ่นใหม่อย่าง TT มาให้รับจัดแสดงภายในงาน 🎄🌟ต้นคริสต์มาส🎇🎅 จุดเด่นของตลาดคริสต์มาสปีนี้คือการออกแบบต้นคริสต์มาสด้วยฝีมือของศิลปินไทย คุณวิชชุลดา ปัณฑธานุวงศ์ ผ่านแนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานจากขยะพลาสติก เพื่อย้ำเตือนถึงความสำคัญของความยั่งยืน และชวนตระหนักว่า สิ่งดีๆ สามารถเกิดขึ้นได้จากสิ่งที่ดูไร้ค่า 🧑🏻‍🤝‍🧑🏽🫂ตลาดคริสต์มาสหลอมรวมวัฒนธรรม🎁🔔 ตลาดคริสต์มาสเยอรมัน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศเทศกาล และสัมผัสเสน่ห์ของฤดูกาลแห่งความสุขด้วยบรรยากาศที่คึกคักและอบอุ่น อีกทั้งยังเป็นพื้นที่แห่งการพบปะและหลอมรวมวัฒนธรรม ซึ่งผู้คนสามารถมารวมตัวกัน สังสรรค์และดื่มด่ำกับบรรยากาศคริสต์มาส พร้อมค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ นอกจากนี้ ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างประเทศและความเข้าใจทางวัฒนธรรมที่แตกต่างอีกด้วย … 📍