
ถอดรหัสยุทธศาสตร์ 3 งานไมซ์ระดับโลก ณ จังหวัดภูเก็ต ปี 2569
การที่จังหวัดภูเก็ตได้รับความไว้วางใจให้เป็นเมืองเจ้าภาพจัดงานประชุมระดับนานาชาติถึง 3 งานในปี พ.ศ. 2569 ภายใต้การสนับสนุนเชิงรุกของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง ในมุมมองของ The Attraction ความสำเร็จครั้งนี้ก้าวข้ามขอบเขตของการเป็นเพียงจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว แต่คือการวางรากฐานโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ที่คนไทยทั้งประเทศจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน และเป็นผลสัมฤทธิ์ทางยุทธศาสตร์ที่สมควรได้รับการยกย่อง 1.การยกระดับบทบาทสู่ผู้ขับเคลื่อน “วาระสากล” (Global Agendas) ความโดดเด่นของยุทธศาสตร์การดึงงานไมซ์ในครั้งนี้ คือการเลือกลงทุนในงานประชุมที่สอดคล้องกับทิศทางและเมกะเทรนด์ของโลกอย่างเจาะจง ซึ่งประกอบไปด้วย 3 วาระหลัก ได้แก่ ความยั่งยืน (Sustainability) สุขภาวะ (Wellness) และความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion) มิติด้านความยั่งยืน: งาน Global Sustainable Tourism Conference (GSTC 2026) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2569 เป็นการรวมตัวของผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนในระดับโลก เวทีนี้จะตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี ค.ศ. 2065 มิติด้านสุขภาวะองค์รวม: งาน Global Wellness Summit 2026 ระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 ถือเป็นงานประชุมวิชาการที่ใหญ่ที่สุดของโลกด้าน Wellness การเป็นเจ้าภาพงานนี้จะเป็นเวทีเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งเสริมให้ประเทศไทยขยับจากการเป็นเพียงจุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) สู่การเป็นระบบเศรษฐกิจเชิงสุขภาพ (Wellness Economy) และผลักดันภาพลักษณ์การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) อย่างเป็นรูปธรรม มิติด้านความเท่าเทียม: งาน InterPride General Meeting & World Conference 2026 ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม ถึง









