Skip links

Sport

Premier League: Super Soft Power แห่งโลกกีฬา

เคยมีคำกล่าวว่า ประเด็นสนทนาที่จะทำให้ชายแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งได้รู้จักกันในเวลาอันสั้นนั้นง่ายนิดเดียว เพียงแค่โยนเรื่องฟุตบอลไปในวงสนทนานั้น เพียงแค่นี้การสนทนาที่เหลือก็ไหลลื่นแล้ว เพราะการเปิดบทสนทนาเรื่องฟุตบอล เป็นวิธีการที่สามารถละลายกำแพงชายแปลกหน้าให้เจรจากันง่ายขึ้น อีกทั้งในขณะเดียวกันยังแสดงถึง “พลังอำนาจ” หรือ “Soft Power” ของโลกลูกหนัง โดยเฉพาะลีกสูงสุดของอังกฤษได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า หากกล่าวกันด้วยเรื่องของฟุตบอล จำนวนมากมักจะนึกถึงทีมในอังกฤษเป็นอันดับแรกก่อนเสมอ แต่กว่าที่ฟุตบอล “พรีเมียร์ลีก” จะกลายมาเป็นหัวข้อสนทนาในชีวิตประจำวันของคนอีกมุมโลก ก็มิได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ทว่าเป็นผลลัพท์มาจากการวางแผน และดำเนินการตามกลยุทธ์ เพื่อให้เกาะอังกฤษมีลีกฟุตบอลมีคุณภาพ ที่สนุกสนาน น่าชม เริ่มตั้งแต่เงินทุนสนับสนุนที่มอบให้แต่ละสโมสรตามขั้นบันได(พิจารณาตามอันดับตารางคะแนน และความสมบูรณ์พร้อมของสโมสรนั้นๆ) กล่าวคือ ยิ่งทีมไหนอยู่อันดับสูงๆ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ก็ยิ่งได้รับเงินส่วนนี้เยอะ โดยตัวเลขในปัจจุบัน แม้แต่ทีมบ๊วยท้ายตารางก็ยังได้รับเงินส่วนนี้อยู่ในหลักร้อยล้านปอนด์ต่อฤดูกาลเลยทีเดียว และแน่นอนว่า เงินส่วนนี้แต่ละสโมสรก็นำไปปรับปรุงพัฒนาภาคส่วนต่างๆ ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นไป ตั้งแต่สนามแข่ง สนามซ้อม โรงยิม ศูนย์ฝึกเยาวชน ฯลฯ และที่สำคัญคือ นักเตะ ซึ่งเปรียบเสมือน ‘สินค้า’ แห่งโลกลูกหนัง และเพื่อให้เกมการแข่งขันตื่นเต้นเร้าใจมากยิ่งขึ้น การนำเข้าแข้งจากต่างชาติ จึงเป็นหนึ่งในวิธีการอันสามารถยกระดับคุณภาพลีกได้  ตัวอย่างเช่น work permit หรือใบอนุญาตทำงาน ซึ่งทางพรีเมียร์ลีกมีการผ่อนปรนมาตรการ ให้นักเตะต่างชาติสามารถเข้ามาค้าแข้งในเมืองผู้ดีได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น กระทั่งล่าสุด สมาคมฟุตบอลอังกฤษอนุญาตให้สโมสรลงทะเบียนนักเตะที่ไม่มีใบอนุญาตทำงานได้ โดยทีมในพรีเมียร์ลีกได้รับโควตาให้ลงทะเบียนได้มากสุด 4 คน นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในระดับชุมชน ให้เยาวชนในแต่ละพื้นที่ สามารถเข้าถึงการฝึกซ้อมอย่างมีมาตรฐานมากขึ้น และเมื่อฟุตบอลในประเทศเข้มแข็งแล้ว มีคุณภาพแล้ว ต่อจากนั้นก็เป็นเรื่องการส่งออกสู่นอกประเทศ ซึ่งพรีเมียร์ลีกใส่ใจในเรื่องนี้ตั้งแต่เวลาการแข่งขัน โดยการเลือกเวลาการแข่งขันให้เหมาะสมกับกลุ่มคนดูในต่างประเทศ จะเห็นได้ว่าการแข่งขันที่เกิดขึ้น จะมีตั้งแต่เที่ยงๆ บ่ายๆ จนถึงประมาณสองทุ่มเศษตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเป็นเวลาที่คำนวนมาแล้วว่า แฟนบอลจากอีกซีกโลกยังสามารถรับชมได้โดยที่ไม่ดึกเกินไป หรือแม้แต่การจัดทัวร์ให้สโมสรต่างๆ กระจายไปปรีซีซั่นกันที่ทวีปอื่นๆ โดยมีนโยบายที่ชัดเจน อย่างในเอเชีย ในช่วงแรกมีข้อกำหนดว่า จะต้องมีสโมสรในพรีเมียร์ลีกไปปรีซีซั่นในเอเชียทุกๆ สองปี ซึ่งนั่นรวมไปถึงการสนับสนุนและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนในต่างแดนด้วย สิ่งนี้ก็ยิ่งเป็นการสร้างความผูกพัน เพิ่มฐานแฟนบอล และยิ่งเป็นการสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อประเทศด้วย เพราะคนจากต่างแดนก็จะมองว่า ประเทศอังกฤษ เป็นประเทศที่ทันสมัย เปิดกว้าง ให้โอกาสแก่ความหลากหลาย และเป็นมืออาชีพ จากเหตุผลประการต่างๆ นี้ ทำให้ “พรีเมียร์ลีก” กลายเป็นเมืองหลวงของโลกลูกหนังที่ใครๆ ก็จะต้องนึกถึงเป็นอันดับแรก และความเข้มแข็งของแบรนด์ดิ้งนี้

ศึกมหาเวทย์ มวยไทย X ไสยศาสตร์ “ปู่มหามุนี VS อาจารย์ยอด”

มวยหยุดโลกของแทร่! สำหรับศึกมหาเวทย์ระหว่าง ปู่มหามุนี VS อาจารย์ยอด ที่ขึ้นชกกันเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 67 ในศึกไฟต์คลับปทุมธานี ณ เทศกาลบอลลูน love นวนครเฟสติวัล 2024 เรียกว่าเป็นไฮไลท์ของงานที่หลายคนรอคอย ภายใต้กติกาที่มีเพียงข้อเดียวคือ “ห้ามปล่อยควายธนูมาสู้แทน”   โดยทางเพจผู้จัดงาน FIGHTCLUB THAILAND ได้เผยแพร่การชกระหว่าง นายชัยรัตน์ ยอดพรม หรืออดีต “ปู่มหามุนี” ฤาษีชื่อดังวัย 44 ปี ขึ้นชกกับ “อาจารย์ยอด” วัย 41 ปี โดยทั้งคู่แม้จะมีส่วนสูงเท่ากัน แต่ทางด้าน “อาจารย์ยอด” เหนือกว่าด้วยน้ำหนักตัวที่มากกว่าราวๆ 4 กิโลกรัม จึงทำให้ “ปู่มหามุนี” โดนบรรเลงเพลงมวยไปแบบครบชุด ทั้งหมัด-เท้า-เข่า-ศอก จนพ่ายแพ้ไปแบบไม่ครบยก แต่ทว่าก็ได้ใจแฟนๆ ที่เอาใจช่วยด้วยเสียงเชียร์อันล้นหลาม รวมถึงแฟนๆ ในออนไลน์ที่แห่คอมเมนต์ชื่นชมหัวใจของปู่มหามุนี อาทิ “ปู่แบกน้ำหนักเยอะเกิน แต่หัวใจใหญ่กว่าตับ ” “หุ่นต่างกันเยอะ นับถือใจปู่เลยครับ” “แบกน้ำหนักเกินหัวหน้า” “แพ้ไม่เป็นไร แค่ใจสู้ก็พอ แค่รูปร่างก็เป็นรองแล้ว ถือว่าได้สู้”   แมตช์นี้เรียกได้ว่าเป็นการนำ Soft Power อันโดดเด่นของประเทศไทยมาผสมผสานกัน ทั้งเรื่องไสยศาสตร์ หรือ “มูเตลู” และเรื่องศิลปะการต่อสู้ หรือ “Fight” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5F ที่รัฐบาลมุ่งมั่นผลักดัน อาจจะดูแปลกตาและไม่เหมือนใคร แต่คงต้องกล่าวว่า นี่แหละคือ Thailand Only แบบของแทร่  

อย่าล้อเล่นกับระบบ พี่กะเทย x มวยไทย เปิดสังเวียน #สุขุมวิทซอย11 กะเทยไทย-ปินส์ยกพวกตีกัน

ในฝั่งกีฬา  “มวยไทย”  พี่กะเทยเคยฝากประวัติศาสตร์ให้ประเทศไทยมาแล้ว โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงมากที่สุด หากย้อนกลับไปเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว คงจะหนีไม่พ้น “ตุ้ม-ปริญญา เจริญผล” – อดีตแชมป์มวยไทยแห่งสนามมวยเวทีลุมพินี ผู้ขี้นสังเวียนชกพร้อมกับ “เครื่องสำอาง” สีสันสดใส ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากในสมัยนั้น แต่สิ่งนี้ก็มีส่วนช่วยให้พาเธอล้มนักมวยไทย และต่างชาติมาแล้วหลายราย จนได้รับโอกาสเซ็นสัญญาชก ณ ประเทศญี่ปุ่น  เธอมีจุดมุ่งหมายในการชกมวยอย่างแน่วแน่ คือเพื่อหาเงินสำหรับผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งในปีเดียวกันกับที่เธอได้แชมป์ เธอก็สามารถทำความฝันของเธอได้สำเร็จ จนเรื่องราวของเธอถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์ กวาดรางวัลและรายได้มากมายจากต่างประเทศ  ปัจจุบันตุ้มประกาศแขวนนวมอย่างเป็นทางการมานานหลายปีแล้วแต่ยังคงวนเวียนอยู่ในวงการ โดยการเปิดค่ายมวยไทยของตัวเองชื่อว่า “น้องตุ้มมวยไทยยิม” ที่บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อสอนมวยไทยให้แก่ผู้ที่สนใจแบบไม่จำกัดเพศและอายุ   ในวาระแห่งชาติ#สุขุมวิทซอย11 ราชินีสังเวียนอย่าง “ตุ้ม” ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงเหตุการณ์นี้ว่า “ฉันละอยากจะฝากแม่ไม้มวยไทยให้กลับไปฟิลิปปินส์ แล้วจะรู้ว่ากะเทยไทยของแท้ ที่นี่ประเทศไทย กะเทยไทย มวยไทย ลูกๆ เข้าค่ายแม่ด่วนๆ แม่จะสอนมวยให้” เพราะ หลังไทย – ปินส์แอบหยิกหลัง วางมวยกันมาทุกการประกวดนางงาม ล่าสุด พี่กะเทยไทยหยิบวัฒนธรรม   “มวยไทย” มายกระดับซอฟต์ พาวเวอร์ไทยไปอีกขั้นอีกครั้ง เมื่อมีพี่กะเทยไทย 2 คน  ถูกกลุ่มพี่กะเทยฟิลิปินส์กว่า 20 คน รุมทำร้าย และขโมยทรัพย์สิน  พร้อมนำคลิปเหตุการณ์ ไปเผยแพร่ต่อในเชิงเหยียดหยาม เมื่อเป็นเช่นนั้น  ทีมพี่กะเทยไทย ก็อยู่เฉยไม่ได้ เกิดการรวมตัวกันแบบไม่ได้นัดหมาย หน้าโรงแรมถิ่นกะเทยปินส์  โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีเข้าดูแล และพยายามส่งตัวพี่กะเทยฟิลิปปินส์ ขึ้นรถไปโรงพักทีละ  2-3 คน  พี่กะเทยไทยจึงอาศัยจังหวะนี้เข้าไปป้อนยำใหญ่ใส่สาระพัด จนกำเนิดปาฏิหารย์นางปีน นางลอย นางบินข้ามหัวหมดไม่สนยศ สนตำแหน่ง เรียกได้ว่าจะหมัดจะมวย กระบวย จะเหล็ก งัดออกมาเอาคืนกันแบบพอประมาณ (ประมาณว่าเจ็บหนักแน่) เรียกได้ว่าพี่สาวกะเทยฟิลิปปินส์พลาด มาล้อเล่นกับระบบพี่สาวกะเทยไทยที่ผ่านการฝึกรด. เขาชนไก่ และการเกณฑ์ทหารกันมาเกือบทุกคน  แถมยังพร้อมใจทำงานกันเป็นระบบ ยิ่งกว่าประกวดเชียร์ลีดเดอร์งานกีฬาสี  เพราะแค่คลิปสั้นๆ  ก็ปาไปล้านเรื่องราว คนหนึ่งเจรจาหลีกทาง หรือจะเรียกว่า ส่งสัญญาณขยิบตาเปิดศึก

Adidas x Bob Marley รองเท้ารุ่นพิเศษ จากผู้เป็นมะเร็งนิ้วเท้า กล้าซื้อใส่กันไหม!?

สายเขียวว่าไงงง หลังจากมีข่าวอย่างไม่เป็นทางการว่า Adidas เตรียมเปิดตัวรองเท้าวิ่งตัวใหม่ในรุ่น SL 72 ด้วยคอนเซ็ปต์แบบย้อนยุค และที่สำคัญยังเป็นการคอลแลบกับ Bob Marley ตำนานเร็กเก้ราชันย์สัญชาติจาไมก้า โดยภาพตัวอย่างรองเท้ารุ่นพิเศษนี้ถูกเปิดเผยจาก Zuri Marley ผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวของตำนานผู้ล่วงลับ ผ่านช่องทาง TikTok ส่วนตัว    สำหรับความโดดเด่นของ Adidas SL 72 x Bob Marley รุ่นนี้คือ มีการประทับรูปของ Bob Marley ไว้ที่ลิ้นของรองเท้า ส่วนพื้นรองเท้าก็มีสีเขียว, เหลือง และแดง อันเป็นสีประจำชาติของชาวเร็กเก้ อีกทั้งยังมีลายเซ็นสีเหลืองทองของตำนานสันติภาพสลักไว้บริเวณส้นรองเท้าด้านนอก แม้จะยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากค่ายสามแถบอย่างเป็นทางการ รวมถึงราคาก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ทว่าทาง Complex สื่อบันเทิงและไลฟ์สไตล์ชื่อดัง คาดการณ์ว่าจะมีการเปิดตัวให้เหล่าผู้ศรัทธาศาสดาเอกแห่งแนวเพลงอันรื่นรมย์ ได้ครอบครองบูชาในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง   ทั้งนี้ Bob Marley นับว่าเป็นศิลปินที่ชื่นชอบฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งในระยะสุดท้ายของชีวิต Bob Marley ป่วยเป็นมะเร็งผิวหนังบริเวณนิ้วเท้า ต่อมา เขาประสบอุบัติเหตุอย่างหนักจากการเล่นฟุตบอล แม้จะมีเรื่องที่ถกเถียงกันว่า เขาเป็นมะเร็งก่อนหรือหลังประสบอุบัติเหตุ ทว่าการปฏิเสธการรักษา โดยมุ่งหน้าแสดงดนตรีและเล่นฟุตบอลต่อไปของเขา ยิ่งส่งผลร้ายต่อร่างกายก็เป็นสิ่งที่มีมูลต่อวาระแห่งชะตากรรม การจะผลิตรองเท้ารุ่น Bob Marley ผู้เป็นมะเร็งนิ้วเท้าออกมา ต่างชาติอาจจะไม่ติดใจอะไร แต่เรื่องแบบนี้คนไทยเขาค่อนข้างถือกัน แต่ก็ไม่แน่นะ สาวก Bob Marley ในบ้านเรา อาจจะมีศรัทธาที่อยู่เหนือธรรมเนียมใดๆ    แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ กล้าซื้อมาใส่ไหม!?

8 ชาติแชมป์โลก เปิดศึกดวลแข้งฟุตบอลโลกวัยเก๋า อองรี, โรนัลดินโญ่, โอเว่น ฯลฯ ตำนานมากันเพียบ

เตรียมตัวย้อนความทรงจำไปกับแข้งระดับโลก เมื่อ Elite Players Group (EPG) ประกาศว่ากลางปีนี้ จะมีการจัดฟุตบอลโลกสำหรับอดีตนักเตะรุ่นอายุ 35 ปีขึ้นไป โดยทัวร์นาเมนต์นี้ จะให้สิทธิแก่ชาติที่เคยได้แชมป์โลกมาก่อนเท่านั้น ประกอบไปด้วย บราซิล, เยอรมนี, อิตาลี, อาร์เจนติน่า, ฝรั่งเศส, อุรุกวัย, อังกฤษ และสเปน แน่นอนว่า ไฮไลท์สำคัญต้องอยู่ที่อดีตดาวเตะระดับโลก ที่เรียกได้ว่าคัดมาแต่ตัวดังๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ อย่าง ไมเคิ่ล โอเว่น, ฟาบิโอ คันนาวาโร่, ริวัลโด้, โรนัลดินโญ่ และกาก้า หรือที่แฟนบอลคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดี เช่น สตีฟ แม็คมานามาน, โจ โคล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, แฟร้งค์ แลมพาร์ด, โรแบร์โต้ คาร์ลอส, มาร์กอส คาฟู, เธียร์รี่ อองรี, มาร์กแซล เดอไซญี่, ฟรานเชสโก้ ต๊อตติ, การ์เลส ปูโยล, ดีเอโก้ ฟอร์ลัน และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ในเมื่ออายุปูนนี้กันแล้ว จะให้แข่งกัน 90 นาทีก็กระไรอยู่ ฝ่ายจัดการแข่งขันจึงลดให้เหลือ 70 นาที และมีพักครึ่งให้ 15 นาทีเหมือนปกติ   ทั้งนี้ แต่ละทีมชาติสามารถลงทะเบียนนักเตะได้ไม่เกิน 18 คน / ทีม  แต่รายชื่อนักเตะที่มีสิทธิลงทะเบียนต้องผ่านการรับใช้ทีมชาติมาก่อน หรือไม่ก็ต้องลงเล่นในลีกระดับสูงมาไม่ต่ำกว่า 100 นัด ส่วนในการแข่งขันก็สามารถเปลี่ยนตัวได้เต็มอัตรา และตามรายงานของ David Coverdale จาก Daily Mail กล่าวว่า ทัวร์นาเมนต์นี้จะจัดขึ้นในฤดูร้อนที่จะถึงนี้ โดยมีอังกฤษเป็นเจ้าภาพ ซึ่งการประชันเพลงแข้งของรุ่นลายครามจะเริ่มขึ้นหลังจากรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (1 มิ.ย.) และจะเริ่มการแข่งขันก่อนศึกยูโร 2024 ในเยอรมนีจะคิกออฟ (14 มิ.ย.) EPG Cup

บอส ‘ชาตรี’ ใจฟู ร่วมพิธีครอบครู “วันมวยไทย”

“ชาตรี ศิษย์ยอดธง” ผู้ก่อตั้งแพล็ตฟอร์มสื่อกีฬาระดับโลก ONE Championship   ได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน “มหัศจรรย์วันมวยไทย ดังไกลสู่ชาวโลก 2567 Amazing Muay Thai Festival 2024” ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ อุทยานราชภักดิ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี “นายเศรษฐา ทวีสิน” เป็นประธานในพิธีเปิดงาน  ซึ่งบอสชาตรีก็ได้โพสต์ความรู้สึกจากการได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Chatri Sityodtong ไว้ว่า “ผมประหลาดใจที่ท่านนายกฯ เศรษฐา มอบรางวัลพิเศษแก่ผมในฐานะผู้มีคุณูปการต่อกีฬามวยไทย และรัฐบาลไทยยังให้เกียรติผมเป็นหนึ่งใน  20  ครูมวยผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของวงการมวยไทย ความจริงคือผมเพียงสานต่อสิ่งที่คนรุ่นก่อนปูทางไว้ ผมเป็นหนี้บุญคุณ ครูยอดธง เสนานันท์ และเพื่อนสมัยเด็กในค่ายศิษย์ยอดธงสำหรับความสำเร็จของผม ทุกวันนี้ ผมเป็นหนี้ชีวิตมวยไทย เพราะเกือบ 40 ปีที่ผมรับบทบาทนักเรียน นักมวย ผู้ฝึกสอน เจ้าของค่าย โค้ช และตอนนี้ผมเป็นซีอีโอ  แม้ว่าผมจะไม่เคยไปถึงระดับสูงสุดในฐานะผู้เข้าแข่งขัน แต่ผมก็รู้สึกถึงพระคุณของบทเรียนที่มวยไทยมอบให้ จากการขัดเกลาฝึกฝนนับร้อยนับพันชั่วโมง ผมได้สืบทอดความเข้มแข็ง ความอ่อนน้อม ความกล้าหาญ ความมีวินัย ความมุ่งมั่น ความวิริยะอุตสาหะ และอื่น ๆ อีกมากมาย เหนือสิ่งอื่นใด มวยไทยทำให้ผมมีหัวใจนักรบผู้มีสปิริตคงกระพันที่จะยืนหยัดต่อสู้เพื่อความฝันและประเทศของผม ขอบคุณมวยไทย!!! ” สำหรับกิจกรรมภายในงานครั้งนี้ ยังมีการจัดแสดงอันยิ่งใหญ่เพื่อแสดงให้เห็นถึงคุณค่า และประวัติศาสตร์อันยาวนานของศิลปะมวยไทยในฐานะมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งรวมถึงพิธีการขึ้นครูและการครอบครู โดยกำลังพลของกองทัพบก และนักมวยไทยจากสมาคมมวยพระเจ้าเสือ กว่า 5,000 คน ซึ่งมีการบันทึกไว้เป็นสถิติโลก หรือ Guinness World Records เพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับวงการมวยไทยอีกด้วย
Tags

Sport Themed Hotels ที่พักของคนรักเกมกีฬา ประสบการณ์ที่เหนือกว่าความเอนเตอร์เทน

สำหรับแฟนๆ ที่คลั่งไคล้กีฬา และมองหาประสบการณ์การเสพความเอ็นเตอร์เทนที่ได้อรรถรสมากกว่าเดิม Sport Themed Hotels หรือโรงแรมที่สร้างมาเพื่อตอบโจทย์แฟนกีฬา ถือเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย วันนี้ The Attraction จะพาทุกคนไปรู้จักกับ 5 โรงแรมที่ผสานความคลั่งไคล้มาสู่ที่พักสุด Exclusive 1. Hotel Football – England โรงแรมที่เกิดขึ้นจากการลงขันของ 5 ตำนานนักเตะทีมปีศาจแดง ไรอัน กิกส์, พอล สโคลส์, นิกกี้ บัตต์ และพี่น้องเนวิลส์ ที่ซื้อที่ดินต่อจากแฟนบอลมาสร้างเป็นโรงแรมที่มี DNA ของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดฝังอยู่แทบทุกอณู ตัวโรงแรมอยู่ติดกับสนามโอลด์แทรฟฟอร์ด รังเหย้าของทีมแมนยูฯ โดยวันที่มีแข่งทาง Hotel Football ก็จะมีการจัดกิจกรรมรวมพลดูบอล เปลี่ยนดาดฟ้าเป็นที่รวมพล ซึ่งในวันธรรมดาก็สามารถใช้พื้นที่ด้านบนนี้ เป็นสนามฟุตซอล 5 คนได้อีกด้วย สำหรับแฟนบอลแมนยูฯ ทั่วโลก การได้ไปดูบอลในสนามและเข้าพักในโรงแรมของตำนาน 5 นักเตะยุครุ่งเรือง ถือเป็นทริปในฝันที่สาวกแมนยูฯ หลายคนใส่ไว้ในลิสต์สถานที่ต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิตอย่างแน่นอน 2. Thai Fight Hotel – Thailand โรงแรม Thai Fight เอาใจคอมวยทั่วโลกด้วยการรังสรรค์ที่พักในธีมโฮเทลมวยไทย ขึ้นที่เกาะสมุย ตั้งใจให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์ดันอุตสาหกรรมท่องเที่ยวให้โตขึ้น โดยต่อยอดมาจากแบรนด์ Thai Fight ที่สร้างการจดจำไปทั่วโลกตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี ภายในห้องมีนวม และกระสอบทราย เอาไว้ให้ผู้เข้าพักลุกขึ้นมาใส่เดี่ยวได้ตลอดเวลาที่รู้สึกอยากจะเตะอะไรสักอย่างให้ลอยปลิว หรือการเตะกระสอบทรายไม่ใช่ทาง ที่โรงแรมก็มีคลาสมวยไทนแบบตัวต่อตัวกับครูมวยชื่อดังที่ผ่านสังเวียน Thai Fight มาลงนวม เป็นคู่ซ้อมให้คุณอีกด้วย 3. e-ZONe – Japan อี-โซเนะ อีสปอร์ต โฮเทล ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งในโรงแรมที่สร้างมาเพื่อชาวอีสปอร์ตระดับตัวพ่อ  2 ชั้นแรกของโรงแรมเปิดเป็นพื้นที่สำหรับการเล่นเกมอีสปอร์ตแบบทีม ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับอย่างครบครัน นอกจากสเปคคอมพิวเตอร์และการ์ดจอระดับเทพแล้ว ความเร็วอินเตอร์เน็ตนั้นก็จัดเต็มมาเพื่อประสบการณ์ความเร็วแรง เอาใจคอเกมแบบไม่มีหัวร้อน ชั้นที่ 3 ของโรงแรมออกแบบมาตอบโจทย์คอเกมสาย Solo ที่มาคนเดียวก็เฟี๊ยวได้ เล่นคนเดียวได้อย่างไม่มีเขิน

แฟนบอลร้องกรี๊ด! หลังทรูอัพราคาแพ็คเกจดูบอลพรีเมียร์ลีกเป็น 2,900 บาท/ปี

ถ้าไล่ดูข้อมูลย้อนหลังก็จะเห็นเลยว่าราคาแพ็คเกจขยับขึ้นแทบทุกปี  ชาวเน็ตหลายคนบ่นว่าราคาสูงเกินไป และแพงขึ้นมากจนซื้อไม่ลง ใครที่ยังลังเลว่าจะเอาไงกะชีวิตดี ลองอ่านข้อมูลเหล่านี้ อาจช่วยประกอบการตัดสินใจของคุณได้ดีขึ้น ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษนั้น ถือเป็นลีกฟุตบอลที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดในปัจจุบัน มีฐานแฟนบอลกระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ในประเทศไทยก็มีแฟนบอลทีมใหญ่ๆ อยู่หลายสิบล้านคน แน่นอนว่า การดูบอลก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผูกติดกับชีวิตของใครหลายคนเข้าไปแล้ว เมื่อตัดสินใจเลือกเชียร์และเป็นแฟนคลับทีมไหน ก็จะยกวิญญาณให้สโมสรนั้นตลอดชีวิตไม่มีเปลี่ยนแปร นี่แหละคือเสน่ห์ของฟุตบอลที่มากกว่าเกมกีฬา สำหรับแฟนบอลพันธุ์แท้แล้ว ไม่ว่าราคาไหน ก็พร้อมจ่ายแม้จะต้องกัดฟันควักกระเป๋าก็ตาม  จากราคาที่ชาวเน็ตบ่นว่าแพง The Attraction เลยลองไปสำรวจราคาแพ็คเกจดูบอลของประเทศเพื่อนบ้านดูบ้าง ว่าเค้าต้องจ่ายกันคนละเท่าไหร่บ้างนะ เวียดนาม  ค่าแพ็คเกจดูบอล 175,000 ดอง/เดือน  ประมาณ 257 บาท/เดือน  จำนวนประชากร :  98 ล้านคนโดยประมาณ รายได้ต่อหัว 144,000 บาท/ปี  เงินเดือน 12,000 บาท  จ่ายค่าดูบอล 257 บาท คิดเป็น 2.14 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน  อินโดนีเซีย ค่าแพ็คเกจดูบอล 59,000 รูเปีย/เดือน  ประมาณ 136 บาท/เดือน  จำนวนประชากร :  275 ล้านคนโดยประมาณ รายได้ต่อหัว 165,000 บาท/ปี  เงินเดือน 13,750 บาท  จ่ายค่าดูบอล 136 บาท คิดเป็น 0.98 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน    สิงคโปร์ ค่าแพ็คเกจดูบอล 40.36 ดอลล่าร์สิงคโปร์/เดือน  ประมาณ 1,047 บาท/เดือน  จำนวนประชากร :  5.45 ล้านคนโดยประมาณ รายได้ต่อหัว 2,783,000 บาท/ปี  เฉลี่ยเงินเดือน 231,916 บาท  จ่ายค่าดูบอล 1,047 บาท คิดเป็น 0.45 เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน  มาเลเซีย ค่าแพ็คเกจดูบอล 99.99 ริงกิต/เดือน  ประมาณ 765 บาท/เดือน  จำนวนประชากร
Tags

แฟนบอลว้าวเลย หลัง Premier League อัพคลิป Player Cam เห็นมุมมองของผู้เล่นในสนาม หยั่งกะได้ลงไปเล่นเอง

แฟนบอลกดว้าว หลัง Premier League อัพคลิป Player Cam เห็นมุมมองของผู้เล่นในสนาม หยั่งกะได้ลงไปเล่นเองแหน่ะเห้ย มุมกล้องนี้ถูกติดบริเวณหน้าอกของ ยูริ ติเลอมองส์ กองกลางตัวใหม่ที่ย้ายมาร่วมทีมแอสตันวิลล่า แม้จะเป็นเพียงฟุตบอลนัดกระชับมิตร แต่เราก็ได้เห็นการวิ่งบีบเพรสซิ่งกันอย่างดุดัน สมราคาลีกอันดับหนึ่ง ตามมาตรฐานทีมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ . การได้เห็นมุมมองของผู้เล่นในระดับมืออาชีพนี้ คล้ายๆ กับมุมมอง Career Mode ในเกม FIFA ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการช่วยพัฒนาฝีเท้าของนักเตะรุ่นใหม่ๆ ในอนาคต .    https://www.youtube.com/watch?v=Ghmk_K7vMw8

ซีเกมส์ระดับตำนาน กัมพูชายืนหนึ่งนักสร้างคอนเทนต์ ที่ชาติอื่นๆ ต้องยกนิ้วให้

กีฬากระชับความสัมพันธ์ระหว่างชาติสมาชิกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่าง SEA GAMES 2023 ครั้งล่าสุดนี้ นับได้ว่าเปิดฉากมาอย่างเร้าใจ สร้างเอนเกจเมนต์ในโลกโซเชียลชวนให้แฟนๆ กีฬานานาประเทศแห่เข้ามาคอมเมนต์ได้ไม่เคยขาด ซึ่งถ้ามองในแง่ของการกระชับความสัมพันธ์ ก็พูดได้เลยว่าซีเกมส์ครั้งนี้ประเทศเจ้าภาพทำได้บรรลุเป้าเกินคาด เพราะชาติสมาชิกที่เหลือนั้นต่างสามัคคีกลมเกลียว เป็นหนึ่งเดียวในโลกโซเชียลอย่างไม่เคยมีมาก่อน The Attraction เองแม้พยายามห้ามใจตัวเองเท่าไหร่ แต่ก็ต้องยอมรับตรงๆ ว่าทนพลังแห่งแรงดึงดูดของชาติเจ้าภาพไม่ไหวจริงๆ การได้รับชมซีเกมส์ในปีนี้ บางคอมเมนต์ถึงกับบอกว่า มันได้อรรถรสราวกับการรับชมดราม่าซีรีส์ดีๆ เรื่องหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งหักเหลี่ยมเฉือนคม เคล้าอารมณ์คอมเมดี้ ที่ผู้กำกับและผู้อำนวยการสร้าง รังสรรค์ผลงานออกมาได้สะกิดใจผู้ชม โดยใช้ทุนสร้างในระดับหนังเกรดบีเท่านั้น คอนเทนต์สุดสร้างสรรค์ระดับตำนานนี้ จะมีช็อตไหนโดนใจเราบ้าง ไปรับชมกันเลย Martial arts figure prominently in many Asian cultures, and the first known traces. 1. กัมพูชาคว้าแชมป์แบดมินตันซีเกมส์ครั้งประวัติศาสตร์ (เพราะไม่อนุญาตให้ชาติที่เก่งกว่าส่งนักกีฬาเข้าแข่งขัน) อาาาาาา…เมื่อกัมพูชาห้ามชาติชั้นนำในกีฬาชนิดนี้อย่าง ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เวียดนาม และสิงคโปร์ ส่งทีมเข้าร่วม ทำให้เหลือทีมในระดับเทียร์ 2 เพียง 5 ชาติ ประกอบด้วย กัมพูชา, เมียนมาร์, สปป.ลาว, บรูไน และ ติมอร์ เลสเต และเพื่อเป็นการการันตีเหรียญทอง สมาคมกีฬากัมพูชายังรับบทสายเปย์ “โอนไว” คว้าตัวนักแบดจีน “จง เหมง” โอนสัญชาติมาเป็นกำลังสำคัญช่วยทีมขะแมร์คว้าชัยได้ทั้ง 5 แมตช์ที่ลงสนาม วางกลยุทธ์รัดกุมขนาดนี้ จะพลาดเหรียญทองได้ไงเนอะ 2. เห็นทรงนักกีฬาบาสเก็ตบอลทีมขะแมร์ ถึงกับต้องอุทานว่า “เจ้าคนบ้านได๋” เพราะผู้ชมที่เปิดดูการแข่งขันผ่านหน้าจอจะเข้าใจว่านี่คือแข่งบาส NBA ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หลังทีมบาสเก็ตบอลชายกัมพูชา ประเภท 3×3 คว้าเหรียญทอง ซีเกมส์ 2023 แต่ก็มีดราม่าเกิดขึ้น เพราะได้ส่งนักกีฬาโอนสัญชาติมาแข่งขันดังนี้ซายีด บริดเจ็ด อายุ 25 ปี (ลีกกรีซ)แบรนดอน ปีเตอร์สัน อายุ 32 ปี (ลีกจอร์แดน)ดาร์ริน ดอร์ซี อายุ 36 ปี (ลีกจอร์แดน) โดยเฉพาะแมตช์ที่ปะทะแชมป์เก่าทีมยัดห่วงไทย