Skip links

Events

Tags

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จัดใหญ่ “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ชู 55 เมืองรอง ด้วย ‘Hidden Gems’ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินหน้ากระตุ้นท่องเที่ยวปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงปี 2569 ผลักดันศักยภาพ “เมืองรอง” 55 จังหวัด ผ่านงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” ภายใต้แนวคิด “เมืองรอง เมืองที่ทุกคน ต้องลอง” ต่อยอด จุดแข็งด้านวัฒนธรรม–ธรรมชาติ–วิถีชุมชน เพื่อนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีมูลค่า คาดว่าการจัดงานจะช่วย ผู้ประกอบการและชุมชนกว่า 25,000 ราย และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม กระจายรายได้สู่พื้นที่เมืองรองทั่วประเทศ นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินหน้ามาตรการเร่งกระตุ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยในช่วงที่ผ่านมาได้ดำเนินมาตรการเชิงรุก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล ทั้งการยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้มีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย ตามมาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นป้ายบอกทาง ห้องน้ำสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ และสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมรองรับการท่องเที่ยวตลอดปี นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรองผ่านมาตรการสำคัญ ได้แก่ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน 2568 ที่สนับสนุนค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวในเมืองรอง 50% โครงการ “เที่ยวดีมีคืน” ที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 30,000 บาท พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการ ผลักดันเมืองรองให้เป็น MICE Cities รวมทั้งส่งเสริมการจัดงาน เทศกาล และประเพณีท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักในระดับประเทศ ตลอดจนสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) ผ่านมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว เพื่อช่วยฟื้นฟูภาคธุรกิจโรงแรมและบริการในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กระทรวงฯได้ตั้งเป้าให้การท่องเที่ยวเมืองรองเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจไทย สามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศอย่างยั่งยืน สำหรับงาน “เทศกาลเมือง (ต้อง) รอง” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เมืองรอง เมืองที่ทุกคน ต้องลอง” ด้วยไฮไลต์สำคัญ 5 MUST DO | 5 HIDDEN GEMS | 55 DESTINATIONS รวบรวมเสน่ห์การท่องเที่ยว วิถีชีวิต และอารยธรรมจากทั้ง 5 ภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ ภาคเหนือ
Tags

“Season of Love Song ครั้งที่ 15” หนาวสุด ฟินสุด มันส์สุด ยันเช้า!

ผ่านพ้นไปเป็นที่เรียบร้อยกับเทศกาลดนตรี “Chang Music Connection Presents Season of Love Song ครั้งที่ 15” เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์กคอนเสิร์ตฤดูหนาวที่แฟนเพลงนับหมื่นมารวมตัวกัน ปีนี้หนาวแบบจริงจัง ณ เวเนโต้ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ในธีม Fantastic Circus ที่ได้เนรมิตเวทีคอนเสิร์ตกลางธรรมชาติให้กลายเป็นคานิวัลแห่งเสียงดนตรี มาพร้อมชิงช้าสวรรค์ การต้อนรับจากนุ้งแกะ สีสัน และการตกแต่งทุกมุมประดับด้วยแสงไฟทั่วทั้งงาน เอ็นจอยไปกับเสียงเพลงและบรรยากาศลมหนาวตลอดค่ำคืนวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ถึงเช้าวันอาทิตย์ ด้วยอุณหภูมิที่ต่ำลงเรื่อยๆ ตลอดทั้งคืน โดยผู้จัด CI Showbiz ที่สร้างสรรค์โชว์อัดแน่นกว่า 15 ชั่วโมงเต็ม เริ่มกันด้วยเปิดโชว์แรกช่วงบ่ายจากสาวๆ เกิร์ลกรุ๊ปวงน้องใหม่ “THX” ที่โชว์เรียกน้ำย่อยแจกความน่ารัก สดใส ต้อนรับชาว SoLS ซึ่งฝีมือไม่ธรรมดาจริงๆ ต่อด้วย คู่หูเพลงรัก “SERIOUS BACON” ฟังเพลงชิลๆ เพลิดเพลินไปกับแสงแดดอ่อนๆ แบบอบอุ่น ต่อเนื่องด้วยหนุ่ม “PUN” ศิลปินเดี่ยวมาแรงยุคนี้ ที่กำลังขึ้นแท่นขวัญใจแฟนเพลงรุ่นใหม่ มากับซาวด์ดนตรีเคลิ้มๆ ฟินได้ทุกเพลงแบบโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเข้าสู่ช่วงยามเย็น โชว์สกิลแร็ปด้วย “D GERRARD” ของจริงที่ไม่พูดพร่ำทำเพลง แค่เริ่ม Flow ชาว SoLS ก็โยกตามกันแล้ว และขอต้อนรับช่วงค่ำด้วย “LIPTA” สองหนุ่มวงป็อปแถวหน้าที่แฟนเพลงทุกเจเนอเรชันชื่นชอบ มาสร้างสีสันและรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเพลงฮิตที่ทำให้หยุดยิ้มไม่ได้ ร่วมร้องและร่วมเต้นท่ามกลางบรรยากาศลมหนาวแบบต่อเนื่อง แต่ความฮอตยังทวีคูณสู้ลมหนาว เพราะสาวๆ “4EVE” แห่งวงการ T-POP ขึ้นมาโชว์สเต็ปฮอตๆ กับท่าเต้นสุดฮิต เป็นปีที่ 2 ให้ชาว SoLS ได้กรี๊ด กับเสน่ห์เฉพาะตัว ไฟลุกเวทีอีกครั้ง มาถึงศิลปินแห่งยุคที่ทุกคนรอคอย “NONT TANONT” พร้อมบทเพลงคลั่งรักและพลังเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ สานต่อโมเมนต์สุดพิเศษให้แฟนๆ ฟินต่อเนื่องตลอดทั้งคืนแบบไม่มีเบื่อ พร้อมส่งต่อเวทีให้กับ “TILLY BIRDS” มาทั้งทีเสิร์ฟเพลงฮิตแบบจุกๆ ถ่ายทอดความสนุก และความเป็นกันเองให้แฟนๆ
Tags

ทำไมกินเจ ต้องน่าหวาดเสียว? พิธีกรรมระหว่างร่างกาย จิตวิญญาณ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ทุกปี เมื่อถึงเทศกาล “กินเจ” หรือบางแห่งเรียกว่า “ถือศีลกินผัก” นอกจากธงสีเหลืองอร่ามที่แพร่สะพัดโดยทั่วแล้ว ในโลกออนไลน์ก็มักจะมีภาพบางส่วนของประเพณีที่ “น่าหวาดเสียว” แพร่สะพัดไปตามช่วงเทศกาล ซึ่งคนที่ไม่คุ้นเคยกับประเพณีดังกล่าวก็อาจตั้งคำถาม ตามหาเหตุผล ตลอดจนแสดงความเห็นไปในเชิงลบ ว่าปรากฏการณ์มันคืออะไรกัน?  ซึ่งบทความนี้จะมีคำตอบให้หรือไม่? ก็คงต้องลองอ่านดูก่อน…   เดิมทีแล้ว หลักฐานที่มาของเทศกาลกินเจในประเทศไทยนั้นค่อนข้างคลุมเครือ ไม่เป็นที่แน่ชัดนัก เนื่องจากเทศกาลนี้ไม่ได้เป็นที่นิยมในจีนแผ่นดินใหญ่แต่อย่างใด ทว่าชาวจีนที่อพยพมายังประเทศไทยนี่เอง ที่นำเอาความเชื่อเรื่องการ “ถือศีลกินผัก” เดินทางข้ามแผ่นดินมาถึงสยาม เริ่มต้นจากทางตอนใต้ของบ้านเรา ในช่วงศตวรรษที่ 13 และ 14 ชาวจีนโพ้นทะเลหลายรายย้ายถิ่นฐานเข้ามา และบังเอิญพบแร่ดีบุกเข้า จึงปักหลักทำเหมืองแร่บริเวณตอนใต้ที่ขณะนี้เป็นของประเทศไทย และว่ากันว่า บรรพบุรุษแดนมังกรกลุ่มนี้ อาจจะเป็นกลุ่มที่นำพาธรรมเนียมการ “กินเจ” เข้ามาเป็นกลุ่มแรกๆ ก็อาจจะเป็นได้  แล้วการปฏิบัติตนอยู่ในศีล กลายเป็นแบบที่เราเห็นได้ยังไง? หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งใช้คำเรียกประเพณีว่า “ถือศีลกินผัก” โดยมีคำบอกเล่าว่า เมื่อ พ.ศ. 2368 คณะงิ้วเร่จากเมืองจีน เดินทางมายัง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ซึ่งขณะนั้นกำลังเผชิญกับไข้ป่าระบาด คณะงิ้วจึงประกอบพิธีบวงสรวงตามความเชื่อของตน รักษาศีล-กินเจ หลังจากนั้นโรคร้ายก็หายไปจากชุมชน ชาวบ้านจึงพากันยึดถือศรัทธาตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการกินเจหรือบวงสรวงเทพเจ้า นับตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงวันนี้ ก็เป็นเวลา 200 ปีพอดี ประเพณีดังกล่าวนับว่าสะท้อนสังคมพุทธแบบไทย ซึ่งบางแห่งมีลักษณะเป็น “พุทธพหุเทวนิยม” คือมีความเชื่อในองค์เทพหลายองค์ มีการบูชาบรรพบุรุษ มีเจ้าเข้าทรง รวมถึงเทพพื้นบ้านต่างๆ ที่มีมาแต่เดิม ทำให้เกิดเป็นความเชื่อที่ผสมผสาน โดยความเชื่อที่อยู่ใน “ม้าทรง” นั้นมีอยู่ว่า ขณะประกอบพิธี ม้าทรงจะมีเทพเจ้าประทับร่างอยู่ และมีพิธีกรรมเกี่ยวกับร่างกาย ใช้ของปลายแหลม, เดินลุยไฟ ฯลฯ ทั้งหมดเป็นความเชื่อเกี่ยวกับการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่อาจส่งผลต่อผู้คนหรือชุมชน และเชื่อว่าผู้ที่ประกอบพิธีกรรมเหล่านี้ ได้รับเคราะห์ร้ายต่างๆ ไว้แทนคนทั้งเมืองแล้ว  ลักษณะดังกล่าว จึงเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนความหลากหลาย ทั้งในกลุ่มชนและความเชื่อ ซึ่งผสมผสานอยู่ในวัฒนธรรมไทยได้เป็นอย่างดี  ท้ายที่สุดแล้ว เทศกาลกินเจจึงเป็นภาพสะท้อนหนึ่งของความพยายามที่จะเชื่อมโยงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เข้ากับความเปราะบางของชีวิต เราอาจมองเห็นพิธีกรรมอันน่าหวาดเสียว หรือความศรัทธาที่ดูเข้มข้น แต่หากมองลึกลงไป มันคือกลไกของสังคมที่พยายามหาความหมายบางอย่างท่ามกลางความไม่แน่นอนของชีวิต การกินเจจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของอาหารหรือศีลเท่านั้น หากยังเป็นการตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ ธรรมชาติ และสิ่งที่เรามองไม่เห็น สิ่งที่แม้เวลาผ่านไปสองศตวรรษ ก็ยังคงทำให้ผู้คนอยากเข้าใจ ทั้งเข้าใจในเหตุผลของความเชื่อ
Tags

“Tron: Ares ทรอน แอรีส” เปิดฉากสงคราม AI ยกระดับโลกดิจิทัล สู่ประสบการณ์ไซไฟสุดล้ำใจกลางกรุงเทพฯ ก่อนระเบิดความมันเต็มพิกัด 9 ตุลาคมนี้ ในระบบ IMAX

การกลับมาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกดิจิทัลได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว! “Tron: Ares ทรอน แอรีส” ภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟฟอร์มยักษ์แห่งปีจาก Walt Disney Studios ได้ฤกษ์เปิดตัวอย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยการเนรมิตพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานครให้กลายเป็น “The Grid” โลกดิจิทัลสุดล้ำที่แฟน ๆ ทั่วโลกรอคอย ในงาน “Tron: Ares Light Installation” ที่ Infinicity Hall ชั้น 5 สยามพารากอน งานเปิดตัวครั้งนี้ไม่เป็นเพียงแค่การเผยโฉมภาพยนตร์ แต่คือการมอบประสบการณ์เหนือจริงที่พาผู้ร่วมงานก้าวเข้าสู่สมรภูมิของแสงและเสียงแห่งโลกอนาคต Infinicity Hall ถูกเปลี่ยนให้เป็นสนามประลองสุดล้ำ ด้วยเส้นแสงเลเซอร์สีนีออนอันตระการตาที่พาดผ่านผนังและเพดาน ผสานกับจังหวะดนตรี EDM สุดเร้าใจที่กระตุ้นอะดรีนาลีน จัดเต็มด้วยการแสดงแสงสีสุดตื่นตาที่จำลองบรรยากาศของโลก Tron ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้ผู้ชมได้อินไปกับสงครามระหว่างมนุษย์และ Ares นักรบเอไออัจฉริยะที่ถูกส่งมาทำภารกิจในโลกจริง บรรยากาศในค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยเหล่าคนดังและแฟน Tron ตัวจริงที่มารวมตัวกันอย่างคึกคัก นำโดยสองดาราผู้หลงใหลในโลกไซไฟอย่าง ธามไท แพลงศิลป์ และ เก้า-สุภัสสรา ธนชาต ที่ได้ร่วมแชร์ความประทับใจต่อแฟรนไชส์นี้ รวมถึงความตื่นเต้นกับเนื้อหาใหม่ที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม จากนั้นจึงเป็นการปิดท้ายค่ำคืนด้วยปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้แสงเลเซอร์และดนตรีจากดีเจชื่อดังระดับโลก 22Bullets ที่ระเบิดความมันด้วยบีตที่สอดรับกับความล้ำสมัยของ Tron: Ares สร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้ทุกคนได้เตรียมพร้อมก่อนการฉายจริงในโรงภาพยนตร์ 9 ตุลาคมนี้ เสียงตอบรับสุดยอด: ยกระดับประสบการณ์ไซไฟสู่จอ IMAX นอกจากปาร์ตี้สุดพิเศษแล้ว งานนี้ยังมีการจัดฉายภาพยนตร์รอบสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก ซึ่งเสียงตอบรับที่กลับมานั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกันว่า “Tron: Ares ทรอน แอรีส” คือปรากฏการณ์ใหม่แห่งภาพยนตร์แอ็กชันไซไฟที่ครบเครื่องในทุกมิติ นักวิจารณ์ต่างยกย่ององค์ประกอบศิลป์ที่ยอดเยี่ยมและไร้ที่ติ ทั้งงานภาพที่ตระการตา การออกแบบฉากแอ็กชันที่เฉียบคม และมิติเสียงที่โอบล้อมผู้ชม จุดที่ได้รับคำชมเป็นพิเศษคือการถ่ายทอดเรื่องราวที่แปลกใหม่และลุ่มลึก ผ่านการเดินทางของ Ares (รับบทโดย Jared Leto) จากการเป็นปัญญาประดิษฐ์ที่มีเป้าหมายชัดเจน สู่การค้นหาและทำความเข้าใจในแก่นแท้ของ “ความเป็นมนุษย์” ซึ่งสร้างความประทับใจด้านอารมณ์ความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง ผู้ชมและสื่อมวลชนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือภาพยนตร์ที่ ควรค่าแก่การไปดูในโรงภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ระบบ IMAX ซึ่งจะมอบประสบการณ์เต็มอารมณ์ยิ่งกว่า ด้วยภาพที่เต็มตาและเสียงที่ทรงพลัง ทำให้ทุกอณูของโลกดิจิทัล The Grid มีชีวิตชีวาและสัมผัสได้ถึงความมันทะลุจอ การปะทะกันของโลก:
Tags

ANNYEONG! เพื่อนรักตะลุยเกาหลี: มหกรรมสัตว์เลี้ยง ‘เพ็ท วาไรตี้ 2025’ ที่สุดแห่งปี!

  อิมแพ็คฯ ผู้จัดงานแสดงสินค้าและบริการด้านสัตว์เลี้ยงชั้นนำของไทย พร้อมแล้วที่จะพาทุกท่านเข้าสู่โลกของสัตว์เลี้ยงที่ยิ่งใหญ่และมีสีสันกว่าที่เคย ในงาน “สมาร์ทฮาร์ท พรีเซนต์ส ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล เพ็ท วาไรตี้ เอ็กซิบิชั่น 2025” หรือที่รู้จักกันในชื่อ เพ็ท วาไรตี้ (Pet Variety) ครั้งที่ 15! งานนี้จัดขึ้นอย่างอลังการต่อเนื่อง 4 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 9-12 ตุลาคม 2568 ณ อาคาร 7-8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้ธีมสุดเก๋ไก๋แห่งปี “ANNYEONG เพื่อนรักตะลุยเกาหลี” เพ็ท วาไรตี้ 2025 ได้ยกระดับสู่การเป็น Lifestyle Pet Exhibition แบบครบวงจรอย่างแท้จริง บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ที่รวมสัตว์เลี้ยงหลากหลายสายพันธุ์และ สัตว์ Exotic หายากไว้กว่า 20,000 ตัว พร้อมบูธสินค้าและบริการจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 250 บูธ โดยคาดการณ์ว่างานนี้จะดึงดูดผู้เข้าร่วมงานกว่า 150,000 คน และสร้างเม็ดเงินสะพัดภายในงานได้สูงถึงกว่า 80 ล้านบาท เลยทีเดียว Pet Variety: มากกว่างานแฟร์ แต่คือ Lifestyle Pet Exhibition! นางสาวกุลวดี จินตวร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสการเลี้ยงสัตว์ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสัตว์เลี้ยงพิเศษหรือสัตว์ Exotic ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้เลี้ยงในปัจจุบันมองสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวและต้องการประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การซื้อสินค้า งานเพ็ท วาไรตี้ 2025 จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทั้งกลุ่ม Gen Z Pet Parents, ครอบครัวคนรุ่นใหม่, และ Exotic Lovers ที่กำลังขยายตัวในประเทศไทย ด้วยการนำเสนอสินค้า บริการ กิจกรรม และโซนสัตว์
Tags

สารทเดือนสิบนครศรีธรรมราช ผนวกหมุดหมายนักเดินทางสายมู และแคมเปญ “เทสใต้ Tasty: เมนูอาหารสีดำ”

เทศกาลท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงการสืบสานประเพณี แต่กำลังถูกยกระดับให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในรูปแบบ Festival Economy ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสืบสานวัฒนธรรมแต่เป็นการลงทุนทางเศรษฐกิจที่สร้างชื่อเสียงให้ กับจังหวัด สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจท้องถิ่น เช่นเดียวกับ “งานสารทเดือนสิบ นครศรีธรรมราช” ที่กำลังได้รับการยกระดับผ่านความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน นำโดย หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช, YEC นครศรีธรรมราช, สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการภาคใต้ หรือ ทีเส็บ เป็นหัวเรือใหญ่ ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครศรีธรรมราช และผู้ประกอบการในจังหวัด ผลักดัน Local Festival อันมีเอกลักษณ์นี้ไปสู่ Flagship Festival ให้สามารถต่อยอดได้ในระดับสากล เริ่มคิกออฟด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “เทสใต้ Tasty: เมนูอาหารสีดำ” ภายใต้แนวคิด “ชวนคนคอนหลบบ้าน รับตายาย สไตล์ใหม่” ผนวก Soft Power ด้านความเชื่อเข้ากับอัตลักษณ์อาหารพื้นถิ่น และเทรนด์การท่องเที่ยว สายมู  เพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นสู่เทศกาลระดับประเทศที่ยังคงเชื่อมโยงกับคนรุ่นใหม่ ได้อย่างทันสมัยและ น่าจดจำ โดยใช้ “อาหาร” เป็นภาษากลาง เทศกาลสารทเดือนสิบ = เทศกาลกระตุ้นเศรษฐกิจ นายสิทธิพันธุ์ ปิติเจริญกิจ ประธานผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า “เราต้องการยกระดับเทศกาลสารทเดือนสิบให้กลายเป็น Magnet ของเศรษฐกิจจังหวัดไม่ใช่แค่พิธีกรรม และความเชื่อ แต่เป็นงานที่ดึงดูดนักเดินทางรุ่นใหม่ และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจบริการ โดยในมิติของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมนั้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นำร่อง ร่วมยกระดับด้วยการจัดงาน Must Mu ชูจุดขายเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนธรรม และ Soft Power ด้านความเชื่อ ซึ่งปีนี้ YEC นครศรีธรรมราช ได้ร่วมมือกับ ทีเส็บ ภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)และผู้ประกอบการ ท้องถิ่น ผนึกกำลังร้านอาหารชื่อดังทั่วเมืองเพื่อสร้างสรรค์ เมนูสีดำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความขลังและความเชื่อ เชื่อมโยงกับ Soft Power ของเทศกาลภายใต้แคมเปญ

สารทเดือนสิบเมืองคอน : “หลบบ้าน” ปีนี้ ห้ามพลาดของดีเมนูอาหารสีดำ

“เดือนสิบให้เห็นหน้า เดือนห้าให้เห็นตัว” คือ ถ้อยคำที่ปู่ย่าตายายชาวใต้พูดสืบต่อกันมา เป็นเหมือนนาฬิกาหัวใจที่นับวันรอให้ลูกหลานกลับบ้านมาพร้อมหน้า เพราะสารทเดือนสิบไม่ใช่เพียงงานบุญ แต่คือสัญญาใจเพื่อสานสายใยในครอบครัว ว่าอย่างน้อยปีละครั้ง ทุกคนจะได้กลับมากินข้าวด้วยกัน ทำบุญอุทิศเพื่อบรรพบุรุษ และเติมเต็มความคิดถึงที่เก็บไว้นาน ในปีนี้ ความหมายของคำว่า “หลบบ้าน” หรือ “กลับบ้าน” ยิ่งลึกซึ้งไปกว่าเดิม เมื่อเทศกาลสารทเดือนสิบที่สืบสานกันมานับพันปี ถูกต่อยอดสู่ เมนูอาหารสีดำ ที่ทั้งน่าลิ้มลองและเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ เป็นบทพิสูจน์ว่าประเพณีเก่าแก่ก็สามารถก้าวข้ามกาลเวลาได้ โดยยังคงรักษาแก่นแท้ของความกตัญญูเอาไว้อย่างครบถ้วน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ “เทสใต้ Tasty เมนูอาหารสีดำ” ที่มีแนวคิดจะยกระดับ ไม่ใช่เพียงแค่ดึงดูดลูกหลานให้กลับมาสัมผัสเสน่ห์ใหม่ๆ ของเมือง แต่ยังรวมถึงการดึงดูดนักเดินทางใหม่ๆ ให้เข้ามาในจังหวัดมากขึ้นเช่นกัน  ในเดือนกันยายนนี้ กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (YEC) หอการค้าจังหวัดนครศรีธรรมราช ภายใต้การขับเคลื่อนของ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคใต้ หรือ ทีเส็บ ชักชวนร้านอาหารกว่า 30 ร้าน ใน 7 อำเภอ ได้แก่ เมือง พรหมคีรี ขนอม สิชล ท่าศาลา ทุ่งสง และ ปากพนัง เพื่อร่วมกันรังสรรค์เมนูอาหารสีดำขึ้นมาเป็นพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาล โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อเรื่อง “ความขลัง” และ “ความมู” ของจังหวัด  “สีดำ” จึงถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความลึกลับและศักดิ์สิทธิ์ที่สอดคล้องกับความเชื่อเรื่องการเดินทางของวิญญาณบรรพบุรุษในช่วงสารทเดือนสิบ หัวใจหลักของโครงการคือการใช้ “อาหาร” เป็น Soft Power เพื่อเล่าเรื่องราวของประเพณีนี้ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้อย่างง่ายดาย หัวใจของงาน: “หมฺรับ” สำรับแห่งความกตัญญู หากพูดถึงประเพณีสารทเดือนสิบ คำแรกที่คนใต้ทุกคนต้องนึกถึงคือ “หมฺรับ” หรือ “มฺรับ” ในภาษาใต้ ซึ่งหมายถึง “สำรับ” ศักดิ์สิทธิ์ที่ลูกหลานจัดทำขึ้นอย่างประณีตเพื่อนำไปถวายพระสงฆ์และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับที่เชื่อกันว่าได้เดินทางกลับมาเยี่ยมโลกมนุษย์ หมฺรับจึงเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่สะท้อนถึงความเชื่อ ความผูกพัน และหัวใจของความเป็นคนใต้ที่ให้ความสำคัญกับความกตัญญูเป็นอย่างยิ่ง   ภาพจำในอดีตของหมฺรับคือ กระบุงไม้ไผ่สานขนาดใหญ่ ที่บรรจุสิ่งของนานาชนิดจนเต็มเปี่ยม แม้ปัจจุบันจะเปลี่ยน เป็นถาดหรือกระเชอที่ทันสมัยขึ้น แต่แก่นสารและความหมายไม่เคยจางหายไป สิ่งของที่จัดเรียงอย่างเป็นระเบียบภายในหมฺรับแต่ละชั้นล้วนมีนัยยะสำคัญซ่อนอยู่ และเชื่อกันว่าเป็นของใช้จำเป็นสำหรับการเดินทางของดวงวิญญาณในโลกหน้า เปรียบเสมือนการจัดเตรียม “สัมภาระ” ให้บรรพบุรุษได้เดินทางอย่างสะดวกสบายและมีความสุข   ชั้นล่างสุด: มักบรรจุ
Tags

“วันปล่อยเสือ ปี 5” เทศกาลดนตรีรักษ์โลกที่แรกของไทย! มันส์แบบยั่งยืนไปพร้อมกัน 25-26 ตุลาคมนี้

ชาวร็อก ชาวอินดี้ และชาวป่าเตรียมตัวให้พร้อม! “วันปล่อยเสือ ปี 5” เทศกาลดนตรีสไตล์ลูกเสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดกำลังจะกลับมาแล้ว โดยปีนี้มาพร้อมคอนเซปต์ใหม่ที่แหวกแนวและน่าสนใจสุดๆ กับการเป็น เทศกาลดนตรี Eco-Friendly อย่างเต็มรูปแบบครั้งแรกของเมืองไทย! จัดโดย HEAVY ORGANIZER ผู้จัดเจ้าเดิมที่บ้าคลั่งและคร่ำหวอดในวงการ นำทีมโดย เฮง โคตรอินดี้ หรือคุณบุรินทร์ทร แซ่ล้อ ปีนี้พวกเขาพร้อมชวนทุกคนมา “มันส์” ไปพร้อมๆ กับการสร้าง “ความยั่งยืน” ในงาน “LEO presents วันปล่อยเสือ ปี 5 ตอน จงมันส์ดี” งานนี้จัดหนักจัดเต็ม 2 วัน 5 เวทีธรรมชาติ ที่ค่ายลูกเสือภูริทัต อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ในวันที่ 25-26 ตุลาคม 2568 พบกับทัพศิลปินไทยกว่า 70 วง พร้อม 20 วัฒนธรรมร่วมสมัย และ 10 ฐานกิจกรรมสุดมันส์ ที่จะสร้างประสบการณ์ที่ทั้งสนุกและดีต่อโลกไปพร้อมๆ กัน ความมันส์ที่มาพร้อมกับความยั่งยืน วันปล่อยเสือปี 5 นี้จะเป็นต้นแบบของเทศกาลดนตรีเพื่อสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ไม่ใช่แค่คำพูด แต่ลงมือทำจริงทุกขั้นตอน ทั้งระบบ Zero Waste (ถังปุ๋ยจากเศษอาหาร), Refill Zone (จุดเติมเครื่องดื่มด้วยแก้วและขวดที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้), การใช้ พลังงานสะอาด จากโซลาร์เซลล์บนเวที, การใช้ รถไฟฟ้า/จักรยานไฟฟ้า ในงาน, การ ปลูกต้นไม้ เพื่อชดเชยคาร์บอน ไปจนถึงการ ลด-คัดแยก-รีไซเคิลขยะ 100% เรียกได้ว่าทุกรายละเอียดใส่ใจเพื่อโลกของเรา ความตั้งใจจริงนี้ทำให้งานได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากทั้งแฟนเพลงขาประจำและพาร์ทเนอร์สายกรีนที่พร้อมจะมาร่วมกันสร้างสรรค์เทศกาลดนตรีแห่งความยั่งยืนนี้ งานแถลงข่าวที่อัดแน่นไปด้วยความมันส์ เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา งานแถลงข่าวจัดขึ้นอย่างเป็นกันเองในสไตล์วันปล่อยเสือ ณ Hard Rock Cafe Bangkok เริ่มต้นความสนุกด้วยการแสดงจาก โหน่ง หัสดี และ หนู มิดด้าม
Tags

“หลิง–ออม” แท็กทีมสะกดแฟนด้อมกลางเซ็นทรัลเวิลด์ ในงาน “DO DAY DREAM: Innovate for a Better Future”

บรรยากาศที่เซ็นทรัลเวิลด์ร้อนแรงขึ้นทันที! เมื่อสองสาวไอคอนแห่งปี “หลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง” และ “ออม – กรณ์นภัส เศรษฐรัตนพงศ์” ควงคู่ขึ้นเวทีในงาน “DO DAY DREAM: Innovate for a Better Future” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ของสองแบรนด์ดัง SPARKLE และ LESASHA งานนี้แฟนคลับทั้งไทยและต่างชาติ ต่างมาให้กำลังใจกันแน่นพื้นที่ พร้อมเสียงกรี๊ดสนั่นตั้งแต่ทั้งคู่ปรากฏตัว บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและพลังแฟนด้อมที่ผลักดันให้ทั้งสองแบรนด์เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีที่ผ่านมา บนเวที “หลิงหลิง” เผยว่า SPARKLE คือ Must-Have ไอเทมที่ใช้ทุกวันเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ส่วน “ออม” ก็ย้ำว่า LESASHA ไม่ใช่แค่เครื่องทำผม แต่คือไอเทมเสริมลุคที่ช่วยให้มั่นใจได้ทุกวัน ทั้งคู่ยังไม่ลืมขอบคุณแฟน ๆ ที่คอยอยู่เคียงข้างและส่งพลังบวกเสมอมา เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นพลัง Fandom Marketing ที่ Do Day Dream ใช้เพื่อเชื่อมโยงผู้คนกับแบรนด์ได้อย่างทรงพลัง สมฐานะคู่จิ้นแห่งยุค ที่ทรงอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมบันเทิงในสาย Girl’s love ในช่วงปีที่ผ่านมา

คิง เพาเวอร์ เฉลิมฉลองวันมหาสงกรานต์สุดคึกคัก ในงาน “อภิมหาสงกรานต์รางน้ำ มโหฬาร มหาสนุก” ยกทุก BEACH! สนุกสุดขีดให้โลกจำ

พบกับขบวนพาเหรดสุดยิ่งใหญ่จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-รางน้ำ นำโดย อาโป-ณัฐวิญญ์, วิน-เมธวิน, ต้าห์อู๋-พิทยา และออฟโรด-กันตภณ