Skip links

Editor’s Pick

ธาตุทองซาว = ธาตุทองยี่สิบ 20 เรื่องราว ABOUT ธาตุทองซาวด์ YOU NEED TO KNOW!

จั่วหัวมาแค่ชื่อเพลง หลายคนก็ฮัมเนื้อร้องคลอทำนองอยู่ในใจกันได้อย่างพร้อมเพรียง โย่ววว! และนี่คือเสียง…รถด่วนขบวนสุดท้าย แว่วดังฟังแล้วใจหาย หัวใจน้องนี้แทบ ฮ่วย! คนละเพลง! แอบแวะเล่นมุกสามบาทห้าบาทก็อย่าเพิ่งกดโกรธให้ The Attraction เลยน้า แฮร่ๆ เอาน่า ..เพื่อให้การฟังเพลงนี้สนุกยิ่งขึ้นในคราถัดไป เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ 20 ข้อที่เรานำมาเสนอ อาจจะช่วยให้คุณฟังเพลงนี้ได้เต็มอรรถรสมากกว่าเดิมก็ได้นะ Martial arts figure prominently in many Asian cultures, and the first known traces. 1. แรงบันดาลใจของอัลบั้มนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนวัดธาตุทอง โรงเรียนของ YOUNGOHM 2. YOUNGOHM ซึมซับฟีลลิ่งเด็กวัดตั้งแต่ประถมยันมัธยมที่วัดธาตุทอง 12 ปีเต็มๆ 3. ธาตุทองซาวด์ ก็คือ “เสียงจากเด็กวัด” ถ่ายทอดความเป็นยังโอมให้ทุกคนได้รู้จัก 4. โดยอัลบั้ม ‘ธาตุทองซาวด์’ เป็นการเล่าเรื่องราวในความทรงจำของยังโอม ในวันที่เขาและเพื่อนๆ ใช้ชีวิตด้วยกันที่โรงเรียนมัธยมวัดธาตุทอง 5. ใช้เวลากว่า 2 ปี ในการเรียบเรียงทั้ง 19 แทร็คในอัลบั้มนี้ 6. YOUNGOHM โพสต์ไอจีตอนปล่อยอัลบั้มนี้ไว้ว่า “เป็นเวลา 2 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่ผมได้เริ่มทำอัลบั้ม #ธาตุทองซาวด์ และตอนนี้ผมอยากประกาศว่าอัลบั้มนี้ได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมจะให้ทุกๆคนได้รับฟังกันในวันที่พุธที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2566 ขอบคุณทุกๆ คนที่รอฟังอัลบั้มนี้นะครับ แล้วเจอกัญญญ” 7. แก๊งธาตุทอง เป็นการรวมตัวของแร๊ปเปอร์ในย่านเดียวกัน มีความหลังผูกพันกับสถานที่นี้ในหลายช่วงวัย ได้ SONOFO กับ DOPER มาร่วม feat. 8. SONOFO ชื่อนี้หลายคนในวงการเพลงฮิปฮอปไทยอาจจะคุ้นหูกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวก็เป็นคนที่ทำเพลงร่วมกับ YOUNGOHM ตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ จริงๆ แล้ว SONOFO ก็มีผลงานเพลงของตัวเองปล่อยออกมาเรื่อยๆ แต่กลับไม่ได้รับความนิยมมากสักเท่าไหร่ 9. DOPER เริ่มซึมซับวัฒนธรรมฮิปฮอปตอน ม.3 และคิดอยากทำเพลงจริงจัง โดยเพื่อนอีกสองคนก็มีจุดเริ่มต้นมาพร้อมๆ กันคือ YOUNGOHM กับ SONOFO นั่นเอง 10. เสียงแอมเบียนต์ “สถานีต่อไปเอกมัย”

เกิดทันกันมั้ย! “The Beach” หนัง Soft Power ไทย ยุค Y2K

ถ้าลองนึกย้อนความทรงจำกลับไปในช่วงปี 2000 สำหรับใครที่พอจะเกิดทันหนังเรื่อง “The Beach” หลายคนน่าจะมีความรู้สึกคล้ายความสัมพันธ์แบบ Love-Hate Relationship ที่มีโมเมนต์ “ทั้งรัก-ทั้งเกลียด” เกิดขึ้นปะปนกันทุกครั้งที่นึกถึง เพราะเบื้องหน้าที่หนังออกฉาย หนังเรื่องนี้เปรียบเหมือนพระเอกที่รับบทเจ้าพ่อขาใหญ่แห่งวงการพีอาร์ ช่วยเป็นกระบอกเสียงสร้างแบรนด์ Amazing Thailand สู่สายตาชาวโลก แถมยังแอบส่งต่อมนต์เสน่ห์ Soft Power ให้การท่องเที่ยวไทยในหลายฉากหลายซีน แต่เบื้องหลังนั้น กลับสวมบทผู้ร้าย แอบชำเราทรัพยากรทางทะเลรอบอ่าวมาหยาอย่างดุดันไม่เคยเกรงใจ พร้อมฝากรอยเท้าย่ำเหยียบบนผืนทรายไว้ ลบเท่าไหร่ก็ไม่หายเสียที Martial arts figure prominently in many Asian cultures, and the first known traces. ย้อนเวลากลับไปปี 1997 สถานการณ์ก่อนสร้างภาพยนตร์ นักเขียนชาวอังกฤษ อเล็กซ์ การ์แลนด์ เปิดตัวหนังสือ “The Beach” นวนิยายแนวท่องเที่ยวผจญภัยของเหล่าแบ็คแพ็คเกอร์ ที่ต้องการเดินทางมาประเทศไทยเพื่อค้นหาความหมายของการใช้ชีวิตบนเกาะห่างไกลที่ไหนสักที่ จนได้พบกับดินแดนที่รายล้อมไปด้วยทุ่งกัญชา ทุกคนสามารถล่องลอยไปสู่สรวงสวรรค์ได้อย่างเสรี เนื้อเรื่องดังกล่าวโดนใจนักอ่าน Gen X ในสมัยนั้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแนวคิดการใช้ชีวิต “วัยรุ่นมั่วสุมเสพยาบนเกาะสวรรค์” ที่ อเล็กซ์ การ์แลนด์ ร่ายบทพรรณาโวหารเปลี่ยนภาพให้กลายเป็น “ยูโทเปียของวัฒนธรรมป็อปคัลเจอร์” ที่ถูกส่งต่อมายังหนังอเมริกันภายหลังอีกหลายเรื่อง นั่นจึงทำให้นวนิยายเรื่องเดอะบีชติดชาร์ต Best Seller ในยุโรปและอเมริกาจนได้รับการแปลเป็นภาษาต่างประเทศอีก 25 ภาษา ถือเป็นการเปิดตัวสู่โลกนักเขียนแบบเหนือคาดของนักเขียนที่เรียนหนังสือไม่จบซะด้วยซ้ำ อเล็กซ์ เดินทางมายังทวีปเอเชียตั้งแต่สมัยมัธยม เขาใช้เวลากว่าครึ่งปีท่องเที่ยวอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจหลักในงานเขียนเรื่อง “เดอะบีช” แต่สุดท้ายแล้วเขากลับเลือกประเทศไทยเป็นโลเคชั่นของ “เกาะสววรค์” ในเนื้อเรื่องแทน โดยให้เหตุผลว่าประเทศไทยนั้นเหมาะกับการเดินทางแบบแบ็คแพ็คเกอร์ และดูเข้ากับการดำเนินเรื่องในนิยายที่เขาเขียนมากกว่า ตัดภาพฉับกลับมาที่นักแสดงนำชายของเรื่อง ในปี 1997 นั้นชีวิตของ ลีโอนาร์โด้ ดิคาปริโอ้ กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล จากการรับบท แจ็ค ดอว์สัน ในภาพยนตร์เรื่อง “Titanic” ทำให้เขากลายเป็น “The King of the World” สมดังปรารถนา ผลงานการแสดงของเขาถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ครั้งที่ 70 แต่ก็ยังไม่สามารถเบียด แจ๊ค นิโคลสัน จากเรื่อง As Good