Skip links

เทศกาลหนังสยองขวัญไต้หวัน 2026 เชื่อมวงการหนังไทย–ไต้หวัน

รวมพลผู้กำกับและโปรดิวเซอร์หนังสยองขวัญชื่อดังจากไต้หวัน เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคนทำหนังไทย พร้อมต่อยอดโอกาสร่วมผลิตภาพยนตร์ พัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา และขยายตลาดคอนเทนต์ข้ามพรมแดน

ผ่านพ้นไปอย่างคึกคักสำหรับงาน “เทศกาลภาพยนตร์สยองขวัญไต้หวัน 2026” (Taiwan Horror Film Festival 2026) ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 20–21 ตุลาคม 2569 โดยได้รับความสนใจจากแฟนภาพยนตร์และบุคลากรในอุตสาหกรรมหนังไทย–ไต้หวัน ซึ่งนอกจากจะเปิดโอกาสให้ผู้ชมชาวไทยได้สัมผัสเสน่ห์ของภาพยนตร์สยองขวัญไต้หวันผ่านผลงานที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นพิเศษแล้ว ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการสร้างเครือข่ายและผลักดันความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของทั้งสองประเทศ

เทศกาลครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย, Wild Grass Creator Association, GrX Studio, Monomyth องค์กรที่มุ่งค้นหาและพัฒนาผลงานที่มีศักยภาพทางการตลาดให้แก่อุตสาหกรรมละครและภาพยนตร์ไต้หวัน และบริษัท ดราคอนิค จำกัด ผู้ร่วมจัดงานจากประเทศไทย โดยกิจกรรมในวันที่ 20 ตุลาคม จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จังหวัดปทุมธานี ก่อนจะย้ายมาจัดกิจกรรมต่อในวันที่ 21 ตุลาคม ณ โรงภาพยนตร์ House Samyan ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพมหานคร

ยกทัพ 5 หนังสยองขวัญไต้หวัน พร้อม 6 ผู้สร้างแถวหน้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์

หนึ่งในไฮไลต์ของเทศกาลคือการจัดฉายภาพยนตร์สยองขวัญจากไต้หวันจำนวน 5 เรื่อง ได้แก่ The Tag-Along, The Bridge Curse, Incantation, Mudborn และ The Rope Curse 2 ซึ่งสะท้อนเอกลักษณ์การเล่าเรื่องสยองขวัญของไต้หวันที่หยิบเอาความเชื่อ เรื่องเล่าพื้นบ้าน และความหวาดกลัวในสังคมมาถ่ายทอดผ่านภาษาภาพยนตร์ร่วมสมัย

ความพิเศษยังอยู่ที่การเดินทางมาร่วมงานของ 6 ผู้สร้างภาพยนตร์ชาวไต้หวัน ได้แก่ Hank Tseng ผู้อำนวยการสร้าง The Tag-Along, David Chuang ผู้กำกับ The Tag-Along และ The Devil Fish, Lester Hsi ผู้กำกับ The Bridge Curse, Kevin Ko ผู้กำกับ Incantation, Shieh Meng-ju ผู้กำกับ Mudborn และ Jeff Tsou ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ชุด The Rope Curse

การรวมตัวครั้งนี้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนมุมมองกับเหล่าผู้สร้างภาพยนตร์อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านแนวคิดสร้างสรรค์ กระบวนการผลิต ตลอดจนการพัฒนาภาพยนตร์สยองขวัญให้เข้าถึงผู้ชมในระดับนานาชาติ

ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ปีเตอร์ หลัน ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย พร้อมด้วยบุคลากรจากวงการภาพยนตร์ไทย อาทิ อุ๋ย–นนทรีย์ นิมิบุตร ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง, ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ นักแสดงมากฝีมือ และ โจรี่–อรปรียา คำจวง นักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง “บัว” เข้าร่วมกิจกรรมและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้สร้างจากไต้หวัน

จากความเชื่อร่วมทางวัฒนธรรม สู่โอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย

นอกเหนือจากการจัดฉายภาพยนตร์ เทศกาลภาพยนตร์สยองขวัญไต้หวัน 2026 ยังมุ่งสร้างความเชื่อมโยงระหว่างวัฒนธรรมการเล่าเรื่องของไทยและไต้หวัน ซึ่งต่างมีรากฐานจากความเชื่อ ตำนานพื้นบ้าน และเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่สามารถนำมาต่อยอดเป็นผลงานสร้างสรรค์ได้หลากหลายรูปแบบ

การพบปะระหว่างผู้สร้างภาพยนตร์ของทั้งสองประเทศจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ แต่ยังครอบคลุมถึงโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) การร่วมผลิตผลงานระหว่างประเทศ (Co-Production) การจัดจำหน่ายคอนเทนต์ข้ามพรมแดน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในกระบวนการหลังการถ่ายทำ (Post-Production)

แนวทางดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการขยายตลาดภาพยนตร์สยองขวัญของทั้งสองประเทศ โดยใช้จุดแข็งด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความเชี่ยวชาญในการผลิตคอนเทนต์มาพัฒนาเป็นความร่วมมือที่สามารถต่อยอดได้ในอนาคต

ปีเตอร์ หลัน ผู้แทนสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ไต้หวันและประเทศไทยต่างมีมรดกทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย รวมถึงเอกลักษณ์ในการเล่าเรื่องและศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์ที่โดดเด่น โดยเฉพาะภาพยนตร์สยองขวัญซึ่งเป็นแนวภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ชมทั้งสองประเทศ จึงสามารถทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการส่งเสริมความเข้าใจและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ผมหวังว่าเทศกาลภาพยนตร์และกิจกรรมแลกเปลี่ยนบุคลากรในครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ชมชาวไทยรู้จักภาพยนตร์ไต้หวันมากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์และโทรทัศน์ของไต้หวันและไทยได้เรียนรู้จากกันและกัน”

พร้อมกันนี้ยังแสดงความหวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ และเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ในการทำงานร่วมกันข้ามพรมแดน ทั้งในด้านการสร้างสรรค์ผลงานและการพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในระยะยาว

ปูทางสู่ความร่วมมือครั้งใหม่ของตลาดหนังสยองขวัญ

ด้านผู้จัดงานมองว่า เทศกาลภาพยนตร์สยองขวัญไต้หวัน 2026 ไม่เพียงช่วยเพิ่มการรับรู้และสร้างความสนใจต่อภาพยนตร์ไต้หวันในตลาดประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์ที่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมแตกต่างกัน ให้ได้แลกเปลี่ยนแนวคิดและค้นหาโอกาสในการพัฒนาผลงานร่วมกัน

เป้าหมายสำคัญคือการเปลี่ยนความสัมพันธ์และเครือข่ายที่เกิดขึ้นภายในเทศกาลให้กลายเป็นความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม ทั้งการพัฒนาโครงการภาพยนตร์และซีรีส์ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ตลอดจนการสร้างช่องทางใหม่ในการนำผลงานของทั้งสองประเทศเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ

การจัดงานครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งก้าวของการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยและไต้หวัน ผ่านแนวภาพยนตร์ที่มีฐานผู้ชมร่วมกันอย่างหนังสยองขวัญ พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าความแตกต่างทางวัฒนธรรมสามารถกลายเป็นต้นทุนสร้างสรรค์ที่ช่วยเปิดโอกาสใหม่ให้กับผู้ผลิตคอนเทนต์ และนำไปสู่ความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอุตสาหกรรมภาพยนตร์เอเชีย