Skip links

“เอกชัย ศรีวิชัย” ผู้พลิกโฉมนักร้องให้เป็น “ตลกท่านหนึ่ง”

เสียงหัวเราะอาจทำให้โลกดูเบาลง แต่สำหรับ “เอกชัย ศรีวิชัย” เสียงหัวเราะยังมีความลึกซึ้งกว่านั้น เพราะอารมณ์ขันเป็นภาษาสากลที่เข้าถึงทุกคน และเป็นพลังที่ผลักให้เขายังอยู่ในวงการมายาวนานกว่าหลายทศวรรษ ไม่ว่าจะเป็นฐานะนักร้อง นักแสดง หรือนายหนังตะลุง แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือ ศิลปินที่เติบโตมาจากความเข้าใจชีวิต และความจริงของสังคมไทยผ่านสายตาของเขา

ในบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ เราได้เห็นเอกชัยพูดถึง “ตัวตนในฐานะศิลปิน” มากกว่าที่เคยเห็น ตั้งแต่การเป็นนายหนังตะลุงที่ต้องเข้าใจความรู้สึกคนดู จังหวะฮา จังหวะเงียบ และจังหวะที่จะพูดความจริงลงไปอย่างตรงไปตรงมา พร้อมตั้งคำถามบางอย่างต่อผู้มีอำนาจ สังคม และความไม่ยุติธรรม เพราะสำหรับเขา 

“ตลกไม่ได้มีหน้าที่แค่เรียกเสียงหัวเราะ แต่ต้องกล้าที่จะสะท้อนความจริงด้วย”

และจากการคลุกคลีกับศิลปะพื้นบ้านแขนงต่างๆ ทำให้เขาพบความแตกต่างของการเล่นตลกในแต่ละภูมิภาค ตลกอีสานจะมีเสน่ห์แบบบ้านๆ ตลกภาคกลางจะเน้นจังหวะและการเล่าเรื่อง ส่วนตลกภาคใต้ที่เขาเติบโตมานั้น ดุดัน ตรงไปตรงมา และไม่กลัวแตะประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะ “เรื่องการเมือง” เพราะในสายตาของเอกชัย 

“ชีวิตคนใต้ผูกพันกับความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการเมืองมาตลอด จะให้เล่นตลกแบบไม่แตะความจริง ก็คงไม่ใช่ตัวตนของเรา”

ความสนใจใคร่รู้ในความสนุกมิติต่างๆ ส่งผลให้นักร้องที่ชื่อ “เอกชัย ศรีวิชัย” ผลิกบทบาทฐานะนักร้อง จากเดิมที่นักร้องลูกทุ่งจะต้องเป็น “พระเอกหน้าเวที” เป็นเจ้าชาย หรือเป็นลูกๆ ของบรรดาแม่ยก แต่ใน “ศรีวิชัยโชว์” นักร้องและหัวหน้าวงผู้นี้ เปรียบเสมือนตลกคนหนึ่งที่ใครจะเล่นหัวก็ได้ ตราบใดที่เป็นการแสดง ตรงนี้เองที่ทำให้บทบาทของนักร้องหน้าเวทีเปลี่ยนแปลงไป        

แต่การผลิกคาแรคเตอร์จาก “นักร้อง” มาสู่ “ตลก” ก็ใช่ว่าจะมีแต่เรื่องดีเสมอไป เพราะในอีกประเด็นหนึ่ง เอกชัยยังพูดถึงดราม่าเพลง “หมากัด” ซึ่งถูกวิจารณ์เรื่องความไม่เหมาะสม โดยเฉพาะการเล่นกับเรื่องใต้สะดือ ซึ่งบางคนไม่อาจรับได้ จนเกิดกระแสต่อต้านในขณะนั้น

อย่างไรก็ตาม เอกชัยมองว่า นี่คืออารมณ์ขันแบบพื้นบ้าน เป็นศิลปะอันสะท้อนความจริงของวัฒนธรรม ถ้าเราปิดกั้นจนหมด เราอาจจะไม่ได้พูดถึงปัญหาอะไรเลยสักอย่าง และหนึ่งประโยคที่เขาพูดในบทสัมภาษณ์นี้ น่าจะเป็นประโยคที่อธิบายตัวตนเอกชัยได้ดีที่สุด:

“เมื่อไหร่ที่เรากลัวคำวิจารณ์ จะไม่มีทางได้เห็นผลงานชิ้นใหม่” — เอกชัย ศรีวิชัย

นอกจากบทบาทในโลกตลก เอกชัยยังพิสูจน์ตัวเองในฐานะผู้สร้างงานภาพยนตร์ และ “กิ่งแก้ว” คือผลงานเรื่องล่าสุดที่สะท้อนความมืด ความจริง และความเจ็บปวดของมนุษย์ผ่านเรื่องราวสยองขวัญ หญิงสาวผู้มีอาการทางจิตที่ถูกกล่าวหาว่าลักพาตัวและฆ่าเด็ก แม้จะยืนยันว่าตนไม่ผิด แต่หลักฐานกลับมัดตัวจนศาลตัดสินประหารชีวิต ก่อนที่เธอจะตายไปพร้อมคำว่า “ฉันไม่ผิด” และกลายเป็นวิญญาณอาฆาตคอยตามทวงความจริงจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้ไม่ได้เป็นเพียงหนังผี แต่มันตั้งคำถามถึงความยุติธรรม ศีลธรรม และมนุษยธรรม ว่าสุดท้ายแล้ว…ใครกันแน่คือ “ผู้ผิดจริง”

และถ้าคุณอยากเห็น “เอกชัยตัวจริง” มากกว่าที่เคยรู้จัก อย่าพลาดคลิปสัมภาษณ์เต็มๆ รับรองว่าคุณจะได้เห็นผู้ชายคนนี้ในมุมที่ลึกขึ้นกว่าเดิมแน่นอน