ย้อนกลับไปสัก 5 ปีก่อน หากใครสักคนเดินมาบอกว่า “โคราช” กำลังจะกลายเป็นหมุดหมายระดับท็อปของโลกสำหรับชาว Digital Nomad หลายคนคงเลิกคิ้วสงสัย หรือมองเป็นเรื่องตลกขบขัน
แต่ในปี 2025 ตัวเลขและสถิติได้แสดงผลเป็นที่ประจักษ์ ด้วยยุทธศาสตร์การปั้นเมืองที่ “ถูกที่ ถูกเวลา และถูกจุด”
จากรายงานล่าสุดของ HotelWithTub ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการ Remote Work เมื่อ “กรุงเทพมหานคร” คว้าอันดับ 1 เมืองในฝันของ Digital Nomad แต่สิ่งที่น่าจับตายิ่งกว่าคือ “ม้ามืด” อย่าง “นครราชสีมา (โคราช)” ที่ทะยานขึ้นมาติด อันดับ 5 ของโลก แซงหน้าเมืองขวัญใจมหาชนอย่างเชียงใหม่เป็นที่เรียบร้อย
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนนัยสำคัญว่า โลกกำลังเปลี่ยนทิศ จากการมองหาแค่ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวสวยหรู สู่การค้นหา “ความจริงแท้” (Authenticity) และนี่คือเกมรุกครั้งสำคัญของ ทีเส็บ (TCEB) ที่กำลังเปลี่ยนโคราชจาก “เมืองทางผ่าน” ให้กลายเป็น “เมืองพักและเพาะบ่ม” ธุรกิจดิจิทัล
ทำไมต้องโคราช?
ในยุคที่ค่าครองชีพในเมืองหลวงทั่วโลกต่างดีดตัวขึ้นสูง โคราชกลับแก้ Pain Point ของชาว Nomad ได้ตรงเป้า ด้วยจุดเด่นเรื่อง “ค่าครองชีพที่ต่ำที่สุดในกลุ่ม Top 5” แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง รวมถึงคะแนนด้าน คุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในระดับ “ดีเยี่ยม” (คะแนนรวมสูงถึง 80 คะแนน)
ต่างจากเชียงใหม่ที่เริ่มหนาแน่น แต่ว่าโคราชยังมี พื้นที่ให้หายใจ และมีโอกาสให้เติบโต สอดคล้องกับเทรนด์ของ Nomad ยุคใหม่ที่ไม่ได้ต้องการแค่โต๊ะกาแฟไว้นั่งทำงานชั่วคราว แต่ต้องการพื้นที่ที่พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้จริง พร้อมครอบครัวในระยะยาว
ยุทธศาสตร์ TCEB: เลิกฝันเป็น Silicon Valley
ความสำเร็จนี้เกิดจากการวางหมากบนพื้นฐานความเป็นไปได้ของ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) ที่ใช้กลไก MICE (Meetings, Incentives, Conventions, Exhibitions) มาเป็นเครื่องมือ Repositioning เมืองใหม่ทั้งหมด
ทีเส็บประกาศ 3 กลยุทธ์สำคัญในงาน Techsauce Next Entrepreneur Summit ประกอบไปด้วย :
1. ชูศักยภาพที่เป็นจริง : งานประชุมระดับโลกเลือกเมืองจาก “เนื้อใน” (Substance) โคราชจึงขายความเป็นเมืองที่มีฐานอุตสาหกรรมจริง ผู้ประกอบการจริง ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์สวยหรู
2. Tech with Real Impact: สโลแกนที่สำคัญอีกประการ คือ “KORAT IS NOT SILICON VALLEY BUT A REAL TECH CITY” โคราชประกาศตัวเป็นเมืองเทคโนโลยีที่จับต้องได้ เน้นการใช้ Tech ในภาคอุตสาหกรรมและการใช้งานจริงในท้องถิ่น
3. เปลี่ยน ‘คนจร’ ให้เป็น ‘คนเจ้าถิ่น’: เป้าหมายคือดึง Talent และ Digital Nomad ให้เข้ามา “ฝังตัว” ทำงานและลงทุน
สามเหลี่ยมแห่งความร่วมมือ: กุญแจสู่ความยั่งยืน
สิ่งที่ทำให้โมเดลโคราชแข็งแกร่ง คือการผนึกกำลังแบบ Collaboration Triangle ของ 3 แม่ทัพหลัก:
• TCEB: ผู้กำหนดนโยบายและสร้างแพลตฟอร์ม (Policy Enabler)
• Techsauce: ตัวเชื่อมต่อ Tech Ecosystem นำความรู้และตลาดโลกมาสู่ท้องถิ่น
• หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา: เครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวจริงในพื้นที่ (Local Economic Engine)
การจับมือนี้มุ่งสร้าง Impact ตั้งแต่การเปลี่ยน Mindset คนในพื้นที่, สร้าง Pipeline ผู้ประกอบการรุ่นใหม่, ปั้น Ecosystem ที่มีชีวิต และท้ายที่สุดคือการดันโคราชให้เป็น Prototype City for Isan หรือต้นแบบเมืองเศรษฐกิจดิจิทัลของภาคอีสาน
บทสรุป: โคราช... สนามทดลองแห่งอนาคต
การที่โคราชก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 5 ของโลก แซงหน้าเมืองท่องเที่ยวหลัก คือหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า “เมืองรอง” สามารถกลายเป็น “เมืองหลัก” ในเวทีโลกได้ หากมีแผนแม่บทที่ชัดเจน
วันนี้ โคราชไม่ได้ขายแค่ ผัดหมี่ หรือ ย่าโม แต่กำลังขาย “Gateway to Isan” ประตูแห่งโอกาสที่เปิดกว้างให้นักลงทุนและคนทำงานรุ่นใหม่ทั่วโลกเข้ามาใช้พื้นที่นี้เป็น Sandbox ทางเศรษฐกิจ
สำหรับ Digital Nomad ที่กำลังมองหาหมุดหมายใหม่ โคราชในปี 2025 คือคำตอบที่ลงตัวระหว่างค่าครองชีพที่เป็นมิตร กับโอกาสทางธุรกิจที่ไร้ขีดจำกัด และงาน Techsauce Next Entrepreneur’s Summit ที่กำลังจะเกิดขึ้น ก็คือการประกาศศักดาว่า “อีสาน” พร้อมแล้วที่จะเป็นผู้เล่นตัวจริงในเศรษฐกิจดิจิทัลของเอเชีย
อ้างอิง : https://hotelwithtub.com/blog/ranking-the-top-100-digital-nomad-destinations-of-2025
