Skip links

“สานต่อ” จาก สจล. คว้าแชมป์ MaxiMICE Thailand Design Challenge 2026 ชูภูมิปัญญาไทยสู่เวทีออกแบบระดับโลก

ทีเส็บ จับมือ CDAST ประกาศผลประกวด MaxiMICE Thailand Design Challenge 2026 รอบ Student Track ผลงาน “สานต่อ” จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คว้ารางวัลชนะเลิศพร้อม Popular Vote ตอกย้ำศักยภาพนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ในการเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมท้องถิ่นให้กลายเป็นงานออกแบบร่วมสมัย พร้อมเดินหน้าคัดเลือกนักออกแบบมืออาชีพสู่เวทีนานาชาติ

เมื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ได้เป็นเพียงมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องอนุรักษ์ แต่สามารถนำมาต่อยอดเป็นแนวคิดสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ได้ โครงการ MaxiMICE Thailand Design Challenge 2026 จึงเปิดพื้นที่ให้นักออกแบบรุ่นใหม่และมืออาชีพได้แสดงศักยภาพ ผ่านการตีความอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้กลายเป็นงานออกแบบพื้นที่จัดแสดงและบูธนิทรรศการที่มีทั้งเอกลักษณ์ ฟังก์ชันการใช้งาน และความยั่งยืน

ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ (TCEB) ร่วมกับสภาคณบดีคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์แห่งประเทศไทย (CDAST) จัดกิจกรรมประกาศผลและมอบรางวัลการแข่งขันประเภทนิสิตนักศึกษา (Student Track) รอบ Final Pitch พร้อมจัดการนำเสนอผลงานประเภทนักออกแบบมืออาชีพ (Professional Track) รอบ Semifinal Pitch เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรม Pullman Bangkok King Power กรุงเทพมหานคร

โครงการได้รับความสนใจจากนักออกแบบทั่วประเทศ โดยประเภท Student Track มีนิสิตนักศึกษาสมัครเข้าร่วมกว่า 100 คน จาก 67 ทีม ขณะที่ประเภท Professional Track มีนักออกแบบมืออาชีพและบริษัทออกแบบเข้าร่วมการแข่งขัน 10 ทีม สะท้อนความสนใจในการนำทุนทางวัฒนธรรมไทยมาพัฒนาสู่ผลงานที่สามารถใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE)

จาก Local Ideas สู่ Global Impact เปลี่ยนภูมิปัญญาไทยเป็นงานออกแบบร่วมสมัย

หัวใจสำคัญของ MaxiMICE Thailand Design Challenge 2026 อยู่ภายใต้แนวคิด “FROM LOCAL IDEAS TO GLOBAL IMPACT – Local Resonance, Global Relevance” ที่มุ่งนำอัตลักษณ์ ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยมาตีความใหม่ผ่านกระบวนการออกแบบร่วมสมัย โดยผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี ฟังก์ชันการใช้งาน และหลักความยั่งยืน (Sustainability) เข้าไว้ด้วยกัน

โจทย์สำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การนำลวดลายไทยมาประดับตกแต่งพื้นที่จัดแสดงเท่านั้น แต่เป็นการค้นหาว่าองค์ความรู้ดั้งเดิมของไทยสามารถแปรเปลี่ยนเป็นแนวคิดในการออกแบบโครงสร้าง วัสดุ และประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างไร

ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับทิศทางของแคมเปญ MaxiMICE Thailand ที่มุ่งยกระดับประเทศไทยผ่าน 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ ความสะดวกในการเข้าถึงและจัดงาน (Convenience) ประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ (Experience) และผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลได้จริง (Impact)

โดยโครงการตั้งเป้าให้ผลงานที่ได้รับรางวัลสามารถพัฒนาต่อยอดจากแนวคิดบนกระดาษไปสู่การผลิตและใช้งานจริง ทั้งในงานไมซ์ภายในประเทศและงานแสดงสินค้าระดับนานาชาติ

“สานต่อ” จาก สจล. คว้า 2 รางวัลใหญ่ ด้วยแนวคิดเชื่อมอดีต ปัจจุบัน และอนาคต

สำหรับผลการแข่งขันประเภท Student Track ซึ่งคัดเลือกจาก 67 ทีมทั่วประเทศจนเหลือ 5 ทีมสุดท้าย ปรากฏว่าผลงาน “สานต่อ” จากทีม MaxiMICE-S77 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมเงินรางวัล 50,000 บาท และรางวัล Popular Vote อีก 10,000 บาท รวมมูลค่า 60,000 บาท

ผลงาน “สานต่อ” นำเสนอแนวคิดการหยิบยกภูมิปัญญาและองค์ความรู้จากอดีตมาพัฒนาให้เกิดความหมายใหม่ในปัจจุบัน เพื่อรักษาและส่งต่อคุณค่าของสิ่งเหล่านั้นไปสู่อนาคต

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการที่ต้องการเชื่อมโยงรากฐานทางวัฒนธรรมเข้ากับกระบวนการออกแบบร่วมสมัย โดยให้ความสำคัญทั้งกับการสร้างอัตลักษณ์และโอกาสในการพัฒนาผลงานให้เกิดขึ้นจริง

เปิดผลงาน 5 ทีมสุดท้าย ถ่ายทอดภูมิปัญญาไทยผ่านภาษาการออกแบบ

นอกจากผลงานชนะเลิศแล้ว การแข่งขันยังเผยให้เห็นมุมมองที่หลากหลายของนักออกแบบรุ่นใหม่ ที่ต่างนำทุนวัฒนธรรมไทยมาสร้างสรรค์เป็นงานออกแบบพื้นที่จัดแสดงในรูปแบบเฉพาะตัว

“ร้อยเรียง” มหาวิทยาลัยขอนแก่น คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1

ผลงาน “ROI-RIENG (ร้อยเรียง)” จากทีม MaxiMICE-S21 มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 พร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท

ทีมผู้สร้างสรรค์นำแรงบันดาลใจจากศิลปะการร้อยมาลัย ซึ่งอาศัยการรวมองค์ประกอบเล็ก ๆ เข้าด้วยกันผ่านแกนกลาง มาตีความเป็นสถาปัตยกรรม Pop-up Booth ที่มีโครงสร้างแข็งแรง งดงาม และสะท้อนแนวคิดการต้อนรับผู้มาเยือนด้วยความประณีตตามแบบวัฒนธรรมไทย

“หมอนสามเหลี่ยม” มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คว้ารองชนะเลิศอันดับ 2

ผลงาน “หมอนสามเหลี่ยม – ภูมิปัญญาไทยในรูปแบบร่วมสมัย” จากทีม MaxiMICE-S37 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 พร้อมเงินรางวัล 10,000 บาท

แนวคิดการออกแบบเริ่มต้นจากหมอนสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนวัฒนธรรมการพักผ่อนแบบไทย ก่อนนำรูปทรงเรขาคณิตและลักษณะการพับซ้อนมาตีความใหม่เป็นโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่สร้างพื้นที่ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งพื้นที่นั่งพัก พื้นที่กึ่งเปิดกึ่งปิด และองค์ประกอบของพื้นที่จัดแสดง

“TIE – สาน · ร้อย · ผูก” คว้ารางวัลโดนใจไมซ์

ผลงาน “TIE – สาน · ร้อย · ผูก” จากทีม MaxiMICE-S40 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง ได้รับรางวัลโดนใจไมซ์ จากทีเส็บ

ผลงานนำวิธีการสาน การร้อย และการผูก ซึ่งเป็นภูมิปัญญาที่มนุษย์ใช้เชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เข้าด้วยกัน มาพัฒนาเป็นแนวคิดทางสถาปัตยกรรม โดยไม่ได้จำกัดความเป็นไทยไว้เพียงลวดลายหรือองค์ประกอบตกแต่ง แต่ใช้วิธีคิดของภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบโครงสร้างพาวิลเลียน (Pavilion)

“กาบกนก” จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คว้ารางวัลขวัญใจกรรมการ

อีกหนึ่งผลงานที่ได้รับความสนใจคือ “กาบกนก” จากทีม MaxiMICE-S28 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับรางวัลขวัญใจกรรมการ

ผลงานนำเสนอแนวคิด “From Local to Global” โดยมุ่งสะท้อนว่าสิ่งที่มีรากฐานจากท้องถิ่นสามารถนำมาพัฒนาให้เกิดคุณค่าใหม่ และกลายเป็นภาษาการออกแบบร่วมสมัยที่สื่อสารกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรมได้

ผลงานทั้ง 5 ทีมจึงสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่แตกต่างกันในการนำภูมิปัญญาไทยมาต่อยอด ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบจากรูปทรง วัสดุ โครงสร้าง หรือวิธีคิดดั้งเดิม ซึ่งล้วนแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทุนวัฒนธรรมไทยในบริบทของงานออกแบบสมัยใหม่

เดินหน้ารอบ Professional Track ปั้น Thailand Pavilion สู่เวทีโลก

ขณะเดียวกัน การแข่งขันประเภท Professional Track – International Trade Show Booth Design เปิดโอกาสให้บริษัทออกแบบ สตูดิโอ และนักออกแบบอิสระได้พัฒนาแนวคิดสำหรับพื้นที่จัดแสดงระดับนานาชาติ

การแข่งขันในประเภทนี้มีทีมเข้าร่วมรอบ Semifinal Pitch จำนวน 10 ทีม เพื่อคัดเลือก 5 ทีมสุดท้ายเข้าสู่รอบ Final Pitch ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นวันที่ 2 ธันวาคม 2569 ณ Club Siam Glowfish ชั้น 11 อาคาร Siam Patumwan House

เป้าหมายของการแข่งขันคือการพัฒนางานออกแบบ Thailand/MaxiMICE Pavilion ขนาด 100 ตารางเมตร ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล สามารถรองรับทั้งการจัดแสดง การเจรจาธุรกิจ และกิจกรรมที่ช่วยถ่ายทอดอัตลักษณ์ของประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับประเภท Professional Track รางวัลชนะเลิศมีมูลค่า 100,000 บาท พร้อมทุนสนับสนุนการเข้าประกวดรางวัลระดับนานาชาติอีก 20,000 บาท และโอกาสในการผลิตผลงานเป็น Thailand Pavilion เพื่อจัดแสดงในงาน International Trade Shows

มากกว่าการประกวด คือโอกาสสร้างนักออกแบบไทยรุ่นใหม่สู่อุตสาหกรรม MICE

อีกหนึ่งจุดเด่นของ MaxiMICE Thailand Design Challenge 2026 คือการให้ความสำคัญกับการนำผลงานไปใช้งานจริง โดยผลงานชนะเลิศประเภท Student Track มีเป้าหมายที่จะได้รับการพัฒนาเป็น TCEB Pop-up Booth สำหรับใช้ในงานไมซ์ภายในประเทศ ขณะที่ผลงานจาก Professional Track มีโอกาสได้รับการผลิตเป็นพื้นที่จัดแสดงในเวทีนานาชาติ

กระบวนการดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักออกแบบได้เรียนรู้ตั้งแต่การพัฒนาแนวคิด การนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการ การรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงการทำงานร่วมกับผู้ผลิตและผู้รับเหมา เพื่อเปลี่ยนแบบให้กลายเป็นผลงานที่สร้างได้จริง

นอกจากนี้ โครงการยังให้ความสำคัญกับแนวทางการออกแบบอย่างยั่งยืน เช่น การใช้โครงสร้างที่ถอดประกอบได้ การนำวัสดุกลับมาใช้ใหม่ และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการพัฒนาพื้นที่จัดงานในอุตสาหกรรมไมซ์ยุคใหม่

MaxiMICE Thailand Design Challenge 2026 จึงไม่ใช่เพียงเวทีประกวดเพื่อค้นหาผลงานออกแบบที่โดดเด่น แต่ยังเป็นกลไกเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ของคนไทยเข้ากับโอกาสทางธุรกิจและอุตสาหกรรมในระดับสากล

เพราะท้ายที่สุดแล้ว คุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่นอาจไม่ได้อยู่ที่การรักษารูปแบบเดิมไว้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาสร้างความหมายใหม่ เพื่อให้ความเป็นไทยยังคงเติบโตและมีบทบาทบนเวทีโลกต่อไป